ภาคที่3 Yan Festival ตอนที่9 สมแล้ว
"ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย ?" เมื่อกี้เรายังอยู่ที่ตลาดอยู่เลยทำไมถึงมาอยู่ในที่แปลกๆ แบบนี้ ผืนป่าสีเขียวขจีกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา อากาศเย็นสบายสูดหายใจเข้าออกได้เต็มปอด
"โฮะโฮะโฮะ เอลฟ์ตัวน้อย ๆในต่างถิ่น" เสียงแหบ ๆ ของชายชราคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ
"ใครน่ะ !"เสียงตะคอกดังลั่นด้วยความตกใจ
"ยูกิ เอลโฟเรียนามสกุลที่คุ้นเคยและได้ยินบ่อย ๆ ตั้งแต่เมื่อก่อนใครจะคิดว่าลูกหลานของเอลโฟเรียจะมีพลังเหมือนกับเขาด้วย"
"ลุงเป็นใคร !แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงใครก็ได้ช่วยอธิบายที" ยูกิเดินไปมาชูคอมองดูสถานที่แปลกตาแห่งนี้และยังคอยระวังชายแก่คนนั้นอีกต่างหากไม่กล้าเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย
"ฉันเป็นคนที่จะมาช่วยให้คำแนะนำ...ยูกิเอ๊ยฉันอุตส่าห์มาหาทั้งที่เลเวลแค่นี้แท้ๆ ช่วยคุยกันดี ๆ ไม่ได้หรือยังไง ?" ชายแก่พยายามจะเดินเข้ามาหาแต่ยูกิก็ถอยออกห่างตลอด
"อย่าเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียวเชียวนะ"ยูกิตั้งท่าเตรียมตอบโต้กลับด้วยเวทมนตร์ของเธอ แววตาจ้องเขม็งเหมือนจะฆ่าให้ได้
"เป็นคนหัวแข็งจริง ๆงั้นก็ทำแบบนี้ละกัน"เพียงเขาตวัดมือก็ทำให้เถาวัลย์มากมายพุ่งจับแขนขาของยูกิแน่นจนกระชากไม่ออก
"แกก็เป็นนักฆ่าเหมือนกันสินะยังไงต่อล่ะจะฆ่าให้ตายไปเลยหรือจะขืนใจเหมือนไอ้สัตว์นรกพวกนั้นอีกจะอย่างไหนฉันก็ไม่มีทางบอกความลับให้หรอก"เสียงกึกก้องจากภายในใจพร้อมทั้งน้ำตาแห่งความสิ้นหวังเธอไม่แม้แต่จะขอร้องหรืออ้อนวอนเลยสักนิด
"ให้ตายสิแบบนี้จะคุยกันรู้เรื่องไหมเนี่ยงั้นเอาไว้วันหลังแล้วกัน...แต่จะโทษแกก็ไม่ได้เล่นโดนมาซะขนาดนั้นยังไงก็เถอะก่อนที่ฉันจะส่งกลับไปมิติเดิมแต่จะขอบอกอะไรไว้อย่างหนึ่ง...มิตรสหายกำลังจะมาจงอย่าปล่อยมือไปเด็ดขาด"ขณะที่เธอกำลังกัดฟันสู้แรงของเถาวัลย์สุดฤทธิ์จู่ ๆ ภาพทั้งหมดก็ตัดกลับไปที่ถนนคนเดินเหมือนเดิมเพียงแต่เธอยังมีรอยรัดของเถาวัลย์และน้ำตาบนใบหน้าอยู่
"กับข้าวครับกับข้าว!"
