เมื่อเห็นว่าพวกปีศาจได้บินหนีไปแล้วไลท์จึงสลายเขตแดนแห่งหายนะทันที
“ แล้วเจอกันสหายของข้า ” จักรพรรดิเทียนตี้อู่หลงพูดจบร่างของเขาก็ค่อยๆหายไปอย่างรวดเร็ว
“ ขอบคุณมากเทียนตี้อู่หลง ” ไลท์พึมพำออกมา
ทันใดนั้นสายตาของไลท์ก็มองไปที่พวกปีศาจที่กำลังหนี
“ อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนพ้น!! ” ไลท์หรี่ตาลงพร้อมกับจิตสังหารที่ปะทุออกมาก่อนที่จะบินตามไปทันที
ทางด้านเฟลิกซ์และคนอื่นๆมองหน้ากันจากนั้นก็เห็นถึงแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของกันและกัน
“ อย่าปล่อยให้ไลท์ได้หน้าคนเดียวสิ ” เทียนี่หัวเราะก่อนที่จะเป็นคนแรกที่บินตามไลท์ไป คนอื่นๆก็รีบบินตามไปทันที
ราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ที่ได้รับบาดเจ็บสัมผัสได้ว่าไลท์กำลังบินตามมาเธอจึงแสดงสีหน้าเย็นชาและตะโกนขึ้นว่า “ พวกแกไปขวางมันเอาไว้ ”
แม่ทัพปีศาจที่ได้ยินคำสั่งของราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ก็พากันมองหน้ากันด้วยความกลัว
ตัวตนที่สามารถทำให้ราชินีปีศาจแอมโพไดซ์บาดเจ็บสาหัสได้แล้วพวกมันจะเป็นคู่ต่อสู้ของมนุษย์คนนั้นได้อย่างไร แต่ในเมื่อมันเป็นคำสั่งของราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ พวกมันจึงได้แต่กัดฟันและหยิบอาวุธของตัวเองออกมา
“ ถึงอย่างไรเจ้ามนุษย์นั้นก็ได้รับบาดเจ็บเพราะพิษของราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ไปแล้วไม่แน่ว่ามันอาจจะได้รับบาดเจ็บหนักมากแล้ว ” แม่ทัพปีศาจตัวหนึ่งปลุกใจตัวเองขึ้นมา
ทันใดนั้นแม่ทัพปีศาจที่เหลือก็นึกขึ้นได้ทันทีว่ามนุษย์ด้านหน้าถูกพิษของราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ไปแล้วจริงๆ ทันใดนั้นแววตาของพวกมันก็เต็มไปด้วยความต้องการฆ่าขึ้นมา
“ ฆ่ามัน ” แม่ทัพปีศาจตัวหนึ่งตะโกนก่อนที่จะใช้มหาเวทย์ทันที
เพียงแต่ความจริงและความฝันมันต่างกันเกินไป
ไลท์ที่เห็นว่าแม่ทัพปีศาจมาขวางทางเขาจึงรีบใช้ดาบตัดโลกาทันที และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่ไลท์ใช้ดาบตัดโลกาไปถึงแปดครั้ง
คลื่นดาบสีทองผ่านร่างของแม่ทัพปีศาจไปด้วยความเร็วจนแม้แต่แม่ทัพปีศาจก็ยังไม่ทันได้ขยับตัว
ราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ที่สัมผัสได้ว่าจู่ๆออร่าของแม่ทัพปีศาจทั้งสิบได้หายไปแล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าแม่ทัพปีศาจพวกนั้นได้ตายไปหมดแล้ว
“ เศษสวะ ” ราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ตะโกนออกมาด้วยความโกรธก่อนที่จะหยิบคริสตัลมิติออกมาและรีบบินหนีเข้าไปในวังวนทันที
เมื่อเห็นว่าราชินีปีศาจแอมโพไดซ์หนีไปแล้วไลท์จึงหยุดตาม
“ เหอะโชคดีไปนะถ้าหากไม่ใช่เพราะพิษของแกฉันจะตามแกไปแน่ ” ไลท์พึมพำออกมา
ไม่นานพวกเฟลิกซ์ก็บินมาถึงจุดที่ไลท์อยู่
“ ไลท์เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ” เฟลิกซ์ถามด้วยความเป็นห่วง
