บทที่ สิบห้า
สองชั่วยามต่อมาลู่อิงิฟื้นขึ้นมาในพื้นที่กว้างแต่ยังอยู่ในเหมืองที่มืดมิดมีเพียงกองไฟใกล้ตัวส่องแสงและให้ความอบอุ่น
“คุณชายลู่ท่านฟื้นแล้ว”เย่เฉินไท่เอ่ยทักเมื่อเห็นเปลือกตาของคนที่หลับไปนานเปิดขึ้น
“ข้าหลับไปนานหรือไม่ ยามใดแล้ว?”
“หลับไปสองสามชั่วยาม ส่วนเวลาใดข้าก็ไม่รู้แต่น่าจะฟ้าสางแล้ว”
“อือ” นางพยักหน้ารับรู้สอดส่ายสายตามองหาอีกคน เห็นเขานั่งอยู่เฉยๆก็ไม่แปลกใจ ที่ออกมาตรงนี้ได้จุดที่พวกสวีจ้าวหรงให้นางได้นอนพักไม่มีกลิ่นสาบของปีศาจค้างคาวแล้วสวีจ้าวหรงคงหาทางออกมา
“แล้วทำไมจู่ๆ คุณชายหลับไปเล่า ข้าใแทบแย่”บัณฑิตหนุ่มที่ยังไม่ได้คำตอบเอ่ยถามคนที่เป็มิตรกว่าเพราะคุณชายลู่คงตอบคำถามของเขา
“ข้าโดนพิษในน้ำลายของพวกปีศาจค้าวคาวน่ะเลยหลับไปแต่ก็ขอบคุณที่ช่วยพาข้าออกมา”
“เื่นั้นคุณชายหรง..”
“ตื่นแล้วก็เดินทางกันต่อเถอะ” น้ำเสียงใสของเด็กหนุ่มเอ่ยแทรกเย่เฉินไท่ซึ่งก็ถึงเวลาที่ควรเดินทางต่อกันได้แล้วจริงๆลู่อิงิเห็นด้วยที่จะไปจากที่นี่เสียที ทนความอับชื้นจะไม่ไหวแล้ว
เย่เฉินไท่หยิบคบไฟขึ้นมาถือแล้วใช้ดินกลบไฟที่พื้นเดินข้างคุณชายลู่ไปติดๆ ก็ตลอดเวลาที่คุณชายลู่หลับอยู่บรรยากาศอึดอัดกดดันมากคุณชายหรงไม่ส่งเสียงพูดคุยกับเขาสักคำ พอฟื้นปุ๊บก็พูดปั๊บแถมเสียงใสแจ๋วเสียด้วยเขาสุดจะสงสัยความสัมพันธ์ทั้งคู่ บางทีเหมือนคุณชายลู่ก็เกรงใจคนเด็กกว่าแต่บางทีก็เป็อีกฝ่ายที่เอ่ยยกยอเสียงใสกับคนแก่กว่า แต่ใครจะไปกล้าถามคุณชายลู่แม้จะดูเป็มิตรแต่ก็เก่งกาจเกินมนุษย์เย่เฉินไท่ไม่กล้าละลาบละล้วงมากเกิน
ลู่อิงิเดินทางกลับออกมาตามที่จมูกััได้ก็มั่นใจว่าอีกไม่ถึงชั่วยามคงได้ออกจากถ้ำเหมืองแน่แล้วก็จุดนี้แทบไม่มีกลิ่นสาบโชยมาอีก พวกปีศาจจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องระวังอีก
“ข้าว่าข้าได้กลิ่นแสงแดดแล้ว”แม้แต่เย่เฉินไท่ที่เป็คนไม่มีวรยุทธ์สักนิดก็ยังรับรู้
“ใช่ อีกไม่นานคงได้ออกจากถ้ำแล้ว”
“ข้าไม่เคยรักแสงแดดเช่นนี้มาก่อนเลย” เย่เฉินไท่แทบเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา
“ฮ่าๆ ข้าก็เช่นกัน” นางหัวเราะรับคำพูดไปด้วย จริงอย่างที่บัณฑิตหนุ่มว่าเกิดรักแสงแดดเหลือเกินตอนนี้ เผลอๆ ตัวพวกเขาคงซีดเผือดกันหมดแล้วมั้ง
ไม่ถึงสองเค่อแสงจ้าที่ปลายทางก็ส่องเข้ามาเป็จุดเล็กๆให้พวกเขาได้เห็น ส่งผลให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าคล้ายกลับคืนมีกำลังวังชาอีกครั้งเย่เฉินไท่เร่งเดินเร็วอย่างไม่รู้ตัวเริ่มทิ้งห่างทั้งสองคนไว้ที่เื้ัพอบัณฑิตหนุ่มเริ่มสังเกตว่าคุณชายลู่ที่มักจะเดินอยู่ใกล้ๆ หายไปจึงหันหลังกลับ
“ขอโทษ ข้าตื่นเต้นเกินไปจึงเร่งฝีเท้าไม่รู้ตัว”
“ไม่เป็ไรๆ ท่านรีบไปเถอะ อย่างไรผู้ชนะก็มีเพียงหนึ่งท่านนำออกไปก่อนจะเป็อะไร ห่างกันไม่กี่ก้าวเท่านั้น” ลู่อิงิเอ่ยตอบเพราะนางตั้งใจอยู่แล้วว่าจะดูหลังให้เย่เฉินไท่ขณะที่เขาออกจากปากถ้ำ
“ขอบคุณคุณชายลู่ แต่ถ้าพวกท่านจะเปลี่ยนใจข้าพร้อมยกธงคืนให้พวกท่าน”บัณฑิตหนุ่มตบลงที่อกตนเอง จุดที่ธงสีแดงเก็บอยู่
“เป็ของท่านดีแล้ว ข้าไม่ได้ไว้ใจท่านหรอกนะ แต่ข้าไว้ใจสายตาจางเหยียนซีนางคงรอท่านอยู่ และป่านนี้คงกังวลมากท่านรีบหน่อยก็ดี” ใช่ต่อให้เย่เฉินไท่มีความรักมากล้นให้คุณหนูเหยียนซีเท่าไรแต่ถ้าอีกฝ่ายไม่มีสายตาห่วงหาขนาดนั้นทอดมองมายามที่รู้ว่าคนที่นางรักกำลังไปเผชิญอันตรายลู่อิงิคงไม่ทุ่มสุดตัวขนาดนี้
“ขอบคุณทั้งสองที่ช่วยเหลือ เจอกันด้านนอก”บัณฑิตเย่คำนับแล้วหันตัวเร่งเดินออกไปเพราะเขาไม่คิดว่าจะมีอันตรายอะไรอีกจึงกล้าทิ้งทั้งสองไว้เื้ัก็แสงสว่างขนาดนี้พวกปีศาจคงหมดปัญหาแล้ว ซึ่งก็จริงอย่างที่เย่เฉินไท่คิดไม่ใช่ปีศาจแต่เป็มนุษย์ที่อาจจะดักลอบกัดอยู่ได้ทุกมุมหินคนอย่างหม่าเจาเหิงไม่ถอยง่ายๆ หรอก
“เ้ากำลังจะเสียโอกาสชิงเศษดาวไปเซียนน้อย”ลู่อิงิไม่ได้คิดว่าจะทิ้งไปสักนิด นางแค่รอเวลา ถ้าทั้งสองได้แต่งกันและเมื่อใกล้ๆ จะครบกำหนดปีที่จะต้องใช้แก้วผลึกสังสรรค์นางค่อยกลับมาเอ่ยขอตรงๆยังได้ นางคิดว่าเย่เฉินไท่ไม่ใช่คนไร้น้ำใจ เขาน่าจะยอมมอบให้นางถึงเหมือนทำดีหวังผลแต่นางก็อยากช่วยให้ทั้งคู่สมหวังกันจริงๆ เช่นกันแต่พระเอกของเื่เถอะ เขาปล่อยวางหญิงงามได้จริงหรือ?
