เถียนซีขยับตัวเพราะรำคาญความรู้สึกที่ยุกยิกอยู่ด้านข้าง พอเขาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าข้างนอกยังมืดอยู่ แต่ไก่เริ่มขันแล้ว น่าจะต้นยามเหม่า (5.00-6.59) ที่ปกติโม่โฉวต้องออกไปฝึกยุทธิ์ แต่คราวนี้ดูเหมือนโม่โฉวจะยังไม่ลุกจากเตียง แถมยังขยับตัวไปมาเหมือนกำลังซ่อนอะไรอยู่
“...โม่โฉว? ...”
“อะ... อาเถียน... โม่โฉวเจ็บ...” โม่โฉวพลิกตัวหันมาทางเขา แต่กำลังงอตัวแล้วกุมท้องท่าทางทรมาน
“เจ็บท้องหรือ?” เถียนซีลุกขึ้นนั่ง ตาสว่างทันที แต่อีกฝ่ายส่ายหน้า
“โม่โฉวเจ็บตรงน้องชาย... มันแข็งจนเจ็บไปหมด”
“..........” เถียนซีแทบอ้าปากค้าง
เด็กผู้ชายยามที่โตเป็ผู้ใหญ่ก็มักจะมีอาการแบบนี้ หากไม่ฝันเปียกไปเลยก็มันจะแข็งในตอนเช้า แต่นี่โม่โฉวเพิ่งจะ 13 หรือเพราะฝึกยุทธิ์มากไปร่างกายเลยเติบโตเร็วกว่าเด็กทั่วไป? ไม่สิ! เขายังไม่เคยฝันเปียกเลยสักครั้งแม้ว่าจะปาเข้าไป 15 แล้วก็ตาม แต่นี่โม่โฉวกลับ….
“อาเถียน... ชะ.. ช่วย...” โม่โฉวท่าทางทรมานมาก ได้แต่นอนขดตัวกุมส่วนนั้นเอาไว้
“เ้าก็ใช้มือช่วยสิ กุมไว้แล้วขยับไปมา” เถียนซีไม่รู้จะอธิบายยังไงกับเ้าเด็กไม่รู้ประสาคนนี้ สุดท้ายจึงกลั้นใจยื่นมือออกไปจับ
“จำไว้แล้วต่อไปก็ลองทำด้วยตัวเองนะ” เถียนซีใช้มือตัวเองกอบกุมของอีกฝ่าย ส่วนนั้นของโม่โฉวทั้งแข็งทั้งร้อนอย่างที่เ้าตัวว่าจริงๆ เถียนซีค่อยๆ ขยับมือชักให้ให้อีกฝ่าย พลางสังเกตสีหน้าของโม่โฉวไปด้วย
“อื้อ...อาเถียน...มัน...อึ่ก...รู้สึกแปลกๆ ...” เถียนซีรู้ว่าโม่โฉวกำลังอารมณ์พลุ่งพล่าน เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยส่วนยอดที่ของเหลวไหลซึมออกมา อาศัยความชุ่มชื้นนั้นในการขยับมือขึ้นลง
“...อะ...อ๊า...” โม่โฉวบิดตัวเกร็งก่อนจะปล่อยของเหลวพุ่งกระฉูดออกมากระเด็นใส่ม่านข้างเตียง
เถียนซีได้แต่พึมพำในใจว่า ตายแล้ว! ตายแล้ว! ไม่หยุด ขณะที่กำลังจะลงจากเตียงไปเช็ดคราบน้ำที่โม่โฉวปล่อยออกมาจนเต็มมือแล้วคิดหาทางดึงม่านข้างเตียงไปเปลี่ยน โม่โฉวก็พุ่งเข้าทาบทับเขาแล้วจับที่หว่างขาเขาทันที
“โม่โฉวก็จะช่วยอาเถียนด้วย” เถียนซีใรีบผลักอีกฝ่ายออกจนลืมเื่มือที่เปื้อนไปสนิท
“ไม่ต้อง! ข้ายังไม่...อึ่ก!” เถียนซีขมวดคิ้วนิ่วหน้าเมื่อส่วนนั้นถูกลูบไล้ไปมาจนมันเริ่มตื่น
“อาเถียนก็เจ็บเหมือนกันหรือ ของอาเถียนก็แข็ง แต่ยังเล็กมาก” เถียนซีกัดฟันกรอดเมื่อถูกสบประมาทว่าเล็ก
“ข้าอายุมากกว่าเ้า 2 ปี จะเล็กกว่าได้ยังไง! นี่เพราะข้าไม่มีอารมณ์ต่างหากเ้าเด็กลามก!” เถียนซีพยายามผลักโม่โฉวอีกครั้ง แต่โม่โฉวดันตัวเขานอนราบแล้วดึงกางเกงออกจากตัวจนล่อนจ้อน
“มะ..โม่โฉว....อะ...” เถียนซีแหงนคอ เขารู้สึกว่าร่างกายร้อนรุ่มขึ้นมาจากส่วนนั้นที่ถูกบดคลึงในอุ้งมือโม่โฉว
“...อะ..อ๊ะ..” เถียนซีงอตัวเมื่อปลายนิ้วของโม่โฉวจิกเข้าไปที่ส่วนปลายคล้ายหยอกล้อแล้วเริ่มขยับมือเร็วๆ
“อะ...อ๊า...อ๊า..” เถียนซีเกร็งกระตุกเมื่อความเร็วในการขยับมือไต่จนถึงขีดสุด ก่อนจะปลดปล่อยออกมาใส่มือของโม่โฉว
เถียนซีนอนทิ้งตัวหอบหายใจ เมื่อครู่หัวใจเขาเต้นเร็วมาก แถมตอนนี้ยังอายจนหน้าแดง นี่เขาเสร็จเพราะการใช้มือของเด็กอายุ 13 อย่างโม่โฉวไปแล้วจริงๆ
“อาเถียน... ทำแบบเมื่อครู่อีกได้หรือไม่...” อีกฝ่ายส่งสายตาอ้อน เถียนซีอับจนคำพูดจึงได้ตบหมอนให้โม่โฉวนอนลงข้างๆ
จากนั้นก็ใช้มือช่วยโม่โฉวอีกครั้ง แต่คราวนี้โม่โฉวกลับเอาส่วนนั้นของตัวเองมาจี้ของเขา แล้วรบเร้าให้ทำพร้อมกัน เถียนซีไม่ปฏิเสธอีกฝ่าย แต่รวบส่วนนั้นของพวกเขาไว้แล้วขยับมือพร้อมๆ กัน แต่เพราะมือของเขาเล็กเกินกว่าจะกำของคนสองคนได้ โม่โฉวจึงกำส่วนปลายช่วย
“อึ่ก...อะ...อ๊า” เถียนซีก้มหน้าสะกดกลั้นอารมณ์จนหน้าผากเขาแนบปลายจมูกของอีกฝ่าย พอเงยหน้าขึ้น อยู่ๆ เขาก็ถูกโม่โฉวจูบริมฝีปากอย่างเผ่วเบา โม่โฉวเ้าเด็กโง่จูบไม่ได้เื่ ได้แต่ขบไปบนริมฝีปากอย่างงุ่นง่าน เถียนซีหัวเราะพอใจก่อนจะทำให้เื่ที่โม่โฉวคาดไม่ถึง
“โม่น้อย... อ้าปาก...” โม่โฉวปรายตาขึ้นและอ้าปากโดยไม่ถาม เถียนซียิ้มแล้วแลบลิ้นเลียทั่วโพรงปากอีกฝ่าย ััอุ่นชื้นแนบกันทำให้หัวใจโม่โฉวคันยุบยิบ
“...แลบลิ้นสิ...” เถียนซีแลบลิ้นออกมาน้อยๆ เป็ตัวอย่าง จากนั้นเมื่อโม่โฉวแลบลิ้นออกมา เขาก็เลียปลายลิ้นโม่โฉวและดูดดุน
“รู้สึกดีหรือไม่?” เถียนซีเอ่ยถาม
“ดะ...ดี...โม่โฉวรู้สึกดีมากๆ... โม่โฉวอยากกินลิ้นของอาเถียนบ้าง” เมื่อรู้วิธีโม่โฉวก็รีบขอร้องอาเถียน
“เด็กโง่! นี่เรียกว่าจูบ ไม่ใช่กินลิ้นซะหน่อย” เถียนซีหัวเราะขึ้นจมูกแล้วปล่อยให้โม่โฉวลองจูบเขาอย่างเงอะงะบ้าง
“จูบแบบนี้ต่อไปเ้าห้ามทำกับหญิงอื่นเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่?” โม่โฉวพยักหน้าอย่างจริงจัง
“โม่โฉวทำกับอาเถียนคนเดียว... อาเถียนก็ห้ามทำกับคนอื่นเด็ดขาด! กับองค์ชายห้าก็ห้าม!” เถียนซีย่นคิ้ว ไหงถึงไปโยงองค์ชายสามเอาได้กันเล่า
“แต่ว่า... อาเถียนจับให้โม่โฉวอีกนะ”
“ห๊ะ! ” เถียนซีก้มลงมองพบว่าส่วนนั้นของโม่โฉวแข็งขึ้นมาอีกแล้ว
์! นี่เขาทำเด็กคนหนึ่งใจแตกเสียแล้ว!!
..............................................
เถียนซีหลับไปอีกครั้งเมื่อไหร่ไม่รู้ อาจจะเป็ตอนที่โม่โฉวเสร็จครั้งที่สามล่ะมั้ง เถียนซีจำได้ว่าเขาใช้มือช่วยอีกฝ่ายจนเมื่อย สุดท้ายก็หลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็มีนางกำนัลมาปลุกไปอาบน้ำ หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ไปคาราวะท่านแม่ที่ห้องอย่างที่ทำประจำทุกวัน
ทว่าวันนี้แทนที่เถียนซีจะได้เล่นกับผิงผิงอย่างปกติ ท่านแม่กลับส่งผิงผิงให้แม่นมรับนางออกไปเล่นข้างนอก แล้วไล่นางกำนัลออกไปจากห้องจนหมด เถียนซีถึงได้รู้ว่านางกำนัลรับใช้เขาเอาเื่ที่ทำเตียงสกปรกมาบอกท่านแม่ โชคดีที่พวกนางไม่รู้ว่าคราบสกปรกมากมายขนาดนั้นส่วนใหญ่มาจากโม่โฉวทั้งนั้น
“ในเมื่อโตแล้วแม่ว่าแยกห้องกับโม่โฉวจะดีกว่า”
“อ้อ... เื่นี้ข้าก็ว่าจะคุยกับท่านแม่พอดี แต่โม่โฉวคงจะอยู่ที่ตำหนักเราอีกไม่นาน ข้าได้ยินว่าโม่โฉวจะไปเป็ทหารแล้ว”
“่คัดทหารใกล้เข้ามาแล้วนี่...ป่านนี้เพิ่งมาบอกแล้วจะเตรียมของทันหรือ?” เถียนซีเอียงคอแล้วถามรายละเอียดของที่ต้องเตรียมจากท่านแม่ จากนั้นก็ขอตัวไปเตรียมชุดให้โม่โฉว อย่างน้อยก็ต้องมีชุดบุกันหนาว ยารักษาโรคต่างๆ กับพวกยาห้ามเืที่ต้องไปขอจากพี่จื่อรั่วด้วย
เถียนซีวุ่นวายกับการเตรียมของให้โม่โฉวจนกระทั่งนางกำนัลวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าท่านแม่เป็ลม เถียนซีรีบใช้ให้คนไปตามท่านหมอจื่อลู่ ส่วนตัวเองรีบแจ้นไปหาท่านแม่ที่ห้อง
“ท่านแม่เป็อย่างไรบ้าง?” เถียนซีตรงเข้าไปนั่งข้างเตียงอีกฝ่ายแล้วกุมมือไว้
“แค่เป็ลมเพราะหน้ามืดเท่านั้น” ท่านแม่เหมยตบหลังมือเขาเบาๆ
“ข้าลองจับชีพจรให้นะ” เถียนซีเคยเรียนการจับชีพจรจากหมอจื่อลู่มาบ้าง จึงพอบอกได้ว่าร่างกายของอีกฝ่ายปกติหรือไม่
“ชีพจรมงคล... ท่านแม่ ท่านกำลังจะมีน้องให้ข้ากับผิงผิงล่ะ”
“หา? ข้าอายุปูนนี้แล้วยัง...” ท่านแม่ยกมือขึ้นปิดหน้า ขณะที่เถียนซีอดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้
เถียนซีอายุห่างจากผิงผิง 7 ปี ตอนนี้เขาอายุ 15 เพิ่งมีน้องเล็กเพิ่มมาอีกคน นี่ถึงเป็เื่น่ายินดีสำหรับเถียนซีที่ไม่เคยมีพี่น้องมาก่อน กับผิงผิงนั้นนางทั้งน่ารักทั้งว่านอนสอนง่าย กับน้องคนนี้ก็คงไม่ต่างกัน
