เมี่ยนจือ มีสีหน้าตกตะลึงอยู่ไม่น้อย เมื่อรับรู้ว่าเส้นลมปราณเซียน ก่อกำเนิดจาก จุดตันเถียนทั้ง5ภายในร่างอี้เฉิน แพร่ขยายกิ่งก้านออกไปกว้างไกล ราวกับเส้นเลือดฝอยที่แตกแขนง ก่อร่างเป็นเส้นลมปราณเซียนในตำนาน ยืดยาวจนไปถึงฝ่ามือผสานเข้ากับเส้นลมปราณภายในร่างอี้เฉิน เพิ่มพูนการใช้ปราณพลังที่สูงล้ำ แถมเส้นลมปราณเซียนที่ก่อกำเนิดขึ้นมา เป็นเส้นลมปราณเซียนที่สมบูรณ์อย่างไม่ต้องสงสัย
"เป็นเช่นไรบ้างเมี่ยนจือ" อี้เฉินไต่ถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
ก่อนหญิงสาวจะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ เอ่ยคำพูดออกมาด้วยความยากลำบาก "อี้เฉินหรือว่าเจ้าคิดจะเปิดเส้นลมปราณเซียน เส้นที่สองอย่างนั้นหรือ มันไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เจ้าจะฝืนชะตาฟ้าดินมากเกินไป อาจทำให้เส้นลมปราณเซียน ที่เจ้าสร้างขึ้นพังทลายก็เป็นได้" เมี่ยนจือเอ่ยเตือนอี้เฉินด้วยน้ำเสียงจริงจัง
อี้เฉินครั้นได้ยิน เขายกยิ้มทอประกาย ส่งคำพูดบอกกล่าวนาง "พวกเรายังเหลือเวลาอีก 4ปี เจ้าตั้งใจปิดขั้นพลังเถอะเมี่ยนจือ ยามนี้คงจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นไปอีกพักหนึ่ง"
เมี่ยนจือนางถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เมื่อเห็นความดื้อรั้นของอี้เฉิน แม้แต่กายาของเขาก็ยังไม่รักษาให้หายดี กลับไปดูดซับปราณพลังเซียนอีกแล้ว หญิงสาวนางกำฝ่ามือไว้จนแน่น "เจ้าอยากจะตายนักหรืออย่างไรอี้เฉิน"
ด้านอี้เฉินที่หลับตาพริ้มเขาได้ยินทุกคำพูดของหญิงสาว ทว่ายามนี้เขาต้องรีบแข็งแกร่งโดยไว ไม่ว่าจะด้วยกลวิธีใดก็ตาม เมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของ กลียุค ที่จะแปรผันในอีกไม่ช้า ความวุ่นวายต่างๆ ภายในดินแดนเทพที่กำลังปะทุ แม้แต่เรื่องที่เขาถูกคำสั่งไล่ล่าฆ่าสังหาร ของจักรพรรดิเพลิง อันหนาน
หากอี้เฉินไม่รีบกลายเป็นหงส์บินทะยานให้พ้นจากบึงน้ำแคบ ที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวของสัตว์อสูร ไม่ช้า เขาจะถูกคมเขี้ยวของสัตว์อสูร เหล่านั้นกลบฝังกลืนกิน
...เพียงไม่กี่ชั่วอึดใจ ปราณพลังเซียนก็ค่อยๆ ถูกอี้เฉิน ดูดกลืนเข้าไปภายใน10ประตูวิถี ที่แตกร้าวเกิดการพังทลายก่อนหน้านี้ ทว่าอี้เฉินกลับไม่ได้เร่งรีบที่จะดูดกลืนปราณพลังเซียนเข้าไป
กายาที่เหี่ยวแห้งค่อยๆ เกิดรอยแตกร้าวอีกครา จากการขัดเกลาเลือดในร่างของอี้เฉิน หมายมั่นจะยกระดับ ไปสู่สายเลือดที่สูงขึ้นไปอีกระดับ แม้อี้เฉินจะบาดเจ็บหนักจากการดูดซับปราณพลังเซียน แต่เขาก็ไม่คิดหยุดพักรักษากายาแม้แต่น้อย เร่งการหยั่งรู้เติมเต็มเต๋าในกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป
...ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน ปราณพลังเซียน ที่สูบกลืนไม่ได้หมุนวนเป็นพายุที่บ้าคลั่งเฉกเช่นยามแรกอีกต่อไป ประหนึ่งยามนี้มันอยู่ในช่วงเริ่มต้น สะสมปราณพลังเซียนของอี้เฉินเท่านั้น
ทว่าวันนี้กลับทำให้เมี่ยนจือ นางไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก เมื่อรับรู้ถึงพายุปราณพลังเซียน ของคนผู้หนึ่งปะทุขึ้นมา แข่งขันกับเหล่าผู้สูงส่งคนอื่นๆ
แม้ว่านางจะดูดซับปราณพลังเซียน เข้าไปภายในทะเลความรู้มากมาย จุดตันเถียน พร้อมกับศักยภาพด้านร่างกาย ถูกขัดเกลา ยกระดับไปอย่างไม่อาจคาดคะเนได้ แต่นางก็ไม่อาจกำเนิดพายุเส้นลมปราณเซียนขึ้นมา เมื่อนางรับรู้ถึงคนที่ก่อร่าง สร้างเส้นลมปราณเซียนในตำนาน จากทิศทางป่าเบญจพรรณ นางจึงมีสีหน้าไม่พอใจ สบถด่าเล็ดลอดผ่านไรฟันออกมาในทันใด "เหตุใดถึงไม่เป็นข้าเล่า ไอ้พายุเส้นลมปราณเซียนเฮงซวย"
แม้แต่อี้เฉินที่ได้ยินน้ำเสียงที่กราดเกรี้ยวของเมี่ยนจือ ที่อยู่ไม่ห่างจาก ตัวเขามากนัก เขาถึงกับส่ายหัวในคำพูดของนาง
***
ทิศทางป่าเบญจพรรณ ใกล้กับเผ่าเต่านิลกาฬ ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ ยกยิ้มยินดีจนแก้มปริ เมื่อเขาที่สามารถให้กำเนิด สร้างพายุเส้นลมปราณเซียนขึ้นมาได้ หมุนโคจรฝ่ามือ เร่งการดูดซับ แย่งชิงเส้นปราณพลังเซียน แข่งขันกับเหล่าผู้สูงส่ง คนอื่นๆ ในทันใด
ยามนี้คนของสำนักศาลาซากศพ ที่ใบหน้าบูดบึ้ง จึงพอคลี่ยิ้มขึ้นมาได้บ้างในยามนี้ ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีตั้งแต่เปิดสงคราม เทพพันปีขึ้นมาก็ว่าได้ พวกเขาล้วนได้รับข่าวร้ายจากการฆ่าสังหารอี้เฉิน มาอยู่หลายครั้งหลายครา แววตาของเหล่าผู้อาวุโสชรา ด้านนอกยามนี้ จึงแฝงไว้ด้วยความคาดหวัง ที่มีต่อ ซูเซ่อ ที่จะนำพา ยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ ขีดเขียนตำนานบทใหม่ของตนเองขึ้นมา
...เมื่อวันเวลาที่ไหลผ่านยาวนานขึ้นเท่าใด ปราณพลังเซียนภายในสงคราม เทพพันปี ค่อยๆ จางหายไปเรื่อยๆ จากฟ้าดิน ทำให้เหล่าจอมยุทธ์ที่ปิดขั้นพลัง กลายเป็นเทพสวรรค์ล้วนรับรู้ได้ถึงปราณพลังเซียนที่เบาบางลง เมื่อเวลาย่างเข้าปีที่13 เส้นลมปราณเซียน ของจอมยุทธ์คนอื่นๆ ค่อยๆ ถือกำเนิด ในเวลาไล่ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น เยว่ชิงเซียน ราชันสิบทิศจ้าวเฟิง ราชันน้อย เหรินเจี๋ย มารพุทธ ทงอี้ ต่างก็คลี่ยิ้มกันออกมากว้าง เมื่อรับรู้ถึงเส้นลมปราณเซียน กำลังก่อร่าง ปราณพลังเซียนที่ก่อเกิดเป็นพายุค่อยๆ ไหลสูบกลืนเข้าไปภายในร่างกาย
สัมผัสได้ถึงเส้นลมปราณเซียนสีทอง ก่อร่างขึ้นมาช้าๆ จนยามนี้ทั่วทั้งสงคราม เทพพันปีเกิดความวุ่นวายไม่น้อย เมื่อพวกเขาเห็นพายุปราณพลังเซียนที่ก่อตัวขึ้นมาร่วมๆ จะ3ปีในทิศทางต่างๆ ค่อยๆ ถูกพวกเขาเหล่าผู้สูงส่ง สูบกลืนเข้าไป ภายในร่างกาย
ชายหนุ่มที่แหงนหน้ามองท้องฟ้า กล่าวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "เหมือนว่าเหล่าอนุชนจำศีล จะเปิดเส้นลมปราณเซียนกันได้ครบครันเลยสินะ เกรงว่าศึกชี้ชะตา จะต้องดุเดือดอย่างไม่ต้องสงสัย"
หญิงสาวเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ เมื่อเห็นทิศทางหุบเขาน้ำแข็ง มีจอมยุทธ์ผู้หนึ่ง ที่ไม่ใช่ อนุชนจำศีล สร้างเส้นลมปราณเซียนในตำนาน ขึ้นมาได้สำเร็จ "ทิศทางนั้นคือผู้ใดกันแน่ ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีจอมยุทธ์รุ่นราวคราวเดียวกับพวกเรา ตามเหล่าอนุชนจำศีลทัน"
ชายหนุ่มที่อยู่ไม่ห่างมากนัก ยกยิ้มกว้างกล่าวพูดในทันที "ข้าได้ยินว่าในทิศทางนั้น มีสตรีศักดิ์สิทธิ์ เยว่ชิงเซียนอยู่" ครั้นคำพูดนั้นดังขึ้นมามันก็ทำให้ ภายในเขตเมือง เกิดเสียงพูดคุยดังอึกทึกครึกโครม
....ทว่าไม่กี่สิบวัน ผู้คนภายในสงคราม เทพพันปี แม้กระทั่ง ดินแดนเทพภายนอก ต่างก็เกิดความวุ่นวายกันไม่น้อย เมื่อเหล่าอนุชนรุ่นใหม่ ภายในดินแดนเทพ เข้าสู่กระบวนการเปิด เส้นลมปราณเซียนสำเร็จอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มคนของทั้งสองราชวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นองค์ชายชิงไป๋ยี่ องค์ชายซือจงเทียน ทำให้ด่านในราชวงศ์ เกิดความโกลาหลตื่นตะลึงกันไม่น้อย ทั้งสององค์ชาย ต่างก็คลี่ยิ้มยินดีกันออกมากว้างในยามนี้
ด้านป่าเบญจพรรณ ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ ซีเผิง พวกเขาทั้งสอง ต่างก็เริ่มขั้นตอนการสร้างเส้นลมปราณเซียน เช่นกันทำให้ยามนี้กลุ่มคนที่ปิดขั้นพลังภายใน บริเวณป่าแห่งนั้น ถึงกับต้องเบิกตาออกกว้าง เมื่อเห็นพายุปราณพลังเซียน ค่อยๆ ถูกสูบกลืนหดหายไป กลุ่มผู้อาวุโสศาลาซากศพ ที่ส่งปราณจิตเข้าไปตรวจดูรายชื่อ ต่างก็ยกยิ้มกันออกมากว้าง โดยเฉพาะ บรรพบุรุษ ซูหยาง แห่งศาลาซากศพ เขาหมายมั่นกับ ซูเซ่อไว้มาก
ด้านบรรพบุรุษชรามู่ไป๋ ที่อยู่ภายในปราการทมิฬ เขาเองก็ยกยิ้มยินดีไม่น้อย เมื่อเห็น ซีเผิงสามารถเปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนานขึ้นมาได้ แต่เขาเองก็รู้สึกเสียใจไม่น้อยเช่นกัน ศิษย์ที่เขาคาดหวังอย่างซีเยว่ จะไม่สามารถเปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนานได้ "เจ้าอย่าได้ย่อท้อ ศิษย์เอกของข้า"คำพูดชายชรากล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงคาดหวัง ก่อนเขาจะผ่อนลมหายใจ
เขตหน้าผาหมื่นยอด หงส์เหมิง แห่งสำนักเซียนสวรรค์ หลี่หยวนแห่งตำหนักหยินหยาง ในทิศทางที่ห่างกันอยู่ไม่น้อยพวกเขาทั้งสอง เข้าสู่กระบวนการเปิด เส้นลมปราณเซียนสำเร็จเช่นกัน ทำให้ในยามนี้ปราณพลังเซียนโดยรอบ สงคราม เทพพันปี ค่อยๆ หดหายไปอย่างรวดเร็ว จนรับรู้ได้ถึงความเบาบางของมัน
กลุ่มคนที่นั่งปิดขั้นพลังไม่อาจสร้างพายุปราณพลังเซียนขึ้นมาได้ ต่างก็ถอนหายใจ บางคนถึงขั้นเลิกปิดขั้นพลัง กลับเข้าไปภายในเมืองรอคอยศึกชี้ชะตา ที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้าเพียงเวลาอีกไม่ถึงปี ก่อนที่สงคราม เทพพันปีจะยุติลง ทว่าก็ยังมีจอมยุทธ์ บางส่วนที่ดึงดันยังคงปิดขั้นพลังอยู่เช่นนั้น