ขุนกับผู้กองเดชารีบเข้าไปดูในเต๊นท์ผ้าใบที่มัดไอ้เลี๊ยบไว้ ไม่มีรอยกรีดผ้าใบแสดงว่าคนในค่ายนี่แหละที่ช่วยไอ้เลี๊ยบ "ทุกคนตรวจตราในแค้มป์ให้ดี ว่ามีร่องรอยหรือว่าไอ้เลี๊ยบหลบอยู่ตรงไหน ส่นคนที่เฝ้าจ่าสินก็อย่าได้ประมาทให้จ่าสินหนีไปได้อีกคนด้วย" ผู้กองเดชาะโสั่ง ขุนเดินออกไปสำรวจรอบๆเต๊นท์ที่ไอ้เลี๊ยบเคยนอนรักษาแผล "ผู้กองตามผมมาครับ" ขุนหันไปบอกผู้กองเดชาเมื่อเห็นรอยหญ้ามีรอยเท้าเหยียบเป็ทาง ทั้งสองเดินตามรอยนั้นอย่างเงียบกริบ เดินแกะรอยตามไปร่วมๆร้อยเมตร ก็เห็นแสงไฟริหรี่ไม่สว่างมากนัก เขาทั้งสองก็ค่อยๆย่องไปที่แสงไฟริบหรี่นั่น "เมื่อสามปีก่อนพวกมึงบุกเข้าปล้นบ้านพ่อตากู ได้เงินทองแล้วทำไมมึงต้องข่มขืนเมียกูด้วย" เสียงถามเบาๆแต่แฝงไปด้วยความเคียดแค้นสุดที่จะบรรยาย ไอ้เลี๊ยบสีหน้าใแต่ก็พยายามกลบเกลื่อนไม่ให้เห็นความใที่เกิดขึ้น "กูไม่รู้มึงพูดเื่อะไร แล้วทำไมมึงถึงต้องใส่ร้ายกูด้วย" ไอ้เลี๊ยบถามกลับราวกับว่าไม่รู้เื่ไม่เข้าใจในคำถามนั้น "ตอนั้นกูประจำอยู่ภูธร ที่กูต้องขอย้ายมาอยู่ ตชด.ที่นี่ก็เพราะ้าตามหาพวกมึง แต่ไม่มีข่าวคราวพวกมึงแม้แต่น้อย มีวันหนึ่งมึงโทรหาจ่าสินกูก็คิดหาช่องทางตามหาพวกมึง โดยขอติดตามจ่าสินทำชั่วเพื่อตามหาเบาะแส แต่ก็ไม่เคยได้ข่าวคราวและวันนี้กูไม่คิดว่าจะได้เจอมึงง่ายๆ" หมูดดอนชักมีดพกออกจากฝัก ไอ้เลี๊ยบตาเหลือกลานด้วยความกลัว "มึงพูดอะไรกูไม่เข้าใจ" มันปฏิเสธทุกคำที่หมู้ดอนขยายความออกมา "มึงข่มขืนเมียกูแล้วก็ฆ่า" หมู่ดอนพูดแล้วเอาปลายมีดกดเข้าขาข้างที่ถูกยิง จากเบาก็แรงขึ้นเรื่อยๆไอ้เลี๊ยบร้องลั่น เพราะแผลที่อักเสพอยู่ก่อนก็ปวดมากอยู่แล้ว "โอ๊ยยย กูไม่ได้ฆ่าเมียมึง" หมู่ดอนยังคงกดแรงขึ้นไปเรื่อยๆ "ถ้าไม่ใช่มึงแล้วมันเป็ใครไ" ปลายมีดทะลุเนื้อเข้าไป "โอ๊ยยยย มึงเอามีดออกก่อนกูบอกแล้ว" หมูดอนหยุดกดแต่ไม่ได้เอามีดออกจากขาของมัน "ไอ้ส่างโต่งกับลูกน้องของมัน แต่กูไม่รู้ว่ามันฆ่าเมียมึงตอนไหน เพราะกูออกมาก่อนเลยไม่รู้ว่าใครฆ่า" มันสารภาพเพราะทนความเจ็บไม่ไหว "แต่มึงก็ร่วมกันข่มขืนเมียกู" มันเงียบไม่กล้ายอมรับหมู่ดอนออกแรงกดมีดลงอีกครั้ง "กูเปล่า กูปล้นอย่างเดียว มึงเอากูเข้าคุกเถอะก็จะสารภาพทั้งหมดเื่ที่กูปล้นบ้านพ่อตามึงครั้งนั้น กูขอรับผิดทุกอย่างและยอมรับโทษในคุก" มันตอบเสียงสั่น "ถ้าพวกมึงฆ่าเมียกู กูก็คงไม่มีทางรู้ว่าใครทำ แต่เมียกูยอมเก็บความขมขื่นทั้งหมดเพื่อรอบอกกูก่อนที่เธอจะฆ่าตัวตาย เพราะฉะนั้นถ้าให้มึงติดคุกก็คงจะได้รับเกียรติเกินไป" ฉึก มีดพกเล่นนั้นทั้งแหลมและคม แทงเข้ากระเดือกของมันอย่างรวดเร็วทะลุคอด้านหลัง ไอ้เลี๊ยบหมดสิทธิ์ที่จะร้องออกมาเป็เสียงได้ หมูดอนหันหลังจะเดินกลับก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นขุนกับผู้กองเดชายืนอยู่ตรงหน้า หมูดอนยกมือยื่นให้ผู้กองเดชาใส่กุญแจมือยอมรับผิด ทั้งขุนและผู้กองได้ยินทั้งหมดที่หมู่ดอนกับไอ้เลี๊ยบคุยกัน ขุนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า "ผู้กองครับ วันนี้ไอ้ส่างโต่งถูกพวกชัยกับทหารสอยร่วงทั้งกลุ่ม แผ่นดินสูงขึ้นแต่ทำไมท้องฟ้ามันยังมืดมิดมองอะไรไม่เห็นเลย" พูดจบขุนก็เดินกลับไปทำเหมือนไม่รู้ไม่เห้นอะไรทั้งสิ้น ผู้กองเดชาก็ไม่ต่างกันเขาเข้าใจความรู้สึก ของหมู่ดอนดีก็เดินตามขุนไปด้วย "นั่นสิหมวด เสียงจักจั่นเรไรก็ร้องกันระงม ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย" หมู่ดอนยื่นมืออกมาเก้อแต่ก็เข้าใจในความหมายของผู้บังคับบัญชาของตน น้ำตาของลูกผู้ชายก็ไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว
"ระยำฉิบหายหมด ทำงานรัดกุมกันแบบไหนข่าวถึงรั่วได้" นายอำนาจกึ่งถามกึ่งด่านายอำนวย "ไอ้เลี๊ยบแจ้งมาว่าไอ้จ่าสินครับ มันหักหลังคาบข่าวไปบอกพวกทหารและ ตชด." นายอำนวยแก้ตัวตามที่ไอ้เลี๊ยบแจ้งมา "แล้วแกจะทำยังไงต่อไป" นายอำนาจถาม "ผมสั่งการลงไปแล้วครับพี่ ให้จัดการฆ่าทิ้งให้หมดลูกเมีนรวมทั้งพ่อแม่ไอ้จ่าสิ้นด้วย" นายอำนวยตอบ เพี้ยะ นายอำนวจตบหน้าน้องชายอย่างแรง "คนพวกนั้นเขาเกี่ยวอะไรด้วยถึงต้องฆ่า ฆ่าแล้วได้เงินได้ของคืนหรือเปล่า" นายอำนาจมองน้องชายด้วยสายตาขุ่นเคือง นายอำนวยยืนนิ่งไม่พูดอะไรต่อ สายตาก็ชำเลืองไปทางไอ้ลม ลุยลายและไอ้เพลิง ภูพาน ไอ้สองคนก็ถอนหลังเดินออกไปจากห้องนั้น นายอำนาจหันไปทางนายอำนวย "ชั้นกว่าแกควรพักก่อนดีกว่าอำนวย แกไปคุมบ่อนแทนบรรจงส่วนเื่ทั้งหมดไม่ต้องยุ่งแล้ว" นายอำนวยพยักหน้ารับ "ครับพี่" นายอำนวยตอบแล้วถอยหลังออกจากห้องไปอีกคน นายอำนาจก็สั่งการ์ดเตรียมพร้อมเดินทางกลับ การ์ดพานายอำนาจไปที่รถจอดอยู่หน้าอ๊อฟฟิซของนายอำนวย ไอ้ลม ลุยลาย เดินเข้ามาหานายอำนวยที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ "เรียบร้อยครับนาย" นายอำนวยพยักหน้า "แล้วไอ้เพลิงล่ะ" นายอำนวยถาม "มันออกไปซื้อบุหรี่ เ้านายรอฟังข่าวดีได้เลยครับ" มันตอบคำถามนายมันแล้วก็เดินออกไป
วันหยุดแบบนี้รถในกรุงเทพฯไม่ค่อยพลุกลพ่านเท่าไหร่ คนส่วนมากจะนั่งเล่นนอนเล่นอยู่บ้าน หรือไม่ก็ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกันก็มาก ถนนในกรุ่งก็ค่อนข้างโล่งเป็พิเศษ รถนายอำนาจก็วิ่งสบายๆประมาณแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีรถการ์นำหน้าหนึ่งคันตามหลังหนึ่งคัน รถทั้งสามคันข้ามจากฝั่งพระนครมุ่งตรงไปทางฝั่งธนบุรี โดยข้ามสะพานพระรามเก้าพอรถถึงกลางสะพาน ตูมมมม บังโคลนหลังด้านขวาของรถะเิเสียงดังสนั่น รถลอยคว้างกลางอากาศแล้วร่วงลงสู่แม่น้ำเ้าพระยา ซูมมมมมม รถจมดิ่งไปอย่างรวดเร็ว รถที่วิ่งตามหลังมาเบรคกันจ้าละหวั่นชนท้ายกันตูมตามหลายคัน ถนนกลางสะพานขาดเป็ช่องยาวร่วมๆสิบเมตร สายเคเบื้ลที่โยงสะพานขาดไปสี่ห้าเส้น ทำให้สะพานแกว่งสั่นไปมาแทบจะล่มไปทั้งสะพาน ผู้คนที่สันจรไปมาต่างตื่นตะลึงอกสั่นขวัญหายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายอำนวยรับสายจากลูกน้อง "เรียบร้อยครับนาย ตายเรียบ" ... "ดีมาก ฮ่า ๆ ๆ ๆ" นายอำนวยหัวเราะอย่างมีความสุขที่ฆ่าพี่ชายแท้ๆของตนได้สำเร็จ โดยไม่เคยคิดคำนึงถึงเลยว่า ั้แ่ที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุตายหมด ก็มีพี่ชายคนนี้แหละที่หาเงินเลี้ยงดูให้สุขสบายมาโดยตลอด สมัยเด็กๆไม่ได้มีเงินทองมากมายเข้าขั้นจนก็ไม่ผิดนัก ตอนนั้นนายอำนาจเรียนจบมหาลัยมาแล้วก็ทำงานหาเงินเลี้ยงน้องสองคน น้องสาวนายอำนาจเป็พี่สาวของนายอำนวย แต่งงานกับฝรั่งแล้วก็ย้ายไปอยู่เมืองนอกบ้านสามี ส่วนนายอำนวยน้องคนสุดท้องที่นายอำนาจรักที่สุด ก็อยู่กับนายอำนาจมาโดยตลอด ั้แ่นายอำนาจเริ่มทำงานเป็พนักงานในบ่อน ต่อมาพอรุ้จักคนในวงการมากขึ้นก็ทำบ่อนเอง เงินทองมีมากขึ้นตามลำดับส่งเสียน้องชายเรียนจนจบ นายอำนวยไม่เคยลำบากอยู่ดีกินดีมาตลอดด้วยเงินของพี่ชาย ภายหลังนายอำนาจอยากจะมีอำนาจเหมือนชื่อตัวเอง ก็เริ่มเข้าเส้นทางสีเทามากขึ้นจนกลายเป็สีดำ นายอำนาจรู้จักพวกพ่อค้ายามากมาย และสุดท้ายก็เริ่มค้าเองอย่างเป็ล่ำเป็สัน พอนายอำนวยเรียบจบก็ช่วยพี่ชายดูแลกิจการบ่อนทั้งหมด ซึ่งนายอำนาจไม่เคยให้ยุ่งกับเื่ยาเสพติดแม้แต่น้อย แต่ด้วยความอยากอยากใหญ่อยากมีอำนาจบ้าง ก็เลยทำทุกวิถีทางจนเข้ามายุ่งกับยาเสพติดจนได้ และพยายามแผ่อำนาจให้เท่าเทียมกับพี่ชายอย่างลับๆ เวลาผ่านไปหลายปีบารมีก็ยังสู้พี่ชายไม่ได้ ก็หาทางกำจัดพี่ชายและก็ทำได้ในที่สุด
ข่าวนายอำนาจถูกสังหารดังสะพัดไปทั่วทั้งที่ยังกู้รถขึ้นมาไม่ได้ นักประดาน้ำกับหน่วยกู้ภัยก็พยายามกันอย่างเต็มที่ หลายชั่วโมงผ่านไปซากรถก็ถูกดึงขึ้นมาจากแม่น้ำได้สำเร็จ ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานก็เข้าตรวจรถที่กู้ขึ้นมาได้ ในรถของนายอำนาจไม่พบศพใครสักคน แรงะเิทำให้ประตูด้านที่ะเิหลุดไปทั้งบาน นักประดาน้ำและหน่วยกูภัยก็ต้องลงงมหากันต่อไป จนกว่าจะพบศพนายอำนาจและคนขับรถ เวลาผ่านไปสองวันก็ยังไม่พบศพคนทั้งสอง ทำให้นายอำนวยหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ไม่สุข สั่งให้พวกลูกน้องช่วยกันตามหาศพให้เจอ วันที่สามมีคนพบศพลอยขึ้นอืดติดอยู่กับกอผักตบ สูตรราคาแพงที่ศพสวมใส่อยู่ค้นพบกระเป๋าสตางค์ ซึ่งมีแต่บัตรเครดิตและบัตรประชาชนชื่อ นายอำนาจ ธรณินทร์ไพศาล จึงทำให้แน่ใจได้ว่านั่นคือศพนายอำนาจ "สวัสดีครับนาย