มีผู้คนคิดชมชอบไป๋หลี่จ้งหัวด้วยหรือ
มู่อวิ๋นฮว่านึกไม่ถึงแม้แต่น้อยว่าจะมีหญิงสาวคนใดหมายปองคนอย่างไป๋หลี่จ้งหัวผู้ถูกเลื่องลือว่าเป็ปีศาจกินคนและภูตผีกระหายเื ทั้งนางผู้นั้นยังเป็สตรีรูปงามดุจเทพธิดาเก้า์อีกต่างหาก ช่างน่าแปลกใจเหลือเกิน...
เห็นทีคงจะจริงดั่งคำโบราณว่าชายชาตรีย่อมเคียงคู่หญิงงาม!
มู่อวิ๋นฮว่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาจดจ้องไปยังไป๋หลี่จ้งหัวที่นั่งอยู่บนหลังม้าสูงสง่า คล้ายว่าเขาดูไม่สนใจหญิงงามผู้นั้นเท่าใดนัก
ไม่ผิดคาดเลย เพราะในวินาทีถัดมาก็ได้ยินเขากล่าวเสียงเ็า "เปิ่นหวางยังชอบให้คนอื่นเรียกข้าว่าิอ๋องมากกว่า!"
เดิมทีจี้หรูเยว่ยินดียิ่งนักเมื่อได้พบไป๋หลี่จ้งหัว ครั้นได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าของนางก็พลันแข็งค้างไปด้วยความอับอาย เหลือเชื่อ ก่อนกลายเป็ความผิดหวังในท้ายที่สุด
"เหตุใดท่านยังคงเป็เช่นนี้..." น้ำตาของจี้หรูเยว่คลอเบ้า "ข้าไม่ดีตรงไหน ท่านถึงได้ผลักไสข้าไปแสนไกลถึงเพียงนี้ ข้าไม่เข้าใจ จ้งหัว ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ..."
แม้แต่ผู้หญิงอย่างมู่อวิ๋นฮว่ายังอดใจไม่อยากเข้าไปเช็ดน้ำตาให้นางไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางกลั้นน้ำตาเช่นนี้ ทว่าไป๋หลี่จ้งหัวในฐานะพระเอกของเื่กลับทีท่าทีเฉยเมย คำพูดของเขายังคงเ็าเหมือนเดิม
"เปิ่นหวางจะส่งทหารฝีมือดีไปคุ้มกันเ้าจนถึงชายแดนของเรา ครั้งหน้าหากเ้ายังจะมาที่ต้าซี ขอให้มาในฐานะทูตจะดีกว่า มิฉะนั้นหากถูกจับตัวไปอีก เปิ่นหวางอาจจะไม่มีความอดทนมากพอที่จะกลับไปช่วยเ้าอีก" สิ้นคำไป๋หลี่จ้งหัวก็หันหัวม้ากลับทันที โดยไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่ออีกแม้แต่นาทีเดียว
ท่าทีไร้เยื่อใยของเขาทำให้จี้หรูเยว่เดือดดาลเต็มที!
จี้หรูเยว่สูดลมหายใจลึก กลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา แล้วจ้องมองไปที่แส้ที่เขาชูขึ้นสูงพร้ะโกน "หยุด!"
ม้าที่กำลังจะยกกีบเท้าขึ้นถูกไป๋หลี่จ้งหัวรั้งไว้ทันที พร้อมกับส่งเสียงร้องยาว
ไป๋หลี่จ้งหัวปลอบม้าที่แตกตื่นโดยไม่หันหัวม้ากลับมาด้วยซ้ำ แม้แต่ร่างกายยังไม่ขยับแต่อย่างใด เพียงแค่เบี่ยงศีรษะไปทางด้านหลังเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาแฝงแววรำคาญจาง ๆ จนแทบสังเกตไม่ได้ "ยังมีธุระอะไรอีก"
หญิงสาวเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าอยู่ ผลักคนที่คอยประคองนางออกไปแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนรวบรวมความกล้าถามออกไป "ไป๋หลี่จ้งหัว หากท่านไม่ชอบข้าสักนิด เหตุใดจึงต้องมาช่วยข้าด้วย!"