"เสื้อผ้าสวยหรูเนื้อผ้าผลิตด้วยมือล้วน ๆ ผ่านการตรวจสอบแล้วว่านุ่ม สบาย ปลอดภัยต่อผิว"
เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนแหกปากเรียกลูกค้าเสนอสินค้าตัวเองกันอย่างคลุ้มคลั่ง ผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยกันไม่สนใจเธอที่ยืนนิ่งอยู่เลย
ดีแล้วที่ไม่มีคนสังเกตก่อนอื่นก็ต้องหาทางออกไปจากเมืองนี้เสียก่อนที่นี่มันอันตรายเกินไปพวกเวรนั่นก็คงพยายามหาตัวเราอยู่แน่ๆ
"เจ้าหนูสนใจลูกประคำไหมมันจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย"จู่ ๆ ชายแปลกหน้าก็โผล่ออกมาตรงหน้าไม่ทันรู้สึกตัวเขาถือไม้ที่มีพวงประคำจำนวนมากห้อยเรียงกันหูปากเจาะรูใส่ห่วงสีดำจะว่าน่ากลัวหรือจะเท่ก็ได้
"ฉันไม่มีเงิน"ยูกิตอบกลับสั้น ๆท่าทางรีบร้อนและกำลังจะเดินออกไปแต่ชายคนนั้นก็จับแขนของเธอไว้ก่อนวินาทีนั้นมันทำให้ยูกิสะดุ้งตกใจเหวี่ยงมือที่มีก้อนมานาแปรเปลี่ยนเป็นเวทลมอัดกระแทกร่างของชายคนนั้นกระเด็นออกไปหลายเมตร
"เฮ้ย !มีคนทำร้ายร่างกายกันไปเรียกทหารยามมาเร็ว"ช่วงวินาทีแห่งความวุ่นวายได้บังเกิดขึ้นผู้คนมากมายมุงดูยูกิที่ทำร้ายชายแปลกหน้าจนหมดสติไปเธอตัดสินใจวิ่งแหวกฝูงชนออกไปไกลไม่คิดหันหลังกลับก่อนที่พวกทหารยามจะมาถึงที่เกิดเหตุ
ฉิบหายแล้วดันเผลอตัวไปไอ้เวรนั่นก็ดันมาแตะตัวเองช่วยไม่ได้
"ตรงนั้นมีเรื่องอะไรกัน ?"เฟย์สาวสวยรูปโฉมงามกับพรรคพวกของเธอกำลังเดินไปที่ไหนสักแห่งแต่ในขณะนั้นก็มีเสียงวุ่นวายและฝูงชนยืนเกาะกลุ่มกันจำนวนมากจนน่าสงสัย
"ขอโทษนะคะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?" เธอได้เจ้าโลนและแลนแหวกกลุ่มคนให้สบาย ๆเดินตรงไปเห็นชายคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่
"เมื่อกี้มีคนทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันแต่อีกฝ่ายก็วิ่งหนีไปแล้วผู้หญิงคนนั้นไวมากจนชาวบ้านตามไม่ทัน"ทหารยามคนหนึ่งที่กำลังให้ความช่วยเหลืออยู่ตอบกลับ
"แล้วพอจะบอกรูปลักษณ์ได้ไหมว่าเป็นยังไง? คนในเมืองนี้ฉันค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตาพอจะจำได้เกือบหมดแล้ว"
"บอกไม่ได้เลยครับเธอสวมผ้าคลุมทั้งตัวอย่าว่าแต่หน้าเลยลำตัวก็ไม่เห็นด้วยซ้ำ"
"แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นผู้หญิง?" เฟย์เดินดูที่เกิดเหตุร่องรอยของเวทมนตร์วายุที่พัดกระแทกยังคงทิ้งไว้ให้เห็นกันอยู่จะจะ
"ก็ตามที่ผู้เห็นเหตุการณ์เล่ามือและแขนของเธอคนนั้นเรียวเล็กและขาวมากดูจากส่วนสูงประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบห้านอกนั้นก็ไม่มีข้อมูลอะไรอีกเลยพวกเราจึงจำเป็นต้องสันนิษฐานไว้ว่าเป็นผู้หญิงวัยรุ่นสูงหนึ่งร้อยห้าสิบถึงหนึ่งร้อยหกสิบมีความสามารถทางเวทมนตร์มากกว่าบุคคลทั่วไปแต่ยังยืนยันระดับไม่ได้"