ตำรวจพบศพนายอำนาจแล้วครับ" ... "แน่ใจได้ยังไงวะ" นายอำนวยถามต้นสายที่โทรมา "สภาพศพขึ้นอืด ขนาดรูปร่างและเสื้อผ้า ทั้งยังเจอกระเป๋าสตางค์ที่มีบัตรประชาชน ของนายอำนาจด้วยครับ" ต้นสายรายงานตามที่เห็น "มึงรอให้เขาเสร็จเื่แล้ว ก้จัดการโลงอย่างดีใส่ศพไปไว้ที่วัดด้วย เดี๋ยวกูให้คนเอาหนังสือไปส่งให้กับตำรวจเอง" วางหูแล้วนายอำนวยก็นั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดี งานศพจัดที่วัดใกล้ๆบ้านนายอำนาจ นักข่าวเข้ามาสัมภาษณ์นายอำนวยก็พูดไปไม่กี่คำ เพราะมัวแต่นั่งแสดงอาการเสียใจการจากไปของพี่ชายสุดที่รัก
"ถึงกับนอนน้ำตาไหลเลยหรือครับคุณอำนาจ ธรณินทร์ไพศาล" นายอำนาจที่โดนมัดติดอยู่บนเตียงหันไปตามเสียงนั้น "แกเป็ใคร จับชั้นมัดไว้ทำไม" ... "ถ้าไม่มัดไว้ เกรงว่าคุณจะวิ่งออกไปชนลูกปืนตายนะสิ" เสียงตอบที่ราบเรียบไม่ก้าวร้าวไม่นอบน้อม "แกเป็ลูกน้องไอ้นวยใช่มั้ย" นายอำนาจถามเสียงดัง "จุ๊ ๆ ๆ คุณจะแหกปากเรียกใครกัน เดี๋ยวได้กลายเป็ศพไปจริงๆหรอก" เสียงนั้นปรามออกไปนายอำนาจจึงเงียบจ้องตาไม่กระพริบ "คุณตำที่นั่งลำบากแล้วยังไม่รู้ตัวอีก ยังจะวางอำนาจตามสันดานเดิมอยู่ได้ คุณรู้หรือไม่ว่าตอนนี้คุณไม่เหลืออะไรแล้ว นายอำนวยยึดกิจการของคุณทั้งหมด สงสารแต่เมียคุณนั่นแหละที่ไม่รู้เื่อะไรเลย ตอนนี้อยู่ในบ้านเดียวกับกับคนที่สั่งฆ่าผัวตัวเอง น่าสงสารไม่น้อยเลยคุณว่ามั้ย" นายอำนาจหน้าตาหม่นหมองขึ้นมาทันที "แล้วนายเป็ใคร อยู่กลุ่มไหนพวกใคร" นายอำนาจตั้งสติได้แล้วก็ถามน้ำเสียงปกติ "ผมพราน พรหมเมศ ไม่มีกลุ่มไม่มีพวก และก็ไม่อยากมีด้วย" รินซึ่งหลังจากทำศัลยกรรมเสร็จก็เปลี่ยนเป็ชื่อพราน และใช้บัตรประชาชนของตัวเองคือ พรหมเมศ แพรนิล เมื่อก่อนเคยใช้ชื่อสุรินทร์ไม่พกบัตร "นายช่วยชั้นทำไม ตอนนี้ชั้นไม่มีอะไรตอบแทน" นายอำนาจถามด้วยความสงสัย "ต้องมีสิครับเื่สิ่งตอบแทน ว่าแต่คุณจะตอบแทนผมหรือเปล่าเท่านั้น" พรานตอบคำถาม "มันคงไม่ใช่เื่บังเอิญละมั้ง ที่จู่ๆนายจะอยู่ตรงที่รถชั้นตกสะพาน" นายอำนาจซักอย่างมีเชิง "มันก็มีทั้งบังเอิญและไม่บังเอิญ ที่รู้ว่ารถคุณจะต้องโดนะเิที่สะพานพระราม 9" พรานหยุดพูดมองเข้าไปในบ้านแล้วหันกลับมาพูดต่อ "ที่ว่าบังเอิญคือผมกำลังส่องกล้องทางไกล บังเอิญส่องไปเห็นคนสองคนกำลังนั่งยองๆ ทำอะไรตรงบังโคลนหลังรถคุณ แล้วก็บังเอิญอีกเช่นกันที่หนึ่งในนั้นออกไปร้านค้า ผมก็เลยตามไปลากตัวมันมาเค้นจนได้ความจริง ว่าะเิจะทำงานกลางสะพานพระราม 9 ผมก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปดักรอที่ใต้สะพานวัดดวงดู หากคุณตายไปแล้วก็ถือว่าฟาล์วไป แต่โชคดีที่คุณยังไม่ตายก็เลยช่วยคุณขึ้นมา แล้วถอดเซื้อคุณไปใส่ให้คนขับรถแทน" พราบอกเื่ราวสั้นๆพอเข้าใจ "ชั้นจะเชื่อได้ยังไงว่าสิ่งที่นายเล่ามาเป็ความจริง ถ้านายไม่ได้คิด้าอะไรบางอย่างจากชั้น" นายอำนวยแทงคำถามออกไปอีก "อย่างที่บอกไปแล้วว่า ้าสิ่งตอบแทนแต่อยู่ที่คุณจะให้สิ่งนั้นได้หรือเปล่า" พูดจบพรานก็เดินเข้าไปในบ้าน แล้วลากตัวคนๆหนึ่งมานั่งตัวงอตรงหน้านายอำนาจ "ไอ้เพลิง" นายอำนาจเห็นหน้าก็รู้ทันทีว่าใคร ทั้งๆที่หน้าตามันบวมเขียวช้ำทั้งใบหน้าจากการโดนซ้อมอย่างหนัก "ผมขอโทษครับนาย" ไอ้เพลิงรีบขอโทษแต่ไม่ได้ยกมือไหว้ เพราะมือมันโดนมันไพล่หลังอยู่ "มึงลองเล่าให้กูฟังหน่อยสิวะไอ้เพลิง ว่าเื่มันเป็ยังไงมายังไง" นายอำนาจถามเนิบๆ "นายอำนวยเขาให้ผมกับไอ้ลมวางะเิรถนายครับ ตอนแรกจะติดไว้ตรงที่นายนั่ง แต่คนขับรถไม่ยอมไปไหนยืนกันท่าอยู่ตรงนั้น ผมก็เลยเอาไปติดไว้อีกด้านครับ ความจริงเขาสั่งให้ผมทำตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสตอนที่นายอำนวยซื้อการ์ดบางคนของนายเรียบร้อยแล้วครับ" มันตอบไม่ค่อยจะเต็มเสียง นายอำนาจก็ไม่ถามอะไรต่อหันไปทางพราน "พราน นายช่วยติดต่อเลขาชั้นให้หน่อยสิ เธอชื่อปราง" พรานมองหน้านายอำนาจแล้วถามกลับ "คุณไม่ได้คิดส่งข่าวให้นายอำวยมาฆ่าคุณที่นี่หรอกนะ" นายอำนาจส่ายหน้า "ปรางไม่หักหลังชั้นหรอก ชั้นเลี้ยงเธอเหมือนลูกสาวมาั้แ่เด็กๆ อำนวยคิดจะเคลมเธอหลายต่อหลายครั้ง เธอเกลียดอำนวยเข้าใส้เธอไม่มีวันเป็พวกของอำนวยแน่นอน ยิ่งตอนนี้ชั้นคิดว่าเธอคงอยู่ไม่ห่างเมียชั้นหรอก และอำนวยก็ยังไม่กล้าที่จะทำอะไรด้วย เพราะชั้นจดทะเบียนสมรสกับเมียชั้น อำนวยมันอาจจะหาวิธีกล่อมเมียชั้นให้เซ็นโอนอะไรบางอย่างอยู่ก็ได้ แต่งานศพยังไม่คาราคาซังอยู่ชั้นคิดว่าเมียชั้นยังปลอดภัย" นายอำนาจบอกเหตุผลแล้วให้พรานจดเบอร์โทรของปราง พรานก็ลองโทรหาปรางหยั่งเชิงดูก่อน "ฮัลโหลค่ะ" เสียงใสๆปลายสายรับโทรศัพท์ "สวัสดีครับคุณปราง ไม่ทราบว่าตอนนี้มีใครอยู่ใกล้คุณบ้าง" เขาถามออกไปตรงๆ "ไม่มีหรอกค่ะ ปรางนั่งอยู่คนเดียวที่โคนไม้ในวัด ว่าแต่คุณเป็ใครคะทำไมถึงรู้จักชื่อปราง" เธอก็ตอบกลับและถามตรงๆเช่นกัน "ลองสังเกตุดูนะครับว่ามีใครมองคุณอยู่หรือเปล่า" ... "มีค่ะ มีลูกน้องของคุณอำนวยนั่งมองปรางอยู่ แต่อยู่ไกลพอสมควร" เธอบอกโดยที่ไม่ได้หันไปมองเพราะรู้อยู่ก่อนแล้วว่า ลูกน้องนายอำนวยคอยนั่งสังเกตุเธอมาตลอด "คุณทำเฉยๆอย่ามีพิรุธอะไรนะครับ ผมมีอะไรจะบอกกับคุณ"... "ค่ะ" ..."คุณอำนาจยังไม่ตายตอนนี้อยู่กับผม เดี๋ยวอาจจะมีคนเดินเข้ามาถามคุณว่าโทรคุยกับใคร คุณก็บอกไปว่าคุยกับแฟนก็แล้วกัน แล้วผมจะติดต่อมาใหม่ครับ" พูดจบพรานก็วางหู จริงอย่างที่พรานบอกลูกน้องนายอำนวยเดินมาหาเธอ "คุณโทรหาใครครับ" เธอตะกุกตะกักตอบไป "โทรคุยกับแฟนค่ะ ทำไมหรือคะ" เธอพูดจบไอ้คนถามก็ดึงมือถือไปจากมือเธอ มันกดโทรออก "มีไรเหรอที่รัก ผมบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวจะโทรหาใหม่ แค่นี้ก่อนนะจ้ะ จุฟๆ" พรานรับสายพูดไปแล้วก็วางหู ไอ้นั่นจึงส่งมือถือคืนให้เธอ ตึ๊ง ตึ่ง เสียงข้อความเข้าเธอเปิดดู ไอ้คนเดิมก็ดึงมือถือเธอไปดู ที่รักถ้าว่างเมื่อไหร่ ก็โทรบอกด้วยนะ รักนะจุฟๆ มันอ่านข้อความแล้วก็ส่งคืนให้เธอ เธออ่านแล้วก็ยิ้มที่ข้อความนี้ทำให้ไอ้นั่นเชื่อสนิทว่าเขาเป็แฟนเธอจริงๆ
หกโมงเช้าพรานซื้อโจ๊กใส่ไข่มาให้นายอำนาจ "อืม โจ๊กบ้านๆแบบนี่ไม่เคยกินมานานแล้ว อร่อยลื่นคอดีมาก" นายอำนาจกินเสร็จก็ยิ้มนึกถึงอดีตที่เคยกินโจ๊กแบบนี้ พรานก็หยิบน้ำดื่มมาให้สองขวดนายอำนาจดื่มน้ำแล้วหันมาถาม "นายติดต่อปรางแล้วได้เื่ยังไงบ้างล่ะ" พรานกระดกน้ำในขวดเข้าคออึกหนึ่ง "ผมคุยกับเธอแล้ว เธอนัดเจอผมคืนนี้ที่ร้านเหล้าใกล้บ้านคุณนั่นแหละ" พรานตอบ "อ่อ ร้านเพื่อนของคุณวรรณเมียชั้นเองแหละ" นายอำนาจบอกแล้วถามต่อ "แล้วไอ้เพลิงล่ะ นายจะจัดการกับมันยังไง" พรานเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์มาส่งให้ ข้างในเป็บัตรประชาชนของไอ้เพลิงนายอำนาจดูแล้วทำหน้างง "ผมจัดการโกนหนวดตัดผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มัน เอากระเป๋าสตางค์ของการ์ดคุณใส่เข้าไป แล้วส่งมันไปนอนเล่นใต้เ้าพระยาแล้ว คาดว่าอีกหลายวันคงลอยอืดขึ้นมา" พรานบอกในสิ่งที่ทำลงไป "ทำเพื่ออะไร เพราะยังไงผลชันสูตรก็บ่งบอกว่าเพิ่งตาย นายคิดจะหลอกหลักวิทยาศาสตร์ของแพทย์ชันสูตร มันไม่มีทางได้ผลหรอกพราน" นายอำนาจพูดบอกกึ่งตำหนินิดๆ "ผมรู้ว่าหลอกชุดชันสูตรไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าแค่เห็นบัตรประชาชนใบขับขี่และบัตรอื่นๆในกระเป๋า เพียงแค่นี้ชุดชันสูตรที่มีงานมากมาย ก็ไม่อยากชันสูตรให้เมื่อยแล้ว เพราะปิดคดียิ่งเร็วยิ่งดีไม่ต้องเสียเวลาสืบค้นอีก เมือมีศพครบแล้วสองศพมันก็จบไป ที่เหลือก็สืบหาคนวางะเิ ซึ่งยังไงก็ไม่มีใครสืบอยู่แล้วเมื่อมีคนใหญ่โตอยู่เื้ั" เป็คำตอบที่นายอำนาจเห็นด้วย และทำให้นายอำนาจค่อนข้างจะชื่นชมพรานอยู่ในใจ
งานศพวันสุดท้ายรอพิธีกรรมต่างๆเพื่อทำการเผา "กูให้พวกมึงเฝ้าสังเกตุการณ์คุณวรรณกับปรางเป็ยังไงบ้าง" นายอำนวยถามลูกน้อง "คุณวรรณเอาแต่นั่งร้องไห้ครับนาย ส่วนคุณปรางก็โทรคุยกับแฟนสองสามครั้ง" คำว่าโทรคุยกับแฟนทำให้นายอำนวยหน้าแดงก่ำ ออกอาการโมโหด้วยความหึงหวง เพราะตนหมายปองจะเอามาทำเมียตั้งหลายครั้ง แต่ก็โดนนายอำนาจขัดขวางมาโดยตลอด คืนนี้แหละจะต้องจัดการให้ได้ งานเผาศพก็ผ่านไปด้วยดีแเื่ในแวดวงก็พากันมาแน่นขนัด ปรางพาคุณวรรณเมียนายอำนาจกลับบ้าน นายอำนวยก็ตามไปด้วยเพราะตั้งใจจะจัดการปรางให้ได้ในคืนนี้ "คุณอำนวยกลับไปก่อนเถอะ ศพคุณอำนาจเพิ่งจะเผาไปแล้วคุณจะมานอนที่นี่มันน่าเกลียดมาก" เมียนายอำนาจบอกกับนายอำนวย "ไม่เป็ไรคุณวรรณ ผมไม่แคร์คำพูดของใครทั้งนั้น ที่นี่บ้านพี่ชายผมทำไมผมจะนอนไม่ได้" นายอำนวยตอบเสียงดังแบบไม่แยแสอะไร ปรางอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินลงมาชั้นล่าง "ปรางหนูจะไปไหน" คุณวรรณถาม "จะไปร้านป้าอ้อค่ะคุณแม่ ปรางนัดเพื่อนไว้" เธอเรียกคุณวรรณว่าแม่เรียกนายอำนาจว่าพ่อ เพราะสองผัวเมียนี่ไม่มีลูกและปรางก็เป็ลูกของญาติห่างๆ ของคุณวรรณที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ นายอำนาจกับคุณวรรณก็เลยรับมาเลี้ยงเป็ลูก "ไม่ได้ ห้ามออกไปไหนทั้งสิ้น" นายอำนวยสั่งเสียงแข็ง "ทำไมล่ะคะ ปรางไปนั่งเล่นร้านป้าอ้อเป็ประจำอยู่แล้ว แล้วอามีสิทธิ์อะไรมาสั่งห้ามคะ" ปรางสวนออกไปด้วยความไม่พอใจ "ตอนนี้บ้านหลังนี้ใครจะทำอะไร ถ้าชั้นไม่ให้ทำก็ต้องไม่ทำ ขึ้นไปบนห้องของเธอเดี๋ยวนี้ สักพักชั้นจะขึ้นไปคุยด้วย" นายอำนวยวางอำนาจสั่งเสียงเฉียบขาด คุณวรรณรู้มานานแล้วว่านายอำนวยคิดยังไงกับปราง "ให้ปรางไปเถอะค่ะ ซื้อข้าวต้มปลามาให้แม่ด้วยนะแม่จะรออยู่ห้องแม่ อย่ากลับดึกล่ะแม่เริ่มหิวนิดๆแล้ว" คุณวรรณพูดออกบ้างนายอำนวยก็ยังคงเกรงใจอยู่บ้าง เพราะคุณวรรณยังไม่ได้เซ็นมอบอำนาจอะไรให้สักอย่าง แต่เมื่อปรางไปไม่นานเดี๋ยวก็คงกลับ เพราะต้องซื้อข้าวต้มมาให้คุณวรรณอีกด้วยก็ไม่ขัดอะไรอีก "ค่ะแม่ ปรางไปไม่นานหรอกค่ะ" เธอเดินลงไปที่โรงจอดรถ นายอำนวยก็เดินออกไปที่พวกไอ้ชาติ มหาชัย ลูกน้องที่คอยติดตามหรือมือปืนประจำตัวของนายอำนวย "ไอ้ชาติ มึงพาลูกน้องไปด้วยสองคน ไปนั่งเฝ้าปรางไว้ที่ร้านคุณอ้อ อย่าให้ใครมาวอแวกับปรางนะมึง ไอ้คนไหนที่มายุ่งกับปรางมึงก็ทิ้งได้เลย" ไอ้ชาติรีบตามออกไปทันที นายอำนวยหลงใหลปรางมากเคยมีคนแค่แซวปราง นายอำนวยรู็ก็สั่งให้ลูกน้องจับไปนั่งยางบ้าง ยิงทิ้งบ้างเพราะหึงมากหากปรางยิ้มให้ใคร ที่สั่งให้ไอ้ชาติยิงทิ้งได้ทันทีเพราะรู้มาว่าปรางมีแฟน คืนนี้คงจะนัดเจอกันแน่ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเก็บซะให้สิ้นเื่ไป
พรานขับบิ๊กไบค์มาที่ร้านเหล้าตามนัด แต่ไม่เคยเห็นปรางมาก่อนเขาก็เดินไปนั่งในร้าน ปรางเดินเข้าห้องน้ำกดโทรหาแม่ของเธอ เพราะสงสัยเหมือนกันว่าทำไมถึงสั่งข้าวต้มปลา เพราะคุณวรรณแพ้คาวปลากินปลาไม่ได้เื่นี้เธอรู้ดี "ฮัลโหลค่ะแม่ ข้าวต้มปลาหมายถึงอะไรคะ" ... "หมายถึงให้หนูนอนบ้านเพื่อนจ้ะ แม่ไม่ไว้ใจคุณอำนวยเลยแค่นี้นะ" คุณวรรณวางสายทันทีแสดงว่านายอำนวยคงจะอยู่ข้างๆแน่เลย ตึ๊ง ตึ่ง ข้อความเข้ามาพอดีเธอก็เปิดอ่าน ผมมาถึงร้านแล้วนั่งอยู่โต๊ะในสุด ตรงมุมร้าน เธอเดินออกไปก็เห็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะมุม เธอก็เดินเข้าไปนั่งโต๊ะใกล้ๆ เพราะในร้านมีแขกอีกโต๊ะหนึ่งนั่งอยู่ด้วยกันสามคน