ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่337 การโจมตีสุดกำลัง

  ยี่ผิง นางถึงกับกัดกรามไว้แน่น ปากอดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำพูดออกมา "เจ้า เจ้า!! ถึงกับใช้ตัวข้าเป็นเหยื่อล่อเลยงั้นหรือ ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก" แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมายาว


 

ชายหนุ่มร่างกายกำยำ เองก็กล่าวออกมาเช่นกัน "ไอ้เวรหากคุณหนูของข้าเป็นอะไรไป ข้าสาบานจะไล่ฆ่าสังหารเจ้าอย่างแน่นอน"


 

อี้เฉินส่ายหัวในทันที "ก่อนที่พวกเจ้าจะว่ากล่าวตักเตือนข้า พวกเจ้าดูนั้นก่อน" อี้เฉินชี้นิ้วไปที่ นาคากลืนสมุทร ที่อยู่ด้านใต้ในทันที ในยามนี้มันหายลงไปแหวกว่าย ยังบึงน้ำเสียแล้ว


 

"มันยังไม่ตายงั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไร  โดน การโจมตีที่รุนแรง ตั้งขนาดนั้น"ชายหนุ่มร่างกายกำยำกล่าวออกมาด้วยความตกใจ


 

   ครั้นเมื่อมันแหวกว่ายภายในน้ำไม่กี่อึดใจ มันก็ คำรามออกมาเสียงดังกู่ก้อง "โฮก!!!!" ประหนึ่ง ความโกรธเกรี้ยว ทั้งหมดทั้งมวล ของมันถูกระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง บึงน้ำกลายเป็นน้ำวนไปทั่ว แม้แต่ท้องฟ้ายังถูกบีบคั้นอย่างรุนแรง ก่อเกิดสายฟ้าแพร่กระจายออกไปทั่วทิศ ผู้คนที่เห็นยังอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่


 

   ครั้นเมื่อ นาคากลืนสมุทร ชูแผงคอขึ้นมาเหนือบึงน้ำได้ ดวงตาที่ ราวกับอสรพิษร้าย ต่างจับจ้องมาที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา ประหนึ่งในยามนี้มันมองอี้เฉินเป็นคู่ต่อสู้เพียงคนเดียวของมัน ครั้นเมื่อมันเปล่งวาจาออกมา ก็ต่างพาให้กายาของพวกเขาสั่นสะท้าน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยแรงบีบคั้น หัวใจเต้น ตึกๆๆๆ!!!! สูบฉีดโลหิต ในกายอย่างบ้าคลั่ง เลือดในกายาเดือดพล่าน ราวกับถูกสะกด สายเลือดไว้ "เจ้าผู้มี สายเลือดต่ำต้อย บังอาจทำให้ข้า บาดเจ็บเลยงั้นหรือ"


 

   อี้เฉินที่ได้ยินน้ำเสียงของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบีบคั้น กายาของเขาถึงกับสะทกสะท้านอยู่ไม่น้อย ไม่คิดเมื่อเจอกับ ขั้นพลังเทวะขั้นสุด มันจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากถึงเพียงนี้ หากเป็นโลกแห่งความจริงเกรงว่า จะยิ่งร้ายกว่านี้เป็นแน่ ในความโชคร้ายก็ยังถือว่าโชคดีที่เป็นโลกปราณจิตแห่งนี้ ปากของเขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำพูดออกมา "พวกเจ้าสองคน หากคิดจะหนี ก็ต้องในยามนี้เท่านั้น เหมือนว่ามันจะสนใจแต่ตัวข้า"

 


   ยี่ผิง นางไม่คิดจะได้ยินคำพูดนี้ ออกมาจากปากของ ชายหนุ่มผมขาว แต่ในยามนี้ พวกเขาต้องช่วยกันฝ่าฟันผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้ "หากตายตกลงไป ก็แค่เสียเวลา อันล้ำค่าไป 1เดือนเท่านั้น การเลือกที่จะถอยหนี ภายภาคหน้า ยังจะเหลือทางเดินให้พวกข้าได้เดินอีกงั้นหรือ" หญิงสาวกล่าวออกมา ด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความยึดมั่นถือมั่น


 

อี้เฉิน ส่ายหัวออกมาในทันที ก่อนบอกกล่าวตัวนางออกไป เขาพอจะคาดเดาได้ในยามนี้กายาของนาง สูญเสียปราณจิต กับปราณพลังไปมาก คงทำอะไรไม่ได้มากเป็นแน่ "พวกเจ้าสองคน เพียงช่วยข้าโจมตีสนับสนุนเท่านั้น ก็เพียงพอแล้ว"