"อือ...นั้นคือข้อมูลที่มีตอนนี้สินะยังไงเมืองนี้พวกเรากลุ่มคิวเทก็เป็นคนคอยควบคุมคู่ไปกับทหารจากรัฐเรื่องนี้ฉันจะช่วยตามหาด้วยคน"
"ขอบคุณที่สละเวลานะครับถ้าทิศทางที่ผู้ร้ายหนีไปก็เป็นทางนั้นน่ะครับ"เขาชี้ไปถนนทางหนึ่งไปในตรอกของตึกขนาดใหญ่
พวกเธอเดินออกไปกลับมายังบ้านอันใหญ่โตของตัวเองตรงดิ่งไปหาพี่ชายของเธอ
"พี่คะ !เหมือนจะได้เบาะแสของเอลฟ์คนนั้นแล้ว"เฟย์ตะโกนเสียงดังพร้อมกับเปิดประตูพรวดราดเข้าไปในห้อง
"เฟย์เธอนี่ทำให้พี่ไม่ผิดหวังจริงๆ แล้วว่ายังไงล่ะ"เขาแสยะยิ้มด้วยท่านั่งไขว้ข้างบนเก้าอี้หรูหรานั่นก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าประชิดเฟย์
"มีคนถูกทำร้ายร่างกายอยู่ใจกลางตลาดส่วนท้ายเมืองจากคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์มือเรียวเล็กผิวสีขาวส่วนสูงหนึ่งร้อยห้าสิบถึงหนึ่งร้อยหกสิบซึ่งใกล้เคียงกับเอลฟ์ตัวนั้นมากถึงจะไม่เห็นหน้าตาแต่จากผิวที่ขาวขนาดนั้นหาไม่ได้จากคนในเมืองนี้แน่ๆ"
"งั้นฝากหน้าที่ในการตามหากับเธอเลยละกันน้องสาวที่น่ารักของพี่"รอยยิ้มเพียงเล็กน้อยที่ส่งให้เฟย์แค่นั้นก็ทำให้เธอยิ้มตามจนหุบไม่ลง
"ค่ะ !หนูจะตามหาเอลฟ์นั่นมาให้ได้"อุ้มมืออันแสนอบอุ่นยกขึ้นลูบผมของเฟย์เสยขึ้นไปให้เห็นใบหน้าชัด ๆก่อนจะส่งยิ้มให้อีกที จากนั้นกุสตาฟก็เดินผ่านตัวเธอและเจ้าแลนเจ้าโลนของเธอไปข้างนอก
พี่กุสตาฟลูบหัวฉันด้วย เฟย์ยิ้มจนแก้มแดงเป็นมะเขือเทศบ่นพึมพำกับตัวเองขณะที่เจ้าแลนกับเจ้าโลนยืนมองอยู่เงียบๆ
อยู่กับหัวหน้าทีไรก็เป็นอย่างงี้ทุกทีเลยทั้งที่ปกติเป็นคนดุร้ายขนาดกับพวกเรายังขัดใจอะไรไม่ได้เลยสักนิด ทั้งแลนและโลนต่างก็มองหน้ากันเหมือนคุยกันผ่านสายตา
"พวกเรารีบไปทำงานกันได้แล้ว"เมื่อเฟย์ตั้งสติดึงตัวเองกลับจากภวังค์ได้เธอก็รีบเร่งฝีเท้าเดินออกไปลาดตระเวนสืบหาเบาะแสทุกๆ ที่
"ให้ตายเถอะจะไปที่ไหนหรือถามใครก็ไม่เห็นไม่ได้เบาะแสเลยสักนิดเจ้าเอลฟ์นั่นมันไปซ่อนอยู่ที่ไหนกันแต่อย่างน้อยเราก็กำชับกับพวกทหารยามไว้แล้วว่าให้ตรวจสอบคนเข้าออกเมืองอย่างละเอียด"เสียงโต๊ะล้มดังลั่นทำเอาคนภายในร้านเหล้าแห่งหนึ่งตกใจไปตาม ๆ กันเธอคว้าเอาไวน์สีแดงกระดกเข้าไปจนหมดในรวดเดียวเผลอกัดริมฝีปากคิดมากจนรู้สึกเครียดไปด้วยใครเห็นก็ไม่อยากเข้าใกล้คงเพราะเธอได้แพร่รังสีของความโกรธ โมโห หงุดหงิดอารมณ์ด้านลบเหล่านั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจน
"นายหญิงใจเย็น ๆก่อนนะครับเธอคงจะไม่รู้ลู่ทางในเมืองหรอกการจะออกไปจากเมืองยานนั้นเป็นเรื่องยากมากทั้งทหารยามของรัฐและคนของเราก็มีมากพอจะรู้ความเคลื่อนไหวของผู้คนแล้ว"แลนพยายามจะคุยปลอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอ่อนช้อย
"เรื่องที่นายพูดมันก็จริงแต่ฉันก็ยังรู้สึกกังวลใจอยู่ดี"เฟย์ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าตรงบาร์เอาหลังพิงตรงนั้นกวาดสายตามองผู้คนภายในร้านแต่จู่ๆ ก็มีใครบางคนวางแก้วเหล้าเสียงดังข้าง ๆ ยืนจ้องมองลงมาด้วยสายตาน่าสังเวช
"ดูท่าน้องเฟย์จะอารมณ์ไม่ดีนะ...ถึงขั้นมาดื่มหนักขนาดนี้แสดงว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพี่กุสตาฟสินะ"ทั้งน้ำเสียงและท่าทางหยอกล้อตั้งใจจะกวนประสาทอย่างโจ่งแจ้งเดินวนไปทางซ้ายทีขวาที
"แกไม่ต้องมายุ่งเลยคนอย่างแกพี่กุสตาฟส่งเงินให้ใช้ฟรี ๆ ก็บุญแค่ไหนแล้ว วัน ๆดื่มแต่เหล้าไม่ช่วยพี่ ๆ คนอื่นเขาทำงานเลย !"เสียงตะคอกด้วยความโมโหสุดขีดขว้างแก้วที่กำลังจะดื่มลงพื้นแล้วเดินสะบัดตัวออกไปจากร้านทันที
"ขอโทษนะครับดื่มต่อกันเถอะ!" ขณะที่ทุกคนภายในร้านหยุดนิ่งเหมือนมีอะไรมามัดไว้ไม่มีใครกล้าพูดหรือทำอะไรจนกระทั่งชายคนนั้นยกมือพร้อมกับยิ้มทำให้ทุกคนกลับมาทำตัวตามปกติ
"อันนี้เป็นค่าเครื่องดื่มแล้วก็ค่าเสียหาย"เจ้าแลนรีบวางเงินจำนวนหนึ่งไว้บนโต๊ะบาร์ก่อนจะวิ่งตามเฟย์ออกไป
"นายหญิงรอพวกผมด้วยครับ"ละสายตาไปแค่ไม่กี่วินาทีเธอก็หายไปเสียแล้วทำให้แลนและโลนต่างก็ยืนมึนงงจำเป็นต้องแยกกันไปหาคนละทาง
"ไปไหนแล้วนะ ?"แม้จะแยกกันตามหาเป็นชั่วโมงแต่ก็ไม่พบเธอเลยจนสุดท้ายพวกเขาก็ยอมถอดใจกลับไปรอที่ฐานทัพ
"เฮ้อ..."เสียงถอนหายใจลากยาวพร้อมกับเสียงน้ำจากฝักบัวที่ไหลลงหัวเหมือนฝนตก ใบหน้าของหญิงสาวที่เรียบเนียนดูมีเสน่ห์ริมฝีปากเล็กมองแล้วเหมือนกำลังถูกดึงดูดเข้าไป
เห็นทีฉันคงต้องไปตามหาด้วยตัวเองซะแล้ว เสื้อผ้าราคาถูก ๆกางเกงยีนสีน้ำเงินกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นไร้ซึ่งสีฉูดฉาด
เธอเปิดประตูออกจากบ้านหลังเล็ก ๆหลังหนึ่งที่อยู่ในชนบทห่างไกลจากเขตชุกชุมมีเพียงชาวไร่ชาวนาเท่านั้น
"สวัสดีค่ะ"เธอโบกมือทักทายเพื่อนบ้านด้วยรอยยิ้มที่จริงใจถือตะกร้าใบหนึ่งที่มีแอปเปิลอยู่หลายผลเดินเข้าไปในตัวเมืองเพียงลำพัง
เราต้องเริ่มจากจุดที่คนเห็นล่าสุดคือที่ตลาด เธอตรงไปยังตลาดที่มีคนเดินพลุกพล่านหลังจากมีทหารและหน่วยพยาบาลมาช่วยเหลือชายคนนั้นไปแล้วทุกคนก็กลับมาทำมาค้าขายกันปกติเหลือเพียงข้อสงสัยอยู่ภายในใจ
ตรอกเล็ก ๆแบบนี้ถ้าเดินต่อไปก็คงจะติดอยู่ระหว่างตึกแน่ ๆ เธอเดินไปเรื่อย ๆ ตามทางที่มีเศษขยะเศษอาหารและก้นบุหรี่ทิ้งเกลื่อนกลาดไม่มีใครมาทำความสะอาดคงเพราะมันอยู่จุดอับสายตาอยู่แล้วก็ได้
