(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 154 ต้องลงมือด้วยตนเอง

            ดราโกเนียยังคงยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังและเถ้าถ่านแห่งความตายที่มันก่อขึ้น


            ร่างสีดำขนาดใหญ่ของมันส่องประกายอำนาจอันน่ากลัวที่ไม่มีใครสามารถทัดทานได้


            เมืองหรู่หมิงที่เคยเป็นป้อมปราการสุดท้ายของมนุษยชาติ ตอนนี้กลายเป็นเพียงซากแห่งความพินาศ ไม่มีใครรู้ว่าจะมีความหวังใดเหลืออยู่หรือไม่ เพราะทุกสิ่งที่มนุษย์ยึดถือและพยายามปกป้องได้ถูกทำลายจนหมดสิ้นในที่สุด


            ขณะเดียวกันที่บริเวณห่างไกลจากการทำลายล้าง อินทรีทองคำขนเพรชที่ลอยอยู่ในอากาศกำลังจับตามองเหตุการณ์ทุกอย่าง


            อินทรีทองคำตัวนี้เป็นหนึ่งในสัตว์ร้ายที่ทรงพลังในทวีปมืด มันได้รับคำสั่งจากน้องสาวตนให้มาสำรวจสถานการณ์ของมนุษย์และดราโกเนีย เพื่อรายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทราบ มันจึงบินอยู่ในระยะที่ปลอดภัยเพื่อเฝ้าดู


            “ขะ..ข..แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! แม้แต่ขั้นดาวเคราะห์ 9 ดาวยังถูกฆ่าในพริบตาเดียว”


            “นี่มันสัตว์ประหลาดบ้าอะไรกัน เป็นแบบนี้พวกเราก็คงไม่อาจรอดชีวิตไปได้หรอก!”


            แววตาของอินทรีทองคำจับจ้องมองการทำลายล้างของดราโกเนีย มันเห็นทุกสิ่ง—เห็นร่างของรามินที่ถูกทำลายอย่างไร้ปรานี เห็นมนุษย์ที่วิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนก และเห็นเมืองหรู่หมิงที่เคยเป็นศูนย์กลางของมนุษยชาติ ถูกทำลายจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง


            แม้จะเป็นหนึ่งในสัตว์ร้ายที่ทรงพลังและเชื่อมั่นในตนเอง แต่เมื่อมันได้เห็นหายนะที่ดราโกเนียก่อขึ้น มันก็ยังอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้


            พลังแห่งการทำลายล้างที่ดราโกเนียปลดปล่อยออกมานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่อินทรีทองคำจะคาดคิด มันไม่เคยพบเจอกับพลังที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ และความรู้สึกนี้เองทำให้หัวใจของมันสั่นคลอน


            ดวงตาของมันส่องแสงอ่อนๆพร้อมกับครุ่นคิด อินทรีทองคำรู้ว่าต้องกลับไปรายงานสิ่งที่มันเห็นให้น้องสาวและเหล่ามอนสเตอร์ในทวีปมืดได้ทราบ เพราะหายนะครั้งนี้อาจส่งผลกระทบกับทุกชีวิตในโลก ไม่ใช่แค่เผ่าพันธุ์มนุษย์แล้วเท่านั้น


            ในพริบตาเดียว มันขยับปีกขนาดใหญ่และทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง


            ความกลัวที่เกิดขึ้นจากดราโกเนีย ทำให้ตัวของมันต้องการกลับไปยังที่ที่ปลอดภัย อินทรีทองคำพุ่งตรงกลับไปยังส่วนลึกของทวีปมืด มันทะยานผ่านหมู่เมฆด้วยปีกที่ทรงพลัง


            มันรู้ว่าการรายงานสิ่งที่เห็นกลับไปยังทวีปมืดนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น และเหล่ามอนสเตอร์ต้องรู้ถึงภัยคุกคามที่แท้จริงนี้


            อินทรีทองคำรู้สึกถึงความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามาในโลก ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือมอนสเตอร์ ต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับดราโกเนียที่ไม่สามารถคาดเดาได้


            มันไม่ใช่เพียงภัยคุกคามของมนุษย์ แต่เป็นภัยคุกคามของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกใบนี้


            ไม่นานนัก หลังจากที่อินทรีทองคำกลับมายังส่วนลึกของทวีปมืด มันบินเข้ามาหาทันย่าทันที ความตื่นตระหนกและความกังวลที่มันได้เห็นจากการโจมตีของดราโกเนีย ทำให้อินทรีทองคำต้องรีบกลับมารายงานเรื่องนี้ให้ราชันของเหล่ามอนสเตอร์และผู้นำทั้งหลายได้ทราบ


            เมื่ออินทรีทองคำมาถึงฐานบัญชาการในส่วนลึกของทวีปมืด มันรีบส่งเสียงก้องเพื่อเรียกให้เหล่ามอนสเตอร์ชนชั้นราชาตัวอื่นๆมารวมตัวกัน


            มังกรเหล็กกล้า ราชสีห์เพลิงนรก พญาอสรพิษเจ็ดหัว และราชันหนูสายฟ้า ต่างได้รับสัญญาณเรียกและรีบเดินทางมายังที่นัดหมาย


            พวกมันรู้ดีว่าเมื่ออินทรีทองคำเรียกประชุมอย่างเร่งด่วนเช่นนี้ ต้องเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและสำคัญยิ่ง


            ทันย่านั่งอยู่ในท่าทางสงบ ใบหน้าของเขาเงียบขรึม ขณะที่มองดูอินทรีทองคำขนเพรชที่ดูมีท่าทางตื่นตระหนกชัดเจน แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถามว่ามีอะไรที่ทำให้อินทรีทองคำรีบกลับมาในสภาพนี้


            อินทรีทองคำขนเพรชหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามอนสเตอร์ชนชั้นราชาทุกตัว เสียงของมันสั่นเครือ เมื่อมันเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่มันได้เห็น


            “น้องข้าและเหล่าราชา ข้าได้เดินทางไปสำรวจอาณาเขตของมนุษย์ตามคำสั่งที่ได้รับมา”


            “และสิ่งที่ข้าเห็น... มันถือเป็นหายนะ... เป็นหายนะที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้!”