ดังนั้นหลังจากท่านหมอจื่อลู่มาถึง เถียนซีก็ให้คนไปส่งข่าวที่จวนว่าราชการของท่านพ่อ ส่วนตัวเองก็เดินเลี่ยงออกไปแจ้งข่าวดีกับผิงผิงและคนอื่นๆ ในบ้าน คืนนั้นที่บ้านมีงานเลี้ยงฉลองย่อมๆ ทั้งเลี้ยงแสดงความยินดีให้กับท่านแม่ท่านพ่อ และเลี้ยงส่งโม่โฉวไปด้วย
ขณะที่ทั้งบ้านกำลังมีความสุข เถียนซีกลับกังวลใจมากขึ้น นับจากคืนที่เถียนซีเริ่มใช้มือช่วยให้โม่โฉว อีกฝ่ายก็เอาแต่ออดอ้อนขอให้เขาใช้มือช่วยอยู่ทุกคืนจนเถียงซีทำตัวไม่ถูก เถียนซีอ้างกับโม่โฉวไปว่าโตแล้วต้องทำอะไรๆ ด้วยตัวเอง จากนั้นก็ตัดสินใจแยกห้องนอนเด็ดขาดจากโม่โฉว
โม่โฉวซึมลงไปถนัดตา ทว่าก็ไม่มีเวลาให้ได้ซึมนาน ในที่สุดเวลาก็ล่วงมาถึงวันรวมตัวเพื่อคัดเลือกทหาร ปกติหากชาวบ้านไม่้าเป็ทหาร ก็สามารถจ่ายเป็ส่วยแทนการคัดทหารได้
แต่โม่โฉวอาสาเป็ทหารด้วยตัวเอง จึงต่างจากคนอื่นก็ตรงที่อายุน้อยกว่าใครในแถว วันรายงานตัว เถียนซีส่งถุงยาจำเป็ที่ขอให้จื่อรั่วเตรียมไว้ให้โม่โฉวไว้รักษาแผล ทั้งยังกำชับอีกฝ่ายให้รักษาตัวให้ดี หากเห็นใครเดือดร้อนให้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โม่โฉวรับคำแล้วบอกลาเถียนซี
เถียนซีได้แต่ยืนมองโม่โฉวหายเข้าไปในแถวของทหารนับร้อยโดยไม่มีฉากร่ำลาที่แสนสวยงาม พวกเขาเพียงทำเื่ที่สมควรจะทำ และรอคอยเวลาที่จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง โม่โฉวกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่หนทางเดิมในชาติที่แล้ว โดยการไต่เต้าขึ้นเป็แม่ทัพ เถียนซีเชื่อว่าโม่โฉวจะต้องทำได้ ชาตินี้โม่โฉวไม่ได้ปัญญาทึบหนักหนาเท่าชาติก่อน และเขาจะไม่ยอมให้โม่โฉวต้องมีจุดจบอย่างชาติที่แล้วเด็ดขาด
เถียนซีเองก็จะมุ่งหน้าทำเื่ที่ควรจะทำ คือรวบรวมกิจการทางการค้าและสร้างเครือข่ายในการสืบข่าวของตนเองในทางลับ เมื่อเร็วๆ นี้เถียนซีก็เพิ่งจะได้ข่าวมาว่า ฝ่าากำลังตามหาหลุมศพของแม่โม่โฉวจนพบ แต่ยังไม่ทราบว่าใครเป็คนรับตัวเด็กชายที่เฝ้าหลุมศพแม่ไป
ก่อนหน้านี้เถียนซีจงใจปิดข่าวนี้ แต่ตอนนี้อาจถึงเวลาที่จะเปิดเผยความจริงเสียทีว่าโม่โฉวคือเืเนื้อเชื้อไขอีกคนของฝ่าา เถียนซีจึงใช้คนของตนเปิดเผยความจริงออกไป ในไม่ช้าข่าวจะไปถึงวันหลวง กว่าจะถึงเวลานั้น โม่โฉวก็คงจะเดินทางออกไปไกลแล้ว นี่เป็อีกแผนที่เถียนซีจงใจกันโม่โฉวออกไปจากความวุ่นวายในวังหลวง เพราะหากโม่โฉวยังอยู่ใกล้ๆ ไม่แน่ว่าซูเฟยกับอวิ๋นเซียงจะวางแผนเล่นงานอะไรอีก
เถียนซีกลับถึงบ้านในตอนเย็น หลี่ไป๋ก็วิ่งเร็วจี๋มาพร้อมกับพี่จื่อรั่วเพื่อให้เขาดูแบบร้านชาดที่กำลังจะเปิด เถียนซีพอใจกับการออกแบบของหลี่ไป๋มาก
“หากร้านชาดกิจการเป็ไปได้ด้วยดี ข้าจะไปเปิดร้านที่เมืองหลวงแคว้นโจว”
“แต่เมืองหลวงในแคว้นใหญ่เช่นนั้นค่าใช้จ่ายคงแพงน่าดู” จื่อรั่วพึมพำ
“นี่พวกเ้าสองคนยังมีกิจการในมือไม่พออีกหรือ? ทุกวันนี้ในตลาดมีแต่ร้านค้าของพวกเ้า เปิดร้านชาดแล้วยังจะเปิดเหลาสุราอีก เ้าจะเอาเงินไปทำอะไรหนักหนาห๊าเถียนซี?” หลี่ไป๋ร้องถาม
“ข้ายังมีกิจการอีกเยอะที่อยากทำ ที่รวบรวมเงินพวกนี้ก็เอาไว้ก็เพื่อใช้ในอนาคตทั้งนั้น” เถียนซียิ้มแล้วลุกออกไปเดินเล่นในสวน
เถียนซีทอดสายตาออกไปไกล อีกหลายปีหลังจากนี้เขื่อนทางใต้จะแตก คนหลายร้อยถูกกวาดจมหายไปพร้อมกับสายน้ำ ชาวบ้านหลายร้อยหลังคาเรือนพลัดที่อยู่อาศัย น้ำมาพร้อมกับโรค ชาวบ้านเจ็บป่วยและตายเป็จำนวนมาก ทั้งยังขาดแคลนอาหารอย่างหนัก
เถียนซีตั้งใจจะหาคนมาช่วยทำนาจากพื้นที่รกร้างบนเขา เถียนซีมีหมอที่เก่งกาจในมืออยู่แล้ว หากมีข้าวและของกินไม่ขาดย่อมดีที่สุด แน่นอนว่าย่อมดีกว่าการจัดการขององค์ชายห้าที่ตอนนั้นขันอาสาจะลงมาจัดการเื่ปากท้องของชาวบ้าน ไม่สิ...ตอนนั้นคนที่จัดการทุกอย่างคือเขาเอง....
คราวนี้เถียนซีจะนั่งรอดูอวิ๋นเซียงเที่ยวหยิบยืมข้าวสารและอาหารแห้งจากพ่อค้าหน้าเื ที่ภายหลังเรียกร้องขอเป็ผู้กำหนดราคาสินค้าของทั้งแคว้นจนทำผู้คนเดือดร้อน
คราวนี้เขาจะนั่งรอดูอีกฝ่ายใช้เงินเก็บทั้งหมดของตัวเองเพื่อใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านเรือนและจ้างหมอจำนวนมากมารักษาชาวบ้านที่เจ็บป่วยเพิ่มแรงสนับสนุนของชาวบ้านให้ได้ขึ้นนั่งบัลลังก์อย่างที่เขาเคยทำ
แต่คราวนี้เถียนซีจะไม่ยอมให้อวิ๋นเซียงตัดหน้าได้เด็ดขาด ขณะที่อวิ๋นเซียงหัวหมุนในการประจบพ่อค้าและยื่นข้อเสนอ เขาจะออกหน้าช่วยเหลือชาวบ้านตัดหน้าอวิ๋นเซียง จะมีอะไรน่าเจ็บใจไปกว่า การหาทางแก้ปัญญาได้แล้วกลับพบว่าปัญหาได้คลี่คลายไปหมดแล้วโดยคนอื่น
ของที่อวิ๋นเซียงอยากได้ เถียนซีจะแย่งมันมากองไว้ให้โม่น้อยของเขาเท่านั้น เถียนซียิ้มพลางสูดอากาศเข้าปอดอย่างสบายใจ
........................................
