บทที่1
มันเป็เื่ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
“ทุกคน หมอบ!”
บางทีในหัวของทุกคนก็คงมีความคิดแบบเดียวกันผุดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงห้าวะโแน่นอนว่าในหัวของยุนอึนฮันก็คิดแบบเดียวกัน โจรปล้นธนาคารสินะ เพราะมีแค่คนประเภทเดียวเท่านั้นที่สามารถะโแบบนั้นในธนาคารได้
อึนฮันรีบหมอบลงกับพื้นแล้วมองดูรอบๆสอง? ไม่สิ สาม? เขาขยับไปแอบอยู่ที่มุมๆหนึ่งแล้วรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาต่อสายถึงเซียร์เกย์แล้วก็ดันโทรศัพท์เข้ามุมไป
เห็นในละครทำแบบนี้ได้ผลนี่ ในชีวิตจริงจะใช้ได้ไหมนะเขาลองทำดูเพราะคิดว่าควรต้องลองทำอะไรที่พอทำได้
สายตาของเขาประสานเข้ากับพนักงานรักษาความปลอดภัยเมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยมองเห็นโทรศัพท์ของอึนฮันแล้วก็ลุกพรวดขึ้นทันทีไม่รู้ว่าไปเอาความกล้ามาจากไหน แต่ชัดเลยว่าคิดอะไรผิดๆอยู่แน่นอน อย่านะครับอึนฮันพยายามจะะโแต่อีกฝั่งไวกว่า
ทันทีที่พนักงานรักษาความปลอดภัยชูปืนขึ้นมาก็มีเสียงปืนดังขึ้นและเขาก็ล้มลงไปนอนที่พื้นทันทีที่เห็นว่ามีเืไหล ทุกคนก็เบือนหน้าหนีพร้อมกับหลับตาปี๋
“ชัตเตอร์! ไอ้โง่เอ๊ยปิดประตูชัตเตอร์เดี๋ยวนี้!”
เสียงของผู้หญิงที่ฟังดูแหบๆหน่อยดังขึ้นอึนฮันค่อยๆผินหน้าอย่างระมัดระวังเพื่อมองกระจกเขาเห็นคนสามคนสวมหน้ากากไอ้โม่งสีดำอยู่ท่ามกลางทุกคนที่หมอบกันหมดหนึ่งในนั้นตัวเล็กและผอมบางอย่างเห็นได้ชัดผู้หญิงคนนั้นคงเป็คนที่ะโให้ปิดประตูชัตเตอร์เมื่อสักครู่นี้
ปี๊บๆๆ เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับประตูชัตเตอร์เริ่มเลื่อนลงมายายคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆเขาตัวสั่นงกๆเหมือนคนเป็ไข้จับสั่นแม้กลัวว่าเธออาจเป็อะไรไปแต่อึนฮันก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองเพื่อไปปลอบโยนเธอได้มีโจรปล้นธนาคาร นี่เป็เื่ที่เขาเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดกับตัวเอง
“ไปตรงนั้น เร็วๆ!”
พวกนั้นเริ่มต้อนผู้คนให้ไปกระจุกอยู่รวมกันที่ด้านหนึ่งอึนฮันตัดสินใจเก็บโทรศัพท์มือถือกลับเข้ากระเป๋าไว้ก่อนสมัยนี้ถ้าบอกไปว่าไม่มีโทรศัพท์มือถือเดี๋ยวจะกลายเป็ผิดสังเกตเอาได้ถ้าเป็ไปได้อยู่เงียบๆไว้น่าจะดีกว่า อึนฮันหวังว่าเซียร์เกย์จะรับรู้สถานการณ์ตอนนี้แล้วก่อนจะกดปิดโทรศัพท์
ทุกคนมานั่งรวมกันอยู่ตรงกลางพวกนั้นคงตั้งใจป้องกันไม่ให้ใครแอบทำอะไรตรงจุดอับสายตาได้อึนฮันหลับตาลงอย่างกระสับกระส่ายทันทีที่หลับตาลงภาพของวาซีลีที่เพิ่งได้เจอกันเมื่อสองสัปดาห์ก่อนก็ลอยขึ้นมาใบหน้าของคนรักที่หลังจากมีเซ็กซ์อย่างเร่าร้อนด้วยกันทั้งคืนจากนั้นก็กินมื้อเช้าด้วยกันก่อนจะมุ่งหน้าไปอัฟกานิสถานทันทีด้วยเครื่องบินส่วนตัวคนรักของเขามีเสน่ห์อยู่เสมอ ปัญหาก็คือไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกไหมแค่นั้นแหละ
การติดต่อเซียร์เกย์ไปแบบนั้นถูกต้องไหมนะจะทำให้เกิดการปะทะกับตำรวจโดยเปล่าประโยชน์ไหม อึนฮันนั่งขัดสมาธิพลางครุ่นคิดที่โทรไปเพราะตอนนั้นคิดออกอยู่แค่อย่างเดียวแต่ก็ไม่มั่นใจเลยว่าสิ่งที่ทำลงไปมันดีแล้วหรือไม่
“ส่งโทรศัพท์มือถือมา!”
ผู้หญิงคนที่ะโให้ปิดประตูหยิบถุงพลาสติกออกมาแล้วโยนมาให้พวกคนที่อยู่ข้างหน้ากระวีกระวาดรีบหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองใส่ลงไปอย่างลุกลี้ลุกลนวุ่นละ อึนฮันไม่ได้บันทึกข้อมูลของลูกค้าใส่ไว้ในโทรศัพท์เขาจำเบอร์ของลูกค้าทั้งหมดเอาอันที่จริงในโทรศัพท์ของเขาไม่มีอะไรที่เรียกว่าเป็ข้อมูลได้เลย อึนฮันลบบันทึกการโทรเข้าออกทุกคืนและอันที่จริงลูกค้าส่วนใหญ่มักใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้แล้วทิ้งทำให้ถึงแม้ข้อมูลจะถูกกู้คืนมาได้ก็ยากที่จะสาวไปได้ว่าอีกฝ่ายเป็ใครอย่างไรคนพวกนั้นก็ไม่ใช่ตำรวจและไม่ใช่กรมสรรพากรด้วย คงไม่เป็ไรอยู่แล้วมั้ง? อึนฮันพยายามสะกดความรู้สึกกลัวไว้แล้วใส่โทรศัพท์มือถือลงไปในถุงพลาสติก
ชายหนุ่มแอบชำเลืองมองถุงพลาสติก โรงเรียนสอนโต้คลื่นกลอเรียมีที่อยู่เขียนไว้ด้วยดูจากที่อยู่แล้วโรงเรียนสอนโต้คลื่นนี้น่าจะอยู่ที่ชายหาดไมแอมี อึนฮันหลุบตาลงนี่คงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับโรงเรียนสอนโต้คลื่นนั่นหรอกนะ? เอาเป็ว่าจำที่อยู่ไว้ก่อนอึนฮันหลุบตามองลงไปที่พื้น
“สะ...ใส่แล้..”
ผู้ชายคนสุดท้ายพูดอย่างระแวดระวังแล้วยื่นถุงพลาสติกส่งคืนให้ผู้หญิงคนนั้นเธอจ่อปืนไปที่เขา
ปืนเอเค-47
พอได้คบกับคนรักที่เป็พ่อค้าอาวุธมาเป็ปีแล้วอึนฮันก็รู้ในทันทีว่าเป็ปืนเอเค-47 มันเป็ปืนไรเฟิลจู่โจมที่เรียกขานกันว่าเป็สินค้าดังของรัสเซียข้อดีของปืนชนิดนี้คือวิธีใช้ไม่ซับซ้อนปืนที่ทหารหนุ่มของแอฟริกาใช้ก็คือปืนชนิดนี้แหละ
“เอาไปวางไว้ตรงช่องนั่นแล้วกลับมาที่เดิม”
ชายคนนั้นสะดุ้งแล้วเอาถุงพลาสติกไปวางไว้ที่ช่องก่อนจะกลับมาที่เดิมผู้หญิงคนที่สวมหน้ากากไอ้โม่งขยับปืนเล็งไปที่ชายคนนั้นสลับกับเล็งใส่ตัวประกันที่เหลือรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความประหม่าที่ปลายปากประบอกปืนอึนฮันเผลอนึกถึงวาซีลีขึ้นมา สำหรับวาซีลีแล้ว ปืนแทบจะเป็ร่างที่สองของเขาไม่ว่าจะตอนที่เขาจับปืน หรือเล็งไปที่เป้าหมาย ไม่เคยเลยที่จะกังวลหรือประหม่าลูกน้องของเขาทั้งนีโคไลและเซียร์เกย์ก็เช่นเดียวกันอึนฮันไม่ได้เห็นปากประบอกปืนที่ประหม่าอย่างนั้นมานานแล้วจึงรู้สึกกลัวไปอีกแบบเป็ความจริงที่ว่าวาซีลีเป็คนน่ากลัวกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ร้อยพันล้านเท่าแต่เขาไม่ใช่คนที่จะยิงพลาด เมื่อเทียบกับเขาแล้วผู้หญิงคนนี้จะว่าไปแล้วแม้เธอจะเหนี่ยวไกก็ดูเหมือนเป็คนไม่คุ้นเคย
“ตะ...ตำรวจจะมาถึงตอนไหน...”
วัยรุ่นสาวที่สวมต่างหูวงกลมวงใหญ่เอ่ยพึมพำเชื้อสายละตินนี่นา อึนฮันมองคุณยายคนดำที่ร้องไห้เมื่อครู่และผู้หญิงชาวละตินก่อนจะมองไปรอบๆคงเพราะว่าที่นี่เป็โอเวอร์ทาวน์[1]เลยมีคนขาวน้อยจะว่าไปคนพวกนั้นที่สวมหน้ากากไอ้โม่งเข้ามาปล้นธนาคารในไมแอมีที่ร้อนแดดแผดเผาแบบนี้กลับเป็คนขาวทั้งหมด
ไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่แถวนี้สินะ...? คงจงใจปล้นธนาคารในย่านที่ตัวเองไม่ได้ใช้อยู่แล้วก็เป็ได้ถ้าอย่างนั้นพวกนั้นก็ต้องสำรวจธนาคารนี้มาเป็เวลานานแล้วหากเขารอดไปได้ก็จะคงบอกกับตำรวจที่นี่ หมายถึงถ้ารอดไปได้นะ
จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอึนฮันหลุบสายตามองนาฬิกาข้อมือ เป็เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นหลังจากที่โดนจับเป็ตัวประกันไปแล้วเป็เวลาหนึ่งชั่วโมงการแจ้งความน่าจะไปถึงช้า เพราะที่โอเวอร์ทาวน์การที่ธนาคารปิดประตูชัตเตอร์ลงนั้นคนส่วนใหญ่มักคิดว่าธนาคารคงป้องกันตัวเองเพราะมีเื่ไม่ดีมากกว่าที่จะสงสัยว่าอาจมีโจรปล้นธนาคารอยู่ข้างในหรือไม่
ตำรวจ...!ผู้หญิงคนเมื่อกี้ดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัดมีดอกไม้แห่งความหวังเล็กๆผลิบานอยู่ท่ามกลางหมู่ตัวประกันทว่าอึนฮันหลุบตามองลงที่พื้นอย่างสงสัย บางทีนี่อาจจะเป็การเริ่มต้นการเริ่มต้นของการยื้อยุดกันไปมาน่าเบื่อ เมื่อเข้าสู่การเจรจาระหว่างโจรปล้นธนาคารและตำรวจก็มีแค่พระเ้าเท่านั้นที่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไร
นี่คงจะได้ไปห้องน้ำหรือว่าคงได้กินข้าวอยู่หรอกใช่ไหมเห็นในหนังเขาก็ให้ทำอย่างนั้นอยู่นะ อึนฮันนึกถึงความเป็ไปได้ด้วยใจที่หวาดหวั่น
พวกโจรไม่ยอมรับโทรศัพท์ในทันทีเพราะอย่างนั้นเสียงโทรศัพท์จึงดังต่อเนื่องอยู่ในพื้นที่ที่เงียบสงัดเสียงนั้นดังนานกระแทกโสตประสาทจนใกล้ขาดผึงเต็มที โจรผู้ชายถึงได้กดรับ
ไม่ได้ยินเสียงว่าคุยเื่อะไรกันการเจรจาจะดำเนินไปนานขนาดไหน อึนฮันระบายลมหายใจยาวๆเบาๆ อึดอัดเหลือเกินรู้สึกหายใจไม่ออกเหมือนอากาศไม่ถ่ายเท แล้วด้านในธนาคารก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดอีกครั้ง