ไลท์ส่ายหน้าก่อนที่จะชี้นิ้วไปด้านหน้า ทันใดนั้นก็มีของเหลวสีเขียวไหลออกมาจากปลายนิ้วของไลท์ก่อนที่มันจะหยดลงไปที่พื้นด้านล่าง
“ ถูกพิษของราชินีปีศาจแอมโพไดซ์เข้าไปนิดหน่อยครับโชคดีที่สามารยับยั้งพิษได้ทันไม่อย่างนั้นอาจจะตายได้ ผมขอถอนพิษที่นี้สักครู่หนึ่งแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้นจากนั้นเขาก็หยิบขวดที่สามารถเก็บพิษของราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ได้ เขาคิดว่าภายในอนาคตพิษนี้น่าจะมีประโยชน์ไว้ใช้งาน
ผ่านไปสองชั่วโมงไลท์ก็ทำการถอนพิษออกจากร่างกายหมดแล้ว
“ งั้นพวกเรารีบกลับไปที่ค่ายทหารกันเถอะ ” แมคโวลัคพูดขึ้น
ไลท์และคนอื่นๆพยักหน้าก่อนที่จะบินกลับไปที่ค่าย
เวลานี้ที่ค่ายทหารพากันแสดงสีหน้าวิตกออกมาเพราะทหารทั้งหมดรู้ดีว่าไลท์ได้ออกไปสู้กับราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ ถ้าหากไลท์ชนะพวกเขาก็รอดแต่ถ้าหากไลท์แพ้ทุกคนในที่นี้ก็ต้องตาย
เวลาผ่านไปสามเป็นชั่วโมงก็ยิ่งทำให้ทหารทุกๆคนกันเคร่งเครียดจนไม่ทำอะไรกันเลย ทั้งหมดได้แต่ภาวนาให้ไลท์ชนะ แม้แต่แม่ทัพเอลฟ์ก็ยืนอยู่ที่หน้าค่ายทหารด้วยความกังวล
ไม่นานแม่ทัพเอลฟ์ก็มองเห็นกลุ่มคนบินมาด้วยความเร็ว
เนื่องจากระยะทางที่อยู่ไกลจึงทำให้มองไม่ชัดว่าเป็นใคร พวกเขาจึงหยิบอาวุธออกมาและพร้อมที่จะสู้ตายไปกับทุกๆคน
แต่เมื่อระยะทางยิ่งใกล้ลงพวกเขาก็เห็นแล้วว่ากลุ่มคนที่บินมาก็คือพวกไลท์
ทันใดนั้นดวงตาของแม่ทัพทั้งหมดก็เปร่งประกายด้วยความตื่นเต้นก่อนที่จะเป็นแม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งตะโกนด้วยน้ำเสียงอันดังว่า “ ท่านไลท์ชนะ!!! ”
ทันใดนั้นเสียงตะโกนว่า “ ท่านไลท์ชนะ ” ก็ดังไปทั่วค่ายทหาร
ไลท์และคนอื่นๆบินลงมา แต่เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงตะโกนของทหารก็พากันตกใจก่อนที่จะเข้าใจได้ทันทีว่าพวกเขาเองก็คงรู้สึกกังวลและเครียดกับการที่ไลท์ออกไปสู้เพียงลำพัง
“ ท่านไลท์เป็นอย่างไรบ้างครับ? ” แม่ทัพเอลฟ์ถามไลท์ด้วยความเป็นห่วงเพราะชุดของไลท์นั้นขาดหลายแห่งและยังมีรอยเลือดแทบจะทุกส่วนของเสื้อผ้า แสดงให้เห็นแล้วว่าท่านไลท์ได้ผ่านการต่อสู้อย่างหนักมา
“ ฉันไม่เป็นอะไรแต่ตอนนี้ขอตัวไปพักก่อนแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะเดินไปที่เต็นท์ของตัวเอง
ตลอดทางไลท์ก็ได้ยินเสียงตะโกนและทหารทั้งหมดโค้งตัวให้กับไลท์ด้วยความเคารพ
อย่างที่รู้กันว่าในโลกนี้นับถือความแข็งแกร่ง และเมื่อไลท์สามารถเอาชนะราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ที่เป็นถึงตัวตนระดับSSSได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไลท์ก็คือตัวตนระดับSSSแล้วเช่นกัน
หลายวันต่อมาทางกลุ่มของเอลฟ์ก็ได้กลับมาที่ค่ายหลักแล้ว