"เหตุใด?" เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นจากใต้หน้ากากของไป๋หลี่จ้งหัว "เปิ่นหวางไม่ได้ช่วยเ้า จี้หรูเยว่ แต่ช่วยสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิฝานอินต่างหาก"
"สตรีศักดิ์สิทธิ์..." จี้หรูเยว่ดูคล้ายจะะเืใจแสนสาหัส "หากข้าไม่ใช่สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิฝานอิน แต่เป็เพียงจี้หรูเยว่ ท่านจะมองข้าสักนิดหรือไม่"
ชายหนุ่มไม่ตอบ เพียงแค่เงียบไป
ชัดเจนอยู่แล้วว่าคำถามของจี้หรูเยว่นั้นไม่จำเป็ หากตอบกลับมาอาจจะดีเสียกว่า เพราะความเงียบที่นางได้รับนั้นโหดร้ายกว่าการตอบ!
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาจากหางตาของจี้หรูเยว่ การร้องไห้เงียบๆ นั้นดูน่าสงสารกว่าฟูมฟายเสียงดังเสียอีก "ข้าจี้หรูเยว่ไร้ซึ่งความสำคัญในสายตาของท่าน... หากข้าเป็เพียงจี้หรูเยว่ ชีวิตและความตายของข้าล้วนสิ้นความหมายสำหรับท่าน แต่ข้าคือสตรีศักดิ์สิทธิ์ สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิฝานอิน จี้หรูเยว่จึงตายได้แต่สตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจตายได้อย่างนั้นสินะ"
"เหอะ ไม่สิ สตรีศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถตายได้เช่นกัน เพียงแต่จะต้องไม่ตายในอาณาจักรต้าซีของท่านใช่หรือไม่"
"ใช่" ไป๋หลี่จ้งหัวยอมรับโดยไม่ลังเล "เปิ่นหวางไม่กลัวลัทธิฝานอินของเ้า หากจะรบก็รบ! แต่ประชาชนต้าซีจะต้องไม่ทนทุกข์ทรมานจากาอีก"
าระหว่างต้าซีกับต้าโม่สิ้นสุดลงแล้ว ต้าซีจำเป็ต้องได้รับการฟื้นฟู ไม่ใช่ก่อเื่วุ่นวายอีก
แม้แต่มู่อวิ๋นฮว่าที่เกลียดชังไป๋หลี่จ้งหัว ในตอนนี้จิตใจของนางก็ยังสับสน ชายผู้นี้เ็าและโเี้ถึงขีดสุด ในร่างของเขาอาจจะไม่มีแม้สักเศษเสี้ยวความเมตตา แต่สิ่งที่เขาทำนั้นกลับเป็ความโชคดีของต้าซีและความสุขของประชาชน...
ทว่าไม่ว่าในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง เขาจะอยู่หรือตายก็ล้วนแต่เป็คนที่เส็งเคร็งที่สุดทั้งสิ้น!
จี้หรูเยว่มองไป๋หลี่จ้งหัว ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของนางกลับปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาฉับพลัน รอยยิ้มนั้นยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ ถึงมันจะดูงดงามจนหาที่เปรียบไม่ได้ แต่เสียงหัวเราะนั้นกลับแฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง
"ฮ่าๆๆๆ ... ไป๋หลี่จ้งหัว ท่านสมเป็วีรบุรุษในสายตาของผู้คนจริงๆ ในใจของท่านมีแต่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน มีแต่คุณธรรม มีแต่ประชาชนของท่าน ไม่มีข้าเลย ไม่มีข้าเลยสักนิด!!"
เมื่อเห็นท่าทางจวนเสียสติของนาง ไป๋หลี่จ้งหัวเพียงสั่ง "ส่งสตรีศักดิ์สิทธิ์ออกเดินทาง!"