ตึกพวกนี้เหมือนจะเป็นร้านอาหารที่ตั้งเรียงกันนับสิบถึงหน้าร้านจะดูดีสักแค่ไหนแต่หลังร้านที่ที่ทิ้งขยะและเศษอาหารก็เต็มไปด้วยความสกปรกทั้งหนูและแมลงสาบวิ่งพล่านไปหมด แมลงสาบตัวหนึ่งวิ่งไต่ขากางเกงของเธอถ้าเป็นคนทั่วไปก็คงต้องตกใจกันไปแล้วแต่เธอกลับใช้มือปัดมันออกไปเฉยๆ
เห็นทีคงต้องลงมาตรวจซะแล้วสุขอนามัยของชาวเมืองไม่ควรจะแย่แบบนี้หรือเพราะฉันไม่ได้มาอยู่ตรงนี้นานแล้วนะตั้งแต่ทำหน้าที่เป็น เฟย์ คิวเทนายหญิงกลุ่มคิวเทมาหลายปีพ่อแม่คงได้บ่นกันแน่ ๆ ถ้าได้เห็นฉันทำงานชุ่ย ๆปล่อยสภาพเมืองเป็นแบบนี้ เธอกระโดดปีนป่ายไปตามกำแพงและตึกสูงคล่องแคล่วว่องไวเหมือนคุ้นชินกับการทำแบบนี้อยู่แล้ว
สถานที่เก็บตัวทาสของสมาคมนักค้าทาสอยู่ไกลออกไปประมาณสามกิโลเมตรเวลาที่หนีออกมาคือเมื่อวานหลังจากการประลองเสร็จสิ้นมีโอกาสที่จะหนีมาระหว่างที่อยู่ที่นั่นเท่าที่ถามพวกยามที่นั่นดูเหมือนก่อนที่จะปิดสถานที่ประลองจะมีหมอกควันกระจายไปทั่วที่ประตูสามซึ่งเป็นประตูที่หันมาทางทิศนี้พอดีถ้าหากหนีมาจากทางนั้นในเวลากลางคืนจะมีร้านเหล้าเท่านั้นที่เปิดซึ่งจะวางตำแหน่งของร้านห่างกันประมาณสามถึงสี่ร้อยเมตร เฟย์เดินย้อนทางกลับไปโดยเดินเลี่ยงร้านเหล้าที่เปิดเส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยวไปมาระหว่างตึกตามที่คาดการณ์ไว้
ข่าวการตายสมาชิกของสมาคมนักค้าทาสยังไปแพร่งพรายไปไม่มากนักเพราะมันอาจจะทำให้ผู้คนแตกตื่นจากคำให้การเอลฟ์ตัวนั้นมักจะถูกสมาชิกคนนี้เรียกตัวไปอยู่ด้วยกันบ่อย ๆทำเรื่องอย่างว่ากันจนใครเห็นพวกเขาเดินด้วยกันก็รู้ได้ทันที
เธอหยุดชะงักก้มลงมองดูที่พื้นข้างๆ ตึกแห่งหนึ่งพบเห็นคราบเลือดเล็ก ๆ ที่แห้งสนิทแล้ว
เอลฟ์ตัวนั้นคงจะเป็นคนฆ่าแน่ ๆน่าจะเป็นการลอบฆ่าไม่ให้รู้ตัวเพราะการที่ทาสจะทำร้ายเจ้านายต่อหน้านั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยพันธสัญญาที่ทำไว้ เธอเดินตามทางไปเรื่อย ๆคอยมองหารอยเลือดอันน้อยนิดที่ทิ้งไว้มันช่วยนำทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ทำให้เธอต้องตกใจเมื่อรอยเลือดมันมีมากกว่าหนึ่งรอยและยังไปกันคนละทิศทางอีก
นี่มันหมายความว่ายังไงดูจากรอยแล้วไม่น่าจะเป็นคนคนเดียวกันแถมยิ่งเข้าใกล้สถานที่ประลองมากเท่าไหร่รอยพวกนั้นก็ยิ่งชัดมากขึ้น เธอยังคงตามรอยกลับไปยังสถานที่เกิดเหตุโดยไม่สนใจคนที่เดินผ่านไปมาเลยสักนิดเหมือนกับแยกตัวออกจากโลกไปแล้ว
