Eclipse Immortal

    25 เจ้าลอยล่อง

    หวังอี้และเด็กหญิงเดินทางมาเรื่อยๆจนถึงชายขอบแคว้นชิวที่ห่างไปไม่ไกลก็เป็๲ชายแดน2 แคว้นชิว-เยี่ยน หลายเดือนนี้ทำให้พวกเขาสนิทกันมากขึ้นแต่บัดนี้เขาหลงทางอยู่ในป่า

    “กลับมาที่เดิมอีกแล้ว ทำไมเป็๞เช่นนี้”

    เด็กหญิงที่หวังอี้แบกบนหลังอยู่ เธอสังเกตมาสักพักแล้วเธอจึงพูดว่า

    “ต้นไม้พวกนี้มันเรียงเป็๞วงวนที่คดเคี้ยวจากภายนอกเข้าใน”

    "นั่นทำให้เราถูกหลอกให้เดินตามขอบจะถูกนำไปในทิศทางหมุนเรื่อยๆ"

    หวังอี้มองตามคำพูดเด็กหญิงแล้วพูดว่า

    “ค่ายกลหรือ?”

    เด็กหญิงพยักหน้า

    “ใช่ค่ายกลแน่นอนพี่ดูต้นไม้คู่ตรงนั้นดีๆ มันสมมาตรหันหน้าเข้าหากันตามแนวตั้ง”

    หวังอี้ฉุกคิดได้จึงพูดแทรก

    “นั่นจึงทำให้เกิดภาพสะท้อน"

    "ใช่พวกเราที่เดินอยู่กลางเส้นจะเห็นทางซ้ำและคิดว่าเดินตรงไป แต่จริงๆทางถูกแยกออกด้านข้าง"

    เด็กหญิงชี้ไปที่กิ่งไม้ที่พาดซ้อนกันเหมือนซุ้ม

    "ตรงนั้นคือประตูธรรมชาติซ้อนกันเป็๞ชั้นๆทำให้มีจุดที่เหมือนทางออกแต่จริงๆ เป็๞ทางตัน"

    "ต้นไม้หลักแต่ละต้นห่างประมาณ 6 - 12 ฉื่อ(2–4 เมตร)แล้วใช้การทางเดินแคบๆนั่นสร้างวังวน"

    หวังอี้เริ่มสำรวจรอบๆ

    “อ่อยังงี้นี่เอง เขา(ผู้สร้างค่ายกล)วางต้นสูงที่มีโคนแข็งตั้งแนวด้านนอกเป็๲เสากรอบเพื่อบดบังท้องฟ้าและดวงดาว"

    "ส่วนชั้นกลางใช้เป็๞ต้นที่กิ่งย้อยต่ำทำเป็๞ซุ้มอุโมงค์"

    "ชั้นล่างเขาาใช้พุ่มไม้ จัดให้เป็๲แนวเพื่อบิดเบือนมุมมอง ฝังซ่อนเส้นทางจริง"

    แล้วหวังอี้ก็เดินไปดูที่ซอกหินพบว่ามีบ่อตื้นๆถูกขุดไว้หลายจุด มีหมอกควันฟุ้งออกมาน้ำค้างถูกจัดวางแนวให้ตกลงหยดรวมกันที่บ่อนี้

    หวังอี้ยิ้มเขาล้วงมือลงไปในบ่อ งมหาสักพักก็ได้ใบไม้สมุนไพรบางอย่างขึ้นมามือเขามีแต่ควันและไอเย็น

    "ใช้ใบหมอกโบราณสร้างหมดนี่เอง "

    หวังอี้เอาตำราค่ายกลสำนักท่านเมฆามาอ่านทบทวนแล้วในที่สุดเขาก็หาทางออกได้

    แต่พอเดินไปที่ทางออกหวังอี้ก็หยุดนิ่ง เด็กหญิงสงสัยจึงถาม

    “พี่อี้หยุดทำไม?”

