วรารัตน์เริ่มทำงานในวันนี้เป็วันแรก ซึ่งทำงานในตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กอายุแปดเดือน เป็เด็กผู้ชาย กำลังน่ารักน่าชังเลยทีเดียว ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่เคยเลี้ยงเด็กมาเลย สมัยก่อนเธอเคยเลี้ยงหลานซึ่งเป็ลูกของพี่สาวมาแล้ว ดังนั้น เธอจึงไม่หวั่นเื่ที่ต้องดูแลเด็ก และเธอก็รู้ทักษะในการเลี้ยงดูเด็ก แทบทุกอย่างเลยก็ว่าได้
“นี้ลูกผมชื่อ น้องโฟร๊ค คุณคงรู้แล้วนะ ว่าต้องทำอะไรบ้างน่ะ??”
กิตติภพกล่าวแจกแจงงานกับวรารัตน์ ขณะที่พาเดินเข้ามาภายในห้องเด็กชายตัวน้อง ที่ชื่อ เด็กชายกิตติวัตร วรบวรไกร หรือที่ชายหนุ่มเรียกว่า ‘น้องโฟร๊ค’ นั่นแหละ ซึ่งตอนนี้เด็กชายตัวน้อย ก็กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่เตียงนอนเด็ก
“รู้ค่ะว่าดิฉันต้องทำอะไร ยังไงบ้าง ดิฉันเคยเลี้ยงหลานมาก่อน ดิฉันทราบดีค่ะ”
วรารัตน์ตอบกลับยิ้มๆ พร้อมกับยื่นใบหน้าสวยหวานเข้าไปมองดูเด็กชายตัวน้อย โดยในการมองดูของหญิงสาวนั้น สายตาส่องประกายออกมาให้เห็นว่า เธอนั้นมีความรู้สึกเอ็นดูเด็กชายตัวน้อยในนาทีแรกที่เห็นเลยก็ว่าได้
กิตติภพสังเกตอากัปกิริยาของหญิงสาว ถึงจะดูเขาหน้านิ่งเรียบเฉย ติดจะบึ้งตึงหน่อยๆ แต่ในใจส่วนลึกเข้ารู้สึกพึงพอใจในปฏิกิริยาของวรารัตน์ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับจะเชื่อใจ หรือพึงพอใจไปทั้งหมด เพราะจะต้องดูกันไปเรื่อยๆ
ส่วนเื่พี่เลี้ยงจะทำร้ายลูกของเขานั้น เขาไม่ค่อยเป็ห่วงหรอก เพราะบ้านนี้มีคนงาน คนรับใช้อยู่เยอะ คอยเป็หูเป็ตาสอดส่อง และอีกอย่างคือเขามีกล้องวงจรปิด ที่สามารถดูจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
“รู้ก็ดีแล้ว งั้นผมฝากลูกผมด้วยแล้วกัน และตอนนี้ผมจะต้องไปทำงานแล้ว และอีกอย่างนะ ผมมีกล้องวงจรปิด หากคุณทำอะไรที่ไม่ดีกับลูกของผม ผมสามารถเห็นได้ตลอดเวลา”
ชายหนุ่มพูดเตือนเอาไว้ เพื่อให้วรารัตน์รับรู้รับทราบ เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาขึ้นมา หากว่าเธอคิดจะทำอะไรที่ไม่ดีต่อลูกของเขาแล้วล่ะก็ เขาก็ไม่ปล่อยเธอให้ลอยนวล คงจะต้องดำเนินการให้ถึงที่สุดอย่างแน่นอน
“รับทราบค่ะ!!...... ฉันไม่เคยที่จะคิดร้าย หรือคิดจะทำร้ายเด็กคนไหนสักคน ขอให้คุณโปรดจำเอาไว้ด้วยนะคะ”