เมื่อเวลาผ่านไปประมาณสามชั่วโมงโจรผู้หญิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับโยนปากกาและกระดาษคำพูดที่สั่งให้จดชื่อและหมายเลขประกันสังคมทำให้หลายคนกัดริมฝีปากพวกเขาเป็คนลักลอบเข้าเมือง แน่นอนว่าคุณยายคนนั้นก็รวมอยู่ในพวกคนที่ไม่มีหมายเลขประกันสังคมด้วยนิ้วมือผอมลีบและดำของคุณยายผิวดำที่จับปากกาอยู่สั่นระริกนิ้วมือนั้นมีแหวนทองสวมอยู่ เมื่อรู้สึกถึงสายตาของอึนฮันเธอก็รีบซ่อนแหวนทองทำท่าเหมือนกลัวอึนฮันจะแย่งไปอย่างไรอย่างนั้น
“เขียนเบอร์มือถือสิครับ”
อึนฮันกระซิบ
หญิงชรามองอึนฮันด้วยสายตาเหมือนจะถามว่าทำแบบนั้นได้เหรอชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ ในเมื่อไม่มีหมายเลขประกันสังคมแล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะหญิงชราเขียนว่าไม่มีแล้วเขียนเบอร์โทรกำกับลงไปข้างๆ และแล้วก็มาถึงตาอึนฮันชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเขียนชื่อและหมายเลขประกันสังคมของตัวเองลงไปเงียบๆมือของเขาสั่นพั่บๆ แม้จะพยายามบังคับมือให้ไม่สั่นแต่ลายมือเขาก็แย่มากตัวหนังสือที่อยู่้าเหนือชื่อของเขาก็สั่นขยุกขยุยไม่แพ้กันทุกคนต่างก็กลัวกันทั้งนั้น มีรอยหมึกปากกากระจายออกเป็วงเพราะน้ำตาหยดลงไปด้วย
อึนฮันส่งกระดาษต่อให้คนที่อยู่ข้างๆเมื่อยื่นปากกาให้คนคนนั้นก็จับปากกาด้วยมือสั่นเทาแล้วเขียนชื่อกับหมายเลขประกันสังคมของตัวเองลงไปอึนฮันผินหน้าหันไปมองอีกฝั่งคุณยายคนที่อยู่ข้างๆะเิเสียงร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นต่อไม่ไหวแล้ว
“อย่า...อย่าร้องครับ ซวยแล้ว”
วัยรุ่นผิวขาวคนหนึ่งพึมพำแม้จะเป็วัยรุ่นที่ดูท่าทางเหมือนจะเป็คนไม่ดีแต่ที่สบถคำหยาบออกมาในเวลานี้ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็อันธพาลแต่อย่างใดหากแต่เป็เพราะเขากังวลว่าหญิงชราอาจไปสะกิดต่อมทำให้พวกโจรอารมณ์ขุ่นแล้วพวกมันอาจยิงปืนฆ่าพวกตนหรือไม่ก็หญิงชราก็ได้ เป็น้ำเสียงเจือความหวาดกลัวว่าจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นตามคำพูดเลยเธอก็คงเข้าใจความหมายของคำสบถนั้นถึงได้พยายามกล้ำกลืนเสียงร้องไห้ลงไปจนเหลือแค่ก้อนสะอื้น
อึนฮันล้วงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าส่งให้อย่างช่วยไม่ได้เป็ผ้าเช็ดหน้าที่ท่านวาซีลี คามินสกีผู้ซื่อสัตย์ต่อการเป็มาเฟียทิ้งไว้ที่บ้านวาซีลีให้เขาไว้พร้อมบอกว่าให้พกติดตัวไปไหนมาไหน ทุกครั้งที่เห็นผ้าเช็ดหน้าอึนฮันก็จะคิดว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้จะได้เอาไว้ใช้ทำอะไรนะอดีตของผ้าเช็ดหน้านี้คืออะไร เมื่อคิดอย่างนั้นแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจที่จะใช้เท่าไร
ผ้าเช็ดหน้าที่รู้สึกเหมือนจะมีเคราะห์ร้ายติดมาด้วยจะดีเหรอ แต่ก็ช่วยไม่ได้ อึนฮันรีบยื่นผ้าเช็ดหน้าส่งให้หญิงชราไป
“อย่าร้องเลยครับ”
“ขะ...ขอบใจนะ”
ยายรับผ้าเช็ดหน้าไปแล้วสูดน้ำมูก
“ไม่เป็ไรครับ”
ตอนที่อึนฮันพูดอย่างนั้น
“ตรงนั้นน่ะ แก! แกกำลังทำอะไร!”
โจรผู้หญิงคนนั้นตวาด
อึนฮันมองดูรอบๆว่าหมายถึงตัวเองหรือเปล่าพวกตัวประกันคนอื่นเบนหน้าหนีหลบตาทุกครั้งที่สบตากับเขาอึนฮันรีบหันไปเพื่อที่จะมองโจรผู้หญิงอย่างรวดเร็วทว่าเธอมายืนอยู่ข้างๆอึนฮันเสียแล้วโจรผู้ชายคนหนึ่งที่เหมือนจะปลอบเธอที่ตึงเครียดก็ยืนอยู่ข้างๆด้วย
“นายทำอะไร หา!”
ผู้หญิงถามอึนฮันยกมือทั้งสองข้างขึ้นให้เห็นเพื่อจะอธิบายว่าไม่ได้ทำอะไร
“ไม่ ก็แค่ยื่นผ้าเช็ด...!”