กล่าวจบเขาก็ไม่เหลียวแลจี้หรูเยว่อีกต่อไป ดึงบังเหียนม้าเตรียมจะไป ส่วนทหารที่อยู่ข้างๆ ก็ขึ้นม้าตามกันไปหมดแล้ว มู่อวิ๋นฮว่าที่ดูละครอย่างสนุกสนานก็ไม่ยืนเฉยอีกต่อไป รีบวิ่งสองสามก้าวเพื่อจะขึ้นม้าของไป๋หลี่จ้งหัว
ทว่าในจังหวะที่อยู่ห่างจากร่างสูงเพียงก้าวเดียว นางก็หยุดชะงักลงกะทันหัน สายตาของจ้องไปที่ผืนทรายสีเหลืองที่อยู่ตรงหน้าอย่างฉงนใจ
กระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่งถูกฝังอยู่ใต้พื้นทราย หากไม่ใช่เพราะมีมุมหนึ่งโผล่ออกมาและอักษรสีชาดบนกระดาษสีเหลืองมีสีตัดกับผืนทรายรอบๆ แม้แต่นางก็คงไม่สังเกตเห็น
ทำไมถึงมียันต์ที่นี่
มู่อวิ๋นฮว่าย่อตัวลงแล้วเอนศีรษะเล็กน้อย พยายามอ่านตัวอักษรสีชาดที่โผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง นี่คือ...
คาถาตรึงร่าง!!
ชั่ววินาทีที่มู่อวิ๋นฮว่ารู้ น้ำเสียงคลุ้มคลั่งปนสิ้นหวังของจี้หรูเยว่ก็ดังลั่นใส่ไป๋หลี่จ้งหัว "ไป๋หลี่จ้งหัว เสียเปล่าจริงๆ ทั้งที่ข้ารักท่านมากมายเช่นนี้ ยอมแบกรับอะไรมากมายเพื่อท่าน แต่ในใจของท่านกลับไม่มีที่ว่างให้ข้าเลยสักนิด! ไป๋หลี่จ้งหัว ท่านจะต้องเสียใจ ท่านจะต้องเสียใจ!!"
แม้ว่าไป๋หลี่จ้งหัวจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากคำพูดของจี้หรูเยว่แต่ก็สายเกินไปแล้ว
จี้หรูเยว่ท่องคาถาอย่างรวดเร็ว แล้วชี้มือไปทางไป๋หลี่จ้งหัว พร้อมพูดทิ้งท้ายออกมาโดยไม่ลังเล "ตรึง!!"
ทันทีที่คำว่า "ตรึง" นี้หลุดออกไป กระดาษสีเหลืองก็ปรากฏขึ้นล้อมพวกไป๋หลี่จ้งหัวเอาไว้ อักษรสีชาดบนกระดาษสีเหลืองนั้นแดงก่ำราวกับเื!
บรรดานายทหารตกอยู่ในวงล้อม บ้างจูงม้า บ้างหันหลังกลับ บ้างก็กำลังขึ้นม้า แต่ละคนยังคงอยู่ในท่าทางเดิม ร่างกายถูกตรึงราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว
แม้แต่ไป๋หลี่จ้งหัวที่นั่งอยู่บนหลังม้าก็ไม่ต่างกัน
ผ้าคลุมสีดำด้านหลังปลิวไสวไปตามลม แต่ตัวคนกลับขยับไม่ได้เลย!
"ท่านแม่ทัพ!!"
มีเพียงทหารองครักษ์ไม่กี่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ จี้หรูเยว่ที่รอดพ้นจากเคราะห์กรรม
ทว่าในขณะที่มู่อวิ๋นฮว่าคิดว่าพวกเขารอดพ้นแล้ว จู่ๆ ก็มีห่าธนูตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว กระหน่ำแทงพวกเขาจนกลายเป็เม่นหนามและตายตกในทันที!
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมรบล้มลงไปทีละคน นายทหารที่ถูกคาถาตรึงร่างไว้ก็เบิกตาโพลง เส้นเืบนขมับปูดโปนขึ้นด้วยความโกรธ!
ไอสังหารรุนแรงของไป๋หลี่จ้งหัวแทบจะทะลุเก้าชั้นฟ้า!