โม่โฉวตัดสินใจจะเป็ทหาร หากเขาอยากอยู่กับอาเถียนก็จำต้องมีอำนาจที่เท่าเทียมจึงจะคู่ควรกับอาเถียน การจะมีอำนาจอยู่ในมือได้หากไม่เป็ขุนนางฝ่ายบุ๋นก็จำต้องเป็ขุนนางฝ่ายบู๊ ยิ่งตำแหน่งสูงยิ่งดี
แต่ในเมื่อเขาไม่ใช่บัณฑิตที่ใช้ความรู้ในการต่อสู้แย่งชิงอำนาจได้ ทั้งภายนอกยังเป็คนปัญญาทึบ จึงไม่อาจโลดแล่นในวังหลวงที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งได้ เขาชอบที่จะใช้กำลังในการจัดการปัญหาต่างๆ มากกว่า ดังนั้นจึงตั้งใจจะเป็ขุนนางฝ่ายบู๊แทน
ในตอนที่ตัดสินใจจะเป็ทหาร โม่โฉวก็ทำใจไว้แล้วว่าจะต้องจากกับอาเถียน จึงพยายามตักตวงที่จะได้อยู่กับอาเถียนนานขึ้นอีกนิด แต่ดูเหมือนการเรียกร้องของเขาจะทำให้อาเถียนลำบากใจ ยามที่เขาเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วลของอาเถียนยามที่ใช้มือให้เขาอย่างเงอะงะโม่โฉวยิ่งพอใจ
ทว่าอาเถียนความรู้สึกไวและหน้าบางยิ่งนัก หลังจากที่โม่โฉวรุกหนักเข้าอาเถียนถึงกับแยกห้องนอนกับเขา
อาเถียนคงไม่รู้ ว่าถึงจะทำอย่างนั้นไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะทุกคืนเขาก็จะแอบเข้าห้องนอนของอาเถียน โดยที่อาเถียนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
โม่โฉวนอนตะแคงใช้มือเท้าศีรษะตัวเองไว้ยามที่นอนมองหน้าอาเถียนที่หลับสนิท เขาเอื้อมมือคลี่สาบเสื้อของอีกฝ่ายอย่างเบามือ อาเถียนขี้เซามาก ขนาดถูกปลดเสื้อออกจาโชว์แผ่นอกขาวๆ แล้วก็ยังไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย
“...อาเถียน...” โม่โฉวก้มลงกระซิบเสียงเบา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบสนอง ก็ก้มลงจุมพิสอีกฝ่าย กวาดลิ้นทั่วริมฝีปากของอาเถียนอย่างย่ามใจ ค่อยๆ แทรกลิ้นเข้าสู่โพรงปากนุ่ม
“...อือ...” เถียนซีนิ้วหน้าเล็กน้อย โม่โฉวผละจากอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เมื่ออาเถียนกลับไปหลับลึกอีกครั้ง โม่โฉวก็หันมาเล่นกับแผ่นอกเปลือยเปล่าของอาเถียนแทน
โม่โฉวหลงใหลในความอ่อนนุ่มยามเขาััเนินเนื้อยอดอกของอาเถียน เขาชอบที่จะจับมันเมื่อตอนยังเด็กเหมือนที่จับอกอุ่นๆ ของแม่
แต่ตอนนี้ยิ่งชอบ เขาอยากหยิก อยากขยำมันแรงๆ แล้วขบกัดยอดอกของอาเถียน แต่ก็ต้องอดใจไว้ เพราะเวลาที่ทำอย่างนั้นนอกจากจะทำอาเถียนจะตื่นตัวเขาเองก็จะควบคุมตัวเองไม่อยู่เช่นกัน
ตอนนี้เขาจึงทำได้แค่ก้มลงดูดต้นคอของอาเถียน ดูดยอดอกสีชมพูของอาเถียน พรมจูบทั่วแผงอกอย่างหลงใหล หากเป็ไปได้ก็อยากจะกลืนกินอาเถียนลงท้องไปเลย
ขณะที่โม่โฉวละเลงลิ้นทั้วยอดอกของอาเถียน อยู่ๆ อาเถียนก็ครางแล้วขยับตัว โม่โฉวกระโจนลงจากเตียงของอาเถียนทันทีแล้วรีบหนีไปก่อนที่อาเถียนจะตื่นขึ้นมา
ในตอนที่โม่โฉวหุนหันออกจากห้องของอาเถียน อยู่ๆ ก็ถูกคนผู้หนึ่งเดินมาขวางทาง
“ดึกแล้วพี่สาวยังไม่นอนหรือ?” โม่โฉวส่งยิ้มโง่ๆ ให้อีกฝ่าย
“นั่นสิ...ดึกแล้วเ้ายังมาทำอะไรลับๆ ล่อๆ ที่เรือนของอาเถียนอีก?” สีหน้าของจื่อรั่วไร้แววสนุกสนานอย่างเช่นปกติ
“ข้าแค่มาดูอาเถียนว่าหลับไปหรือยังเท่านั้น ข้าขอตัวไปนอนก่อน” โม่โฉวก้มหน้าเดินเลี่ยงอีกฝ่าย
“โม่โฉว... เ้าปัญญาทึบจริงหรือ?” คำถามของจื่อรั่วทำให้โม่โฉวหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองอีกฝ่ายช้าๆ
“แล้วเ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ? ” น้ำเสียงติดจะเ็านั้นทำเอาจื่อรั่วขนหัวลุก นางถูกโม่โฉวกดดันอย่างหนัก เด็กอายุ13 ทำได้ขนาดนี้เชียวหรือ
“เถียนซีเอ็นดูเ้าก็จริง แต่ใช่ว่าเ้าจะทำหยาบคายกับเถียนซีได้นะ” โม่โฉวมองอีกฝ่ายแล้วยิ้มมุมปาก
เขาชอบนิสัยขี้หวงขี้ปกป้องเหมือนแม่แมวของจื่อรั่วมาก นั่นแปลว่านางรักอาเถียนของเขาและ้าจะปกป้องอันตรายทุกอย่างที่จะกล้ำกรายอาเถียน ซ้ำนางยังเชี่ยวชาญด้านพิษ โม่โฉวชอบข้อดีของการใช้พิษเป็ของนาง นางมีประโยชน์ต่ออาเถียนมาก
“พี่สาวสบายใจเถอะ ข้าไม่เคยคิดร้ายกับอาเถียน” โม่โฉวหมุนตัวหันหลังจะเดินกลับ แต่แล้วก็หยุดเสียก่อน
“จริงสิ... พี่สาวเคยได้ยินเื่ของ ‘จินฉาน’ หรือเปล่า?”