เสียงอั้กหลุดออกมาผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างผู้หญิงเตะอัดท้องอึนฮันเข้าที่ลิ้นปี่อย่างแม่นยำจนจุกหายใจไม่ออก ภาพตรงหน้ามืดสนิท รู้สึกเหมือนจะตาย เมื่ออึนฮันอ้าปากเพื่อที่จะโกยอากาศเข้าปอดก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างมาััที่ขมับ
“ฟังให้ดี”
เสียงของผู้ชายดังอยู่เหนือศีรษะดวงตาของอึนฮันเบิกกว้าง แต่ไม่ว่าจะเบิกตากว้างขนาดไหนภาพที่เห็นก็มีแต่ความมืดมิดอยู่ดี เขารู้สึกได้ถึงพลังอันน่าหวาดกลัวมาจากของที่แตะอยู่ตรงขมับไม่ต้องมองก็พอจะรู้ได้ว่ามันคืออะไรอึนฮันพยายามกะพริบตาถี่ๆแล้วแต่ก็ยังคงมองอะไรไม่เห็นอยู่เหมือนเดิม นี่ฉันกำลังจะตายเหรออึนฮันถามตัวเองแต่แล้วเขาก็ตื่นตระหนกเสียเอง เขาหอบหายใจเพื่อที่จะสูดอากาศต้องรีบหายใจแล้ว หากตั้งใจจะหนีก็ต้องหายใจให้ได้ก่อน ไม่สิ ถึงจะหนีไม่ได้ก็ตามอย่างไรก็เถอะ คงจะมีสักทางนั่นแหละ
“อย่าทำเื่ไร้สาระ”
เสียงแกร๊กดังขึ้น ให้ตายเถอะ นี่ฉันกำลังจะตายจริงๆเหรอ่ชีวิตของเขาที่ดำเนินไปอย่างว่างเปล่าผุดขึ้นมาในความทรงจำเหมือนภาพบนฟิล์มสีซีดสมัยเด็ก ตอนที่ถูกไล่ออกจากบ้านตอนที่มาถึงไมแอมีเป็ครั้งแรก...จนถึง่เวลาก่อนที่วาซีลีจะออกเดินทาง
เขาคิดถึงใบหน้าของวาซีลีในเช้าวันที่เดินทางไปอัฟกานิสถานวาซีลีอุตส่าห์อยู่กินมื้อเช้ากับอึนฮันจนได้ แม้ผมของอึนฮันจะยังเปียกซ่กอยู่แต่วาซีลีก็ลากเขาไปที่โรงแรมโดยไม่ลังเลใจ
ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกเซโรชานะเดี๋ยวมันจะจัดการให้เอง
ใช่เหรอ อึนฮันหลุบตาลงแน่นอนว่าเซียร์เกย์เป็ลูกน้องของวาซีลี ซึ่งก็หมายความว่าเป็เรดมาเฟียขนานแท้สำหรับเซียร์เกย์แล้วสิ่งที่เรียกว่าการเจรจาคือการจ่อปืนพร้อมกับจับหัวโขกไปอีกสองสามทีแล้วค่อยถามว่า “จะทำตามที่ฉันพูดหรืออยากตาย?” ตอนที่ได้ยินอย่างนั้นในใจก็คิดว่าจะจัดการแก้ปัญหาอะไรกัน มีแต่จะฆ่าเท่านั้นแหละแต่ใครจะไปคิดว่ามีเื่ให้ต้องโทรหาเซียร์เกย์ขึ้นมาจริงๆ
แล้วก็มาอยู่ห้องนี้ได้เลยถ้าตอนไหนกลับบ้านไม่ได้ก็ให้มาอยู่ที่นี่
หลังจากวาซีลีพูดแบบนั้นอึนฮันถึงได้มองดูรอบๆห้องที่ตัวเองถูกลากเข้ามาว่าแต่มีความเป็ไปได้ที่จะมีสถานการณ์อะไรที่ทำให้กลับบ้านไม่ได้ด้วยเหรออึนฮันกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคออันที่จริงถ้าหากจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นในระหว่างที่เขาคบกับวาซีลีเขาคิดว่ามันคงมีเกินล้านอย่างแต่จุดที่แย่ที่สุดคือเขาไม่อาจรู้อนาคตได้เนี่ยแหละ วาซีลีคามินสกีเป็คนที่มีศัตรูมากมาย ครึ่งหนึ่งเป็พวกที่มีอำนาจรัฐอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือคือพวกคนที่ทิ้งศพลงน้ำได้อย่างไม่สนใจกฎหมายไม่อาจรู้ได้ว่าจู่ๆเขาจะกลายเป็เป้าหมายของคนพวกนั้นขึ้นมาตอนไหนสำหรับอึนฮันที่เป็คนขี้กลัวและยึดความปลอดภัยมาเป็อันดับหนึ่งแล้วนั่นเป็ชีวิตที่ทรมานจริงๆ
เดี๋ยวฉันก็กลับมาแล้ว
วาซีลีพูดอย่างนั้นแล้วจุมพิตที่พวงแก้มของอึนฮัน
อย่านอกใจฉันแล้วก็รออย่างระมัดระวังด้วยล่ะ
นายต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังไว้คนอื่นๆจะได้รักษาลมหายใจไว้ได้และใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ใช่ไหมล่ะวาซีลีหัวเราะคิกคัก อึนฮันเจอมากับตัวเองตลอดหนึ่งปีแล้วเขารู้ดีว่าคำพูดนั้นไม่ใช่การพูดเล่นๆ ทั้งปิดไนต์คลับเกย์ทั้งทำให้ผู้ชายห้าคนต้องเจอกับวันแห่งความซวยลักษณะพิเศษของผู้ชายห้าคนนั้นคือเคยนอนกับอึนฮันเกินหนึ่งครั้งและมาชักชวนอึนฮันให้เอากันอีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันมานาน ั้แ่นั้นเป็ต้นมาอึนฮันก็ทำตัวเรียบร้อยอย่างที่สุด เมื่อมีผู้ชายแปลกหน้าที่พบเจอตามถนนมาคุยด้วยเขาก็ถึงขั้นแกล้งไม่ได้ยินแล้วทำเมินเดินผ่านไปเลยคอยระวังตัวแจเหมือนหญิงสาวบริสุทธิ์ในสมัยโชซอนวาซีลีจุมพิตที่แก้มเขาแล้วก็เปิดหน้าต่างกลิ่นของทะเลที่ตอนนี้เคยชินแล้วพัดลอดเข้ามา วาซีลียืนยิ้มเผล่อยู่ตรงหน้าต่างแม้ว่าใบหน้านั้นเมื่ออยู่นิ่งๆแล้วจะดูเหมือนกำลังท่องบทสวดแต่เมื่อยิ้มเผล่ออกมาแบบนี้ก็ดูเป็หนุ่มน้อยขี้เล่นอยู่เหมือนกัน
เมื่อคิดว่าจะไม่ได้เห็นใบหน้านั้นอีกแล้วแม้อึนฮันกำลังหอบดังฮั่กๆแต่ก็ยื่นมือออกไป เขาต้องทำอะไรสักอย่างจะต่อต้านแข็งขืนหรืออ้อนวอนอะไรก็ได้ อึนฮันขบคิดสุดชีวิตเพื่อหาทางเอาชีวิตรอดทว่าก่อนที่จะคิดอะไรออกอะไรได้ เสียงโจรผู้ชายก็ดังขึ้น
“ดูไว้นะถ้าทำเื่ไร้สาระแล้วจะเป็ยังไง”
กรี๊ดได้ยินเสียงกรีดร้องมาจากที่ไหนสักแห่ง อึนฮันหลับตาปี๋ สายตาเขายังคงมืดมนอยู่แม้ว่าดูเหมือนจะพอเห็นแสงรางๆ แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้นเขายังคงหายใจได้ไม่ถนัดอยู่เหมือนเดิมปลายประบอกปืนที่ััอยู่ที่หัวก็เตรียมพร้อมที่จะพรากชีวิตอึนฮันแล้ว
จบแล้วสินะ...!