นอกจากผู้พิทักษ์กาแลนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วก็ยังมีแม่ทัพเอลฟ์อีกสามคนได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยเช่นกันและที่สำคัญคือมีแม่ทัพสองคนที่เสียชีวิตในการปะทะกับพวกปีศาจ
สาเหตุที่เผ่าเอลฟ์ไม่ได้ใช้คริสตัลหลบหนีก็เพราะจำนวนของเผ่าเอลฟ์นั้นมีมากพอที่จะปะทะกับพวกปีศาจได้เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องใช้คริสตัลหลบหนี
“ ไม่รู้ว่าพวกมนุษย์สัตว์จะรอดกลับมาไหมนะ ” เบเรียลพึมพำออกมา
“ พวกเขาก็น่าจะใช้วิธีเดียวกับพวกเรานั้นแหละ เพราะถึงอย่างไรนี้ก็เป็นวิธีหนีแพร่หลายกันทั่วโลก ” ไลท์พูดขึ้น
สำหรับโลกใบนี้คริสตัลมิติเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการหลบหนี แต่ทว่ามันมีราคาแพงและหายากจึงทำให้มันเป็นของล้ำค่า แต่ทว่าสำหรับบุคคลระดับสูงแล้วพวกเขาย่อมพกคริสตัลมิติติดตัวไว้ตลอดเวลา
ไม่นานองค์หญิงเมลิซ่าก็มาหาไลท์พร้อมกับขอบคุณอย่างเป็นพิธีการ
“ จริงสิเธอรู้ว่าพวกมนุษย์สัตว์เป็นอย่างไรบ้าง? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“ จากที่ท่านแม่บอกมาดูเหมือนว่าแม่ทัพมนุษย์สัตว์ทั้งหลายได้้ใช้คริสตัลหลบหนีเพื่อหนีพวกปีศาจ ซึ่งตอนนี้พวกแม่ทัพมนุษย์สัตว์ได้รวมตัวกันได้แล้วและกำลังมุ่งหน้ากลับมาที่ค่ายทหารค่ะ ” เมลิซ่าตอบ
“ งั้นหรอ ” ไลท์พยักหน้าโชคดีที่พวกเขาต่างก็หนีรอดกลับมาได้
หลายวันต่อมาก็มีข่าวมาว่าเผ่าปีศาจได้ถอนกำลังกลับไปทั้งหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นแถวชายแดนเผ่ามังกร มนุษย์และคนแคระ
ในที่สุดสงครามก็จบลงโดยเป็นชัยชนะของสามพันธมิตร
ครั้งนี้เผ่าปีศาจได้สูญเสียอย่างหนักโดยที่พวกมันได้เสียแม่ทัพปีศาจไปเกือบสี่สิบตัวและราชาปีศาจสามตัวบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย
ส่วนทางด้านเผ่าเอลฟ์แม้ว่าจะเสียแม่ทัพไปกว่าสิบคนและบาดเจ็บสาหัสอีกหลายคน แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ได้รับความเสียหายน้อยกว่าเผ่าปีศาจมาก ส่วนทางด้านมนุษย์สัตว์และมนุษย์ได้รับความเสียหายไม่มากนัก
สองวันต่อมาจักรพรรดินีแฟร์ซ่าได้จัดงานเลี้ยงฉลองเพื่อขอบคุณทุกๆคนที่มาช่วยสงครามในครั้งนี้
ไลท์และคนอื่นๆต่างก็พากันพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ทว่าก็ไม่ได้เมากันมากเกินไป เพราะพวกเขารู้ดีแม้ว่าพวกปีศาจจะถอยกำลังกลับไปแล้วแต่พวกเขาก็ต้องระวังตัวอยู่ดี เพราะถ้าหากจู่ๆพวกปีศาจใช้มหาเวทย์โจมตีเข้ามาก็อาจจะทำให้พวกเขาพลาดท่าได้
สองวันต่อมาเฟลิกซ์ก็ได้พากองทัพมนุษย์กลับและอีกหนึ่งวันต่อมาแม่ทัพใหญ่ราโชก็พากองทัพมนุษย์สัตว์กลับไปเช่นกัน และในวันนี้ทางเอลฟ์ก็ได้ทำการถอนกำลังทั้งหมดกลับสู่ทวีปเอลฟ์อีกครั้ง
ทางด้านชื่อเสียงของเดธปาร์ตี้ก็โด่งดังเป็นอย่างมากโดยเฉพาะไลท์ที่กลายมาเป็นถึงตัวตนระดับSSS ที่แข็งแกร่งที่สุดของโลก
ตัวตนระดับSSSนี้น้อยคนนักที่จะรู้ แต่เพราะสงครามในครั้งนี้ทำให้ตัวตนระดับSSSได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ความแข็งแกร่งระดับนี้นับว่าอยู่ในจุดสูงสุดของโลก ส่วนทางด้านสมาชิกเดธปาร์ตี้เองก็มีชื่อเสียงไม่ต่างกัน
ในช่วงที่ไลท์ไปที่เทือกเขาบารียานู ทางด้านของเบเรียลและคนอื่นๆเองก็แสดงฝีมือจนมีชื่อเสียง
ถัดจากไลท์ก็คือเฮลเฟลชที่แข็งแกร่งในระดับSS นอกจากนี้เธอยังสามารถสังหารแม่ทัพปีศาจไปถึงสามตัวและยังฆ่าปีศาจในระดับSไปเป็นจำนวนมาก
ทางด้านคนอื่นๆก็สามารถเอาชนะและฆ่าปีศาจระดับSได้หลายตัวจนมีชื่อเสียงอย่างมากในค่ายทหาร จนทำให้ทหารทั้งสามเผ่าพันธุ์นับถือและชื่นชมสมาชิกคนอื่นๆของเดธปาร์ตี้ทั้งหมด
ส่วนทางด้านไลท์พวกเขาก็กำลังวางแผนเพื่อที่จะออกไปผจญภัยอีกครั้งหนึ่ง
“ เฮลเฟลชเธอยังจะไปผจญภัยกับพวกเราอีกไหม? ” ไลท์ถามพร้อมกับมองไปที่เฮลเฟลช คนอื่นๆเองก็มองไปที่เฮลเฟลชด้วยเหมือนกัน
โดยเฉพาะเดซี่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง เธอเป็นคนที่สนิทกับเฮลเฟลชมากที่สุดเพราะฉะนั้นเธอจึงไม่อยากให้เฮลเฟลชจากไป
เฮลเฟลชมองไปที่ทุกคนก่อนที่จะยิ้มออกมาและพูดขึ้นว่า “ อย่างที่บอกไปฉันคือส่วนหนึ่งของสมาชิกเดธปาร์ตี้และจะไม่มีวันไปไหนจนกว่าหัวหน้าจะไล่ฉันออก ”
“ แล้วไกเซอร์จะไม่ว่าอะไรหรอเจ้าหมอนั้นอุส่าห์รอเธอมานานกว่าพันปีเลยนะ ” ไลท์ถามขึ้น
“ ไม่เป็นไรหรอก อย่างที่รู้อายุขัยของมังกรมากกว่ามนุษย์มากปล่อยให้เจ้าหมอนั้นรอไปอีกสักสามสี่ร้อยปีก็ไม่เป็นอะไรหรอกน่า ” เฮลเฟลชหัวเราะ
จากนั้นทุกๆคนก็หัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน
“ งั้นอยากจะไปที่ไหนกันต่อ? ” ไลท์ถามขึ้น
ทุกๆคนก็พากันครุ่นคิดและพูดออกมาในสถานที่ที่อยากจะไปกัน
“ ฉันอยากไปบ้านเกิดของนายน่ะไลท์ ” เบเรียลพูดขึ้น
เมื่อได้ยินที่เบเรียลพูดทุกๆคนก็รู้สึกว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลย
ไลท์หัวเราะก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ งั้นเอาแบบนี้เป็นยังไง พวกเราไปเที่ยวที่ทวีปมนุษย์สัตว์ก่อนจากนั้นก็ค่อยกลับมาเที่ยวที่บ้านเกิดของฉัน ”
“ ตกลง ”
เนื่องจากทวีปมนุษย์สัตว์อยู่ติดกับทวีปเอลฟ์และทวีปมนุษย์ ทำให้ไลท์ตัดสินใจที่จะไปที่ทวีปมนุษย์สัตว์ก่อนแล้วค่อยไปที่หมู่บ้านโกแลนซ์
หลังจากที่ได้เป้าหมายในการออกเดินทางแล้วพวกไลท์ก็ออกเดินทางทันที
แต่การเดินทางในครั้งนี้พวกไลท์ไม่ได้เร่งรีบที่จะเดินทางมากนักเพราะตอนนี้สงครามได้จบไปแล้ว
“ ออกเดินทางกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะเก็บเต็นท์ไว้ในแหวนมิติ
เต็นท์พวกนี้ทางเอลฟ์ได้มอบให้กับไลท์และคนอื่นๆ
หลายวันต่อมาในขณะที่พวกไลท์กำลังพักผ่อนอยู่ที่ป่าแห่งหนึ่ง
พวกผู้ชายต่างก็กำลังนั่งตกปลากันที่สระน้ำเช่นเคย ส่วนทางด้านสาวๆก็เดินเล่นและทำอาหารเย็น
ในขณะที่หนุ่มๆกำลังตกปลาอยู่นั้นจู่ๆเดซี่และคนอื่นๆก็เดินเข้ามา
“ อาจารย์พวกเราเจอดันเจี้ยนด้วยล่ะ ” เดซี่พูดขึ้นหลังจากที่เดินมาหาพวกไลท์
ดันเจี้ยน?
พวกเขาไม่ได้เจอดันเจี้ยนมานานแล้วสินะ เท่าที่จำได้พวกเขาเข้าดันเจี้ยนแค่ไม่กี่ครั้งเอง แม้ว่าดันเจี้ยนจะปรากฏขึ้นมาในทุกๆวันแต่อย่าลืมว่าภายในหอคอยแห่งนิรันดร์มีขนาดใหญ่โตอย่างมาก แม้ว่าจะปรากฏขึ้นทุกวันแต่ก็ใช่ว่าจะพบเจอได้บ่อยๆ
ไลท์และคนอื่นๆจึงเดินไปที่ดันเจี้ยนทันที
ประตูดันเจี้ยนขนาดใหญ่อยู่เบื้องหน้าของไลท์
“ ไม่รู้ว่าดันเจี้ยนนี้โผล่มานานหรือยัง? ” ไลก้าพูดขึ้นด้วยความสงสัย
ทุกๆคนเองก็สงสัยเหมือนกันว่าดันเจี้ยนแห่งนี้ปรากฏขึ้นมานานหรือยังเพราะอย่าลืมว่าดันเจี้ยนทุกแห่งจะมีเวลาจำกัดแค่เจ็ดวันเท่านั้น เลยเจ็ดวันไปดันเจี้ยนก็จะแตก
ทันใดนั้นที่ประตูดันเจี้ยนก็เกิดเสียงคล้ายกับกระจกแตกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไลท์และคนอื่นๆชะงักก่อนที่จะมองไปที่ประตูดันเจี้ยนด้วยความตกใจ
ประตูดันเจี้ยนคล้ายกับเกิดใยแมงมุมขึ้นทั่วประตูดันเจี้ยน
“ ดันเจี้ยนแตกงั้นหรอ ” ไลก้าตกใจ
ไลท์และคนอื่นๆถอยหนีออกห่างจากประตูดันเจี้ยนทันที พวกเขาไม่รู้ว่าเมื่อดันเจี้ยนแตกจะเกิดอะไรขึ้น มันจะระเบิดหรือไม่หรือมันจะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยเขาจึงให้คนอื่นๆถอยห่างออกจากประตูดันเจี้ยนก่อน
เพล้งๆๆๆๆ
ตู้มมม
หลังจากที่เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น จู่ๆประตูดันเจี้ยนก็ระเบิดออกหลงเหลือเพียงแค่วังวนสีน้ำเงินตรงกลางดันเจี้ยนเท่านั้น
ทันใดนั้นก็มีอะไรบางอย่างโผล่ออกมาจากวังวนสีน้ำเงิน
เป็นกลุ่มมอนเตอร์ที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์หมาป่าตัวใหญ่สูงกว่าสองถึงสามเมตรด้านหลังของมันสะพายดาบและขวานขนาดใหญ่
มนุษย์หมาป่าแต่ละตัวก็มีสีขาวราวกับหิมะ ใบหน้าดูดุร้าย แววตาสีเขียวมรกต มีแผงคอเต็มไปด้วยขนจำนวนมาก
มนุษย์หมาป่ามีมากกว่าหนึ่งร้อยตัวและแต่ละตัวก็มีความแข็งแกร่งในระดับBทั้งนั้น จากนั้นก็มีมนุษย์หมาป่าระดับAอีกสิบกว่าตัวเดินออกมา ซึ่งแต่ละตัวสูงเกือบสามเมตรกว่าเลยทีเดียว
และสุดท้ายก็มีเสียงคำรามดังขึ้นก่อนที่จะมีมนุษย์หมาป่าที่สูงกว่าห้าเมตรเดินออกมาจากวังวนสีน้ำเงิน แน่นอนว่ามันคือบอสของดันเจี้ยนและออร่าของมันเกือบจะอยู่ในระดับSแล้ว
“ ฮ่าฮ่าในที่สุดข้าก็ออกมาจากสถานที่บ้าๆนั้นได้สักที ” บอสดันเจี้ยนตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
เมื่อบอสดันเจี้ยนเดินออกมาจากวังวนสีน้ำเงินแล้ว วังวนสีน้ำเงินก็ค่อยๆสลายไปอย่างช้าๆจนไม่นานวังวนสีน้ำเงินก็หายไปจนหมด
เมื่อมันออกมามันก็เห็นว่าด้านหน้าไม่ไกลมีมนุษย์กลุ่มหนึ่งกำลังยืนมองพวกมันอยู่ แววตาของมันก็กลายเป็นเปร่งประกายขึ้นมาทันที