ชักจะแปลกไปใหญ่แล้วสิ มันมีรอยเลือดจากรองเท้าของใครอีกคนก็ไม่รู้มีความเป็นไปได้ที่จะมีคนช่วยเจ้าเอลฟ์นั่นออกมาแต่หลังจากนั้นพวกมันก็แยกกันไป เธอตัดสินใจเดินตามรอยเลือดที่ติดรองเท้าไปเรื่อยๆ จนได้เจอกับโรงแรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
กลุ่มผู้ก่อการร้าย โจรพวกอมนุษย์หรือจะเป็น... เธอเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในโรงแรม
"เดี๋ยวสิ !เธอเป็นใครถึงเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต"ป้าคนเดิมที่คอยเฝ้าทางเข้าออกตะโกนออกมาจากห้องสำนักงาน
"นี่ค่ะฉันขอดูห้องสักหน่อย"เฟย์ยื่นเหรียญทองให้หนึ่งเหรียญนั่นก็มากพอที่จะเช่าห้องได้แล้วหญิงวัยกลางคนรับมันไว้และปล่อยให้เฟย์เดินขึ้นไปยังชั้นอื่น ๆ ของโรงแรม
คนทำความสะอาดที่นี่ไม่สังเกตเลยหรือยังไงรอยเลือดพวกนี้มันกำลังจะนำทางเราไปยังเบื้องหลังของเรื่องราวทั้งหมด รอยเลือดหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องห้องหนึ่งเธอล้วงเข้าไปในตะกร้าที่พกมาด้วยแล้วหยิบไม้คทาอันเล็กขึ้นมาร่ายเวทมนตร์พังประตูบานนั้นทันที
ทำไมไม่มีใครเลยล่ะ ? ภายในห้องที่ว่างเปล่ามีเพียงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเท่านั้นไม่เหลือร่องรอยของผู้อยู่อาศัยเลยสักคนเดียวแม้จะเข้าไปค้นดูแล้วก็พบแต่ความว่างเปล่า
"คนที่เช่าห้องนี้เขาพึ่งออกไปเมื่อเช้านี่เอง"ป้าคนนั้นเดินตามหลังมาหลังจากได้ยินเสียงโครมครามแต่ก็ต้องตกตะลึงที่ประตูและข้าวของภายในถูกค้นพังเละกระจัดกระจายไปทั่ว
"มีกี่คน รูปร่างหน้าตาล่ะแล้วพวกมันไปที่ไหน ?" เฟย์ยิงคำถามใส่ไม่ยั้งจับไหล่ทั้งสองข้างเขย่าแรงจนทำป้ากลัว
"ขอโทษที"เฟย์หายใจเข้าออกลึก ๆ ตั้งสติใหม่อีกรอบ
"พวกเขามีกันกี่คน ?"
"ส-สี่คนชายสองหญิงสอง"
"รูปร่างหน้าตาล่ะ ?"
"มีชายหนุ่มหน้าตาดุ ๆผมสีเงินกับผู้หญิงอีกคนที่ผมสีเงินเหมือนกันอย่างกับพี่น้องแล้วก็พ่อหนุ่มผมสีดำแต่ดู ๆ แล้วหน้าตาก็อาจจะปาเข้าไปสี่สิบแล้วก็ว่าได้สีหน้าดูขรึม ๆ นะแต่วิธีการพูดคุยเหมือนกับวัยรุ่นไม่มีผิดส่วนผู้หญิงอีกคนก็มีผิวที่ไหม้จากแดดถ้าถกแขนเสื้อขึ้นก็จะเห็นว่าเป็นคนผิวขาวผมสีดำสนิทแล้วก็มีกระอยู่บนใบหน้า"
"แล้วรู้ไหมว่าพวกเขากำลังจะไปที่ไหน?" ชายหญิงผมสีเงินเหรอเหมือนเมื่อวานจะเห็นอยู่รำไรนะส่วนผู้หญิงผิวแทนมีกระก็เจอมาก่อนแล้วแต่กับเจ้าผู้ชายอีกคนยังไม่เห็นเลย
"ป้าก็ไม่รู้หรอกว่าจะไปที่ไหนแต่ก็ได้ยินคุยกันเรื่องนักโทษเรื่องคุกอะไรนี่แหละ"สิ้นเสียงของป้าเฟย์ก็ยื่นเงินให้กับเธออีกสองเหรียญทองก่อนจะรีบเดินออกไป
พวกมันมีแผนการอะไรกันแน่ ? ถ้าช่วยเอลฟ์ออกมาหรือว่าพวกมันคิดจะก่อกบฏปลดปล่อยพวกทาสและนักโทษ เธอตามกลับไปยังรอยเลือดอีกครั้งเพื่อความแน่ใจจนได้เห็นรอยพวกนั้นออกมาจากห้องของเจ้าหน้าที่ที่มีคนตาย
"คุณเป็นใครครับ ? คนนอกไม่อนุญาตให้เข้าไปข้างใน-"เจ้าหน้าที่ที่ยืนเฝ้าอยู่ไม่ทันจะพูดจบเฟย์ก็ผลักเขาออกไปหาเดินดุ่ม ๆเปิดประตูเสียงดังด้วยความร้อนรน
"เฮ้ย ! กล้าดียังไง"เปลวไฟสีแดงสูงหนึ่งเมตรโผล่ขึ้นขวางทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้ตามเธอเข้าไป
มีรอยเลือดกระจายอยู่จุดเดียวแสดงว่าไม่มีการเคลื่อนย้ายศพตอนเกิดเหตุรอยเท้าที่เปื้อนเลือดก็มีเพียงสองรอยอีกทั้งดูจากรอยเท้าแล้วน่าจะไม่ได้ต่อสู้กันซะด้วยไม่งั้นรอยคงไม่สมบูรณ์ขนาดนี้แสดงว่าเขาถูกฆ่าตายในทีเดียว เธอเดินตามรอยเท้าที่เดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งเห็นการกระทำคร่าวๆ ที่เดินไปมาหยิบข้าวของก่อนจะวิ่งออกไปทางเดียวกับรอยเท้าอีกรอย
"นังนั่นเป็นใครแล้วกำลังทำบ้าอะไรน่ะ?" เวทน้ำพุ่งเข้าดับกำแพงไฟก่อนจะวิ่งกรูกันเข้ามาพยายามจะจับตัวเฟย์
"หนวกหูจริง ๆ"เธอส่งสายตาดุดันให้เจ้าหน้าที่ทำเอาพวกเขาตกใจกลัวไปครู่หนึ่งแต่นั้นก็เพียงพอแล้ว
"อ-อะไรกันทำไมขยับไม่ได้"พวกเขาอยู่ในท่าที่กำลังก้าวเท้าวิ่งอยู่นิ่ง ๆแต่ก็ยังสามารถพูดคุยได้ปกติไม่เหมือนกับพลังของพลโทลักซ์
ถึงจะได้ข้อมูลมาบ้างแต่จะตามหาให้ได้ภายในไม่กี่วันคงยากไปหน่อยแต่เจ้าผู้ชายผมเงินกับน้องสาวของมันและผู้หญิงผิวแทนมีกระ คนพวกนี้เราเคยเห็นหน้ามาแล้วรอบหนึ่งแต่เดินหาด้วยสภาพนี้ไปเรื่อยๆ ก็คงจะเจอ เธอก้มมองดูรองเท้าเก่า ๆและเสื้อผ้าหน้าผมที่ดูจืดชืด
หลังจากออกจากห้องนั้นทิ้งระยะห่างพอสมควรเธอจึงคลายเวทให้กับพวกเจ้าหน้าที่ทันทีที่หลุดออกจากการควบคุมพวกเขาก็พยายามตามเธอกันให้ขวับแต่ก็คลาดสายตาไปเสียแล้ว
พวกเขาจะไปอยู่ที่ไหนกันนะ ที่พักโรงแรม อาหารการกิน เธอเดินไปทั่วเมืองแอบดูตามร้านอาหารและโรงแรมโดยไม่สนใจคนรอบข้างจนทำให้เธอดูเหมือนคนน่าสงสัย
"หยุดเลยนะเธอ"ใครบางคนเข้ามาทางด้านหลังจับแขนของเธอบิดและดันตัวไปติดกับกำแพง
"เมื่อกี้มีคนแจ้งว่าพบเห็นคนน่าสงสัยคงจะเป็นเธอสินะ?" ทหารยามผู้คอยลาดตระเวนที่มักจะกระจายไปทั่วเมืองกำลังจ้องมองเธอตาไม่กะพริบอีกทั้งแรงที่จับแขนอยู่ก็ยังแรงมากขึ้นไปอีก
"ด-เดี๋ยวก่อนฉันเองไง เฟย์คิวเท น่ะ" ชายผู้นั้นเหลือบตามองด้วยความสงสัยแทนที่จะปล่อยแต่กลับรัดแรงจนเฟย์ถึงกับกลั้นเสียงไว้ไม่ได้
หน็อย ถ้าจับมีดไว้ทันนะแกไม่มีทางทำแบบนี้กับฉันแน่ๆ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ถึงไออุ่นและอะไรบางอย่างที่กำลังสัมผัสกับก้นของเธอมือที่กำลังลูบไล้สนุกพร้อมกับรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์