วรารัตน์ได้ยินคำพูดของกิตติภพเช่นนั้น ก็คอแข็ง เชิดหน้า กล่าวตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะไม่พอใจสักเท่าไร เพราะเธอคิดว่าชายหนุ่มช่างดูถูกเธอยิ่งนัก นี่ถ้าไม่เห็นว่า เงินเดือนที่ได้สูงมากกว่าที่ไหนๆ เธอคงไม่ทำหากจะมาดูถูกกันอย่างนี้
“เป็ได้อย่างนั้นก็ดี ผมก็แค่เตือนเอาไว้เท่านั้นเอง”
กิตติภพพูดเป็ประโยคสุดท้าย ก่อนจะเดินออกจากห้องเด็กชายตัวน้อยนั้นไป เพื่อจะได้ไปทำงานของเขาได้อย่างเต็มที่ เพราะเขาทั้งเลี้ยงลูกทั้งทำงานด้วยก็คงไม่ไหว แค่่เวลาหนึ่งอาทิตย์ ที่เขาต้องเลี้ยงลูกชายตัวน้อยเอง ถึงแม้จะมีแม่บ้านมาคอยดูแลให้ก็เถอะ ก็ยังยุ่งวุ่นวายและเหนื่อย จนไม่มีเวลาให้กับงานเลย
“บ้าจริง!!...... ดูถูกกันชัดๆ เลย”
วรารัตน์เห็นนายจ้างของเธอออกไปพ้นจากห้องแล้ว ก็ทำหน้าบูดหน้าบึ้ง พร้อมกับบ่นพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองที่เตียงนอนเด็ก ซึ่งก็เห็นเด็กชายตัวน้อย ลืมตาตื่นขึ้นมา มองหน้าเธอตาใสแป๋ว วรารัตน์เดินไปชงนม แล้วจึงเดินกลับมายื่นมือเรียวเล็กไปยกหนูน้อยขึ้นอุ้ม
“พ่อเรานี้ร้ายกาจชะมัด ดูถูกคนอื่นอย่างนี้ไม่ดีเอาซะเลยนะ โตขึ้นอย่ามีนิสัยอย่างนี้นะครับ มันไม่ดีรู้ไหมครับ เนอะ!!!!......”
วรารัตน์หยอกล้อหนูน้อยในอ้อมแขนอย่างเอ็นดู เด็กชายตัวน้อยที่กำลังดูดนมจากขวดนม โดยสายตาก็มองดูวรารัตน์นิ่ง เพราะพึ่งตื่นนอน แต่หากกิตติภพ มาได้ยินสิ่งที่วรารัตน์พูดกับเด็กชายตัวน้อย คงต้องควันออกหูอย่างแน่นอน เพราะหญิงสาวหาว่าเขานิสัยไม่ดี และแถมยังสอนให้ลูกของเขาอย่าเอาเยี่ยงอย่างอีกต่างหาก
“วันนี้อยู่กับพี่รัตน์นะครับ คนดี”
วรารัตน์ว่าพลางอุ้มเด็กชายตัวน้อย เดินไปเดินมารอบห้อง จนกระทั่งเด็กชายตัวน้อยอิ่มนม แล้วจึงพาเดินลงไปยังข้างล่าง เพื่อออกรับอากาศยามเช้า ซึ่งแสงแดดยังไม่แรงมากเท่าไร วรารัตน์พาเด็กน้อยเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้านได้สักพัก ซึ่งถึงเวลาที่เด็กน้อยก็จะต้องทานอาหารเช้าแล้ว เธอจึงพาเข้ามาในบ้านเพื่อทำอาหารสำหรับให้ทาน
หญิงสาวเอาเด็กน้อยวางลงบนเตียงนอนเด็ก แล้วเดินไปทำอาหารเด็ก เมื่อทำเสร็จก็เอามาป้อนให้ทานจนอิ่ม จากนั้นจึงพาไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย แล้วเล่นหยอกล้อกันอยู่จนเวลาล่วงเลยถึง่สายๆ วรารัตน์ก็พาเด็กชายตัวน้อยเข้านอน เพราะเด็ก่นี้กำลังอยู่ในวัยกินวัยนอน
๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