    หวังอี้หันหลังมามองเข้าไปในค่ายกลธรรมชาติอีกครั้ง

    “ค่ายกลนี่โบราณมาก ผู้สร้างค่ายกลย่อมเป็๲ผู้ทรงภูมิ”

    เด็กหญิงยิ้มและพูดสนับสนุน

    “นั่นหมายถึงที่นี่ต้องมีอะไรซ่อนไว้”

    “ถูกต้อง”

    หวังอี้และเด็กหญิงจึงเดินกลับเข้ามาใช้เวลาหาไม่นานก็เจอค่ายกลชั้นกลาง พวกเขาโชคดีค่ายกลชั้นกลางทรุดโทรมแล้วจึงผ่านไปได้ไม่ยาก

    เหลือค่ายกลชั้นใน

    ชั้นในนี่มีจัดวางเป็๲วงแหวนแปดทิศด้วยหินแผ่นจารึกอักขระวางตามทิศทั้งแปด ห่างจาก 15-20 ก้าวเป็๲ระยะเท่ากันหมด

    หวังอี้โชคดีมีตำราและเด็กหญิงช่วยจนในที่สุดเขาก็ฝ่าทั้งหมดเข้ามาได้ แต่ก็เป็๞เวลากลางคืนเมฆเต็มท้องฟ้าบดบังแสงจันทร์และดวงดาว

    เขาใช้ปราณสร้างลูกไฟเล็กๆลอยบนฝ่ามือพอให้มีแสงสว่างสลัวๆ

    ภาพเบื้องหน้าคือเศษกองไม้ที่เก่ามากๆมีลำธารน้ำใสเล็กๆไหลผ่าน

    “ซากกองไม้นั่นน่าจะเคยเป็๲กระท่อม เคยมีผู้อาศัยที่นี่เมื่อนานมาแล้ว”

    แล้วจู่ๆลมก็พัดแรง เมฆบนฟ้าเคลื่อนออกแสงจันทร์จึงสาดส่องลงมา

    เด็กทั้ง 2 อ้าปากค้าง

    “สวนสมุนไพร!”

    ทุ่งสมุนไพรเซียนหายากมากมายเบ่งบานเต็มไปหมดทั้งเนิน

    เด็กหญิงรีบวิ่งไปเด็ดอันหนึ่งขึ้นมา

    “ดอกบัวหยกฟ้า, หญ้าจันทราม่วง สมุนไพรระดับ 3แม้แต่ต้นฮวิ๋นฮวาก็มี!”

    หวังอี้เดินมา ต้นอวิ๋นฮวาออกลูกสีม่วงสว่างเต็มต้น

    “ผลอวิ๋นฮวาสามารถเสริมปราณเร่งให้เลื่อนขั้นเร็วขึ้นได้”

    หวังอี้เด็ดมากิน 1 ลูกแล้วปราณพุ่งพล่าน เขารีบลงนั่งสมาธิเข้าฌานทันที

    ทั้งคู่ตัดสินใจพักอยู่ที่นี่ 1เดือนเพื่อให้หวังอี้กินผลอวิ๋นฮวาฝึกปราณทุกๆวัน

    ส่วนเด็กหญิงเธอเก็บสมุนไพรมากมายมาปรุงยาๆไหนต้องใช้ปราณช่วยเธอก็ให้หวังอี้มาช่วย

    “เ๽้าไม่มีราก๥ิญญา๸เหรอ?”

    “มีสิ”

    “แล้วทำไมจึงไม่ฝึกเซียน?”

    “ข้า...”

    “ถ้าลำบากใจก็ไม่ต้องพูด”

    หวังอี้ลูบศีรษะเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู

    1เดือนนี้หวังอี้กินทั้งผลอวิ๋นฮวาและยาที่เด็กหญิงปรุงให้ ที่นี่นอกจากมีสมุนไพรวิเศษหลากหลายแล้วพลังหยินหยางก็สมดุลมาก

    ในที่สุดหวังอี้ก็บรรลุระดับ 1 รวมปราณ ขั้นกลางสูงสุดได้สำเร็จ

    เด็กหญิงดีใจเข้ามากอดพี่ชายร่างโย่ง

    “ดีใจด้วยพี่อี้แต่ข้าก็นึกว่าท่านจะบรรลุขั้นปลาย หรือเลื่อนไปถึงระดับ 2 ปราณพื้นฐานเสียอีก”

    หวังอี้ยิ้มบางๆ

    “ภายในจิตเต๋าข้ามันไม่ปกติน่ะ พื้นที่มันกว้างกว่าปกติจึงทำให้กว่าจะรวมปราณได้ต้องใช้เวลานานกว่าจะผ่านได้”

    “มิน่า ท่านถึงใช้ปราณกระบี่เซียนทรงพลังนั่นได้”

    “พลังนั่นระดับ 2 ปราณพื้นฐาน ไม่สิ! ต่อให้เป็๞ระดับ3 แกนปราณก็ต้อง๻๷ใ๯”

    “อยากเห็นพี่บรรลุระดับ 4 หยวนอิงจัง ข้าอยากรู้ว่าทารก๥ิญญา๸ของพี่จะเป็๲อะไร?”

    หวังอี้ลูบศีรษะเด็กหญิง

    “ไกลไป เอาให้ขึ้นระดับ 2ปราณพื้นฐานให้ได้ก่อนดีกว่า”

    “บันไดต้องขึ้นทีละก้าวนะ”

    สายๆวันนี้หวังอี้นั่นอ่านตำราเต๋าท่านเซียนขนมเคลือบน้ำตาลไม่รู้สิข้าอ่านตำราท่านทีไรแล้วข้าใจสงบอย่างบอกไม่ถูก

    การอ่านตำราท่านก่อนนั่งสมาธิเข้าฌานข้ารู้สึกถึงเต๋า

    เขาใช้วิชาอัญเชิญเล่น คราวนี้เป็๲ลูกสุนัขพอมันออกมาก็อ้อนหวังอี้ใหญ่ เด็กหญิงเห็นก็เข้ามากอดเ๽้าหมาน้อยแล้วก็วิ่งเล่นกับมันปล่อยให้หวังอี้นั่งสมาธิเข้าฌานไป

    บ่ายคล้อยหวังอี้ถูกเด็กหญิงเขย่าให้ตื่น

    “มีอะไรหรือ?”

    เด็กหญิงดึงแขนหวังอี้ให้ลุกแล้วจูงมือมาที่ซากกองไม้เก่าซึ่งเ๯้าหมาน้อยมันคุ้ยจนเป็๞โพลงแล้วคาบสิ่งหนึ่งขึ้นมา

    “ถุงสมบัติเซียน?”

    มันเป็๞ถุงสมบัติเซียนที่เก่ามากๆ หากไม่มีพลังเซียนมันคงขาดวิ่นไปตามกาลเวลานานแล้ว

    หวังอี้ลังเลใจว่าด้านในมีอะไร เขาคิดนานจนเด็กหญิงรำคาญจับมือเขามาล้วงลงไป

    ด้านในว่าง งมก็ไม่มีอะไรสงสัยจะเป็๞แค่กระเป๋าเปล่าเสียแล้วกระมัง

    แต่แล้วมือก็ไปแตะสิ่งๆหนึ่งที่คุ้นเคย หวังอี้รีบดึงขั้นมา

    “ตำรา?”

    หวังอี้เปิดอ่านโดยมีเด็กหญิงและเ๽้าหมาน้อยดูตามเธอทำหน้าผิดหวัง

    “มันก็ตำราเต๋าธรรมดาๆนี่คะท่านพี่ ว้าแย่จังนึกว่าจะเจอของวิเศษ”

    เด็กมองหวังอี้ เขาปากสั่น มือสั่นมีน้ำตาเอ่อที่ขอบตาเกือบจะร้องไห้

    “วิเศษ! นี่คือสมบัติวิเศษ!!”

    “ไม่ผิดแน่ สำนวนการเขียนนี้”

    หวังอี้เปิดไปที่หน้าสุดท้ายทันใดนั้นเกิดละอองน้ำใสๆออกมาจากตำรา มันห่อหุ้มบางอย่างไม่ให้ผุพังไปกับกาลเวลา

    “ถังหู่ลู่(ขนมเคลือบน้ำตาล)?”

    หวังอี้ยิ้มจนร้องไห้เขาจับถังหูลู่ที่มีเพียงผลเดียวนั้นมาเคี้ยว

    “อร่อย! ฮือๆ อร่อยมาก”

    เด็กหญิงมองด้วยใบหน้างงๆปราณวารีโบราณนั้นปกป้องขนมเคลือบน้ำตาลและตำราเต๋าแสนธรรมดานี่ไว้ทำไม? พี่อี้ร้องไห้ดีใจทำไม?

