ผัวะ! ตูม! ผัวะ! ตูมม!
ก๊าาาซ์!! อ๊ากซ์ โอ๊กกก!
โว้วววว!! สุดยอด! ฮิฮิฮิ!
เหอๆ?
.
หลังจากรู้ซึ้งถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในร่างอวบอัดของตัวเอง
สาวออฟฟิศคนสวยก็ "เครื่องติด" อย่างหนัก!
ชินต้องคอยวิ่งประคองพาเธอ
ตะลุยฆ่าพวกมนุษย์จักรกลกลายพันธุ์ไปเป็นสิบๆ ตัว
ซึ่งมันง่ายดายจนน่าเหลือเชื่อ
แม้ว่าค่าความทนทานของเธอจะอยู่แค่ระดับ D
พลาดโดนโจมตีแค่ไม่กี่ทีก็ตาย
แต่เมื่อมีพลังทำลายล้างระดับ A ที่หวดเข้าหัวซอมบี้ทีเดียวสมองกระจาย
บวกกับมีผู้ช่วยที่เจนจัดสนามรบอย่างชิน
คอยนำทางและเลือกจุดโจมตีที่ได้เปรียบ
การกวาดล้างในโซนนี้จึงกลายเป็นสนามเด็กเล่นของเธอไปในทันที!
.
ตึ๊ง! [เลเวล 3!!]
ชิ้งงง… ฮิฮิฮิ!
สาวสวยลูกหนึ่งหัวเราะร่าจนหน้าบานรวยริน
อยู่หน้าเสาสัญญาญที่เป็นจุดพักอัพเลเวล
นอกจากเลเวลที่พุ่งพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้ว
ชินยังพาเธอไปเอาไอเทมหายากตรงสายอาชีพ
นั่นคือ "กระบองพลังงาน" (Energy Mace) รูปร่างดุดันน่าเกรงขาม
ที่เวลาเหวี่ยงจะดึงพลังงานนาโนเมมโมรี่จากชั้นบรรยากาศ
มาควบแน่นจนตัวกระบองเรืองแสงสีฟ้าสว่างวาบ
และเมื่อฟาดลงบนร่างศัตรู มันจะระเบิดคลื่นกระแทก
(Shockwave) กระจายออกไปรอบๆ
สะใจคุณแม่สายโหดเขาล่ะ!
.
“ฮิฮิ โชคดีจริงๆ ที่สตางค์รู้จักกับชินจัง
ตอนแรกพี่นึกว่าเราแค่หล่ออย่างเดียวซะอีกนะเนี่ย!”
เงอะ…ฉ่าห์?
คิกคิก
เธอหัวเราะคิกคักพลางจ้องมอง
ใบหน้าหล่อเหลาของชินที่เริ่มแดงซ่านเพราะโดนเต๊าะ
พอหยอกล้อจนพอใจ
พี่อั้มก็หันไปออกแรงหวดกระบองต่อด้วยความคึกคะนอง
ชินยืนมองแผ่นหลังที่งดงามนั้นพลางวิเคราะห์...
เขาดูออกว่าที่เธอใส่ไม่ยั้งขนาดนี้
ส่วนหนึ่งเพราะความ "เก็บกด" จากชีวิต
พนักงานออฟฟิศที่เงินเดือนน้อยแถมงานยังล้นตัว
พอได้มาระบายอารมณ์ใส่พวกหน้าเหล็กพวกนี้
มันเลยเหมือนเป็นการปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบที่เก็บซ่อนอยู่ลึกๆ!
.
ตูม!! ตูมม!! ว้ากกก!x5+
เปรี้ยงงงง!
ทีนี้กระบองที่มีดาเมจแบบกระจายพลังงาน
(Splash Damage) ก็ทำงานได้อย่างทรงประสิทธิภาพ
พี่อั้มเหวี่ยงแขนเรียวสวยที่อัดแน่นไปด้วยพลังนาโนเมมโมรี่
หวดซอมบี้แตกกระเจิงไปทีละกลุ่ม
แม้ตัวที่อยู่รอบนอกจะไม่โดนทีเดียวตาย
แต่แรงกระแทกก็ทำให้พวกมันกระดูกแหลกเหลว
ส่วนตัวที่โดนจังๆ ตรงกลางน่ะเหรอ? ไม่ต้องสืบ...
ร่างแหลกกลายเป็นเศษเหล็กและเนื้อสดทันที!
.
“ฮ่าฮ่า! วันนี้พี่จะทำได้กี่แต้มนะชิน!? ฮ้า…ฮ้าห์! ฮ้าห์...”
.
แม้ว่าการพักที่จุดอัพเลเวลจะช่วยฟื้นฟูร่างกาย
ให้กลับมาสมบูรณ์และเติมพลังกายจนเต็ม
ทว่า "ความเหนื่อยอ่อนทางจิตวิญญาณ"
นั้นเป็นสิ่งที่ระบบไม่ได้เยียวยา
.
ตอนนี้พวกเขาตรากตรำกันอยู่ในมิตินี้มานานถึง 16 ชั่วโมงเต็มๆ
โดยยังไม่ได้นอนพักสายตาเลยแม้แต่นาทีเดียว
ผลกระทบเริ่มแสดงออกมาทางร่างกายของพี่อั้ม...
เธอเริ่มมีอาการหอบพร่าอย่างเห็นได้ชัด
เหงื่อเม็ดใสไหลซึมจากขมับผ่านพวงแก้มขาวอมชมพู ลงไปตามลำคอระหง
จนเสื้อเชิ้ตออฟฟิศสีขาวบางเฉียบนั้นเปียกชุ่มและแนบไปกับผิวเนื้อขาวผ่อง
เน้นให้เห็นรูปทรงของหน้าอกคู่โตที่กระเพื่อมขึ้นลงรัวเร็วตามจังหวะการหายใจ
ยอดปทุมถันชูชันดันเนื้อผ้าออกมาเป็นจุดเด่นชัดจนชินแทบจะละสายตาไม่ได้
.
“พี่อั้ม... ผมว่าพี่เริ่มไม่ไหวแล้วนะ จิตใจพี่เหนื่อยเกินไปแล้ว”
ชินท้วงขึ้นพลางมองดูสาวสวยที่พยายามยืนทรงตัว
แม้พลังกายจากนาโนเมมโมรี่จะยังเต็มเปี่ยม
แต่ดวงตาของเธอกลับเริ่มเยิ้มปรือด้วยความเพลีย
กระโปรงทรงสอบสั้นจู๋รั้งขึ้นมาจนแทบ
จะเห็นขอบชั้นในสีหวานที่ตัดกับถุงน่องลูกไม้สีดำ
.
“ฮ้าห์... จริงด้วยจ้ะชินจัง... พี่เริ่ม... หน้ามืดไปหมดเลย... งื๊อออ...”
สาวสวยเองก็เห็นด้วย
เพราะเธอเริ่มรู้สึกนิดๆว่าอาการคล้ายว่าความดันจะต่ำ!?
.
“มาทางนี้ครับพี่... เราต้องหาที่ตั้งแคมป์พักสายตากันก่อน”
“อะ…อื้อ?”
.
ชินพูดพลางเอื้อมมือไปกุมมือเรียว
ของพี่อั้มที่ยังสั่นเทาน้อยๆ จากความเหนื่อยล้า
เขาพาเธอลัดเลาะผ่านซากปรักหักพังเข้าไปยังตึกแถวเก่าๆ
ข้างทางที่สภาพพังไปเกือบครึ่งซีก
แต่ชั้นสองยังดูมั่นคงพอที่จะใช้ซ่อนตัวได้
ชินพาสาวงามขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ไปยังห้องนอนเล็กๆ ที่ฝาผนังเปิดโล่ง
จนมองเห็นทัศนียภาพสีแดงฉานของเมืองมิติบิดผัน
.
กริ๊ก! แกร๊ก!
.
ชินไม่ได้ประมาท เขาจัดการวางเครื่องเซนเซอร์
ตรวจจับความเคลื่อนไหวไว้ตามจุดอับรอบๆ ตึก
สัญญาณไฟสีแดงดวงเล็กๆ
กะพริบเป็นจังหวะเหมือนหัวใจของเขาที่กำลังเต้นรัว
ส่วนพี่อั้มเธอทรุดตัวลงนั่งบนฟูกเก่าๆ พลางถอนหายใจยาว
เหงื่อที่ชุ่มโชกทำให้เสื้อเชิ้ตออฟฟิศสีขาว
แนบสนิทไปกับแผ่นหลังและทรวงอกอวบหยุ่น
จนเห็นลายลูกไม้ของบราเซียสีดำข้างในอย่างชัดเจน
.
“ทำไมเราไม่พักที่เสาสัญญาณล่ะชินจัง?
ตรงนั้นดูปลอดภัยกว่านะ... งื๊อออ”
.
“ไม่ได้หรอกครับพี่อั้ม... ที่นั่นมันประเจิดประเจ้อเกินไป”
ชินตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางตรวจเช็คความเรียบร้อย
.
“ในมิตินี้... พวกปาร์ตี้อื่นที่ผ่านมาอาจจะร้ายกว่าซอมบี้หลายเท่า
ผู้หญิงสวยๆ อย่างพี่ ถ้าถูกเจอเข้า... พวกมันคงไม่แค่ปล้นแต้มแน่ๆ
ที่นี่ไม่มีกฎหมาย และไม่มีใครเอากลับไปฟ้องใครได้ที่โลกปกติ
พี่จะกลายเป็น ‘ของเล่น’ ให้พวกมันย่ำยีจนกว่าจะพอใจได้เลยนะครับ!”