 

   ครั้นเมื่ออี้เฉินเอ่ยวาจาออกมาเสร็จสิ้น เขาก็พุ่งเข้าหา นาคากลืนสมุทร ในทันที วิชา กายามังกรที่สำแดงออกมา ในยามก่อนทำให้พละกำลังของเขามากทบทวี ทำให้สามารถต่อกรกับมันได้ชั่วขณะ เสียง"ตูม"ดังก้องไปหลายสิบกระบวนท่า

เกล็ดของ นาคากลืนสมุทร เองก็หลุดร่วงไปไม่ใช่น้อย แต่มันก็ยังพุ่งเข้าหาอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง พยายาม จะกลืนกินอี้เฉินเสียให้ได้ เศษโขดหินที่ลอยเหนือท้องฟ้า ต่างถูกมันพุ่งชนจนแหลกลาญ บ้างก็ถูกมันตวัดหางตีโขดหิน อย่างรุนแรง เข้าใส่อี้เฉิน


ตู้มๆๆๆ!!!! ดังออกมาไม่ขาดสาย


 

   อี้เฉินเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก ถึงจะรอดพ้นคมเขี้ยวของมันไปได้ แต่ก็ถูกหัวของมันโขกเข้าใส่อยู่หลายครั้ง จนกายารู้สึกเจ็บปวด กระดูกในร่างลั่นไปทั่วตัว ไหนจะโขดหินที่ถูกหางของมัน ฟาดเข้าใส่นั้นอีก ส่งผลให้ร่างกาย ถูกเศษหินทิ่มแทงไปหลายส่วน จนมีเลือดไหลซึมออกมา

 


ทว่าในไม่กี่เสี้ยววินาที ที่อี้เฉินเห็นแสงวาบ ขึ้นมาจากปากของมัน เต็มไปด้วยสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบ ดวงตาเขาถึงกับเบิกออกกว้าง แม้แต่ ยี่ผิงยังกล่าวออกมาเตือนตัวอี้เฉิน พวกเขาต่างเคยเห็น พลานุภาพ ในการโจมตี กระบวนท่านี้

 


นาคากลืนสมุทร เกล็ดของมันเรืองแสงสีฟ้าสว่างจ้าขึ้นมาในทันที ก่อนจะปล่อยลำแสงสายฟ้า พุ่งเข้าใส่ตัวของอี้เฉิน

 


   อี้เฉินเขาที่ไร้ทางเลือก ครั้นเห็นสายฟ้าพุ่งเข้าหาเขาอย่างฉับพลัน เขาไม่อาจหลบพ้นได้อย่างแน่นอน ปากกัดฟันไว้แน่นจนมีเลือดไหลซึมออกมา   ก่อนจะสำแดงทักษะวิชาเคลื่อนที่ วิชามังกรทะยานนภา ที่เป็นไม้เด็ดของเขา หายออกไปอย่างฉับพลันมาอยู่ บริเวณหัวของ นาคากลืนสมุทร นำกระบี่สีแดงเพลิงที่ได้มา หวดฟาดไปที่หัวของมันอย่างจัง

 


เสียง"ตูม"ดังกึกก้อง กระบี่ในมือของอี้เฉินถึงกับสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาไม่คิดว่าหัวของ นาคากลืนสมุทร จะแข็งถึงเพียงนี้

 


นาคากลืนสมุทร เองก็โกรธ เกรี้ยวไม่น้อย แม้แต่ดวงตาที่ ราวกับเป็นอสรพิษร้าย ยังแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด กายามันเองก็ขยับขยายขึ้นในพริบตา มัดกล้ามขยับไหวอย่างรุนแรง เพียง มันบิดตัวเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลให้เกิดระลอกคลื่นออกมา

 


    หรือว่ามันมีวิชาเพิ่มพลังกายา อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดออกมา ทว่าจู่ๆ กายาของเขาก็ราวกับโดนค้อนยักษ์ ทุบเข้าใส่ร่าง ตู้ม!!!! หางของมันตวัดมาเมื่อใดก็ไม่อาจรู้ได้ ความเร็วของมันในยามนี้ สูงล้ำเกินกว่าอี้เฉินจะรับรู้ได้อีกต่อไป ตัวเขาถึงกับรอยกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง ชนโขดหิน ที่รอยกลางอากาศ จนแหลกลาญ รอยกระเด็นขึ้นไปอยู่บนท้องนภาในทันที

 