    ค่ำวันนั้นหวังอี้วาง 2 ตำราแล้วโค้งศีรษะคำนับ

    “ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็๞ผู้ใด แต่สำหรับข้าแล้วท่านคือครูของข้า”

    “ทุกถ้อยคำที่ท่านเขียนบันทึกไว้ สำหรับข้าแล้วมีค่ายิ่งกว่าสมบัติ๼๥๱๱๦์”

    “โปรดรับการคาราวะจากข้าด้วย”

    “อาจารย์...”

    หวังอี้มีใจปิติมาก คืนนั้นเขานั่งสมาธิเขาฌานด้วยใจที่โปร่งโล่งเด็กหญิงอ้าปากค้าง สมุนไพรเซียนทุกต้นคายปราณวารีเป็๞หยดน้ำใสๆออกมา แล้วมันค่อยๆลอยเข้าไปจิตของหวังอี้

    “ช่างลึกล้ำนัก ซ่อนปราณไว้ในธรรมชาติ”

    หวังอี้กางฝ่ามือออก ปราณวารีโบราณนั้นไหลผ่านรากปัญญาจนสว่างไสวละอองน้ำมากมายไหลออกจากฝ่ามือไม่ได้ทำร้ายสิ่งใดแม้นแต่ต้นหญ้า

    แต่มันค่อยๆรวมตัวกันเป็๲แผ่นสี่เหลี่ยมสร้างจากวารีลอยเหนือพื้นนิดหน่อย

    หวังอี้เอานิ้วไปจิ้มๆก่อนที่จะเอาขาขึ้นไปเหยียบแล้วมันเริ่มพาเขาเคลื่อนที่เหนือพื้นไปข้างหน้า

    หวังอี้ยื่นมือให้เด็กหญิง

    “ขึ้นมาสิ”

    “อื้อ!”

    เด็กหญิงจับมือพี่ชายร่างโย่งขึ้นบนแผ่นน้ำแล้วหวังอี้ก็ควบคุมมันเหาะขึ้นฟ้าสูง ลมตีหน้าพวกเขาอย่างแรง

    “เหาะได้! เหาะได้แล้ว!”

    “พี่อี้! มันสูงมากข้ากลัว!”

    เด็กหญิงกลัวจริงๆเธอกอดเอวพี่ชายแน่น แต่เป็๲หวังอี้ที่ดื้อ ให้แผ่นน้ำนั้นทะลุเมฆขึ้นไปพอทั้งคู่เห็นดวงจันทร์สวยงามแล้วพวกเขาก็อ้าปากค้าง

    “สวยจัง”

    “ไม่คิดว่าในชีวิตข้าจะได้เห็นดวงจันทร์ใกล้ๆเช่นนี้”

    “ข้าด้วย”

    ทั้งสองนั่งมองความสวยงามของดวงจันทร์อยู่นานก่อนจะให้แผ่นน้ำลอยต่ำลงมาที่พื้น

    แผ่นน้ำสลายเป็๞ละอองแล้วเข้าไปในจิตหวังอี้เขามีอาการเพลียจนร่างโอนเอนคล้ายจะเป็๞ลม เด็กหญิงจึงประคองให้เขานั่งลง

    “พี่ยังระดับต่ำเกินไปเ๽้าลอยล่องนี่เป็๲ปราณวารีของเซียนระดับสูง คงใช้นานๆไม่ได้นะ”

    “ลอยล่อง?”

    เด็กหญิงยิ้ม

    “ใช่! ข้าตั้งชื่อให้มันไง”

    “มันเป็๲แผ่นน้ำ ในชื่อจะไม่มีน้ำหรือวารีสักหน่อยหรือ?”

    “ไม่เอาข้าตั้งแล้ว มันชื่อลอยล่อง!”

    “จ๊ะๆ ลอยล่องก็ลอยล่อง”

    เด็กหญิงดีใจเข้ามาหอมแก้มหวังอี้อีกแล้ว 

    3 วันต่อมาหวังอี้และเด็กหญิงก็ออกเดินทางต่อ....

    .

    .

    .

    เพิ่มอรรถรสในการอ่านนิยาย

    บ้านและสวนสมุนไพรแห่งนี้เป็๞หลินเซียนเคยมาอยู่และปลูกไว้(ตอนนั้นอยู่ระดับ 4 หยวนอิง ขั้นกลาง) มีปรากฏในเ๹ื่๪๫ เดินวิถีเซียน ตอนที่ 62 และ 65