อาหารของข้า
ในขณะที่กลุ่มของฟางเฉินกำลังหัวเราะกันอย่างสนุกอยู่นั้นก็ได้มีกลุ่มคน 5 คนเดินเข้ามาใกล้จุดที่กลุ่มพวกฟางเฉินอยู่“ศิษย์พี่” ฟางเฉินกล่าวเบาๆ“อ่าข้ารู้แล้ว พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องทำตังลับๆล่อๆหรอกรับออกมาได้แล้วสหายจากสำนักเว่ย” เย่เซียนกล่าว“ฮ่า ฮ่า สมแล้วแม่นางเย่เซียนชั่งทรงพลังจริง ๆสามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนของพวกข้าได้” เสียงที่ชั่วร้ายดังขึ้นมาพร้อมกับกลุ่มชายหนุ่ม 3 คนและหญิง 2 คนเดินออกมาจากความมืด“ศิษย์หลักของสำนักเว่ยงั้นเหรอ” โจวหยวนแสดงสีหน้าจริงจัง“พวกเจ้ามีธุระอะไร” เย่เซียนกล่าว“ไม่มีอะไรมากข้าแค่ได้ยินว่าอสูรระดับ 3-4 รอบ ๆนี้ถูกสังหารไปเป็นจำนวนมากข้าก็เลยมาตรวจสอบดูว่าเป็นกลุ่มใหนที่แท้ก็เป็นกลุ่มของสำนักจู่หลงนี่เอง” ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้มและมองไปยังเรือนร่างของเย่เซียนและหยูหลานอย่างไม่วางตา“ก็รู้แล้วนี่ทีนี้ก็รีบใสหัวไปได้แล้ว” โจวหยวนกล่าว“คนกำลังพูดอยู่สุนัขอย่างเจ้าอย่าได้สอดปาก” ศิษย์หลักของสำนักเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“นี่เจ้า!!!!!!!!” โจวหยวนโกรธและหยิบหอกของตัวเองออกมา“พวกเจ้าสำนักเว่ยต้องการจะหาเรื่องกับพวกข้างั้นเหรอ” เย่เซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาปราณกระบี่อันแหลมคมสั่นใหวราวกับกำลังปะทุ“อะไรกัน ข้าไม่ได้คิดจะหาเรื่องพวกเจ้าเลย ข้าแค่จะมาบอกว่าบริเวณรอบ ๆนี้เป็นที่บ่าของสำนักเว่เพราะงั้นพวกเจ้าควรจะทิ้งอสูรที่พวกเจ้าล่าในวันนี้ไว้และใสหัวออกไปจากบริเวณนี้ซะไม่อย่างงั้นก็อย่าหาว่าพวกเขาไม่เกรงใจ” ชายหนุ่มศิษย์หลักของสำนักเว่ยกล่าว“ศิษย์พี่เราฆ่าคนพวกนี้ได้ใหม” ฟางเฉินกระซิบกล่าวถามเย่เซียนทันที“ตอนแรกข้าคิดว่าไม่อยากจะมีเรื่องมากนักแต่ถ้าเราฆ่าคนกลุ่มนี้เขามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอา” เย่เซียนกล่าว“แล้วถ้าทำให้พวกเขาพิการละ” ฟางเฉินกล่าว“แบบนั้นก็น่าจะพอได้อยู่” เย่เซียนกล่าวทันทีที่ได้คำตอบรอยยิ้มของฟางเฉินฉีกออกทันที ในตอนนี้ความโลภกำลังคำรามออกมาอย่างดีใจเพราะคนกลุ่มนี้เป็นศิษย์หลักของสำนักเว่ยซึ่งสำนักเว่ยหใความสำคัญต่อระดับจิตวิญญาณอย่างมากเพราะงั้นศิษย์หลักกลุ่มนี้ล้วนมีจิตวิญญาณระดับสูงหรือปฐพีขึ้นไป“ในป่าดาราแห่งนี้ไม่มีเจ้าของเพราะงั้นพวกเจ้าสำนักเว่ยก็ไม่มีสิทธิ์มาอ้างชื่อว่าเป็นพื้นที่ล่าของพวกเจ้า” หยูหลานกล่าว“ในเมื่อพูดดี ๆแล้วไม่ยอมส่งอสูรมา ถ้างั้นก็คงต้องใช้กำลังกันแล้ว” ศิษย์หลักทั้ง 5 คนของสำนักเว่ยต่างแสดงสีหน้าชั่วร้ายออกมา“เข้ามาข้าเองก็อยากจะรู้นักว่าพวกเจ้าสำนักเว่ยจะแน่สักแค่ใหน” โจวหยวนคำรามออกมา“ตาย!!!!!!!!” ทั้ง 5 คนแยกกันโจมตีทันที หัวหน้ากลุ่มของฝีกฝ่ายซึ่งอยู่จุดสูงสุดของระดับนักรบเหมือนกันโจมตีไปยังเย่เซียน แต่เย๋เซียนกลับแสดงสีหน้าเย็นชาและแทงกระบี่ออกไป“ปราณกระบี่ร้ายกาจยิ่ง” ชายหนุ่มแสดงสีหน้าตื่นกลัวทันที“รับๆฆ่าสวะตรงนั้นแล้วมาช่วยเหลือข้าเร็วเข้า” ชายหนุ่มคำรามออกมาและสั่งให้คนของตนเองสังหารฟางเฉินฟางเฉินยิ้มออกมา หญิงสาวในกลุ่มของสำนักเว่ยพุ่งเข้าหาฟางเฉินและแทงกระบี่หมายจะปลิดชีวิตของฟางเฉินทันที แต่ในพริบตาตานั้นนางกลับรับรู้ได้ถึงอันตรายจากตัวของฟางเฉินซึ่งตอนนี้ดวงตาของฟางเฉินกลายเป็นสีทองส่องสว่าง“พวกโง่เขลา” ฟางเฉินกล่าวพริบตาเส้นด้ายหลายร้อยเส้นพุ่งออกมาจากทั่วทุกทิศทางและมัดร่างของหญิงสาวเอาไว้“บัดซบแค่ด้ายขยะๆอย่าคิดว่าจะหยุดข้าได้” หญิงสาวคำรามออกมาและปลดปล่อยจิตวิญญาณอินทรีย์ขนแดงออกมา“ตอนนี้แหละ” ฟางเฉินยิ้มเหี้ยวจิตวิญญาณเพลิงของฟางเฉินลุกโชนออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาจิตวิญญาณของหญิงสาวด้วยความเร็วสูงสุด“อาหารของข้า!!!!” ความโลภคำรามออกมาและเริ่มกลืนกินจิตวิญญาณของหญิงสาวทันทีจิตวิญญาณอินทรีย์ขนแดงคำรามออกมาด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดในฐานะจิตวิญญาณระดับสูงแต่กลับหวาดกลัวจิตวิญญาณระดับต่ำทำให้หญิงสาวแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมาและไม่นานหญิงสาวกลับรู้สึกว่าการเชื่อมต่อระหว่างนางและอินทรีย์ขนแดงถูกฉีกสะบั้นและจิตวิญญาณของนางก็หายไปอย่างสมบูรณ์“ไม่ นี่เจ้ากล้า เจ้ากล้าทำลายจิตวิญญาณของข้าอ๊ากกกกกกกกกกกก” หญิงสาวกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานจนแทบเสียสติเพราะการสูญเสียจิตวิญญาณนั้นเป็นเรื่องทุ่รนแรงและน่าหวาดกลัวอย่างมาก“เป็นไปไม่ได้ นักรบระดับสูงคนหนึ่งจะมาแพ้ระดับจิตวิญญาณได้อย่างไร” ศิษย์หลักของสำนักเว่ยคำรามออกมาด้วยความหวาดกลัวแน่นอนถ้าสู้กันตรง ๆฟางเฉินไม่มีทางเอาชนะอีกฝ่ายๆได้ง่ายๆขนาดนี้ แต่ว่าครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามดูถูกฟางเฉินเกินไปและไม่ได้ทุ่มพลังมั้งหมดตั้งแต่แรก และในตอนนี้คือช่วงกลางคืนทำให้การมองเห็นของอีกฝ่ายนั้นลดลงและฟางเฉินก็ใช้โอกาสนี้ฟางกับดักไว้รออีกฝ่ายตั้งแต่แรกแล้วทันทีที่อีกฝ่ายพุ่งเข้าหาฟางเฉินก็เท่ากับว่าอีกฝ่ายได้เข้ามาติดกับของฟางเฉินทันทีและฟางเฉินก็ไม่ได้ให้เวลาอีกฝ่ายได้ตั้งตัวทันทีที่อีกฝ่ายปลดปล่อยจิตวิญญาณฟางเฉินก็ให้ความโลภจัดการทันที“เขาทำได้ยังไง” เหยียนมี่กล่าวพร้อมกับเช็ดโลหิตที่มุมปาก ตัวนางที่อยู่ขั้นต้นของระดับนักรบไม่มีทางต่อกรกับอีกฝ่ายได้อยู่แล้ว“มาหลบอยู่ข้างหลังข้า” ฟางเฉินกล่าวกับเหยียนมี่ทันทีเหยียนมี่ไม่รอช้ารีบพุ่งมาหาฟางเฉินจากนั้นนางก็สังเกตุได้ว่ามือของฟางเฉินกำลังขยับไปมาอยู่ตลอดซึ่งทำให้นางคาดเดาได้ว่าตอนนี้ฟางเฉินกำลังใช้เส้นด้ายวางกับดักรออีกฝ่าย“เจ้ากล้าทำร้ายศิษย์ของสำนักเว่ยโทษคือตาย” ศิษย์หลักที่ไล่ตามเหยียนมี่มาคำรามและชกหมัดใส่หัวของฟางเฉินทันที“คนที่ตายมันคือเจ้าต่างหาก” ฟางเฉินยิ้มเย็นในตอนนั้นเอง ใบมีดขนาดเล็กอยู่ก็ลอยขึ้นและพุ่งเข้าหาศิษย์หลักคนนั้นทันที“นี่มัน!!!!” เหยียนมี่เห็นว่าที่ด้ามใบมีดมีรูขนาดเล็กอยู่และฟางเฉินก็สอดด้านผ่านรูนั้นและควบคุมใบมีดผ่านเส้นด้ายแทน“ปกติการจะควบคุมอาวุธบินนั้นเป็นเรื่องที่ยากและสิ้นเปลืองพลังปราณอย่างมากต่อให้อยู่ระดับปฐพีก็ไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าใช้เส้นด้ายควบคุมแทนมันก็อีกเรื่อง” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มใบมีดขนาดเล็กเคลื่อนใหวไปมาตามเส้นด้ายอย่างรวดเร็วและใบมีดพวกนี้ยังดำเงาและมองเห็นได้ยากในตอนกลางคืนอีกด้วย“บัดซบเข้าใกล้ไม่ได้เลย” ศิษย์หลักคนนั้นเรียบถอยออกไปจากฟางเฉินในทันที“เกิดอะไรขึ้นเจ้าเด็กนั่นมันเป็นใครทำไมระดับจิตวิญญาณถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้” ศิษย์หลักที่กำลังต่อสู้อยู่กับเย่เซียนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