อี้เฉินกระอักเลือดออกมากองใหญ่ กว่าจะเหยียบอากาศยันร่างขึ้นมายืนบนท้องฟ้าได้ เขาไม่คิด ว่านาคากลืนสมุทร ที่เป็นแค่ปราณจิต จะสามารถไล่ต้อนจนทำให้เขาจนมุมได้ถึงเพียงนี้

 


   ยี่ผิง กับชายหนุ่มร่างกายกำยำ เองก็พยายามโจมตี หมายมั่นให้นาคากลืนสมุทร กลับมาสนใจตัวพวกเขาอีกครา แต่นาคากลืนสมุทร มันไม่แม้ จะสนใจพวกเขา ม่านพลังป้องกัน ที่มันปลดปล่อยออกมาขวางกั้น ลดทอนการโจมตีจาก ระยะไกล ของพวกเขาไปไม่น้อย พวกเขาทั้งสองอดไม่ได้ที่จะกำหมัดไว้จนแน่น ครั้นเห็นสภาพชายหนุ่มผมขาว กายาเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดอาบไปทั่วร่าง ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตสีแดงเข้ม

 


ทว่าเมื่อพวกเขาเห็น นาคากลืนสมุทร ที่ขยายร่างกายจนใหญ่โต อ้าปากออกกว้าง เกล็ดสีฟ้าครามค่อยๆ เรืองแสงขึ้นมาอีกครา ดูดปราณพลังฟ้าดินรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง จนปากของมันเต็มไปด้วย สายฟ้าแลบแปลบปลาบ

 


ในยามนี้อี้เฉินที่รอยเหนือท้องฟ้าตัวเล็กจ้อยเป็นอย่างมาก พวกเขาทั้งสอง ที่เห็นภาพเบื้องหน้า อดไม่ได้ที่จะเอ่ยอุทานออกมา "กระบวนท่านี้อีกแล้วหรือ แต่รู้สึกว่าในยามนี้ มันไม่เหมือนการโจมตี เฉกเช่นแต่ก่อนอีกต่อไป" ชายหนุ่มร่างกายกำยำ กล่าวออกมาด้วยความสิ้นหวัง

 


   ยี่ผิง นางเองก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ครั้นเห็นชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะหลบการโจมตีนั้น ของนาคากลืนสมุทร "เจ้าหนุ่ม รีบหลบเร็วเข้าสิ เจ้าคิดจะยืนรับการโจมตีอย่างนั้นหรือ ...เจ้าบ้าไปแล้ว" ทว่าเมื่อนางเห็นรอยยิ้มเปื้อนเลือด ของชายหนุ่มผมขาว ตัวนางกับรู้สึกหนาวสั่น ประหนึ่งราวกับมีสัตว์อสูรอีกตัว อยู่เบื้องหน้าตัวนางอีกตน

 


อี้เฉิน เขารู้สึกเช่นนั้นอีกแล้ว อดที่จะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ครั้นรับรู้ว่า กระดูกสันหลังที่เปลี่ยนแปลงภายในร่างสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ขึ้นอีกครา รอยยิ้มจึงผุดพลายขึ้นมาบนใบหน้าของเขา อย่างลืมตัว จนลืมกระบวนท่าสังหาร ของนาคากลืนสมุทรไปเลย

 


นาคากลืนสมุทร มันคำรามออกมากู่ก้อง ครั้นเห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มผมขาว "เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก อยู่ต่อหน้ากระบวนท่าสังหารของข้า ยังทำตัวโอหังได้อีก" ในยามนี้ทั่วทั้งร่างนาคากลืนสมุทร มันสว่างเจิดจ้าเป็นอย่างมาก กายาเต็มไปด้วยสายฟ้า แม้แต่ผู้คน ที่อยู่ห่างไกลยังมองเห็นมันได้อย่างเด่นชัด

 


   อี้เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก จุดตราประทับภายในร่างขึ้นมาในทันที กายาที่อาบย้อมไปด้วยโลหิต ยิ่งสว่างเจิดจ้า ปราณพลังสีแดงฉานแพร่กระจายออกมา ท่วมท้นท้องฟ้าอย่างฉับพลัน ปราณพลังโลหิตเองก็ก่อตัวเป็นมังกรเลือดตัวใหญ่ บินวนข้างกายาของเขาไม่ห่าง

 


อี้เฉินเอื้อมฝ่ามือลูบหัวมังกรโลหิต ประหนึ่งเป็นการเคารพ ตัวมัน หมายมั่นให้มันโจมตีไปพร้อมกับตัวเขา ก่อนมังกรโลหิต มันจะคำรามออกมาก้องฟ้า "โฮก!!!!" สอดประสานเป็นหนึ่งกับอี้เฉินอย่างฉับพลัน

 


ทันทีที่ นาคากลืนสมุทร ปลดปล่อยสายฟ้า จากปากที่ใหญ่โตของมัน เข้าใส่ชายหนุ่มผมขาวที่อยู่บนท้องฟ้า หมายมั่นจะลบล้าง อี้เฉิน ออกไปจากโลกปราณจิตแห่งนี้


เปรี้ยง!!!


