“ เกิดอะไรขึ้น มีใครได้ข่าวอะไรไหม ! ”
ฮันเตอร์ภายในหลงเฉียงฟิตเนสมองด้านนอกด้วยใบหน้าแตกตื่น ท่ามกลางความมืดมีกลุ่มแสงขนาดใหญ่ปลดปล่อยออกมาถี่รัวจากการต่อสู้โดยไม่รู้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างคนด้วยกันหรือว่าเป็นคนและมอนสเตอร์
จากแสงที่ส่องสว่างทำให้รู้ว่าทั่วเขต X ตอนนี้กลายเป็นสนามต่อสู้ไปแล้ว ยิ่งเห็นขนาดของแสงเหล่าฮันเตอร์ต่างก็ตกใจเพราะมันไม่ใช่เลเวล 100 ทั่วไปอย่างแน่นอน แสงมหาศาลที่ปลดปล่อยออกมาจากสกิลทำให้รู้ว่าการต่อสู้จะต้องมีเลเวลมากกว่า 120 หรืออาจจะมากกว่านี้
“ ดูนี่สิ มีคนที่ยังไม่อพยพออกไปจากคอนโดถ่ายรูปนี้ลงกลุ่ม ”
ฮันเตอร์รีบเข้าไปในกลุ่มเขต X สิ่งที่เห็นคือภาพของชายสวมชุดดำสองคนกำลังต่อสู้กัน นอกจากภาพแล้วยังมีวีดีโอสั้นๆถ่ายติดการต่อสู้ทำให้รู้ว่ามีขุมอำนาจใช้เขต X เป็นลานประลอง
อ้ายเสินมองออกไปด้านนอกรู้สึกกังวลใจมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก ตอนนี้ภายในเขต X คงไม่มีที่ไหนปลอดภัยเพราะการต่อสู้ไม่ได้หยุดอยู่ตำแหน่งเดิม มันพยายามจะวิ่งไปรอบๆโดยมีตึกของพวกเขาเป็นศูนย์กลาง การเคลื่อนย้ายตำแหน่งในการต่อสู้จึงทำให้ทุกพื้นที่มีความเสี่ยงจะถูกลูกหลงทั้งหมด
“ กี่นาทีแล้วที่ไฟดับ ” ป๋อหลินหันไปถามจาวเยว่ที่เป็นมันสมองของทีม เขาจะคอยเก็บข้อมูลทุกๆอย่าง
“ 30 นาทีแล้วที่ไฟดับ ส่วนการต่อสู้หากนับตั้งแต่มีเสียงครั้งแรกผ่านมาแล้ว 5 นาทีเท่านั้น ”
“ แค่ 5 นาทีเองเหรอ ”
ทุกคนรู้สึกกลัวเนื่องจากการต่อสู้รุนแรงเกินไป หากปล่อยเอาไว้นานกว่านี้เขต X อาจจะถูกลบหายไปได้จากเลเวลสูงกว่า 100
“ บ้าเอ้ย แทนที่จะสู้กันเอาพลังไปกวาดล้างมอนสเตอร์ทางตอนใต้จะไม่ดีกว่าหรือไง ฉันอยากรู้จริงๆว่าใครที่กำลังต่อสู้อยู่ ”
เหล่าฮันเตอร์ในหลงเฉียงฟิตเนสรู้สึกเสียดาย ด้วยพลังที่ปะทุขึ้นทั่วเมืองในตอนนี้ หากนำไปใช้ให้ดีพวกเขาไม่จำเป็นต้องลงมือในสงครามที่กำลังเกิดขึ้นเลย
ทหารและเจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องสู้เพราะมีเลเวลสูงคอยกวาดล้างทางตอนใต้ให้ แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มคนที่ต่อสู้กันจะไม่ได้สนใจสงครามเลย พวกเขาสนเพียงแค่ว่าจะทำอย่างไรให้อีกฝ่ายที่กำลังปะทะถอยหนีหรือถูกสังหาร
ยังไม่มีใครรู้จุดประสงค์ของการต่อสู้กันในเขต X ทางเจ้าหน้าที่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดนอกจากบอกให้ผู้คนหลบอยู่ในสถานที่ปลอดภัยไปก่อน ระดับพลังที่ต่อสู้ในเมืองสูงยิ่งกว่าจะเข้าไปขัดขวางทำได้เพียงรอให้มันจบลงด้วยตัวเอง
“ นายท่านระวังด้วยอีกฝ่ายใช้ไอเทมจนเลเวลของมันพุ่งถึง 170 ไปแล้ว ”
หัวหน้าองค์กรนทีสดับแสงเตือนนายท่านของมันให้ระวัง เฉินห่าวทำเพียงพยักหน้าเบาๆรับฟังความเห็นของอีกฝ่าย ถึงอย่างนั้นเขายังอยากที่จะเข้าไปต่อสู้กับมือสังหารตรงหน้าเช่นเดิมเพราะอยากรู้ว่าพลังสูงสุดของตนเองในตอนนี้มากพอจะรับมือกับขอบเขตพลังเลเวล 170 ได้แล้วหรือยัง ทันใดนั้นร่างของมือสังหารที่เหมือนจะเป็นหนึ่งในหัวหน้ากลุ่มที่รับงานจะปรากฎตัวด้านหน้าของเฉินห่าว
หัวหน้าองค์กรนทีสดับแสงพยายามจะเข้าขวาง เพียงแต่ว่าเฉินห่าวบอกให้หลบออกไปด้านข้างจึงต้องเก็บดาบแล้วเปลี่ยนไปเป็นคนดูแทน
เปล้ง! คลืน!
เท้าทั้งสองถอยกรูดไปบนถนนทิ้งร่องลึกเอาไว้บนผิวถนน จากแรงฟันเมื่อครู่ทำให้เฉินห่าวยิ้มพอใจเพราะในที่สุดเขาก็เจอคนที่พอจะทำให้ตื่นเต้นได้แล้ว
การต่อสู้กับผู้มีค่าสถานะเท่ากันเขาแทบไม่ได้ออกแรงใดเลย ครั้งนี้เขาต่อสู้กับผู้ที่มีค่าสถานะสูงถึง 170 โดยที่เขามีค่าสถานะโดยรวม 160 เท่านั้น แม้ความห่างจะเพียงแค่ 10 มันกลับมากมายมหาศาล ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่คิดกลัว
“ จะตายแล้วยังมีหน้ามายิ้มอีก ต่อให้ผลของไอเทมจะใช้ได้ไม่นานก็เถอะ เวลาเท่านี้มากพอจะสังหารแกก็แล้วกัน ”
“ ขู่เหรอ ฉันกลัวจังเยย เฉินห่าวกลัวจังเยยครับ ”
สกิลซื้อใจเปิดทำงานส่งผลให้มือสังหารรู้สึกโกรธจัด เมื่อรู้ว่าเป้าหมายกำลังยั่วยุมันจึงทุ่มกำลังทั้งหมดลงไปที่การฟาดฟันครั้งต่อไป
สกิลอาชีพมือสังหารความตายพวยพุ่งออกมาจากร่างจนทำให้เกิดออร่าสีดำทมิฬย้อมตึกสูง 100 ชั้น ทันใดนั้นดาดฟ้าตึกที่สัมผัสเข้ากับพลังงานสีดำก็เริ่มถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็วจนทำให้เห็นโครงสร้างเหล็กบนดาดฟ้าตึก
เฉินห่าวทำเพียงกางม่านพลังคลุมตัวปล่อยให้สกิลของอีกฝ่ายไหลลงสู่พื้นเพียงเท่านี้ก็สามารถหยุดการคุกคามของสกิลได้แล้ว
“ คิดว่าแค่นี้จะรอดเหรอ ”
ทักษะก้าวย่างเปิดใช้งานส่งผลให้ชายร่างสูงสวมชุดสีดำพุ่งหายไปในเงามืด อาศัยไอพลังงานสีดำบนยอดตึกในการพลางตัวจากศัตรูที่กำลังจะสังหาร
เพียงแต่ว่าเฉินห่าวกลับกลอกตามองตาม ไม่ว่ามันจะหลบไปที่ไหนดวงตาทั้งสองของเขาได้หันมองไปทุกที่จนมือสังหารพยายามวิ่งไปรอบๆหาจังหวะในการเข้าโจมตี จนกระทั่งมันหลบสายตาอีกฝ่ายได้ด้วยการลอบเข้ามาทางด้านหลังจึงพุ่งเข้าหาเต็มกำลังหวังจะตัดคอให้ขาด
ศัตรูของมันกลับโยกตัวไปทางขวาหลบการโจมตีแล้วทำการแทงดาบสวนกลับ ดาบที่แทงลอดผ่านใต้แขนของเฉินห่าวกลับมีเป้าหมายเป็นปอดซ้ายของมือสังหารมันจึงรีบโยกตัวหลบแต่ก็พบว่าเฉินห่าวใช้จังหวะนี้พลิกตัวฟาดฟันดาบตาม มันจึงตัดสินใจยกดาบของตนเองขึ้นป้องกันจึงรับการโจมตีอีกฝ่ายเอาไว้ได้
การโจมตีกลับยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น ต่อให้มือสังหารจะรับดาบได้แล้วก็ตาม เฉินห่าวยังคงฟาดฟันดาบไปที่มันถี่รัวจนทำให้เกิดประกายไฟแปลบปลาบ
มือสังหารที่คิดว่าได้เปรียบเริ่มแสดงสีหน้าเป็นกังวลเมื่อเห็นว่ารูปแบบการฟาดฟันของอีกฝ่ายมากมายเกินจะนับไหว ต่อให้มันจะพยายามมองหาจุดอ่อนหรือช่องว่างจากอีกฝ่าย เฉินห่าวกลับเปลี่ยนจุดอ่อนไปเรื่อยๆจนมันต้องใช้สมาธิสูงขึ้นเพื่อป้องกันและมองหาจุดที่จะสวนกลับการโจมตี
“ อ้าว ทำได้แค่นี้เองเหรอ ”
แม้พลังโจมตีจะน้อยกว่ารูปแบบการใช้งานทักษะกลับหลากหลายกว่า ต่อให้จะป้องกันได้เขาเพียงแค่เปลี่ยนตำแหน่งในการฟันใหม่ไปเรื่อยๆจนกว่าอีกฝ่ายจะเปิดช่องว่างให้โจมตี
มือสังหารที่พยายามหลบหลีกเริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดี ยิ่งรับมือกับเฉินห่าวมันก็ยิ่งพบความห่างของทักษะ ต่อให้มันจะพลังโจมตีเหนือกว่ารูปแบบทักษะที่ใช้งานกลับด้อยค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินห่าว
การฟาดฟันรวดเร็วและไหลลื่นดูราวกับกระแสนน้ำไหลเชี่ยว มันรู้สึกไม่ต่างกับเป็นกบตัวเล็กๆพยายามจะว่ายข้ามไปอีกฝั่ง ทันใดนั้นมันก็เริ่มเบิกตากว้างเมื่อพบว่าดาบที่ใช้เกิดรอยบิ่นทั้งๆที่ดาบในมือของเฉินห่าวเป็นเพียงดาบเลเวล 120 เท่านั้น
เปล้ง ตู้ม!
ช่วงจังหวะที่ตกใจได้ปรากฎเท้าเตะเข้าที่ท้องจนกระเด็นร่วงตกลงมาจากตึก ยังไม่ทันจะได้พักหายใจชายที่เตะเท้ามาที่ท้องก็พุ่งตามเข้ามาซ้ำด้วยการหลบดาบของมันจากนั้นก็ใช้หมัดข้างที่ว่างต่อยเข้าไปที่จุดเดิม
มือสังหารถึงขั้นกระอักเลือดหลังจากพบว่าหมัดเมื่อครู่แรงยิ่งกว่าถูกเตะ
“ สู้สิ อย่าบอกนะว่าแกมีแค่นี้ สู้หน่อยสิพวก ”
บนใบหน้าของเฉินห่าวยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ต่างจากมือสังหารที่เริ่มกังวลมากยิ่งขึ้นเพราะมันไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับอีกฝ่ายได้เลย ต่อให้จะมีความเร็วที่เหนือกว่า อีกฝ่ายกลับรู้ว่าตนเองจะหลบอย่างไรให้การโจมตีของมันพุ่งผ่านไป ทักษะเท้าที่ใช้ออกลื่นไหลราวกับว่ามันไม่มีรอยต่อในการใช้งาน มือขวาที่คอยตวัดดาบไม่เปิดช่องว่างให้มันได้พักหายใจ หมัดซ้ายว่างเปล่าไร้อาวุธกลับพร้อมที่จะโจมตีมันเมื่อไหร่ก็ได้ ทันใดนั้นหมัดที่ควรจะอัดกระแทกกลางหน้าอกเปลี่ยนไปเป็นฝ่ามือซัดเข้าที่จุดเดิม ส่งผลให้ร่างของมือสังหารลอยออกไปชนท่อน้ำจนทำให้มีน้ำพลุพุ่งออกมาจากพื้นดิน
พรวด!
“ นี่มันบ้าอะไรกัน ”
ผลของไอเทมเพิ่มพลังยังคงอยู่ มันรู้สึกตกใจเพราะการโจมตีเมื่อครู่สร้างบาดแผลสาหัสให้กับมัน ฝ่ามือที่ควรจะเบากว่าหมัดกลับหนักมาก นอกจากนั้นมันยังสัมผัสได้ว่าหลังจากฝ่ามือประทับเข้าที่กลางอกแล้วมีพลังงานมหาศาลพุ่งกระแทกนับร้อยครั้งจนมันทรุดตัวอยู่ท่ามกลางน้ำที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ยังไม่ทันจะได้ลุกขึ้นตั้งหลักมันก็พบว่ามีฝ่ามือพุ่งเข้ามากระแทกที่กลางอกอีกครั้งจนต้องนอนกระอักเลือดอยู่ภายในหลุมไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้อีก
“ การโจมตีเมื่อครู่คิดเป็นการโจมตีเดียวสินะ ”
เฉินห่าวมองไปที่ฝ่ามือของตนเอง เมื่อครู่เขาลองใช้พันฝ่ามือจันทร์ซับซ้อนโจมตีเพราะอยากรู้ว่าการซ้อนทับของฝ่ามือที่เกิดจากวรยุทธ์จะมีการเพิ่มพลังแบบเท่าทวีคูณขึ้นหรือเปล่า
สิ่งที่เกิดขึ้นกลับต่างจากที่เขาคิด เดิมทีเฉินห่าวคิดว่าฝ่ามือที่ซัดออกไปแล้วเกิดการซ้อนทับนับร้อยจะถูกคิดเป็นรูปแบบการโจมตี
หมายความว่าฝ่ามือเดียวของเขาจะเพิ่มพลังโจมตีขึ้นเป็น 100 เท่าจากฝ่ามือที่ซ้อนทับกัน
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่างอกไปเพราะมันนับการโจมตีจากทักษะเพียง 1 ครั้งเท่านั้น ต่อให้พันฝ่ามือจันทร์ซับซ้อนจะซ้อนทับเป็นพันครั้ง สกิลโมเมนตัมสไตรส์จะนับเพียงครั้งแรกเสมอ
ถึงอย่างนั้นสกิลนี้กลับน่ากลัวเช่นเดิมเพราะการซ้อนทับที่เกิดขึ้นจากการซัดเพียง 1 ฝ่ามือมันได้นำเอาพลังของการโจมตีก่อนหน้ามาคิดเพิ่ม หมายความว่าทุกฝ่ามือที่เกิดขึ้นในครั้งถัดไปจะได้รับการเสริมพลังทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นการโจมตีกระแทกอกนับร้อยครั้งด้วยพลังที่มากกว่าก่อนหน้าจนมือสังหารยากที่จะขยับตัว
อย่างไรก็ตามสกิลมัสเซิลอิมแพคยังคงไม่ทำงาน ตราบใดที่เขาไม่ได้โจมตีกล้ามเนื้อมันจะไร้ผล ซึ่งเขามีวิธีทำให้มันแสดงผลออกมาได้ด้วยการใช้ร่วมกับดาบ เพียงแค่แทงอีกฝ่ายเบาๆเท่านั้น ต่อให้จะโจมตีเพียงแค่ครั้งแต่จิตแห่งดาบที่ใช้ออกมานั้นจะปลดปล่อยการโจมตีหลายพันครั้งจนเหมือนเรื่อยไฟฟ้า สุดท้ายบริเวณนั้นจะถูกทำลายกล้ามเนื้อ
ซึ่งการต่อสู้ที่เกิดกับมือสังหารเขาไม่ได้ใช้สกิลมัสเซิลอิมแพคเลยเพราะไม่ได้ต้องการสังหารพวกมัน
“ นายท่าน การต่อสู้เบาลงแล้ว ”
เฉินห่าวมองออกไปรอบๆ กลุ่มแสงจากการต่อสู้เบาลงแล้วแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเหลือมือสังหารกลุ่มหนึ่งที่เดินทางเข้าไปใกล้ๆตึกของเขาแล้ว ดูท่ามันจะถูกมอบหมายให้ลักพาตัวลูกสาวของเขาออกไป เฉินห่าวยังไม่มีเวลาสอบถามผู้ว่าจ้างจึงเปลี่ยนมันให้กลายเป็นทาสก่อน จากนั้นก็ใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดเพื่อให้มันกลับมาเดินได้ ไว้หลังจากจับมือสังหารทั้งหมดเป็นทาสได้แล้วเขาจะสอบถามมันอีกที
“ ไปกันเถอะ ”