งึ?!
.
คำพูดของชินทำให้พี่อั้มหน้าซีดวูบ เธอเผลอกอดอกตัวเองไว้แน่น
และมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
เขาช่างมีความรับผิดชอบและปกป้องเธอ
ที่ช่างอ่อนต่อโลกต่างมิติได้อย่างน่าประทับใจ
.
แกร๊กๆ! วู้วๆ! “มาแล้วครับ... กับข้าวร้อนๆ!”
.
ชินล้วงเอากล่องอาหารพิเศษที่เก็บรักษาอุณหภูมิได้ออกมา
กลิ่นหอมของผัดกะเพราเนื้อรสจัดจ้านและไข่ดาวขอบกรอบๆ
พุ่งกระจายไปทั่วห้อง
.
“ฮ้าาา!! สุดยอด! รู้ใจพี่ที่สุดเลยชินจัง!”
พี่อั้มอุทานเสียงหลง ดวงตาเป็นประกายวาววับ
เธอรีบรับกล่องข้าวไปทันที
.
ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้เองที่ทำให้ชินกลายเป็น ‘ผู้รับใช้ระดับท็อป’
ในขณะที่นักสู้คนอื่นเคี้ยวแท่งอาหารยังชีพที่รสชาติเหมือนกระดาษลัง
แต่อาหารปรุงสุกใหม่ๆ
ที่ยังส่งควันฉุยแบบนี้ต่างหากที่ช่วยเยียวยาจิตวิญญาณที่เหนื่อยล้าได้ดีที่สุด
แม้ว่ามันจะแลกมาด้วยแต้มที่ค่อนข้างแพง
และทำให้ชินเก็บแต้มส่วนตัวได้น้อยลง
แต่มันก็ทำให้พวกนักสู้ที่ไม่จำเป็นต้องมีผู้รับใช้ด้วยซ้ำ
เลือกจะร่วมงานกับเขาไม่เคยขาด
.
“ฮ้าา... อิ่มสุดๆ เลยชิน... เอิ๊ก! อุ๊ย! ฮิฮิ ชินไม่ถือพี่นะ?”
.
สาวงามเรอออกมาเบาๆ
พลางเอามือปิดปากขำคิกคักด้วยความลืมตัว
ใบหน้าของเธอแดงปลั่งเพราะรสเผ็ดและความร้อน
ผิวขาวผ่องเริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม ชุดออฟฟิศที่เคยเรียบกริบ
ตอนนี้หลุดรุ่ยรั้งขึ้นมาจนเห็นโคนขาที่สวมถุงน่องดำเปียกชื้น
.
“หะๆ... ไม่ถือหรอกครับพี่อั้ม พี่ดูผ่อนคลายขึ้นผมก็ดีใจ”
.
ชินยิ้มเจื่อนๆ พลางลอบสังเกตเรือนร่าง
ที่ขยับเขยื้อนอย่างเป็นธรรมชาติของเธอ
เขานึกสงสัยอยู่ในใจว่า ทำไมผู้หญิงที่ทั้งสวย ทั้งร่าเริง นิสัยดีแบบนี้
ถึงยังติดปลักอยู่กับงานออฟฟิศเงินเดือนน้อยนิดที่โลกภายนอก
.
แต่เขาที่แม้ไม่เคยทำงานแบบผู้ใหญ่ก็พอเข้าใจได้
ว่าไม่ใช่แค่ความดีหรือความขยัน จะทำให้ประสบความสำเร็จ
.
เหมือนกับระบบของโลกนี้ ที่ได้ตัดสินให้เขาเป็นผู้ไร้พรสวรรค์
ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร?
.
“อืมม… ง่วงแล้วจริงๆ ด้วยจ้ะชินจัง...ฮ้าวว”
.
เมื่อความอิ่มท้องจากข้าวผัดกะเพราไข่ดาวเริ่มทำงาน
ประกอบกับความเหนื่อยล้าทางจิตวิญญาณที่สะสมมานานถึง 16 ชั่วโมง
คุณแม่ลูกหนึ่งก็เริ่มทนพิษความง่วงไม่ไหว
เธอทิ้งตัวลงนอนบนฟูกเก่าๆ อย่างไม่คิดอะไรมากนัก
เพราะความไว้วางใจที่มีต่อเด็กหนุ่ม
ที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาตลอดทั้งวัน
.
“อา… แล้วชินจังไม่หลับเหรอจ๊ะ?”
เธอถามเสียงพร่าพลางปรือตามอง
“อืม... ไม่ล่ะครับ ผมจะเฝ้าพี่เอง
ในนี้มันอันตรายเกินกว่าจะหลับพร้อมกัน”
ชินตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสุขุมแต่แฝงความห่วงใย
และมันก็สุดแสนประทับใจสาวออฟฟิศนมใหญ่เหลือเกิน