อึนฮันกัดฟันแล้วจู่ๆก็ได้ยินเสียงเพลงดังขึ้นมา
Who let the dogs out (woof,woof, woof, woof)
ใครปล่อยหมาออกมา (โฮ่ง โฮ่ง โฮ่งโฮ่ง)
Who let the dogs out (woof,woof, woof, woof)
ใครปล่อยหมาออกมา (โฮ่ง โฮ่ง โฮ่งโฮ่ง)
เพลงดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยอึนฮันกะพริบตาแม้ว่าจะมองเห็นไม่ชัดเสียงเพลงยังคงดังต่อเนื่องโดยไม่สนใจว่าใครจะทำอะไรอยู่ท่อนที่แร็ปว่าปาร์ตี้เป็อย่างนี้ เป็อย่างนั้นผู้หญิงเป็แบบไหนอย่างไรผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“ตัว...ตัวเอง”
โจรผู้หญิงใยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพลงที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องก็มาถึงท่อนที่ทำให้บรรยากาศสงบเยือกเย็นลงเล็กน้อยใครปล่อยหมาออกมา โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง พลันดวงตาของอึนฮันก็สว่างจ้าเขามองเห็นพื้นของธนาคารที่ขัดเงาเป็อย่างดี อึนฮันกุมท้องที่เจ็บจุกเสียดเขาค่อยๆหอบหายใจช้าๆ ไม่้าทำให้พวกโจรขุ่นเคืองเขายังอยากมีชีวิตอยู่บนโลกต่อไปแม้จะแค่อีกหนึ่งวินาทีก็ตาม
“มะ...แม่งเอ๊ย”
โจรผู้ชายคนหนึ่งตื่นใรับสายโทรศัพท์แม้หน้าจอโทรศัพท์ที่ไม่แสดงเบอร์โทรเข้าจะน่าสงสัย แต่ครั้นจะไม่รับก็ไม่ได้ พวกตัวประกันทำตาโตและเงยหน้าขึ้นมองโจรคนนั้นขณะที่โทรศัพท์ของโจรผู้ชายก็ยังคงเห่าว่าใครปล่อยหมาออกมาอยู่
“ไอ้เหี้ย ใครวะ!”
ผู้ชายคนนั้นรับโทรศัพท์น้ำเสียงเกรี้ยวกราดนั้นเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเศษชิ้นส่วนศักดิ์ศรีที่แตกยับกำลังร่วงกราวอึนฮันหายใจเบาๆแล้วเงี่ยหูฟังเสียงชายคนนั้น
“อะไรนะ เหี้ยเอ๊ย มึงเป็ใครไอ้ประสาท กูไม่รู้จักคนแบบ...!”
เขาหุบปากทันที
“ชะ...ชาร์ลส์?”
โจรผู้หญิงหันขวับไปมองเขาแล้วก็ถลึงตาใส่โจรผู้ชายอีกคนที่ข่มขู่พนักงานธนาคารให้เปิดตู้เซฟก็ทำเช่นเดียวกัน
ชาร์ลส์คือใครกัน
พวกตัวประกันแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินแล้วก้มลงมองพื้นแต่ทุกคนต่างก็สงสัยแบบเดียวกัน ชาร์ลส์เป็ใครแล้วทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ตื่นตระหนกขนาดนั้น
“คะ...คะ...คะ...คุณเป็ใคร”
เขาถาม
“ยะ...อย่าแตะต้องลูกชายฉันนะยะ...อย่าแตะต้องแม่ฉัน!”
โจรผู้ชายคนนั้นขึ้นเสียงด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวท่าทางนั้นแม้จะดูดุดันแต่ก็น่าเวทนาเหมือนกับหมาจนตรอกที่เห่าด้วยความกลัว
“หา? คะ...ใคร ไม่รู้จักคนแบบนั้น! พูดอะไรเนี่ย คะ...ใครนะครับ คุณนี่ เป็ใครกันแน่...”
เสียงของโจรผู้ชายถามขึ้นอย่างหวาดๆ
“ชาร์ลส์? ชาร์ลส์ทำไมมีอะไร”
โจรผู้หญิงเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนกจู่ๆสำเนียงของเธอก็เปลี่ยนไปเป็สำเนียงบริติช เป็คนอังกฤษสินะอึนฮันมองไปที่พื้นแล้วคิดว่าจริงๆแล้วพวกโจรนั่นอาจมีนิสัยพิถีพิถันรอบคอบต่างจากการปลอมตัวให้ดูเหมือนพวกวู่วามและหงุดหงิดขี้โมโหก็ได้
“...ยุน? ยุนอึนฮัน?”
โจรผู้ชายพูดอย่างนั้นแล้วเอาปืนออกจากขมับของอึนฮัน ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความฉงน อึนฮันก็เช่นเดียวกันเขาไม่รู้ว่าทำไมจากชื่อชาร์ลส์ถึงได้เปลี่ยนมาเป็ชื่อตัวเขาได้ทำไมโจรผู้ชายถึงทำหน้าตกตะลึงจ้องมองตน
โจรผู้ชายหลุบตามองไปที่อึนฮันอึนฮันไม่รู้ว่าควรจะต้องหลบตา จ้องตาหรือทำแบบไหนถึงจะไม่ไปกวนอารมณ์ของโจรให้ขุ่นมัวชายหนุ่มขยับสายตาเลื่อนไปทางนั้นที ทางนี้ที มองไปที่ชายคนนั้นบ้าง ไม่มองบ้าง
ไม่นานชายคนนั้นก็ถามขึ้น
“คนที่ชื่อยุนอึนฮันไม่ใช่คุณใช่ไหม”
เขาถามด้วยสีหน้าไม่สบายใจอึนฮันมองไปรอบๆ ในบรรดาตัวประกันมีเขาเพียงคนเดียวที่เป็ชาวเอเชียทว่าชายผู้นั้นก็ส่งสายตากระวนกระวายเร่งเร้าอึนฮันเหมือนจะบอกว่าช่วยตอบว่าไม่ใช่ทีเถอะ
“ชะ...ใช่ครับ”
“เวรละ...”
ดูท่าทางคงอยากสบถว่าเวรเอ๊ยผู้ชายคนนั้นชำเลืองมองโทรศัพท์ที่ตัวเองถืออยู่แล้วปิดปากเงียบ เขายื่นมือออกมาทำท่าเหมือนจะช่วยให้ลุกขึ้นยืนแต่ว่าอึนฮันมองมือที่ยื่นมานั้นอย่างระแวงแล้วก็ไม่จับมันเอาไว้จากนั้นโจรผู้ชายจึงยื่นโทรศัพท์มือถือให้อึนฮัน ชายหนุ่มรับโทรศัพท์มาแนบหู
“ฮัลโหล?”
“...เสียงนี้ เลดี้? เลดี้ยุนเหรอ”
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่ดีใจที่ได้ยินคำว่าเลดี้แบบนี้อึนฮันเบิกตาโพลง
“เซโรชา?”
เซียร์เกย์หัวเราะฮ่าๆ
“อื้ม ฉันเองเลดี้ไปทำอะไรที่นั่นน่ะ”
“ก็มาทำธุระที่ธนาคารน่ะสินายนั่นแหละรู้เบอร์โทรนี้ได้ยังไง”
“หืม? มีอะไรที่พวกเราไม่รู้บ้างล่ะพวกเราเป็ศัตรูของทั้งซีไอเอและเอฟบีไอเลยนะ เื่แค่นี้พื้นๆน่า เลดี้าเ็ตรงไหนหรือเปล่า”
“ไม่เป็ไร”
แม้เมื่อกี้ดวงตาจะมองไม่เห็นไปครู่หนึ่งก็เถอะ
อึนฮันเก็บคำพูดที่เหลือนั้นไว้ไม่รู้ทำไมผู้ชายที่อยู่ข้างๆถึงสังเกตท่าทีของอึนฮันด้วยสายตากระสับกระส่ายท่าทางดูอ่อนแอเสียจนชวนให้คิดว่าเป็คนเดียวกันกับที่คิดจะฆ่าอึนฮันอยู่เมื่อสักครู่ไม่ได้เลยแม้ว่าโจรผู้หญิงจะเล็งปืนข่มขู่พวกตัวประกันอยู่ แต่ว่าชื่อชาร์ลสคงไปกวนใจเข้าจึงทำให้เธอหันมามองอึนฮันและผู้ชายคนข้างๆเขาอยู่เนืองๆ
“ตอนนี้วาซยา...?”
“ยังอยู่ที่สถานแต่ว่ารู้เื่แล้ว”
“แล้วนายอยู่ที่ไหน”
“อืม อืมมมฉันอยู่ในสถานที่ที่ไม่ค่อยดีเท่าไรน่ะ”
“ที่ไหน”
“บ้านโจร”
ถึงว่า
อึนฮันแอบลอบมองโจรแล้วถามเสียงเบาที่สุด
“ใครคือชาร์ลส์...”
“ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของโจรที่เรียนอยู่โรงเรียนเอกชน”
น้ำเสียงของเซียร์เกย์ฟังดูเหยียดหยันนัยว่าพฤติกรรมของโจรนั้นมีเป้าหมายที่ไม่ใช่เพื่อการอยู่รอดแต่เพื่อให้มีชีวิตที่หรูหราฟู่ฟ่าต่อไป
“ยะ...อย่างนี้นี่เอง”
อึนฮันไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไรเมื่อเห็นเขาเงียบไป เซียร์เกย์จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบโยนเล็กน้อย
“เดี๋ยวก็ได้ออกไปแล้ว ไม่ต้องกังวลเกินไปนะรอสบายๆได้เลย อันที่จริงการเกลี้ยกล่อมไอ้พวกนั้นไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอกแต่ปัญหาคือการเอาตัวเลดี้ออกมาจากที่นั่นเนี่ยแหละยังไงช่วยเปลี่ยนสายกลับไปให้หน่อยได้ไหม”
“เซโรชา”
อึนฮันเอ่ยเรียกเซียร์เกย์ด้วยเสียงทุ้มต่ำก่อนที่จะคืนโทรศัพท์ให้ผู้ชายคนนั้น
“หืม?”
“ขอบใจนะ”
เซียร์เกย์หัวเราะฮ่าๆดังลั่นก่อนเสียงหัวเราะนั้นจะหยุดกึก
“ถ้าคิดอย่างนั้นจริงๆช่วยพูดกับวาซยาให้ดีๆหน่อยนะ”
“...”