“ชาวเหมียวเรียกจินฉาน แต่ข้ารู้จักในนามของ ‘กู่’ ”
จื่อรั่วขมวดคิ้วมุ่น เพราะนางไม่รู้ว่าโม่โฉวไปรู้เื่พวกนี้มาจากไหน หรือว่าโม่โฉวรู้จักชาวเหมียว? แต่ชาวเหมียวนั้นเป็ชนกลุ่มน้อยที่ซ่อนตัวอยู่บนเขาลึก มีประวัติความเป็มาค่อนข้างลึกลับ แล้วเหตุใดอยู่ๆ โม่โฉวจึงได้รู้เื่พวกนี้ โม่โฉวในเวลานี้ทำนางกลัวจริงๆ
“ใน 3-4 ปีนี้ข้าอยากให้พี่สาวลองเลี้ยงจินฉาน”
“ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะเลี้ยงจินฉานหรือกู่ สัตว์ร้ายเช่นนั้น้าเหยื่อมาสังเวย” จื่อรั่วจ้องแผ่นหลังของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างหวาดกลัว
“ใช่... ผู้เลี้ยงกู่ต้องหาคนมาสังเวย ไม่เช่นนั้นมันจะทำร้ายคนเลี้ยงได้ แต่นอกจากมันจะกินคนแล้ว มันยังกินผ้าไหมลายดอกไม้ และผ้าไหมทองเท่านั้น หากทำได้สำเร็จ พี่กับอาเถียนสามารถพกมันไว้ป้องกันตัวได้” โม่โฉวโยนถุงทองที่เอวให้อีกฝ่าย เมื่อจื่อรั่วมองเห็นก้อนทองก็ตาโต โม่โฉวที่ได้ชื่อว่าเป็คนปัญญาทึบไปหาทองมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน
“นี่เป็ค่าเลี้ยงจินฉานหรือกู่ ส่วนเครื่องสังเวยจะมีคนนำมาให้ท่านทดลองใช้เรื่อยๆ” โม่โฉวพยักหน้า ทันใดนั้นก็มีลมวูบหนึ่งข้างตัวจื่อรั่ว พร้อมกับชายร่างโปร่งบางในชุดสีดำตลอดร่างปรากฏตัวขึ้น
“ต้าอีจะเป็คนพาเครื่องสังเวยมาให้ หากไม่ใช่เขายังมีต้าเอ้อ ต้าซาน ” โม่โฉวพยักหน้าอีกครั้ง เงาร่างนั้นก็หายไปทันที
“ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ท่านก็สามารถเรียกพวกเขามาใช้งานได้ หรือจะใช้ให้ส่งข่าวระหว่างข้าไปเป็ทหารก็ได้” โม่โฉวพูดจบก็เดินกลับเรือนของตัวเองทันที ปล่อยให้จื่อรั่วยืนอกสั่นขวัญแขวน โม่โฉวรู้ทั้งวิธีหาคนมาทดสอบพิษ ทั้งยังมีนักฆ่าอยู่ข้างกาย จะเป็คนปัญญาทึบไปได้อย่างไร
อันที่จริงโม่โฉวไม่อยากเปิดเผยคนของตัวเองให้คนอื่นรู้ แต่จื่อรั่วนั้นสามารถไว้ใจได้ เขาจึงได้เผยความจริงไปบางส่วน ส่วนที่คนอื่นไม่รู้ก็คือ
ตลอดเวลาหลายปีมานี้โม่โฉวเริ่มรวบรวมเด็กไร้บ้านและขอทานเด็กหลายคนไว้เป็กองกำลังส่วนตัวของเขาเอง เขาฝึกยุทธิ์เท่าไหร่ก็ถ่ายทอดให้คนกลุ่มนี้ด้วย