“แล้วท่านล่ะ กำลังจะเสียเหยียนซีไปเช่นกันมิใช่หรือ” ไร้เสียงตอบรับไม่รู้ว่าไปจี้ใจดำหรือไม่เพราะเอาเข้าจริงนางเอกของเื่ไม่มีคนไหนเลยที่สวีจ้าวหรงไปแย่งมาทุกคนล้วนเต็มใจทั้งนั้นถ้าจางเหยียนซีมีคนรักอยู่แล้วเช่นนี้นางคงไม่ใช่ผู้หญิงของจอมมารอีกต่อไปไม่รู้จุดที่เท่าไรแล้วที่นางเปลี่ยนเส้นเื่นิยายช่วยให้เย่เฉินไท่ไม่ตายได้แต่งกับคนรักแถมใช้พระเอกยื่นมือมาช่วยส่งเสริมดอกรักบานครั้งนี้อีกต่างหาก
“แต่อย่างไรก็ขอบคุณท่านมากถ้าไม่ได้ท่านช่วยเื่ปีศาจค้างคาวข้าคงแย่เหมือนกัน ข้าติดหนี้ท่านแล้ว”
“ไม่มีเื่หนี้..” เด็กหนุ่มหยุดพูดทั้งที่เหมือนไม่จบประโยคจากนั้นเขาก็เดินเท้าถอยหลังหายเข้าไปในความมืดก่อนจะเอ่ยเสียงกระซิบแ่เบา‘เพราะข้าก็ใช้ให้เ้าไม่หมดเช่นกัน’เสียงที่นางไม่ได้ยินเพราะพลังเซียนยังไม่คืนกลับมา
ลู่อิงิที่เห็นอีกฝ่ายเงียบไปจึงหันมองรอบตัวแต่ร่างเด็กหนุ่มของสวีจ้าวหรงก็ได้หายไปเสียแล้ว
“เสี่ยวหรง?” เซียนน้อยเอ่ยเรียกก็แล้วก็ไม่มีใครตอบนี่เขาจากไปแล้วหรือ? แน่สิ ก็ไม่มีอะไรให้เขาต้องอยู่ต่อแล้วมั้ง
ส่วนนางหน้าที่เหลือเพียงอย่างเดียวก็คือหาเ้าคนชั่วหม่าเจาเหิงให้เจอมันคงซ่อนตัวอยู่แถวนี้รอดักชิงธงเป็แน่ ลู่อิงิจึงออกเดินช้าๆตามเย่เฉินไท่ไป หวังจะระวังหลังให้และเอาตัวเองเป็เหยื่อล่อให้คนชั่วเผยตัวออกมา
ด้านชายที่เฝ้ารอปากทางเข้าออกถ้ำเหมืองนานหลายชั่วยามหลังจากที่รับรู้ว่าโดนสลับธงไปสิ่งที่ได้มาคือผ้าเช็ดหน้าก็คับแค้นใจหวังจะดักซุ่มสังหารทุกคนที่จะผ่านทางออกให้ตายให้หมดดีที่เขาให้พรรคพวกเข้ามาดักรอในถ้ำอยู่ก่อนแข่งขันแล้วลูกดอกเกือบสิบทิศทางเช่นนี้อย่าหวังเลยว่าจะรอดไปได้ พอพวกมันสลบเขาจะลากไปให้ปีศาจค้างคาวดูดเืให้หมดและจะคว้าธงออกไปเพียงคนเดียว
จนในที่สุดก็เห็นเป้าหมายแล้วบัณฑิตอ่อนปวกเปียกเดินนำมาก่อนโดยตามหลังมาห่างๆ คือคู่แค้นของตนเองมันทั้งทำเขาอับอายเล่นตุกติกกับธง แต่ไม่รู้เด็กหนุ่มอีกคนไปไหนไม่แน่อาจจะตายในถ้ำแล้วมั้ง เช่นนั้นที่เหลือก็เตรียมตัวตายตามไปเถอะ
พอทั้งสองเดินเข้ามาในอาณาเขตหม่าเจาเหิงจึงผิวปากเบาๆส่งสัญญาณให้พรรคพวกที่ดักซุ่มอยู่ระดมยิงลูกดอกใส่ทั้งสองคนแต่หลังผิวปากแล้วก็ไม่เกิดอะไรขึ้น สงสัยไม่ได้ยิน เขาเลยจะผิวปากอีกรอบ
“อัก” ยังไม่ทันจะส่งสัญญาณระดมยิงอีกรอบ ลำคอก็ถูกสับอย่างแรงหม่าเจาเหิงแทบจะกลืนลูกกระเดือกลงคอไป จะส่งเสียงร้องอะไรก็ทำไม่ได้เหมือนคนลำคอตีบตันเขาเงยหน้ามองคนที่อยู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าสายตาอีกฝ่ายมองกดลงมาน่ากลัวหวาดหวั่นเกินไปเหมือนมองสิ่งมีชีวิตแสนเล็กไร้ค่าที่แค่เหยียบก็ตายนี่มันไอ้เด็กหรงที่อยู่กับอีกสองคน มันยังไม่ตายนี่!
หม่าเจาเหิงพยายามจะส่งเสียงเรียกพรรคพวกให้มาช่วยตนเองจากไอ้เด็กที่กินพิษใบอี้ตันแล้วไม่เป็อะไรไอ้เด็กนี่มันไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ แต่คิดได้ก็สายไปแล้วสายตาสีชาดกับจุดกลางหน้าผากก็ปรากฏออกมาแสดงตัวตนชัดเจนว่ามีพลังเหนืุ์มีกลิ่นอายดั่งมารร้าย
“ทำไม เรียกพวกหรือ?” สวีจ้าวหรงเหยียบลงกลางหลังคนที่กำลังจะลุกหนีให้กลับไปนอนราบเหมือนเดิม“อยากตามพวกมันไปหรืออยากอยู่ทำศพก่อน?”
“อือ อือออ” เสียงไม่เป็คำอีกต่อไปเพราะลำคอถูกทำลายสาหัสยิ่งส่งเสียงก็เจ็บ เืทะลักออกจากปากสายตาหม่าเจาเหิงมองลงไปด้านล่างเห็นผู้แข่งขันในศึกชิงชัยกำลังเดินผ่านไปต่อหน้าต่อตาพยายามจะเรียกเท่าไรก็ส่งไม่ไปไม่ถึงเขาไม่ได้จะห้ามทั้งสองอีกแล้วแต่พยายามเรียกให้ช่วย
“นางไม่ได้ยินหรอก” จอมมารเอ่ยถึงเซียนน้อยที่ตอนนี้พลังยังไม่กลับคืนไม่มีทางได้ยินเสียงทรมานในลำคอของร่างที่เขาเหยียบอยู่หรอก เพราะถ้าได้ยินคนอย่างนางต้องไม่ยอมให้เขาทำเช่นนี้แน่ใจอ่อนเป็ที่หนึ่งแม้กับปีศาจค้างคาวยังไม่กล้าฆ่าทำได้เพียงหยุดการเคลื่อนไหวไม่ก็ทำให้สลบ
สวีจ้าวหรงใช้เท้าพลิกคนที่นอนอยู่คล้ายเป็อัมพาตให้หงายตัวขึ้นแล้วจับแขนทั้งสองข้างบิดจนกระดูกร้าวเสียงกระดูกที่ลั่นทีละข้อ แต่คนถูกบิดนั้นจะหนีก็ไม่ได้ จะร้องก็ไม่มีเสียงอนุญาตให้น้ำตาไหลจากความเ็ปได้อย่างเดียวเท่านั้นเมื่อบิดจนพอใจแล้วจอมมารจึงหยุดมือปล่อยร่างคนที่อ่อนปวกเปียกไร้กระดูกให้นอนแผ่เดินไปหยิบลูกดอกที่เตรียมจะยิงใส่ลู่อิงิขึ้นมา
“จะทำร้ายคนของข้านับว่ากล้ามาก” ว่าจบสวีจ้าวหรงก็ปักลูกดอกเข้าที่หน้าอกผู้เป็เ้าของร่างที่เคยสั่นก็หยุดสั่นเพราะสลบไปจากลูกดอกพิษแล้วร่างเด็กหนุ่มของสวีจ้าวหรงก็โบกมือส่งคนที่นอนนิ่งลอยลึกเข้าไปในเหมืองถ้าตื่นแล้วรอดจากพวกค้างคาวก็คลานออกมาเองแล้วกัน หรือไม่งั้นก็ถูกดูดเืแห้งตายอยู่ในนั้น
จากนี้มีอะไรอีกหลายอย่างที่เปลี่ยนไปแต่จุดจบของหม่าเจาเหิงไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าอย่างไรเขาก็หาเื่ใส่ตัวเองทั้งนั้นจบชีวิตลงอย่างทรมานไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ลู่อิงิที่เดินตามเย่เฉินไท่ออกมาห่างๆจนถึงปากถ้ำแล้วก็ไม่เกิดอะไรขึ้นทั้งสิ้นหรือว่าหม่าเจาเหิงจะไม่รอดออกมาจากะเิเหมืองของตัวเองเช่นนั้นก็ถือว่ากรรมตามสนองแล้ว
ทันทีที่นางพ้นออกมาจากถ้ำเหมืองสิ่งแรกที่เห็นคือจางเหยียนซีปกปิดความห่วงที่มีต่อบัณฑิตหนุ่มไม่มิดนางก้าวลงจากศาลาที่รออยู่อย่างคนนั่งไม่ติดที่โดยวิ่งตรงมาหาเขา
“ท่านพี่เฉินไท่”จางเหยียนซีที่ก้าวมาถึงชายหนุ่มเร็วรี่แต่กลับเรียกเขาเสียงแ่เบาเพียงไม่นานจางหยงหยวนคนพ่อก็ตามมายืนอยู่ไม่ห่าง
“เย่เฉินไท่ เ้าได้ธงมาไหม” เขาเอ่ยถามบัณฑิตหนุ่มไม่มีสำเนียงดูแคลนแม้แต่น้อยเห็นได้ว่าผู้นำตระกูลจางก็ไม่ได้รังเกียจที่จะมีลูกเขยเป็บัณฑิตที่ฐานะธรรมดาด้านเย่เฉินไท่ที่ได้ยินคำถามก็หยิบธงสีแดงออกมาจากอกเสื้อชูขึ้นสูงให้คนที่อยู่รอบบริเวณปากทางเข้าถ้ำติดตามผลการแข่งขันได้เห็นทั่วกันพลันเสียงโห่ร้องก็ดังกึกก้อง จางเหยียนซีตรงเข้าไปกอดชายหนุ่มเอาไว้ทันที
ลู่อิงิเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็สุดจะตื้นตันใจดีใจที่ทั้งคู่จะได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันเสียทีถือว่าภารกิจเสร็จแล้วจึงเตรียมจะเดินทางกลับโรงเตี๊ยมพรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางหาเศษดาวเสี้ยวอื่นต่อไป
“ช้าก่อนคุณชายลู่”แต่เสียงของเย่เฉินไท่เรียกนางเอาไว้ก่อนโดยที่กำลังตวัดตัวจะขึ้นหลังม้า
“มีอะไรหรือ?”
“ท่านรีบเดินทางต่อหรือไม่อยู่ร่วมงานยินดีประจำปีของศึกชิงชัยก่อนได้หรือไม่”
“จะมีงานเลี้ยงด้วยหรือ” นางไม่รู้ว่าจะมีงานต่อจากนี้อีก แต่ใจหนึ่งนางก็อยากรีบออกเดินทางต่อเหมือนกันจะได้รีบหาเสี้ยวที่เหลือให้จบๆ ไป
“ใช่ขอรับ ถือว่าข้าขอให้ท่านอยู่ก่อนได้หรือไม่ว่าแต่คุณชายหรงอยู่ไหนเสียแล้ว”ปกติเขาจะเห็นเด็กหนุ่มอยู่ตัวติดเป็เงาตามตัวคุณชายลู่ตลอดไม่เห็นจึงเป็ห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“เขาเดินทางนำไปแล้ว”
“งั้นหรือ เสียดายนัก เช่นนั้นท่านอยู่ก่อนได้หรือไม่อยู่ให้ข้าและเหยียนซีได้แสดงคำขอบคุณท่านเถอะ”เซียนผู้น้อยไตร่ตรองอยู่สักพักก็ตัดสินใจได้
“ก็ได้ ข้าจะอยู่แสดงความยินดีกับพวกท่านก่อน”
สามวันต่อมา
งานเลี้ยงจัดอย่างยิ่งใหญ่จางหยงหยวนนั้นดีใจมากโขที่ได้เย่เฉินไท่มาเป็ลูกเขยเพราะผู้นำตระกูลจางนั้นรู้อยู่แล้วว่าเย่เฉินไท่เป็คนดีทั้งยังรักบุตรสาวตนเองมาแต่ไหนแต่ไรที่จัดงานงานชิงชัยเพื่อหาคู่หมั้นนี้ขึ้นมาก็หวังให้เขาได้กล้าทำอะไรสักอย่างเพื่อจางเหยียนซีสักทีจากที่คอยแต่หลบอยู่เงียบๆ มานาน เื่ราวของเย่เฉินไท่กับจางเหยียนซีจึงจบลงอย่างงดงาม
จนเวลาใกล้จบงานลู่อิงิก็ถูกเรียกให้เข้าไปในด้านในตระกูลจางในห้องที่ดูเป็ส่วนตัวมากกว่าจะมีงานเลี้ยงในนี้
“พาข้ามาที่นี่ทำไมหรือ?” นางเอ่ยถามเย่เฉินไท่ที่พาตนเข้ามาแต่ยังไม่ทันที่นางจะได้คำตอบผู้นำตระกูลอย่างจางหยงหยวนก็พาบุตรสาวจางเหยียนซีเดินเข้ามาเสียก่อน
“คำนับท่านจาง”นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้อยู่ต่อหน้าแบบเป็ส่วนตัวกับจางหยงหยวนจึงเอ่ยคำนับผู้าุโกว่า
“เกรงใจแล้วคุณชายลู่” ชายสูงวัยเดินเข้ามารับการคำนับจากนางก่อนเอ่ยต่อ“ข้าได้ยินเื่ทั้งหมดจากเย่เฉินไท่แล้ว”
“เื่อะไรบ้างหรือ?” นางไม่แน่ใจว่าเื่ทั้งหมดที่ว่าคือเื่อะไรบ้างเลยถามไปก่อน
“ก็เื่ที่ท่านกับเด็กหนุ่มอีกคนช่วยเหลือเย่เฉินไท่อย่างไรบ้างหากไม่ได้พวกท่านเขาคงไม่ได้ธงมา เขยข้านี่ช่างไร้ความสามารถข้าจึงต้องมาขอบคุณท่านด้วยตัวเอง” ผู้นำตระกูลจางยกมือคำนับผู้ที่อายุน้อยกว่าก่อนจะให้ลูกสาวก้าวมาข้างหน้าเพื่อออกมายืนข้างๆ เย่เฉินไท่
บัดนี้จางเหยียนซีไม่ใส่ผ้าคลุมหน้าแล้วที่จริงลู่อิงิไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นใบหน้าสาวงามชัดแล้ว แต่ก็ยังมาเห็นจนได้นางควรเสียดายแทนสวีจ้าวหรงไหมที่ไม่ยอมอยู่ต่อ ก็จางเหยียนซีงดงามจริงๆตาหงส์รับกับจมูกเล็กที่โด่งสูงอย่างพอดิบพอดีผิวใสแก้มชมพูอย่างคนที่อยู่เมืองหนาว สิ่งที่นางมีไม่เหมือนนางเอกคนอื่นๆที่เคยอธิบายในนิยายว่ากลิ่นอายของความสูงส่งพอมาเห็นเช่นนี้ก็เข้าใจทันทีคงเพราะดวงตาหงส์ที่เวลามองไปที่ใดก็จะสะกดทุกลมหายใจได้
เห็นเช่นนี้ท่าจะให้กล่าวตรงๆนางอยากจะขอโทษนางฟ้าเซียนแสนดีอย่างท่านพี่รุ่ยเซียงเลยรุ่ยเซียนนั้นเป็แบบฉบับนางฟ้าเซียนแท้ๆ ที่น่ารักอ่อนหวานแต่ตอนนี้จางเหยียนซีสำหรับลู่อิงิแล้วโดนใจเต็มๆ
“ก่อนอื่นข้าสองคนขอคารวะคุณชายลู่ที่ช่วยสนับสนุนพวกเรา”เย่เฉินไท่กล่าวแล้วคู่รักก็โค้งตัวคำนับพร้อมกันให้ลู่อิงิช้าๆ แสดงความจริงใจ
“พอเลยๆ” เซียนน้อยรีบเข้าไปห้ามทั้งคู่แต่ก็ไม่เป็ผลจนทั้งสองเงยตัวขึ้นมาเอง
“ข้าจางหยงหยวนไม่รู้ว่าคุณชายลู่นั้นเป็ใครมาจากไหนแต่ความสามารถที่มากล้น ชำนาญต่อสู้ทั้งที่ยังวัยเท่านี้ถ้าวันไหนท่านเลิกท่องทั่วหล้า อยากหาที่ปักหลักตระกูลจางต้อนรับท่านเสมอ” ว้าว!นี่ลู่อิงิกำลังถูกชักชวนเข้าตระกูลจางงั้นหรือถ้าเป็โลกก่อนสิ่งนี่เรียกว่าดราฟตัวชัดๆ
“ฮ่าๆ ขอบคุณท่านจาง ไว้เป็เื่อนาคตแล้วกันเื่นี้”
“เช่นนั้นเข้าเื่อีกเื่เลยแล้วกันคุณชายลู่”จางหยงหยวนเอ่ยเื่นี้ขึ้น บุตรสาวก็หันไปหยิบกล่องหนึ่งเดินมาส่งให้บิดา
“ข้ารู้ว่าท่านกำลังหาสิ่งนี้จากเย่เฉินไท่และเขาก็ยินดีจะยกมันให้ผู้มีพระคุณ” เดี๋ยวนะ นี่คงไม่ใช่หรอกนะไม่ทันให้ได้คิดนาน จางหยงหยวนก็เปิดกล่องในมือออก ในนั้นมีเสี้ยวเล็กๆของแก้วผลึกอยู่ในกล่องจริงๆ
“ท่านให้เศษดาวกับข้าหรือ” ลู่อิงิหันไปเอ่ยถามเย่เฉินไท่เพราะสิ่งนี้ควรเป็ของผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว
“ข้าจำได้ ท่านบอกว่ามาลงแข่งเพื่อมัน”บัณฑิตหนุ่มหยิบเศษดาวตกขึ้นมาจากกล่องแล้วส่งให้เซียนน้อยที่ตอนนี้ตาแววอย่างดีใจที่จะได้มันมาเร็วกว่าที่คิด
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว”นางรีบรับเสี้ยวผลึกมาอย่างไม่อิดออดหรือเกรงใจอย่างที่ในนิยายชอบทำประเภทอยากได้ใจจะขาดแต่ปากบอกมิกล้าๆ
“แล้วท่านจะตามหาทั้งหมดเลยหรือคุณชายลู่”ท่านจางเอ่ยถามหลังจากนางเก็บเสี้ยวนั้นลงถุงไปเรียบร้อยแล้ว
“ก็คงเช่นนั้น” นางตอบอย่างไม่ปิดบัง
“ถ้าอย่างนั้นลองไปที่เมืองผิงต๋าดูคุณชายข้าได้ยินข่าวลือมาว่ามีเศษดาวตกแถวนั้น” นี่เป็ข่าวดีซ้ำซ้อนชัดๆ ทั้งได้มาเสี้ยวหนึ่งแถมยังรู้ข่าวลือของเสี้ยวต่อไปไม่ต้องเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้หาข่าวเอง
“ขอบคุณพวกท่านมาก ข่าวนี้ช่วยข้าจริงๆ อย่างไรก็ยินดีกับพวกเ้าด้วย”หลังจากกล่าวขอบคุณกันไปมาแสดงความยินดีอีกหลายประโยคนางก็ได้กลับมาโรงเตี๊ยมเพื่อเตรียมตัวไปเมืองต่อไปทันทีดูเหมือนส่วนขาดไปของเสี้ยวผลึกในมือตอนนี้คงแค่อีกสามสี่ชิ้นไม่เกินกว่านี้นางคงเก็บรวบรวมทันในหนึ่งปีแน่ๆ