กลางยามเซินสามพ่อลูกก็กลับมาถึงบ้านพร้อมกับข้าวของเต็มตระกร้าหนึ่งใบ โจวอิ้งเยว่และโจวถิงถิงกำลังช่วยกันล้างกุ้งและแกะเปลือกเพื่อเตรียมทำอาหารเย็นกันอยู่ ท่านแม่ทำความสะอาดบ้านเสร็จก็ออกมาเจอกับสามพ่อลูกที่กลับมาถึงบ้านพอดีเลยไปตักน้ำมาให้พวกเขาดื่มแก้กระหาย
"ฮ๊าาา! ชื่นใจ" โจวอวี่เฉินวางขันน้ำลงอย่างอารมณ์ดี
"วันนี้หรงจู๊ก็รับซื้อกุ้งทั้งหมดเลยหรือเ้าคะท่านพี่?" หูซูซ่านหันมาถามสามีด้วยความอยากรู้
"ซื้อสิ ซื้อทั้งหมดแถมยังให้ราคาสูงกว่าเมื่อวานด้วย วันนี้ขายได้ชั่งล่ะหนึ่งตำลึงเงินเจ็ดร้อยอีแปะเลย" โจวหลินหู่พูดพร้อมกับยื่นถุงเงินไปให้ฮูหยินเก็บเอาไว้ทั้งหมด
"ท่านแม่ หรงจู๊ยังบอกอีกว่าต่อไปจะรับซื้อกุ้งจากเราทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะมากแค่ไหนก็รับซื้อทั้งหมดเลยขอรับ" โจวไห่เหวินก็พูดเสริมขึ้นมาด้วยความดีใจ
บทสนทนาของพวกเขาทำเอาสองแฝดหูผึ่งหันมายิ้มสบตากันอย่างรู้กัน โจวถิงถิงเอียงตัวไปกระซิบข้างหูโจวอิ้งเยว่อย่างอารมณ์ดี "น้องสาว เ้าว่าวันนี้ท่านพ่อกับพี่ๆขายได้เงินมาเท่าไหร่?"
"พี่สาว อย่างน้อยๆก็มากกว่าเมื่อวานแน่นอน" โจวอิ้งเยว่ฉีกยิ้มตอบกลับไปเสียงเบา
โจวอิ้งเยว่กำลังจะเอ่ยปากพูดต่อก็ถูกเสียงของท่านพ่อดังขึ้นมาขัดซะก่อน "กุ้งของเราวันนี้ได้ทั้งหมดเจ็ดสิบเจ็ดชั่ง ก่อนจะกลับบ้านข้าเลยแวะซื้อผ้าห่มกับผ้าพับมาให้พวกเ้าตัดชุดใหม่กันสักคนละชุดสองชุด ยังมีของใช้ในบ้านอีกไม่กี่อย่างด้วย"
ได้ยินว่ามีผ้าห่มมาด้วยสองพี่น้องที่ต้องทนนอนหนาวมาทั้งคืนก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจขึ้นมาทันที และก็ไม่ใช่แค่สองแฝดหรอกที่ดีใจเพราะทุกคนต่างก็ดีใจเหมือนกัน โจวอิ้งเยว่และโจวถิงถิงกลับเข้าไปช่วยกันทำอาหารในครัวกันต่อเพราะวันนี้ทั้งสองคนตกลงกันเอาไว้ว่าจะตุ๋นกระต่าย กุ้งชุบแป้งทอดและปูชุปแป้งทอดเป็อาหารเย็นของวันนี้ ซึ่งวิธีการทำนั้นก็ไม่ได้ยากเท่าไรแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อยเท่านั้นเอง
กร๊อบ!!
"อื้ม! ปูชุบแป้งทอดนี่อร่อย กินเปล่าๆก็กรอบอร่อยมากแล้วนะ" ท่านพ่อเอ่ยชมขึ้นมาเป็คนแรกหลังจากได้ลองกินคำแรกเข้าไป
"ไม่รู้มาก่อนเลยว่าปูนี่ก็เอามาทำอาหารได้ด้วย มันกรอบอร่อยกินกับน้ำจิ้มนี่รสชาติไม่เลวเลย" ท่านแม่เคยเห็นปูแม่น้ำพวกนี้ั้แ่เด็กจนโตแต่กลับไม่เคยจับมันมากินมาก่อน น่าเสียดายเวลาหลายสิบปีมานี้ที่นางมองข้ามของอร่อยเช่นนี้มาได้อย่างไรกัน หากรู้ว่ามันจะอร่อยแบบนี้นางคงจับมันมาทำอาหารกินทุกวันแล้วล่ะ
สามสิบกว่าปีมานี้เสียเปล่าแล้วจริงๆ!