แต่เริ่มแรกโม่โฉวเพียงบังเอิญไปช่วยขอทานน้อยคนหนึ่งไว้จากพวกขอทานคนอื่นรุมรังแก ภายหลังยังรับเด็กไร้บ้านและคนพลัดที่อยู่อีกหลายคนมาเลี้ยงดูด้วย พวกเขาทำงานเป็นักฆ่ารับจ้างตามใบสั่ง โดยผู้ว่าจ้างจะเข้ามาติดต่อในวัดร้าง และพวกเขาจะฆ่าแต่คนสมควรจะถูกฆ่า เท่านั้น ค่าใช้จ่ายในการฆ่าคนแต่ละครั้งค่อนข้างสูง แต่รับประกันว่าจะไม่มีทางสาวมาถึงตัวผู้ว่าจ้างเด็ดขาด
งานผิดกฎหมายประเภทนี้โม่โฉวแทบไม่อยากให้คนใกล้ตัวอย่างอาเถียนรู้ ให้อาเถียนมองว่าเขาเป็คนปัญญาทึบต่อไปยังดีเสียกว่าจะรู้ว่าเขาทำงานด้านมืด เงินทองที่ได้มาก็เปื้อนเืเช่นนี้ แต่โม่โฉวไม่คิดจะสลายกลุ่มนี้ ต่อไปเขาอาจจำเป็ต้องใช้กลุ่มคนพวกนี้ในอนาคต
ก่อนโม่โฉวจะเข้าร่วมทหาร เขายังไปโรงเหล็กของหลี่ไป๋เพื่อขอให้ หลี่ไป๋ช่วยสร้างหน้ากากเหล็กที่ดูน่ากลัวให้หนึ่งชิ้น เพราะถ้าใช้ชื่อเสียงของโม่โฉวเ้าปัญญาทึบในการศึกคงจะไม่มีผู้ใดกลัว แต่หากใช้ชื่อแม่ทัพหน้ากากเหล็กก็เป็อีกเื่
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จก็ถึงเวลาบอกลาอาเถียน เช้าวันคัดเลือกทหารอาเถียนนั่งรถม้ามาส่งเขาที่ค่ายทหาร พวกเขาเพียงแค่บอกลากันไม่กี่ประโยค ไม่มีคำรักหวานซึ้ง มีเพียงแต่หน้าที่ที่แต่ละคนต้องไปทำ
โม่โฉวรู้ว่าอาเถียนมีกิจการอยู่หลายแห่ง ทั้งยังรู้ด้วยว่าฉากหลังของร้านน้ำชาที่มีคุณหนูและแม่นางน้อยรวมตัวกันอยู่คือแหล่งสืบข่าวของอาเถียน ทั้งยังรู้ด้วยว่าอาเถียนจะเปิดเหลาสุราอีกแห่งเพื่อสืบข่าวฝ่ายคุณชายและพวกบัณฑิตในเมือง
แม้จะยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าอาเถียนทำไปเพื่ออะไร แต่โม่โฉวก็ไม่คิดยื่นมือเข้าไปยุ่ง เขาเพียงอยากจะให้อาเถียนอยู่อย่างปลอดภัย จึงให้คนของตัวเองช่วยเป็หูเป็ตาแทนระหว่างที่เขาไม่อยู่ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าข้างกายอาเถียนมีองครักษ์ลับอยู่อีก 3 คน ก็ตาม
โม่โฉวโบกมือลาอาเถียนที่อยู่รวมกับครอบครัวของทหารคนอื่นที่อีกฝั่ง จากนั้นก็เดินไปเข้าแถวของตน แววตาเฉื่อยแฉะไร้พิษสงเปลี่ยนเป็วาววับ คำถามของจื่อรั่วยังดังก้องอยู่ในหู
‘โม่โฉว... เ้าปัญญาทึบจริงหรือ?’
ปัญญาทึบหรือไม่ก็อยู่ที่เขาเลือกจะแสดงด้านไหนให้อีกฝ่ายเห็น
------------------------------------
To Be Con
เขียนๆไปรู้สึกโม่โฉวน่ากลัวยังไงไม่รู้ค่ะ ทุกคนคิดว่ายังไงคะ?
นามิ