“วาซยาโกรธจนควันออกหูวิ่งพล่านไปทั่วแล้วเนี่ย ฉันไม่มั่นใจเลยว่าจะรับมือเขาได้ ถ้าฉันตายเพราะเื่นี้ขึ้นมาจะทำยังไงทำไมนายต้องไปธนาคารวันนี้ด้วยเนี่ย”
เซียร์เกย์บ่นอุบ
“ทำไมนายซวยอย่างนี้เอาจริงๆพอได้ยินเื่ของนายแล้วฉันก็รู้สึกว่าคนเรานี่มันจะซวยอะไรได้ขนาดนี้เลยเหรอวะถึงขนาดมีเื่มีราวได้เป็ตัวประกันของโจรปล้นธนาคารด้วยเนี่ย”
“เซโรชา”
“อ๋อๆ จะขอบคุณเหรอ ทราบแล้วเื่นั้นรับรู้แล้ว เลดี้ ฉันขอเตือนอย่างจริงใจเลยนะ นายไปโบสถ์บ้างเถอะถ้ายังเชื่อในพระเ้าอยู่บ้างน่ะ”
“ถ้าอยากให้ฉันพูดดีๆกับวาซยาก็หยุดแค่นี้พอดีไหม”
อึนฮันตัดบทเซียร์เกย์เมื่อนั้นเขาถึงได้สติขึ้นมา อึนฮันยื่นโทรศัพท์มือถือส่งคืนเ้าของอย่างส่งๆผู้ชายคนนั้นส่งสายตาไปมากับโจรผู้หญิงก่อนจะรับโทรศัพท์คืนไป
“ฮะ...ฮัลโหล”
อึนฮันถอนหายใจยาวแล้วทรุดนั่งลงกับพื้นพอจะรู้แล้วว่าสถานการณ์เป็ไปอย่างไรเซียร์เกย์รับรู้สถานการณ์ของอึนฮันแล้วก็ไปสืบจนรู้ว่าโจรพวกนี้เป็ใครจากนั้นก็บุกไปที่บ้านของพวกนั้นอย่างสายฟ้าแลบเมื่อไปถึงก็ข่มขู่ด้วยการจับลูกชายของพวกโจรเป็ตัวประกัน
อึนฮันเงยหน้ามองผู้ชายที่ถือโทรศัพท์เนื้อตัวสั่นเทาคงรู้สึกเหมือนโลกจะแตกเลยละสิอึนฮันย้อนนึกไปถึงวันที่ได้เจอกับวาซีลีเป็ครั้งที่สอง แค่นึกถึงก็ขนลุกเกรียวไปทั้งตัวถึงจะชอบผู้ชายคนนั้นเพียงใด แม้ตอนนี้จะมีความสัมพันธ์เป็คนรักกันแล้วก็ตามแต่ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ในตัวเขาไม่จางหายไปตอนนั้นอึนฮันได้เรียนรู้ว่า “ความฉิบหาย” ที่แท้จริงเป็อย่างไร
ฉันเข้าใจความรู้สึกนายนะอึนฮันมองโจรผู้ชายที่ใบหน้าถอดสี ใช่ ใช่ แต่ถึงอย่างนั้นนายก็ยังถือปืนอยู่นะ ส่วนฉันตอนนั้นมีแค่มือเปล่า แต่ก็นะการไม่มีปืนอาจจะดีกว่าก็ได้ ให้จ่อปืนใส่จอมล้างแค้นเนี่ยนะ? ขอพรให้พระเ้าฆ่าฉันไปเสียเลยดีกว่าอย่างน้อยพระเ้าก็คงไม่ทรมานให้เ็ปใช่ไหมล่ะ
“เอ่อ ไม่ครับ ไม่ครับคุณคนนั้นยังอยู่ดีครับ ไม่ได้รับาเ็อะไรเลยครับ ไม่...ไม่ได้ทำอะไรเลยครับผม”
ผู้ชายคนนั้นแก้ตัวเป็พัลวันทั้งที่เมื่อกี้ยังทำท่าจะฆ่ากันอยู่เลย แต่มาพูดว่าไม่มีตรงไหนาเ็เนี่ยนะ? อึนฮันคับข้องใจแต่ก็ทำได้แค่หลบตา กลัวก็กลัวแต่ขณะเดียวกันก็เข้าใจความรู้สึกผู้ชายคนนั้นด้วยโอ๊ย ช่างมัน ขอแค่รอดออกไปจากที่นี่ได้ก็พอใจแล้วอึนฮันตัดสินใจแล้วว่าจะรอเงียบๆ
โจรผู้ชายคุยโทรศัพท์ไปค้อมตัวไปด้วยเมื่อวางสายแล้วก็หันขวับมามองอึนฮัน สีหน้าไม่สบายใจฉายชัดเจนอึนฮันเองก็หลบตาเพราะรู้สึกลำบากใจเช่นกัน
“เอ่อ รบกวนไปทางนั้น...”
น้ำเสียงนั้นสุภาพแต่ก็ฟังดูกระอักกระอ่วนมากอึนฮันตอบว่า ครับ กลับไปอย่างมีมารยาทและกระอักกระอ่วนเช่นเดียวกันจากนั้นก็ตามหลังผู้ชายคนนั้นไป
“เอ่อ คือว่า วาซีลีคามินสกีเป็ใครหรือครับ”
ชายคนนั้นถามพร้อมหยิบถุงพลาสติกที่เขียนว่าโรงเรียนสอนโต้คลื่นกลอเรียยื่นส่งมาให้
เป็คนธรรมดาทั่วไปจริงๆสินะอึนฮันเดาะลิ้น คนธรรมดาที่ไม่รู้เื่รู้ราวอะไรที่นี่เลยก็กลายเป็โจรปล้นธนาคารได้อย่างนี้ ความหรูหราฟุ้งเฟ้อนี่มันน่ากลัวจริงๆอึนฮันค้นถุงพลาสติกแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา เขาคิดหนักอยู่ครู่หนึ่งถามว่าวาซีลี คามินสกีคือใครน่ะเหรอ...จะตอบว่าอะไรดีนะซูเปอร์สตาร์ของวงการอาญชากร?
ชั่งใจอยู่ว่าจะพูดว่าเป็คนรักครับไปเสียเลยดีไหมแต่ไม่รู้ว่าถ้าคำพูดนั้นออกไปแล้วจะเกิดเื่อะไรขึ้นมาอีกชายหนุ่มจึงเลือกคำตอบที่ปลอดภัยไว้ก่อน
“นักธุรกิจครับ”
อึนฮันเลียริมฝีปากเล็กน้อยก่อนตอบออกไปโจรผู้ชายจ้องอึนฮันด้วยสายตาเหมือนจะบอกว่าอย่ามาโกหก
“จริงๆนะครับประธานบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนครับ”
“บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนเหรอครับ”
ผู้ชายคนนั้นรู้สึกได้ว่าโทนเสียงที่พูดซับซ้อนชอบกลจึงขมวดคิ้วทวนถาม
อึนฮันไม่พูดอะไรอีกอยากรู้เื่วาซีลี คามินสกีเหรอ ไปลองเซิร์ชในอินเทอร์เน็ตครั้งเดียวก็ได้แล้วเดี๋ยวก็รู้ว่าวาซีลี คามินสกีเป็คนอย่างไรโดยเฉพาะเหตุผลที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่าจอมล้างแค้น
“เขาคนนั้น...”
โจรผู้ชายหยุดชะงักไปครู่หนึ่งแสดงสีหน้าเหมือนจะไม่สบายใจนักที่ถามโน่นถามนี่จากอีกฝ่ายทั้งที่ตัวเองเคยขู่เอาชีวิตเขาอยู่เมื่อกี้ทว่าก็ไม่มีใครที่พึ่งพาได้อีกแล้วนอกจากอึนฮันเขาจึงเปิดปากพูดต่ออย่างช่วยไม่ได้
“เขาคนนั้นฆ่าคนได้ไหมครับ”
อึนฮันปิดปากเงียบพอเขาไม่ตอบอะไรออกมา ผู้ชายคนนั้นก็จ้องมองอึนฮัน เพราะมีหน้ากากไอ้โม่งบดบังอยู่สิ่งที่มองเห็นมีเพียงลูกตา จึงยิ่งเห็นชัดว่าตาของเขามีเืคั่งแดงก่ำ
“ตอบด้วยครับ”
“...”
“ขอร้องละครับ”
อึนฮันถอนหายใจ เขาตอบไม่ได้เพราะมีความเป็ไปได้สูงที่ผู้ชายคนนี้จะต้องถูกตำรวจจับไปสอบสวนหากเขาให้การว่าอึนฮันพูดว่า “วาซีลี คามินสกีฆ่าคนได้” จะเป็เื่ใหญ่อึนฮันส่ายหน้าขณะเปิดโทรศัพท์มือถือไปด้วย
“ผมบอกไม่ได้หรอกครับแต่ว่าเขาเป็คนดัง คุณแค่ลองเซิร์ชในอินเทอร์เน็ตดูก็จะรู้คำตอบครับ”
อึนฮันเดาะลิ้นมองโจรปล้นธนาคารเปิดโทรศัพท์เซิร์ชอินเทอร์เน็ตทุกครั้งที่นิ้วของเขาเปิดหน้าเว็บไซต์ไล่ไปทีละหน้าใบหน้าก็ยิ่งขาวซีดราวกับกระดาษ ระหว่างที่มองโจรผู้ชายคนนั้นอึนฮันก็นึกถึงลูกชายของเขาที่กำลังเผชิญความยากลำบากอะไรทำให้เด็กคนนั้นลำบากกันแน่นะ ระหว่างถูกพวกอันธพาลบ้าดีเดือดจับตัวไว้กับมีพ่อแม่เป็โจรปล้นธนาคารอย่างไหนคือเคราะห์ร้ายที่รุนแรงกว่าสำหรับลูกชายเขากันนะ
“ปะ...ปะ...เป็คนแบบนี้จริงเหรอครับคะ...คนที่ชื่อวาซีลี คามินสกี?”
เขาถามด้วยน้ำเสียงตื่นใพลางพยายามโชว์หน้าจอโทรศัพท์ให้อึนฮันดู อึนฮันไม่มองหน้าจอโทรศัพท์ที่มีข้อมูลละเอียดครบถ้วนว่าวาซีลีคามินสกีเป็คนอย่างไร แต่เขากลับใช้ฝ่ามือปิดหน้าจอนั้นไว้
“ครับ เป็คนอย่างนั้นแหละครับ”
แบบนั้นยิ่งไม่ช่วยอะไรเลยหนักเข้าไปใหญ่
แม้อึนฮันจะคิดอย่างนั้นแต่ก็รู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมานิดๆ ถ้ามองอย่างคนมีเหตุผลแล้วละก็ วาซีลี คามินสกีเป็ผู้ชายที่น่ากลัวแทบบ้ามากๆ จริงๆ น่ากลัวขนาดที่ว่าถ้าต้องไปเจอวาซีลี คามินสกีกลางดึกขอเจอฉลามที่หาดไมแอมียังดีเสียกว่า
แต่...แต่ว่าวาซีลีคามินสกีคนที่เป็คนรักของอึนฮันเป็แฟนที่อ่อนโยนและยอดเยี่ยมมาก...อึนฮันต้องกัดลิ้นฝืนทนอยู่หลายครั้งเพราะรู้สึกอยากพูดแก้ต่างแทนวาซีลีนี่เขาอยากแก้ต่างแทนวาซีลีต่อหน้าคนที่ลูกชายถูกจับตัวไปอย่างนั้นเหรอ สมงสมองฉันก็ไปหมดแล้วสินะอึนฮันคันปากอยากบอกว่าอันที่จริงวาซีลีก็เป็ผู้ชายที่ใช้ได้คนหนึ่งอันที่จริงถ้าตั้งสติคิดให้ดีๆก็จะรู้เลยว่าไม่มีหลักฐานสักชิ้นที่จะเอามายืนยันว่าวาซีลีเป็คนดีได้เลยแต่ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกว่า “ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ แต่ว่า...”
นี่คงเป็ความรัก
[1] Overtown ชุมชนแออัดในไมแอมี