สี่พี่น้องไม่มีใครพูดอะไรเอาแต่พยักหน้าหงึกๆเห็นด้วยกับคำพูดของท่านพ่อท่านแม่แล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย ตะเกียบในมือของพวกเขาแย่งกันคีบกับข้าวในถ้วยในจานกันอย่างเอาเป็เอาตายเรียกได้ว่าแข่งขันเงียบเลยก็ไม่ผิด โดยเฉพาะโจวอิ้งเยว่ที่ขยับมือเร็วไม่แพ้พี่ๆเลย
มื้ออาหารเย็นวันนี้ก็เป็อีกหนึ่งมื้อที่ทุกคนได้กินอิ่มท้องอีกมื้อ!
ข้างนอกฟ้ามืดแล้วเสียงของสัตว์ป่าร้องโต้ตอบกันดังมาถึงบ้านของพวกเขา ครอบครัวของโจวอิ้งเยว่มานั่งรวมตัวกันอยู่ที่โถงบ้านเพื่อพูดคุยกัน ท่านแม่ยิ้มอ่อนให้ลูกๆและสามีแล้วพูดขึ้นว่า "แม่กับพ่อมีเื่จะบอกพวกเ้า"
ท่านแม่หยุดมองหน้าลูกๆก่อนจะพูดต่อไปว่า "พ่อกับแม่ตัดสินใจแล้วว่าเราจะเดินทางกลับบ้านเกิดของแม่ ท่านตาท่านยายของพวกเ้าอายุมากแล้วแม่กับพ่อเลยอยากจะกลับไปอยู่ดูแลพวกท่านด้วย พวกลูกคิดเห็นว่าอย่างไรกับเื่นี้?"
"ข้าเห็นด้วยนะขอรับ ความจริงแล้วข้ามีเื่หนึ่งที่ยังไม่ได้บอกกับทุกคนขอรับ" โจวไห่เหวินพูดขึ้นมาด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เขามองหน้าทุกคนที่กำลังตั้งใจรอฟังที่เขาจะพูดก็ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งแล้วพูดต่อว่า "วันนี้ขากลับจากตลาดข้าบังเอิญเจอกับบ่าวในจวนตระกูลโจวด้วย ดูเหมือนว่าแม้ว่าเราจะปลอมตัวแล้วแต่อีกฝ่ายก็เหมือนจะจำได้อยู่และเขาก็แอบตามหลังพวกเราสามคนมาด้วย โชคดีที่ข้าสังเกตเห็นก่อนเลยชวนท่านพ่อกับเ้ารองเดินไปอีกทางแล้วหลบเข้าไปในซอยที่คนพลุกพล่านถึงหนีมาได้"
"ที่พี่ใหญ่พูดมาก็แปลว่า…พวกเราจะอยู่ที่เมืองหลวงต่อไม่ได้แล้วอย่างนั้นหรือเ้าคะ?" โจวถิงถิงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความกังวล
"มีคนจากจวนนั้นจำเราได้แล้วอีกไม่นานเื่นี้คงไปถึงหูของคนพวกนั้นแน่ และพวกเขาไม่มีทางจะปล่อยให้พวกเราได้อยู่กันอย่างสงบสุขหรอก ดังนั้นเื่เร่งด่วนที่พวกเราต้องทำคือรีบหาเงินให้มากพอแล้วเดินทางออกจากเมืองหลวงนี้ให้เร็วที่สุด" โจวอิ้งเยว่พูดขึ้นมาอย่างจริงจัง ตอนนี้ครอบครัวนางไม่อาจจะสู้อำนาจของตระกูลโจวได้จึงควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันตรงๆไว้ก่อนจะดีกว่า
'รอให้ครอบครัวของข้าก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดที่สูงกว่าพวกเ้าก่อนข้าจะกลับมาคิดบัญชีให้ครอบครัวของข้าและโจวอิ้งเยว่เ้าของร่างนี้แน่นอน'
"นี่สินะเหตุผลที่เ้าบอกให้พ่อเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง" ใบหน้าของท่านพ่อเคร่งขรึมขึ้นมาก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง "ที่เยว่เอ๋อร์พูดมานั้นมีเหตุผลมาก คนพวกนั้นไม่มีทางปล่อยเราไปแน่ดังนั้นเราต้องรีบออกจากเมืองหลวงให้เร็วที่สุด"