            เหล่ามอนสเตอร์ราชาทั้งหมดมองไปยังอินทรีทองคำอย่างเคร่งเครียด มังกรเหล็กกล้า กางปีกอันใหญ่โตออกเล็กน้อยเพื่อฟังคำพูดต่อไป


            “มันเกิดอะไรขึ้น อินทรีทองคำขนเพรช?”


            มังกรเหล็กกล้าถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


            อินทรีทองคำหันไปมองเหล่ามอนสเตอร์ตัวอื่นๆก่อนจะสูดหายใจลึก มันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลและร้อนรน


            “ข้าเห็นดราโกเนีย มันได้โจมตีเมืองหรู่หมิง—ป้อมปราการสุดท้ายของมนุษย์!”


            “ข้าเห็นด้วยตาของข้าเองว่ามันทำลายเมืองทั้งเมืองอย่างไร้ความปรานี ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลายไปในพริบตา ประชาชนชาวมนุษย์ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก พลังของมันนั้นเกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้ ข้าไม่เคยพบเจอกับสิ่งมีชีวิตที่สามารถทำลายล้างเช่นนั้นได้มาก่อน!”


            “ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์, มังกรสายฟ้า, ยักษ์น้ำแข็ง, หรือมอนสเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิอีกสองตน ถ้าให้พูดตามความรู้สึกของตน... ”


            “เจ้าสัตว์ประหลาดตนนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าทั้งห้าตนไปหลายสิบเท่า”


            เสียงสะท้อนของคำพูดอินทรีทองคำดังก้องในห้องประชุม เหล่ามอนสเตอร์ราชาทั้งหลายต่างแสดงสีหน้าที่แตกต่างกันไป


            บ้างก็ตกตะลึง บ้างก็แสดงความกังวล ขณะที่ราชสีห์เพลิงนรกที่มีขนลุกเป็นเปลวไฟพูดขึ้น


            “ดราโกเนียมันแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเลยหรือ? แม้แต่มนุษย์ที่เตรียมการป้องกันอย่างดีเยี่ยมก็ไม่สามารถต่อกรกับมันได้เลยอย่างนั้นรึ?”


            อินทรีทองคำถูกถามแบบนั้นก็พยักหน้าและกล่าวต่อ


            “ใช่ พวกมนุษย์นั้นหมดสิ้นทุกวิถีทาง พวกเขาสูญเสียผู้นำและนักสู้พันธุกรรมที่แข็งแกร่งที่สุดไปแล้ว!”


            “เทพสงครามหลี่จิ้ง, ผู้นำสำนักมังกรซวนหยวน, ราชันสงครามลำดับที่ 1 รามิน ,ดาบแห่งแสงหยางจินเหิน ชื่อนามที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกเราเหล่ามอนสเตอร์.. ทั้งหมดไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว พวกมันตกตายลงด้วยฝีมือของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าดราโกเนียทั้งสิ้น”


            คำพูดของมันทำให้ทุกตนเริ่มหวาดหวั่น พญาอสรพิษเจ็ดหัวซึ่งลอยอยู่ข้างๆก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น


            “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อไป? ดราโกเนียมันอาจไม่หยุดแค่ทำลายมนุษย์... ”


            “หากมันตัดสินใจที่จะหันมาหาพวกเรา พวกเราจะมีหนทางรับมือมันได้อย่างไร?”


            ทันย่ารับฟังอย่างเงียบๆก็ครุ่นคิด ก่อนจะยกมือขึ้นให้ทุกคนสงบ


            “ฉันเข้าใจแล้ว ฉันเองก็รับรู้ถึงพลังของดราโกเนียมาสักพักนึงแล้ว”


            เหล่ามอนสเตอร์ราชาทั้งหลายต่างพยักหน้าและแสดงสีหน้าที่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น


            พวกมันรู้ดีว่าพลังของดราโกเนียนั้นเหนือกว่าที่พวกมันจะคาดการณ์ได้ แต่การที่มีทันย่า—ราชันแห่งเหล่ามอนสเตอร์ยืนอยู่เคียงข้าง ทำให้พวกมันยังคงมีความหวังที่จะยืนหยัดและต่อกรกับภัยคุกคามนี้


            ทันใดนั้น ความคิดอันเด็ดเดี่ยวก็แวบขึ้นมาในใจของทันย่า เขาตัดสินใจแล้วว่าถ้าดราโกเนียเข้ามารุกรานที่ทวีปมืด—อาณาเขตที่เขาเรียกว่าเป็นสรวงสวรรค์ของเหล่ามอนสเตอร์ ตัวชายหนุ่มจะลงมือด้วยตนเองโดยไม่มีความลังเล


            เพราะเขารู้เป็นอย่างดี พลังของดราโกเนียนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มอนสเตอร์ชนชั้นราชาตนอื่นๆจะสามารถรับมือได้


            ตอนนั้นทันย่าได้มองไปยังเหล่ามอนสเตอร์ระดับชนชั้นราชาที่อยู่รอบตัว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแน่วแน่


            “หากดราโกเนียกล้าที่จะบุกเข้ามาในทวีปมืด ฉันจะจัดการมันด้วยตัวข้าเอง”


            “จะไม่ส่งเจ้าไปเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น พวกเจ้าก็จะเป็นเพียงแค่อาหารสำหรับมันเท่านั้น”


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน