
ตอนที่64เจ้าไม่ผิดหรอก ผิดที่เจ้ามีของวิเศษ
"ใครบังอาจมาหยอกเย้าองค์หญิงเจ้าเฟิงหัวหน้าองครักษ์ชั้นเจ้า แห่งนครอสูรวารีน้ำจืดปรากฏตัวออกมาเดี๋ยวนี้ อย่ามาทำตัวคล้ายพวกผี ข้าไม่ชอบ..."
เสียงองค์หญิงตวาดดังก้องสะท้านไปทั่วบริเวณ หญิงสาวรู้ได้ว่า ถูกเงามืดควบคุมบดบังสถานที่นี้นางรู้ด้วยปัญญาทันทีว่าถูกตั้งค่ายกลกักขังไว้ด้านในเสียแล้ว
"ฮ่าๆ ๆ องค์หญิงเจ้าเฟิง ดวงเจ้าถึงฆาตจริงๆ พวกเราไม่มีเจตนาจะกําจัดเจ้าหรอกนะ แต่เมื่อเจ้าสุมหัวกับไอ้เด็กตัวนั้นที่มีไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลอยู่ในครอบครอง ก็นับว่าเจ้าโชคร้ายแล้วล่ะ..."
ชายคุมตัวชุดดำทั้งร่างสามคนปรากฏขึ้นห้อมล้อมหนิงหนิง และองค์หญิงเจ้าเฟิงพร้อมกันดุจภูตผี
"เอ๊ะนั่น!! .นางภูตตัวนี้เป็นภูตรับใช้ขององค์ชายสิบสี่มันอยู่ที่นี่ เขาก็ต้องอยู่ในละแวกนี้เช่นกัน จับนางไว้ก่อนค่อยๆ บีบปากมันให้บอกว่ามันอยู่ที่ใด.."
เสียงของชายร่างใหญ่พูดขึ้น
"ได้..."
คนอีกผู้หนึ่งกล่าวรับมันกางเล็บขึ้นทรงพลังสีดำ เข้าจู่โจมดูดรั้งเอาดวงจิตภูตอสูรหนิงหนิงอย่างถือดี
"บังอาจ..เจ้าคิดว่าพวกเรารังแกได้อย่างนั้นรึ...นางสิงห์ถล่มเมฆา..."
เสียงองค์หญิงเจ้าเฟิงยกแขนขึ้นทั้ง สองข้างร่ายคาถาเรียกอาวุธประจำตัวของนางออกมาจากท่อนแขนทั้งสองข้าง กลายเป็นสิงโตหินขนาดใหญ่สองตัวพุ่งตรงเข้าขัดขวาง กระแสพลังสีดำที่ม้วนหมายกลืนกินหนิงหนิง
นางภูตสาวขยับตัวหนีพร้อมกับร่ายเวทย์พลังกงจักรน้ำสังหารออกเข้าต่อต้าน พลังภูตอสูรของหญิงสาวที่เลื่อนระดับขึ้นไปสู่ขั้นที่หกแล้ว พลังของนางย่อมมีความเข้มแข็งกว่าเก่าถึงสองขั้นและมันก็เป็นพลังน้ำที่มีพลานุภาพอันรุนแรงดุจพายุไซโคลน ที่โหมกระหน่ำเข้าโจมตีคลื่นพลังสีดำที่เหมือนเมฆหมอกกระจายเข้าปกคลุม
วูบๆ ๆ ๆ!!
สวบ สวบ!!
สิงห์ทั้งสองตัวหายวับไปกับตา คลื่นพลังน้ำก็เช่นเดียวกัน ถูกกลืนกินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ร่างของหญิงสาวทั้งสองถูกพลังสีดำห่อหุ้มตรึงไว้กับที่อย่างน่าใจหาย
"พลังขั้นเทพอสูร นี่.."