"เงินที่เรามีอยู่ตอนนี้มีพอจะให้เราเดินทางกลับบ้านเกิดของแม่แล้ว เช่นนั้นพวกเราออกเดินทางกันพรุ่งนี้เลยดีหรือไม่?" ท่านแม่พูดขึ้นด้วยความกังวล นางรู้ดีถึงความใจดำอำมหิตของคนตระกูลโจวดี หากพวกเขารู้ว่าครอบครัวของพวกเราอยู่ที่ไหนไม่มีทาง…ไม่มีทางที่คนพวกนั้นจะปล่อยครอบครัวเราไป
"ไม่ได้เ้าค่ะ สามวัน…พวกเราจะใช้เวลาหากุ้งไปขายแลกเงินแล้วซื้อเสบียงอาหารมากักตุนไว้กินระหว่างเดินทาง อีกอย่างท่านพ่อท่านแม่ ท่านตากับท่านยายก็ลำบากเหมือนกันพวกเราจะไปอาศัยอยู่ที่นั่นโดยไม่มีเงินไม่ได้ อย่างน้อยๆเราก็ต้องมีเงินเหลือมากพอซื้อที่ดินสร้างบ้านให้ท่านตาท่านยายและพวกเราทุกคนได้อยู่อาศัยแบบไม่อึดอัดด้วย พวกเราจำเป็ต้องมีเงินตั้งตัวด้วยเ้าค่ะ" โจวอิ้งเยว่บอกเหตุผลออกมาอย่างจริงจัง
"น้องเล็กพูดถูก ตอนนี้เื่เงินสำคัญมากมีเงินมากพอพวกเราก็จะไม่ต้องกังวลมากแล้ว ในเมื่อตอนนี้พวกเรามีช่องทางหาเงินอยู่ก็ใช้โอกาสนี้หาเงินให้มากหน่อยไม่ดีกว่าหรือขอรับ?" โจวไห่เหวินเห็นด้วยกับความคิดของโจวอิ้งเยว่
"แต่ว่าเราจะใช้วิธีไหนจับกุ้งให้ได้ครั้งล่ะมากๆล่ะ? สองวันนี้พวกเราก็จับไปไม่น้อยแล้วแต่กุ้งพวกนั้นก็จับยากกว่าเมื่อวานอีกนะ" โจวอวี่เฉินพูดขึ้นมาบ้าง
"เื่นี้…ท่านพ่อ ในตลาดมีใครสานตาข่ายขายบ้างหรือไม่เ้าคะ? หากเราใช้ตาข่ายตักกุ้งกับปลาล่ะ?" โจวอิ้งเยว่เสนอความคิดเห็นเื่นี้ขึ้นมา
"มีสิ พรุ่งนี้พ่อจะออกไปหาซื้อมาแต่เช้าแล้วพวกเราลองใช้ตาข่ายตักกุ้งกันดู" ท่านพ่อตอบคำถามด้วยรอยยิ้มอ่อน
"เช่นนั้นก็เอาตามนี้ ั้แ่พรุ่งนี้เราจะไปตักกุ้งดักสัตว์และเตรียมเสบียงอาหารในการเดินทางในอีกสามวันข้างหน้า" ท่านแม่สรุปจบเื่นี้แล้วบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปนอนพักผ่อนเพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว
รุ่งเช้าโจวหลินหู่รีบออกจากบ้านไปหาซื้อตาข่ายั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างดี พอเขากับมาถึงบ้านก็พึ่งเข้ายามเฉินและทุกคนก็รอเขากลับมากินข้าวมื้อเช้าแล้ว ทุกคนรีบกินข้าวมื้อเช้าเสร็จก็รีบออกจากบ้านไปที่ลำธารกันทันที
ตาข่ายที่ท่านพ่อซื้อกลับมานั้นเป็ตาข่ายแบบยาวๆมีที่จับสองฝั่ง โจวอิ้งเยว่เห็นว่ามันเป็แบบที่นาง้าก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความพอใจ นางเห็นท่านพ่อกับพี่ใหญ่เดินลงไปในลำธารถือตาข่ายคนล่ะฝั่งตั้งท่าจะลากตาข่ายแล้วก็รีบชวนพี่รองและพี่สาววิ่งไปไล่ปลาไล่กุ้งจากอีกฝั่งมาทางตาข่ายอย่างกระตือรือร้นทันที
"พี่รอง พี่สาว ลุยยยยยยย!!!" โจวอิ้งเยว่พูดจบก็ลงมือฟาดไม้ในมือลงไปบนผืนน้ำแล้วเริ่มไล่ต้อนปลาและกุ้งไปทางท่านพ่อและพี่ใหญ่อย่างสนุกสนานทัที
"ลุยยยยย!!"