คือไอ้ชาติกับลูกน้องของมัน เธออาหารเสร็จก็สงพิมพ์ข้อความส่งกลับไป โต๊ะที่มีผู้ชายนั่งสามคน มันมารอฉุดปรางไปให้เ้านายมัน ปรางจะทำยังไงดีคะ พรานเหลือบมองก็เห็นตามนั้นจริง ถ้าคนที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ผมเป็คุณ ก็นั่งเท้าคางให้เห็นหน่อย แล้วผมจะส่งเบอร์มือถือคุณอำนาจให้ เขาตอบกลับ เธอก็นั่งเท้าคางตามที่บอกเขาก็ส่งเบอร์ให้ เธอก็เดินไปเข้าห้องน้ำอีกไอ้ชาติก็เดินตามไป "นี่ห้องน้ำผู้หญิงนะ เข้ามาไม่ได้" เสียงพนักงานหญิงคนหนึ่งะโออกมา พรานได้ยินก็เดินไปทางห้องน้ำทันที เห็นไอ้ชาติเอามือค้ำคอพนักงานคนนั้นอยู่ "มึงอย่าเสือก เดี๋ยวจะอยู่ที่นี่ไม่ได้" มันบีบคอจนเธอหน้าซีดแล้วมันก็ผลักเธอลงไปนั่งก้นกระแทกพื้น "พี่ชายทำไมถึงต้องรังแกผู้หญิงล่ะครับ" พรานถามมันก็หันกลับมา "มึงนี่เสือกไม่เข้าเื่" แล้วสวิงหมัดขวาออกมาทันที วืดด พรานระวังตัวอยู่แล้วหลบทันแล้วสวนออกไปเต็มหมัด พลั่ก มันเซถอยหลังไปติดผนังหน้าห้องน้ำ มันก็เด้งตัวออกมาหวังะโใส่ ปึ้ก โอ๊ยยยย พรานเตะเข้าเป้ากางเกงมันถึงกำเอามือกุมไข่ แล้วทรุดลงงอตัวต้วยความจุกอย่างมาก "คุณปราง ไปเร็ว" ปรางรีบออกมาตามคำที่เราเรียก ไอ้สองคนในร้านไม่รู้เื่ที่ลูกพี่มันนอนจุกไข่กองอยู่กับพื้น มันก็ชนแก้วกันอย่างเพลิดเพลิน พรานนำหน้าเธอไปที่บิ๊กไบค์ส่งหมวกกันน็อคให้ เธอก็รีบขึ้นซ้อนท้ายพรานขับออกไปทันที
พรานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อแล้วหันไปถาม "คุณจะให้ผมไปส่งที่ไหน ไปที่บ้านคุณหรือจะไปก็บอก แต่ก่อนอื่นคุณโทรหาคุณอำนาจก่อนดีกว่าครับ" เขาบอกแล้วก็เดินเข้าไปซื้อบุหรี่ในร้าน ออกมาเห็นเธอยืนหลบอยู่ตรงมุมมืด "ทำไมมายืนหลบตรงนี่ล่ะครับ" ถามแล้วก็แกะบุหรี่ออกมาจุดสูบ "เมื่อกี้ปรางเห็นรถพวกนั้นมันวิ่งผ่านไปค่ะ เดี๋ยวมันคงจะโทรตามพวกมันมาอีกแน่เลย" เธอตอบเสียงสั่นๆ "คุณโทรคุยกับคุณอำนาจหรือยัง" เธอพยักหน้า "งั้นเดี๋ยวผมขับไปส่งคุณที่บ้านดีกว่าจะได้ปลอดภัย" เขาบอกแต่เธอกลับส่ายหน้า "ตอนนี้เ้านายมันอยู่ที่บ้านค่ะ แม่บอกให้ปรางไปนอนค้างบ้านเพื่อน แต่พวกมันก็รู้จักบ้านเพื่อนปรางด้วย ถ้าไปเพื่อนเดือดร้อนแน่" เธอตอบเสียงรัวพรานบอกให้ขึ้นรถก่อน เธอขึ้นซ้อนท้านแล้วบอกว่า "ไปบางกะปิค่ะ มันไกลจากที่นี่มากน่าจะปลอดภัย ไปถึงแล้วปรางจะโทรหาเพื่อนที่นั่นค่ะ" ฟังเธอพูดจบพรานก็ขับรถออกไป แต่ต้องเบรกตัวโก่งเมื่อเห็นพวกนั้นจอดรถขวางถนนอยู่ "กอดเอวผมแน่นๆ" เธอทำตามโดยไม่ต้องพูดซ้ำ พรานเอียงรถนิดหนึ่งบิดเครื่องปล่อยครัชท์สไลด์รถกลับ เขาขี่ย้อนศรกลับไปทางเดิมเห็นรถอีกคันจอดอยู่ มีคนยืนหน้ารถในท่าเตรียมยิงสวนมาทางเขา เปรี้ยงงงง..!!??
โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนที่ 13
.