น่ารังเกียจที่สุดเลยให้ตายสิ เธอได้แต่กัดฟันอดทนต่อไปเมื่อไม่มีอาวุธก็ใช้เวทมนตร์ไม่ได้เลย
"หยุดเลยนะไอ้เวร !"เสียงลั่นวาจาดังไปยันอีกฟากของตึกจากชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
"พวกแกเป็นใคร ? ไม่รู้เหรอว่าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่มีโทษนะ !" เขาหันหน้ามองหาที่มาของเสียงด้วยสีหน้าที่โกรธเกรี้ยวคิ้วขมวดชนกัน
"เป็นผู้รักษากฎหมายแต่ทำตัวต่ำช้ากับผู้หญิงที่ไร้ทางสู้อย่างงั้นเหรอ?" เขาเดินเข้าประชิดโดยไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด
"ถ้าอยากจะลงไปนอนในคุกนักก็เข้ามา!" เขาปล่อยมือจากเฟย์เดินดิ่งเข้าหาชายคนนั้นทันทีภายในมือที่มีมีดสั้นกำลังควงไปมารวบรวมมานาเตรียมเข้าปะทะ
เขาเป็นใครกันทำไมถึงกล้าท้าทายพวกทหาร ขณะที่เฟย์กำลังมองดูชายคนนั้นภายในหัวก็ดันนึกถึงเรื่องบางอย่างได้พอดี
ชายผมสีดำวัยกลางคนแต่ทั้งท่าทางน้ำเสียงเหมือนกับวัยรุ่นแถมข้างหลังนั่นมันเมื่อเธอมองผ่านตัวของชายคนนั้นไปก็ได้เห็นชายผมสีเงินและหญิงสาวผมเงินอีกทั้งยังมีผู้หญิงผิวแทนอีกคนยืนอยู่ด้วยกัน
อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ในที่สุดก็เจอพวกแกแล้ว เฟย์เผลอยิ้มออกมาอย่างชัดเจนจนทำให้เซนเห็นได้จากจุดนั้น
"พี่สาวตรงนั้นน่ะรีบหนีไปเลยเดี๋ยวผมจะจัดการกับเจ้าหมอนี่ให้"เซนประกาศกร้าวดังว่าจะจัดการทหารยามตรงหน้าท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา
เมื่อกี้เขาบอกให้เราหนียังงั้นเหรอ? แต่จะว่าไปทำไมเขาถึงต้องเข้ามาช่วยเราด้วยล่ะทั้งที่ไม่รู้จักกันแท้ๆ เธอยังคงอยู่กับที่ไม่หนีไปไหนไม่เพียงแค่นั้นเธอยังเดินเข้ามาท่ามกลางสังเวียนเดือดที่กำลังจะเกิดขึ้น
"หยุดกันแค่นั้นแหละ"เปลวไฟโหมขึ้นสูงสองเมตรขวางกั้นระหว่างทหารยามและเซนไว้ก่อนที่จะเข้าปะทะกัน
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น ?"พวกทหารยามคนอื่น ๆ ที่ได้เห็นเปลวไฟก็รีบตามกันมา
"รีบไปจากที่นี่กันก่อน"เฟย์ใช้จังหวะนี้ลากตัวเซนไปรวมกับพวกของเขาก่อนจะพากันวิ่งหนีออกไป
หลังจากรอดพ้นสายตาของพวกทหารยามแล้วถึงได้พักหายใจสบายตัว
"รอดแล้วสินะว่าแต่เธอไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม?" เซนถามเฟย์แทบจะทันทีที่หยุดพักขณะที่พวกซึฮากิยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยสักคำ
"ไม่เป็นอะไรค่ะขอบคุณที่ช่วยนะคะ"เฟย์ส่งยิ้มหวาน ๆ ให้กับเซนเอามือเสยผมที่ปิดหูรวบไปไว้ข้างหลังหูแทน
ตอนนี้พวกเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าเป็นเราก็ได้เพราะฉะนั้นถ้าแอบถามโน้นนี้นั้นอาจจะล้วงข้อมูลมาได้บ้าง