เสียงองค์หญิงกล่าวขึ้น หนิงหนิงกัดฟันคำรามกรอดๆ นางรู้ได้ทันทีว่าคนโจมตีนางนี้มีพลังขั้นเทพอสูรระดับสูง ซึ่งนางไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่ามันสูงขนาดไหน แต่คงไม่ต่ำกว่าองค์กษัตริย์ของนางแน่นอน
"กล้าฝ่าฝืนกฎเข้ามาใน เขตของอสูรวารีน้ำจืดทะลุม่านบาเรียเข้ามาได้อย่างไรนับว่าพวกเจ้ากำแหงหาญยิ่งนัก พวกเจ้าเป็นใครมีพลังระดับเทพอสูรเจ้าฝืนกฎของจอมจักรพรรดิอสูรวารีบังอาจรักรอบเข้าสู่ดินแดนของพวกเรา ไม่กลัวจอมจักรพรรดิอสูรวารีเข่นฆ่าพวกเจ้าหรือที่บังอาจฝืนกฎ ของอณาจักรท่านปู่ทวดของข้าต้องไม่ไว้ชีวิตพวกเจ้าแน่..."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิงคำรามอย่างเดือดดาลไม่อาจจะบังคับตัวเองได้
"ฮ่าๆ ..เด็กน้อยข้าต้องการเพียง ไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลใบนั้น ข้าต้องการชีวิตขององค์ชายสิบสี่ภารกิจลับนี้ข้าไม่ต้องการดึงเจ้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่เจ้าเองที่หลงเข้ามาสู่วังวนการเข่นฆ่านี้ก็อโหสิกรรมให้กับข้าด้วยข้าบอกเจ้าตรงๆ ว่าไม่มีเจตนาจะสังหารเจ้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เรื่องนี้ไม่สามารถให้เพร่งพรายให้ถึงหูองค์กษัตริย์ของเจ้าและจอมราชันย์อสูรวารีได้..."
มันกล่าวซะยืดเยื้อ ยาวเฟื้อยเหมือนบัณฑิตผู้คงแก่เรียน แต่การกระทำของมันกลับชั่วร้าย พูดคำเดียวก็จะเอาชีวิตของนาง
"นางภูตอสูรรับใช้ นายของเจ้าไปที่ใดเปิดปากออกมาข้าอาจเมตตา สลายดวงจิตแก่นแท้ของเจ้าเป็นพลังของข้า โดยไม่ต้องทุกข์ทรมานข้าให้โอกาสเจ้าแล้วนะ..."
เสียงของมันดังเยือกเย็นแสนสุภาพแต่แฝงไปด้วยความชั่วร้ายไร้ความปราณี
"ข้าไม่บอก..นายน้อยของข้าต้องปลอดภัย แม้ชีวิตของข้าจะต้องดับสูญด้วยน้ำมือของพวกเจ้าภูตอสูรรับใช้อย่างข้าก็ไม่มีทางขายนายแน่นอน..."
เสียงของหนิงหนิงพูดด้วยความสั่นเครือนางรู้ได้ทันทีว่าพบศัตรูที่ร้ายกาจระดับเทพอสูรถึงสามคน
วันนี้นายน้อยของนางไม่มีทางรอดจากวิกฤตนี้ไปได้หญิงสาวภาวนาอย่างเดียวให้เขาจำศิล สู่วิกฤตเลื่อนระดับกายอสูรจนพวกมันถอนตัวออกจากที่นี่ไป ไม่เช่นนั้นแม้ว่ากายอสูรของเขาจะถึงระดับขั้นที่สิบ ก็ไม่อาจจะต่อกรกับคนเหล่านี้ได้ นางจึงตัดบทพร้อมจะสละชีวิต แล้วให้พวกมันไปจากที่นี่เสีย
"นายน้อยของข้าจากที่นี่ไปแล้ว เขาเข้าสู่การจำศีลเพราะกายอสูรของเขากำลังเลื่อนระดับขั้นสูงเจ้าฆ่า ข้าเสียเถอะทำยังไงข้าก็ไม่บอกเจ้าว่านายน้อยของข้าไปที่ใด.."
นางพูดด้วยหัวใจเวิ้งว้าง หญิงสาวรำลึกได้ทันทีว่านางจะต้องจากนายน้อยไปโดยไม่ได้สั่งลา เขาแม้สักคำเดียวและไม่มีวันหวนกลับคืนมาอีกแล้ว ภาพความสัมพันธ์ของทั้งสองที่อยู่ด้วยกันผุดขึ้นมา ความหวานชื่นอย่างมีความสุขตลอดหนึ่งปี ทำให้หญิงสาวน้ำตาทะลักออกมาอย่างไม่รู้ตัว
"พวกเจ้าฆ่า ข้าเสียเถอะยังไงข้าไม่มีวันบอกพวกเจ้าหรอกว่าเขาไปที่ใด.."
นายตัดใจหลับตารอความตาย
"เจ้าช่างสัตย์ซื่อและเข้มแข็งมากนางภูตรับใช้อย่างเจ้านับว่ามีหัวใจดีงามถ้าอย่างนั้นก็จงตายซะเถอะ..ยังไงพวกข้าก็ต้องค้นหานายของเจ้าได้ไม่ยากหรอกเขาไปโดยไม่เอาเจ้าไปด้วย แสดงว่ามีเหตุกะทันหันยังไงเขาก็ต้องกลับมารับเจ้าอย่างแน่นอน พวกข้าเพียงรออยู่ที่นี่ไม่นานเด็กน้อยนั้นก็ต้องโผล่หัวมาจนได้ ถ้ามันหลงเข้ามาอยู่ในค่ายกลโซ่ตรวนพันอสูรของพวกเรา ก็อย่าคิดเลยว่าจะหลุดรอดออกไปได้ตายซะเถอะนางภูตรับใช้..."
สิ้นเสียง มันเร่งเร้าพลังขึ้นอีกหนึ่งส่วนร่างของหนิงหนิง ก็ปริบางเป็นกระจกใสเลือนรางแทบจะมองไม่เห็น พลังดวงจิตแก่นแท้ของนางถูกอสูรตรงหน้าดูดเข้าไปอย่างรวดเร็ว
วาบๆ ๆ ๆ!!
วูบๆ!!
เสียงวูบร่างกายของกริชเพชรก็โผล่ออกจากกล่องนิลกาฬทันที เขาต้องตกตะลึงเมื่อเห็นองค์หญิงเจ้าเฟิงและหนิงหนิง กำลังถูกตรึงด้วยม่านหมอกสีดำจากมือของชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดสีดำสนิทคุมตัวไปทั้งร่าง เขาเข้าสู่วิกฤตเลื่อนระดับกายอสูรขึ้นสู่ระดับเก้าขึ้นไปสองขั้น หลังจากกินเนื้อซาลาแมนเดอร์ยักษ์ขั้นเทพกับเห็ดชิเมจิยักษ์เข้าไป
มันช่างวิเศษเลิศล้ำจนร่างกายเขาแทบแตกละเอียดแต่เมื่อเข้าไปอยู่ในห้องสีชมพู พลังสีชมพูที่กระจายอยู่ในห้องก็ถูกร่างกายเขาดูดซับประสาน เลื่อนระดับโดยผ่านวิกฤติการณ์เลื่อนระดับที่โหดร้ายมาได้อย่างสบาย เขายังไม่ทันได้เข้าไปเลื่อนระดับบอลดวงจิตแก่นแท้ในห้องแปดเหลี่ยม ก็รีบออกมาจะเก็บหนิงหนิงเข้าไปอยู่ด้วยก่อนที่จะจำศีลอีกครั้ง ในการเลื่อนระดับบอลดวงจิตแก่นแท้ให้ถึงขั้นเก้าเท่ากับ กายอสูรของเขาแต่เมื่อปรากฏตัวขึ้นก็พบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันตรงหน้า
"ฮ่าๆ เจ้าหนูนี้มาหาที่ตายเร็วเกินกว่าที่ข้าคาดคิดไว้..."
เสียงชายชุดสีดำสนิทหัวเราะดังกังวาน เพราะเป็นอย่างที่มันคาดคิดไว้
"พวกเจ้าหยุดทำร้ายหนิงหนิงเดี๋ยวนี้..."
เสียงกริชเพชรร้องคำรามอย่างเดือดดาลเมื่อเห็นภูตสาวของเขา ถูกดูดพลังจนร่างกายเปาะบางดุจกระจกใส แทบจะไม่เห็นเค้าร่างของนาง ชายหนุ่มเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตพร้อมกับร่ายเวทย์อาวุธประจำกายขึ้นใช้ไม้ตายทันที
"ง้าวอัศนีคว่ำโลก..."
เล็บนิ้วมือปรากฏเป็นดาบง้าวในมือทันทีเมื่อเร่งเร้าพลังด้ามง้าวก็เกิดขึ้นต่อจากปลายมีดอย่างสมบูรณ์ เขาตั้งตรงหน้าเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ระดับเจ็ดออกมา เมื่อบวกกับกายอสูรระดับก้าวมันก็เพิ่มเป็นร้อยเล่มพุ่งขึ้นสู่กลางอากาศทันที วนรอบหัวของชายทั้งสาม
"ปล่อยคนของข้าเดี๋ยวนี้..."
เสียงร้องด้วยความเดือดดาลของกริชเพชรดังกัมปนาทสายฟ้า ที่พุ่งวาววับทั่วรอบบริเวณจับกันกลายเป็นง้าวด้ามยาวร้อยเล่ม ก็พุ่งทะยานเข้าหาคนที่ดูดพลังของหนิงหนิงจนนางแทบดวงจิตแก่นแท้สลายไปคามือมัน
วูบๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!
ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!
เสียงดังตูมตูมสนั่นเหตุการณ์แม้ฟังดูยืดยาวแต่มันเกิดขึ้นเพียงหนึ่งอึดใจเดียว ที่กริชเพชรปรากฏกายออกจากกล่องนิลกาฬคนทั้ง สามไม่ทันตั้งตัวเพียงแต่พูดประโยคสั้นๆ อาวุธประจำกายอสูรของกริชเพชรก็ระดมโจมตีชายผู้นั้น ที่กำลังดูดกลืนดวงจิตแก่นแท้ของภูตสาวเกือบหมดเหลือเพียงเสี้ยวเดียว
วูบ!! ตูมๆ ๆ ๆ ๆ!!
"อ๊ากกกกกก!! "
โครม!!
ชายชุดดำต้องตัดใจยกมือขึ้นกระแทกพลังสีดำ อัดกับอาวุธทั้งร้อยเล่มของกริชเพชร แตกกระจายไปทันที พร้อมกลับส่งพลังอัด เข้าใส่ชายหนุ่มจนม่านพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขา ที่เป็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ด้านในแตกกระจาย อัดเขากระเด็นไปชนต้นไม้กระอักเลือดทรุดลงกับพื้นทันที แขนที่กำทวนอยู่ในมือหักสะบั้นห้อยร่องแร่งลงด้านข้างเท้าที่ยันพื้น กระดูกแตกตั้งแต่ฝ่าเท้าจนถึงหน้าแข้ง ชายหนุ่มทรุดลงเลือดทะลักออกปากออกจมูกมือซ้ายยันพื้นขึ้นมองเห็นร่างของหนิงหนิงกระเด็นไปอยู่ด้านข้างเขากัดฟันส่งเสียงแหบแห้ง
"หนิงหนิงกลับมาในกล่องนิลกาฬของข้า.."
เสียงเขาแม้แหบแห้งเกือบจะไม่ได้ยินแต่อำนาจผูกสัญญาเป็นนายบ่าวทำให้ดวงจิตหญิงสาวที่เกือบริบหรี่หายลับเข้าไปอยู่ในกล่องนิลกาฬของกริชเพชรอย่างรวดเร็ว
ไม่มีใครสามารถขัดขวางนางได้ ส่วนองค์หญิงเจัาเฟิงก็กระเด็น เพราะแรงอัดที่รุนแรงของพลังหมอกสีดำนั้น จนร่างของนางไปกระทบกับก้อนหิน กระอักเลือดออกมาสลบไสลไปทันที
ดวงตาของกริชเพชรฉายแววอำมหิตออกมาอย่างไม่เคยปรากฏตั้งแต่เขาเกิดมาไม่เคยที่จะโกรธแค้นขนาดนี้ คนที่เขารักตรงหน้าเกือบดับสูญไปเพราะฝีมืออำมหิตจากคนที่ไม่รู้จัก พวกมันลงมืออย่างโหดร้ายชั่วช้า จนหัวใจของชายหนุ่มเข้าสู่ความดำมืด
"พวกแกสามคนต้องชดใช้.."
เขาพูดด้วยเสียงแผ่วเบาพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ที่เหลือเพียงน้อยนิดพอจะทรงตัวอยู่ได้ค้ำพื้นโงนเงนพร้อมกับคุกเข่าลง พวกมันทั้งสามมองด้วยสายตาเย้ยหยัน
"เฮ่อๆ ..บังอาจสามหาวกายอสูรระดับจิ๊บจ๊อย ข้าเพียงแต่กระดิกนิ้วทีเดียวชีวิตน้อยๆ ของเจ้า ก็สูญสลายกลายเป็นผุยผง จะบอกอะไรให้เจ้าไม่ผิดหรอก ผิดที่เจ้ามีของวิเศษ ที่ครอบครองไว้กับตัว ข้าจะส่งเสริมเจ้าให้ตายอย่างรวดเร็ว แล้วข้าจะเอาถุงนิมิตของเจ้า แล้วยึดเอาไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลสะ..."
ชายชุดดำตัวใหญ่เดินนำหน้ามาหาเขากางเล็บมือออกเห็นเล็บสีดำทั้งห้า งอกออกมาอย่างน่ากลัวมันคมกริบดุจใบเลื่อย ที่พร้อมจะขย้ำหัวกริชเพชรให้แหลกละเอียดในกำมือเดียว
............................................................................................................................................................