อี้เฉินเองก็ไม่คิดหลบหนีเช่นกัน กายามังกรถูกเขาขับเคลื่อนเต็มกำลัง เสริมแกร่งด้วย วิชาอสูรคลั่ง ทำให้พลังกายาพลุ่งพล่านขึ้นไปอย่างรวดเร็ว มือที่ถือหอกเลือดชี้ลงไปด้านล่างอย่างไม่เกรงกลัว

 

ต่างฝ่ายต่างก็คิดจบการต่อสู้ ครั้นนี้ด้วยการโจมตีครั้งเดียว ปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มี เข้าใส่กันอย่างไม่มีปิดบัง


   ทว่าเมื่อหอกเลือด อี้เฉินกระแทกเข้ากับสายฟ้า ของนาคากลืนสมุทร "โครม!!!" หอกเลือดก็พลันสลายหายไปหลายส่วน แม้แต่ด้ามจับยังเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว
เกล็ดมังกรที่ปกคลุมทั่วแขน ครั้นโดนสายฟ้า ที่แพร่กระจายเล็ดลอดออกมา ก็พลันสลาย หายไปในพริบตา ส่งเลือดอาบย้อมไปทั่วแขนอี้เฉิน กระดูกนิ้วมือค่อยๆ ส่งเสียงแตกร้าวขึ้นมา แต่เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ พยายามดันร่างลงไป หมายมั่นฝ่าสายฟ้าลงไปให้ได้

 


ยี่ผิง ที่เห็นทั้งสองวัดพลังกันอยู่หลายลมหายใจ นางอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ก่อน นางจะคำรามออกมากู่ก้อง "เจ้าอย่ายอมแพ้นะ เจ้าหนุ่มผมขาว"

 


นาคากลืนสมุทร เองก็อยากลบล้างอี้เฉินออกไปเสียเดี๋ยวนี้ มันปล่อยลำแสงสายฟ้าออกมาสุดกำลังของมันที่มี จนเกล็ดทั่วทั้งร่างของมันตั้งชัน ส่องแสงขึ้นมาพร่างพราว ปากที่อ้ากว้างตั้งตรงผืนฟ้า หมายมั่นจะปลดปล่อยการโจมตีที่ดีที่สุด ลบล้างอี้เฉินออกไปจากสายตาของมัน

 


   ทว่าเมื่อลำแสงสายฟ้าของมันอ่อนกำลัง หอกเลือดที่จวนจะแตกร้าวของอี้เฉิน ก็พุ่งดิ่งลงมาอย่างบ้าคลั่ง มาพร้อมเสียงมังกรโลหิตคำรามออกมาเสียงดังกู่ก้อง โฮก!!!! แหวกว่ายลำแสงสายฟ้าลงไปอย่างฉับพลัน เสียง"โครม!!!!!!"ดังกึกก้อง

 


อี้เฉินพุ่งลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างรุนแรง ก่อนแทงหอกเลือด เข้าบริเวณแผงคอของมันที่เกล็ดหลุดร่วงออกไป มังกรเลือดเองก็สอดประสาน ง้างคมเขี้ยวอันแหลมคม กัดคอนาคากลืนสมุทร จนขาดวิ่น เลือดสาดกระเซ็นออกมา อาบย้อมบึงน้ำอย่างฉับพลัน



ก่อนร่างนาคากลืนสมุทร จะค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าธุลี เขตแดนไร้รูปที่มันสร้างขึ้น พังทลายลงในทันที โขดหิน น้อยใหญ่ ที่ลอยเหนือท้องฟ้า พลันร่วงหล่นลงสู่บึงน้ำด้านล่าง ราวกับ พิรุณที่ตกโปรยปราย

 


   อี้เฉินหายใจหนักถี่เป็นอย่างมาก ครั้นเมื่อปลดวิชาทั้งหมดที่เขาสำแดงออกมา ร่างปราณจิตของเขาเกือบจะสลาย เมื่อเห็นก้อนหินน้อยใหญ่ ร่วงลงมาเตรียมจะทับร่างของเขา เขาถึงกับกำหมัดจนแน่น แต่ก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน ปาก สบถด่า ออกมาด้วยความไม่จำยอม "หรือว่าข้า จะมาตายกับอีแค่ โขดหินพวกนี้"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน