ยุทธจักรบู้ลิ้ม ออนไลน์ (online)

    ตอนที่ 29 อัพเกรด

    ตอนที่ 29 อัพเกรด

    .......................................................................................................................

    หนึ่งเดือนผ่านไป

            หลังจากที่ฟงอวิ๋นได้รับสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองมาเป้นสัตว์เลี้ยงเขาก็รีบทำการรักษาทั้งสองทันที จากนั้นก็ปล่อยให้พวกมันเฝ้าถ้ำส่วนตัวเขาเองได้สร้างที่พักแบบง่ายๆก่อนจะเริ่มฝึกฝนการใช้ทักษะและอาวุธ

            วันนี้ฟงอวิ๋นตัดสินใจทดลองบางอย่างกับสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองเขาจึงเรียกพวกมันทั้งสองให้เข้ามาในถ้ำ

            “ฉันจะมอบน้ำยาวิเศษเพื่อกระตุ้นวิวัฒนาการให้แก่พวกเจ้าทั้งสองดังนั้นหลังจากดื่มน้ำยาวิเศษแล้วถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงกับร่างกายก็ไม่ต้องตกใจแน่นอนที่ฉันให้พวกเจ้าทั้งสองได้พัฒนาตนเองอย่างรวดเร็วย่อมมีงานใหญ่รอพวกเจ้าทั้งสองอยู่”ฟงอวิ๋นพูดกับสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองก่อนจะหยิบเอาน้ำเต้าธรรมดาที่บรรจุน้ำยาวิเศษแหล่งกำเนิดของเก้าสวรรค์ชั้นฟ้าและปฐพีที่เจือจาง1,000 เท่าและ 500เท่าออกมาอย่างละ 1 ขวดพร้อมถ้วยน้ำชา 1 ใบ

            “ดื่มตัวละ 2 ถ้วยก็พอ”ฟงอวิ๋นออกคำสั่งพร้อมกับยื่นถ้วยน้ำชาที่ใส่น้ำยาวิเศษที่เจือจาง1,000 เท่าให้กับทั้งสองดื่มก่อนเพื่อดูผลแน่นอนเข้ารู้ว่าน้ำยาวิเศษที่เจือจาง 1,000เท่าไม่สามารถทำให้สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองตายได้แต่ผลการพัฒนานั้นจะดีแค่ไหน ต้องทดลองดูเสียก่อน

            สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองต่างก็พากันมองดูการกระทำของฟงอวิ่นด้วยความฉงนแต่เมื่อได้ยินคำสั่งทั้งสองต่างก็ปฏิบัติตามทันทีโดยทั้งสองได้อ้าปากรองรับน้ำยาวิเศษที่ฟงอวิ๋นยื่นส่งมาให้ก่อนจะดื่มตัวละสองถ้วยชาตามคำสั่ง

            เวลาผ่านไปสักพักร่างของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ก็เริ่มขยายตัวใหญ่เพิ่มมากขึ้นอีกเล็กน้อยๆจนมีขนาดเท่ากับม้าแกลบตัวโตเต็มวัยจึงเริ่มหยุด จากนั้นไม่นานร่างกายของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ก็เกิดอาการสั้นสะท้านอย่างรุนแรงตวงตาของมันเรืองแสงด้วยความตกใจ จากนั้นสีขนของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากขนสีดำลายสีเงินก็เริ่มกลายเป็นสีเงินเกือบเต็มตัว

            บริเวณหน้าผากของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวเมียปรากฏขนสีขาวดั่งหิมะงอกขึ้นมาอย่างรวดเร็วส่วนดวงตาก็ค่อยๆกลายเป็นสีขาวดั่งหิมะแปลกตาส่วนบริเวณหน้าผากของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวผู้กลับปรากฏขนสีแดงดั่งเปลวเพลิงงอกขึ้นมาอย่างรวดเร็วส่วนดวงตาก็ค่อยๆกลายเป็นสีแดงฉานปานมีเปลวเพลิงลุกไหม้ตลอดเวลา

            ตอนนี้สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ได้วิวัฒนาการไปเป็นสัตว์อสูรชั้นปฐพีระดับปลายเรียบร้อยแล้วที่ยิ่งน่าตกใจมากกว่าก็คือสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่กลับที่ธาตุที่แตกต่างกันนั่นคือสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวเมียเป็นสัตว์ธาตุน้ำแข็งส่วนสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวผู้กลับเป็นสัตว์อสูรธาตุอัคคี

            ฟงอวิ๋นรู้สึกดีใจไม่น้อยที่การคาดการณ์ของเขาถูกต้องครั้งแรกเขากลัวว่าน้ำยาวิเศษที่เจือจาง 1,000 เท่าอาจจะส่งผลไม่มากนักกับสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่เพราะพวกมันเป็นสัตว์อสูรชั้นสูงแต่ถ้าจะใช้น้ำยาวิเศษที่เจือจาง 500เท่าในครั้งแรกเขาก็ไม่แน่ใจกลัวว่าอาจจะทำให้สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ตายก็ได้

            ผลลัพธ์การทดลองครั้งนี้กลับเป็นที่น่าพอใจของเขาไม่น้อย!

             หลังจากเห็นผลลัพธ์แบบนี้ฟงอวิ๋นตัดสินใจมอบน้ำยาวิเศษที่เจือจาง 1,000เท่าให้สัตว์อสูรทั้งสองอีกครั้งแต่คราวนี้เขาได้เพิ่มปริมาณที่มากกว่าเดิมคือให้ทั้งคู่ดื่มน้ำยาวิเศษที่เจือจาง 1,000 เท่ามากถึงตัวละ 5 ถ้วยชา ซึ่งมากกว่าเดิมถึง 1 เท่าครึ่งเลยทีเดียว

            หลังจากที่เขามอบน้ำยาวิเศษให้สัตว์อสูรทั้งสองดื่มฟงอวิ๋นก็เฝ้ารอดูผลลัพธ์ด้วยจิตใจกระสับกระส่าย

             แววตาของเขามุ่งมั่นคราวนี้เขาคาดหวังเอาไว้สูงมาก ถ้าเกิดผลเป็นไปตามการคำนวณของเขาผลลัพธ์ครั้งนี้จะทำให้เขาได้สัตว์เลี้ยงระดับสูงที่สุดเท่าที่ผู้เล่นเคยมี!

            เวลาผ่านไปนานกว่าครึ่งวันคราวนี้ถึงกับใช้เวลาที่นานขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย

            ร่างของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ก็เริ่มขยายตัวใหญ่เพิ่มมากขึ้นอีกเล็กน้อยๆจนมีขนาดเท่ากับวัวกระทิงตัวโตเต็มวัยจึงเริ่มหยุด 

            บูมๆๆ.....กระแสพลังที่รุ่นแรงถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งสองจากนั้นกลิ่นอายของทั้งคู่ก็ค่อยๆพุ่งสูงมากขึ้นเรื่อยๆ

            จากนั้นไม่นานร่างกายของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ก็เกิดอาการสั้นสะท้านอย่างรุนแรงเหมือนดั่งครั้งแรกพร้อมด้วยการเปลี่ยนแปลงของสีขนที่กลายเป็นสีเงินหมดทั้งตัว มิหนำซ้ำยังมีขนสีขาวแทรกแซมประปราย 

            บริเวณหน้าผากของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวเมียที่เคยเป็นขนสีขาวดั่งหิมะก็กลายไปเป็นเปลวเพลิงสีขาวสวยงามส่วนบริเวณหน้าผากของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวผู้ก็กลายเป็นเปลวเพลิงสีแดงที่ลุกไหม้ตลอดเวลา

            ผลจากการวิวัฒนาการครั้งนี้ส่งผลให้สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่เจาะทะลุผ่านชั้นปฐพีระดับปลายจนกลายเป็นสัตว์อสูรชั้นสวรรค์ ระดับต้นเรียบร้อยแล้ว

            "การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงและการพัฒนาสัตว์เลี้ยงช่างเป็นอะไรที่....ง่ายดายเพียงนี้?.....ว้าว!"ฟงอวิ๋นโห่ร้องในใจ

            ในตอนนี้ร่างกายของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ต่างก็เปล่งพลังและกลิ่นอายที่น่ากลัวของปราณชั้นสวรรค์อยู่ตลอดเวลาพวกมันยังไม่คุ้นเคยกับสภาวะปัจจุบันของตนเองจึงไม่สามารถควบคุมกลิ่นอายของตนเองได้

            “เยี่ยม! ฉันให้เวลา 1เดือนทำความคุ้นเคยกับพลังของตนเอง จากนั้นพวกเราจะออกเดินทางไปสำรวจโลกเล็กๆนี้ด้วยกัน”ฟงอวิ๋นพูดกับสัตว์อสูรทั้งสอง โชคดีที่เขาเป็นนายของสัตว์อสูรทั้งคู่มิฉะนั้นตัวเขาเองอาจถูกพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างของสัตว์อสูรทั้งสองกดดันจนบาดเจ็บก็ได้หรืออาจติดสตั้น(Stun) จนทำอะไรไม่ถูกเลยก็ได้

            สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่เมื่อได้รับคำสั่งก็หันร่างไปยังมุมถ้ำละแห่งตัวเพื่อฝึกฝนพลังของตนเองตามคำสั่งของฟงอวิ๋น

            ส่วนฟงอวิ๋นเองก็เริ่มกิจวัตรเดิมอีกครั้งเขาหยิบเอาทวนมังกรทองออกมา แล้วเดินออกไปจากถ้ำเขามุ่งหน้าขึ้นไปบนลานด้านบนของภูเขาเพื่อฝึกฝนทักษะของตนเช่นกัน

            เมื่อไปถึงลานด้านบนของถ้ำใหญ่

            ฟงอวิ๋นก็ยืนนิ่งสงบจิตใจ ดวงตาเพ่งมองไปที่โขดหินขนาดใหญ่ด้านหน้าเขากระชับมือกับด้ามทวนหลอมรวมจิตใจที่มุ่งมั่นกับทวนในมือจากนั้นเขาก็ถ่ายเทพลังปราณชั้นเริ่มต้นส่งผ่านไปยังทวนมังกรทองก่อนจะสะบัดแทงปลายหอกออกไปด้วยความรวดเร็ว

            มองเห็นเงาทวนนับร้อยพุ่งทะลวงฝ่าอากาศจนหวีดหวิวเสียดประสาทเงาทวนที่พร่างพรายนับร้อย คล้ายดั่งฝูงมังกรทองที่คึกคะนองท่องทะยานกลางฟากฟ้า  รวมกับพลังของปราณเริ่มต้นทำให้ทวนเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นมากกว่า1 เท่าตัว

            การเคลื่อนไหวครั้งนี้กล่าวได้เพียงคำว่า....ดุดันและรวดเร็ว!

            ตู้ม!

            เงาของทวนนับร้อยหายไปโขดหินที่เป็นเป้าหมายระเบิดกระจัดกระจายกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย

            “สำเร็จ!...ฮ่าฮ่าฮ่าในที่สุดฉันก็สามารถปลดปล่อยทักษะทวนทองคะนองฟ้าด้วยพลังโจมตี 120เปอร์เซ็นต์ได้สำเร็จ”ฟงอวิ๋นโห่ร้องด้วยความยินดี เขาฝึกฝนทักษะทวนทองคะนองฟ้ามานานกว่า1 เดือนในที่สุดก็บรรลุผลสำเร็จตามที่ต้องการ

            ฟงอวิ๋นตัดสินใจหยิบคันธนูออกมาหลังจากเก็บทวนเข้าไปไว้ในกระเป๋ามิติ เขาไม่ต้องการเสียเวลาช่วงนี้เขาต้องฝึกฝนมักษะให้ชำนาญอย่างรวดเร็วช่วงก่อนเขาเคยใช้ธนูโจมตีสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองจนตายด้วยฤทธิ์ของน้ำยาวิเศษโดยไม่ได้ใช้ทักษะใดๆเลย แต่คราวนี้เขาคิดที่จะฝึกฝนทักษะธนูทะลวงนภา อย่างจริงจังเขาจะใช้เวลา 1เดือนต่อจากนี้เพื่อฝึกฝนทักษะธนู

            ฟงอวิ๋นได้ใช้คำสั่งเรียนรู้ของเกมเมอร์แล้วทำให้เขาสามารถใช้อาวุธต่างๆได้ตามทักษะที่เขาเรียนรู้แต่การจะใช้ทักษะที่เรียนรู้นั้นจำเป็นต้องมีการฝึกฝนเพื่อเพิ่มค่าความชำนาญยิ่งมีความชำนาญมากเท่าใด ก็จะยิ่งประสบผลในการโจมตีแต่ละครั้งมากขึ้นด้วยทั้งความแม่นยำและพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าค่าความชำนาญมากเกินกว่า 100แต้มนั่นก็หมายความว่าการโจมตีแต่ละครั้งอาจมีโอกาสสูงที่จะติดคริติคอลได้ด้วยนั่นเอง

            มีผู้เล่นบางคนที่เรียนรู้ทักษะแล้วไม่ค่อยฝึกฝน เวลาต่อสู้ PVP กับผู้เล่นคนอื่นกลับโจมตีพลาดหรือเคลื่อนไหวล่าช้ากว่าคู่ต่อสู้เลยทำให้พ่ายแพ้ไปก็มี

            ดังนั้นยิ่งผู้เล่นฝึกฝนมากเท่าใด ก็จะยิ่งเก่งกาจมากขึ้น ยิ่งถ้าผู้เล่นได้รับทักษะระดับที่สูงกว่าคนอื่นและมีค่าความชำนาญมากๆอาจโจมตีคู่ต่อสู้เพียงครั้งเดียวก็สามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้เลยก็มี 

            ดังนั้นระดับของทักษะและค่าความชำนาญจึงมีความสำคัญมากๆ!

             เพราะเกมส์นี้ไม่จำกัดการเรียนรู้เรื่องระดับทักษะแม้แต่ผู้เล่นชั้นรวบรวมปราณจะเรียนทักษะสูงเท่าไหร่ก็ได้จะระดับตำนานหรืออภิมหาตำนานก็ได้!

             เพียงแต่ถ้าเรียนรู้แล้วขอให้มีลมปราณหรือคุณสมบัติและค่าพลังต่างๆมากพอที่จะใช้ทักษะระดับสูงๆเหล่านั้นได้ก็เพียงพอเพราะถ้าเรียนรู้แล้วใช้ไม่ได้ก็ต้องรอจนกว่าจะใช้ได้นั่นแหละ!

            ..........................................................................................

            ทักษะธนูทะลวงนภานั้น เป็นทักษะที่มุ่งเน้นไปที่ความแม่นยำของลูกธนูดั่งคำกล่าวที่ว่า ร้อยลูกธนูทะลวงฟ้าสังหารเทพเซียนมันถึงกับมีผลในการติดตามเป้าหมายได้แบบอัตโนมัติ ลูกธนูทุกดอกที่หลุดออกจากคันธนูสามารถโจมตีเป้าหมายได้ในระยะ100 เมตรและสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางติดตามเป้าหมายเพื่อโจมตีได้เรียกได้ว่าลูกธนูหลุดจากแหล่ง 100 ลูกต้องถูกเป้าหมาย 100ครั้งไม่พลาดเป้า

            ฟงอวิ๋นกว้านซื้อลูกธนูมาสำรองเอาไว้ 10,000 ลูกด้วยราคาลูกละ 1 โกลด์ หลังจากหักค่าส่วนลดแล้วคงเหลือราคาลูกละ70 ซิลเวอร์ แต่เขาก็เสียเงินไปมากโขเหมือนกันโชคดีที่ช่วงก่อนเยี่ยถิงซานเอาสมุนไพรและยาเพิ่มพลังไปขายได้เงินมาบ้าง

            ลูกธนูระดับเริ่มต้นที่ฟงอวิ๋นชื้อเอาไว้นั้นสามารถสังหารสัตว์อสูรชั้นสามัญได้อย่างง่ายดายแต่ถ้าเป็นสัตว์อสูรชั้นเริ่มต้นนั้น ก็อาจต้องใช้ลูกศรหลายลูกสักหน่อยเพื่อสังหารส่วนสัตว์อสูรชั้นปฐพีนั้นเพียงสะกิดผิวหนังก็เยี่ยมแล้ว

            โชคดีที่ตอนสังหารสัตว์อสูรกระทิงเนตรทองนั่นมันได้รับบาดเจ็บมาก่อนและฟงอวิ๋นเล็งไปที่บาดแผลตรงข้างลำตัวจึงทำให้ลุกธนูทะลุเข้าไปในบาดแผลจนสังหารมันได้สำเร็จนั่นเอง

            ฟงอวิ๋นเคยคิดที่จะใช้ธนูแอบโจมตีสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นเพื่อเก็บเกี่ยวแก่นพลังแล้วหลบซ่อนตัวเองเอาไว้ให้ครบกำหนดเวลาจากนั้นก็ค่อยออกไปจากดันเจี้ยนนี้ เพราะเขารู้ว่าตัวเขาไม่เก่งเรื่องการต่อสู้

             แต่หลังจากที่สามารถสยบสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งสองตัวได้ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป แม้เขาจะมีระดับที่ต่ำ เพียงแค่ชั้นปราณเริ่มต้น

            แต่สัตว์เลี้ยงของเขาไม่ใช่แบบนั้น!

            พวกมันเป็นสัตว์อสูรชั้นสวรรค์ ซึ่งเรียกได้ว่าในพื้นที่รอบนอกของดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์นี้........พวกมันคือเทพเจ้า!

            “ฮะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า อีก 1เดือนฉันจะกวาดล้างพื้นที่ชั้นนอกให้เหี้ยนเลยคอยดู วะฮะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”ฟงอวิ่นเงยหน้าตะโกนก้องไปทั่วขุนเขาด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง

            ใครตามข้า.........ยัง!

            ใครขวางข้า.........ตายสถานเดียว!

            ว้ากกกก...หุหุหุหุ!