สมองส่วนเหตุผลของเนตราร้องให้หนีสถานการณ์ระหว่างเธอกับชวินทร์แปลกเกินไปแล้ว ไม่มีเหตุผลเลยที่เธอกับเขาจะเป็แฟนกันได้
ขณะสมองส่วนจินตนาการกระซิบฟุ้งฝันชวินทร์ชอบเธอ เขาเป็ของเธอ คนอย่างชวินทร์ไม่มาเสียเวลาโกหกเธอหรอก สีหน้าเขาบ่งบอกทุกอย่างเหมือนวันนั้นที่ตื่นมาเจอเธออยู่เตียงเดียวกัน
เนตราควรเป็สุขในชีวิตที่เหมือนฝันกับคนที่พึงใจมานานหลายปี ชวินทร์ทั้งรูปหล่อ ร่ำรวย ห่วงใย เอาใจเธอแต่สมองส่วนเหตุผลยังค้านไม่เลิก
เธอล้ากับความคิดปัจจุบันของตัวเองจนนั่งลงริมหาด รับลมทะเล ปล่อยใจคิดถึงอดีต ย้อนวันวานที่เคยมีร่วมกันกระทั่งเขาตามมาพบ
ชวินทร์โกรธแต่เธอรู้สึกได้ว่าไม่ใช่การโกรธแบบเช้าวันนั้น เขาพาเดินกลับบ้าน บอกให้ไปอาบน้ำเตรียมตัวทานอาหารเย็น ระหว่างเลือกเสื้อผ้าใส่ ในสมองแวบภาพเหตุการณ์แบบนี้
“ไปอาบน้ำสิ เดี๋ยวพี่แกะข้าวเย็นไว้รอให้”
ใครบางคนเคยพูดกับเธอ เสียงทุ้ม อบอุ่นใจดีแต่ไม่ใช่ชวินทร์ ศีรษะปวดหนึบๆ หลังเนตราพิงประตูตู้เสื้อผ้าไม่ให้ล้มสูดลมหายใจลึก
เตือนตัวเองให้ใจเย็นๆอย่าเพิ่งเร่งร้อนเอากับสมองนัก ค่อยเป็ค่อยไปหมอยังบอกเองเลยว่าสักพักความทรงจำทั้งหมดจะกลับมา
“ดาว”
ชวินทร์เคาะประตูหน้าห้องด้วยเห็นเธอหายไปนาน
“เป็หรือเปล่าข้าวเย็นเสร็จแล้วนะ”
“ได้ เดี๋ยวฉันออกไปนายไปรอข้างล่างเถอะ”
เธอนิ่งไปสักพักเพื่อเรียบเรียงสติแล้วเลือกสวมเสื้อแขนกุดลายดอกไม้ กางเกงห้าส่วนสีเทา ปล่อยผมยาวเคลียบ่า
ชวินทร์ยังอยู่ในชุดเดิมบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยกุ้งหอยปูปลา ข้างกันเป็ถ้วยน้ำจิ้มสีสันจัดจ้านรสชาติน่าจะแซ่บ
“ถือเป็การฉลองที่ดาวหายป่วยไง”
โต๊ะใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีเพียงเขากับเธอนั่งกันสองคน
“กินเยอะๆ นะ ดาวผอมไป”
ชวินทร์หยิบก้ามปูที่กะเทาะเปลือกบางส่วนมาให้เขามองดูเธอจัดการอาหารไป พลางจิบไวน์
“ไว้อาการดีขึ้นกว่านี้ค่อยดื่มแอลกอฮอล์นะ” เขาเย้า
“ฉันไม่ได้อยากดื่มเหล้าสักหน่อย”
เนตราแค่มองเฉยๆ เธอเป็ประเภทคออ่อนชวินทร์ก็รู้ ห้องกลับมาเงียบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานกลายเป็ว่าอาหารมื้อนี้เธอทานลำพัง ขณะเขาดื่มไวน์
“บ้านนี้เป็บ้านพักตากอากาศของครอบครัวนายเหรอ”
เธอชวนคุย ทำลายบรรยากาศแปลกๆที่รู้สึกเหมือนเป็หนูกำลังแอบกินชีสแล้วมีแมวตัวใหญ่จ้องตะปบ
“ฉันเห็นรูปถ่ายนั่นนายกับพ่อแม่หรือเปล่า”
เนตราพยักหน้าไปทางในห้องนั่งเล่นบนผนังมีรูปภาพล้อมกรอบหรูแขวนอยู่หลายภาพ
“เรียกกันซะห่างเหินอยากให้ดาวเรียกชื่อผมว่าโน้ตมากกว่า”
เขากลับเฉคุยเื่อื่น
“ฉันไม่ชินสมัยมหาวิทยาลัยก็เรียกอย่างนี้นี่”
“ตอนนี้ไม่ใช่แล้วเราไม่ใช่แค่เพื่อน”
เพราะแสงดาวไล้ท์อ่อนละมุนหรือเปล่าก็ไม่รู้คืนนี้ชวินทร์หล่อมาก เนตรารู้สึกตาพร่า โฟกัสอะไรยากราวกับเป็คนเมาทั้งที่ไม่ได้ดื่มเหล้าสักหยด
“เรียกชื่อผมใหม่สิ...ดาว”
เขาวางแก้วไวน์ลง มือทั้งสองประสานใต้คางตาจ้องเธอฉ่ำเยิ้มระยิบยับ
“นาย...เมาแล้วมั้ง”
“อย่าเปลี่ยนเื่สิผมขอแค่ให้เรียกชื่อ”
เนตราไม่คิดเลยว่าการเรียกชื่อใครสักคนจะทำให้อายได้ถึงขนาดนี้
“...นะ” เขาเร่งเร้า ค้อมตัวเข้าใกล้
“โน้ต”
ถ้าไม่เรียกสงสัยเขาจะพุ่งจากอีกฟากโต๊ะมาหาเธอแน่ชวินทร์ยิ้มพึงใจ คลายมือออก หันไปหยิบแก้วไวน์มาจิบต่อ
“ต่อไปให้เรียกอย่างนี้”
“นายเอ๊ย!โน้ตที่เป็แฟนประเภทช่างบังคับสินะ”
เธออิ่มของคาวแล้วคนของเขาที่มาจากไหนไม่รู้ยกอาหารไป และแทนที่ด้วยจานผลไม้ตัดเป็ชิ้นพอคำ
“กล่าวหากันจัง เราเป็แฟนที่เคารพการตัดสินใจของกันและกันอย่างเท่าเทียม”
“ไม่น่าเป็ไปได้”
“งั้นลองพิสูจน์ไหม” ชวินทร์ชวนเสียงกรุ้มกริ่ม
“ไม่ต้องหรอก ถ้าฉันคบกับโน้ตแสดงว่ายอมรับนิสัยทุกอย่างได้”
เนตราจิ้มแตงโมเข้าปาก
“การเข้าใจอะไรง่ายเป็นิสัยอย่างหนึ่งของดาวในสมัยมหาวิทยาลัยที่ผมชอบ”
“พูดเหมือนตอนนี้โน้ตไม่ชอบฉัน”
“ดาวคนในปัจจุบันนี่อ่านยากขึ้นจนบางครั้งผมก็ไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่”
ชวินทร์เล่าเหมือนเพ้อ มือยกแก้วคลึงเล่นไวน์ในแก้วเคลื่อนเป็ระลอกคลื่นล้อแสงไฟ
“เราอยู่ใน่มีปัญหากันหรือเปล่า”
รสหวานของแตงโมดูทว่าจะเจือความขมเสียแล้ว
“เป็สาเหตุที่ฉันล้มหัวแตกใช่ไหม”
เนตราซุ่มซ่ามอยู่หรอกนะแต่ไม่คิดว่าขนาดจะหกล้มในบ้านตัวเอง”
“ไม่ใช่เลยว่าคิดอะไรไร้สาระนะดาว เดี๋ยวก็ปวดหัวหรอก”เขาเอ็ดแกล้มหัวเราะ
“บ้านหลังนี้เป็บ้านพักตากอากาศของครอบครัวผม”
“หือ” เธอทำหน้างง
“ก็เมื่อกี้ดาวถามไม่ใช่เหรอ”
ชวินทร์เปลี่ยนเื่อีกแล้ว
“รูปในห้องนั่งเล่นนั่นพ่อแม่นายเหรอ”
ดีเหมือนกันเธอก็ไม่อยากคิดอะไรมากตอนนี้ กลัวยิ่งปวดหัว สู้ค่อยๆเก็บข้อมูลของตัวเองในปัจจุบันดีกว่า
“ใช่ เห็นรูปผมตอนเด็กๆ หรือยังน่ารักนะ”
“เห็นแล้ว” เธอย่นจมูกหมั่นไส้
“ตอนเด็กๆครอบครัวผมมาพักร้อนที่นี่ทุกปี จนผมขึ้น
ม.ต้นนั่นแหละที่เริ่มหายไป”
“ทำไมล่ะ”
เนตราไม่เคยรู้เื่เขาลึกซึ้งไปกว่าการเป็เพื่อนในมหาวิทยาลัยเป็ครั้งแรกที่ชวินทร์ได้ยินเื่ครอบครัวจากปากเ้าตัวเอง
“ทุกคนเริ่มโตขึ้นการมาทะเลกับครอบครัวเริ่มไม่สนุกอีกต่อไป ...ก็แค่นั้นแหละ”
แล้วเขาก็กระดกไวน์ลงคอดังเอื้อก
“ครอบครัวดาวล่ะชอบไปเที่ยวที่ไหน”
“พ่อกับแม่ชอบพาฉันไปเขาดินบ้างไปสวนสยามบ้าง เรามีเงินไม่มากนัก แต่ฉันสนุกสุดๆ ไปเลย ตอนนั้นยังเด็กอ่ะนะไม่ได้คิดอะไรมาก”
ความทรงจำย้อนไปไกล สู่ความอบอุ่นของบุพการีขอบตาเริ่มร้อนผะผ่าว
“พอมัธยมพ่อก็พาขับรถไปเมืองกาญจน์บ้างไปบางแสนบ้าง เช่าบังกะโลอยู่คืนสองคืน”
เนตรายังจำได้ถึงมือใหญ่สากๆจากการทำงานหนักของพ่อ และรอยยิ้มละมุนละไมของแม่
“พ่อชอบขับรถทั้งไปทำงานแล้วก็พาฉันกับแม่ไปเที่ยว บางวันก็ขับไปสองคนกับแม่ท่านทั้งสองอยู่ด้วยกันเสมอ”
เสียงคลื่นซัดสาดลอยแว่วกระทบหูลมรำเพยนำพากลิ่นลีลาวดีมาต้องจมูก
“จนฉันคิดว่าอยากใช้ชีวิตคู่แบบนั้น”
“แบบที่แม้แต่ตายก็ตายด้วยกันเหรอ”
ชวินทร์จำข่าวการสูญเสียของเธอได้เขาไม่ตั้งใจจะย้ำ แต่เพราะฤทธิ์น้ำเมาทำให้เผลอพูดสิ่งในใจ
“พูดตายๆ อยู่ได้ไม่เป็มงคลเลยเนอะ แล้วโน้ตละอยากใช้ชีวิตคู่แบบไหน แบบพ่อแม่ตัวเองหรือเปล่า”
เนตรากระพือขนตา ไล่น้ำที่กำลังจะไหลผ่านไปกี่ปีร่องรอยความสูญเสียยังเรียกความเศร้าได้เสมอมา
“พ่อแม่ผมถูกคลุมถุงชน”
ชวินทร์เล่าเสียงเรียบอีกมือหนึ่งรินไวน์จากขวดลงแก้ว
“แต่ท่านก็อยู่ด้วยกันดีเป็แบบเพื่อนมากกว่า พ่อมีบ้านเล็กบ้านน้อยบ้าง แต่กฎเหล็กเลยคือห้ามมีลูก”
เขาเล่าโดยไม่ปิดบัง
“แม่โน้ตนี่ใจกว้างดีเป็ฉันทนไม่ได้แน่ ถ้ามีคนอื่นก็หย่าเหอะ ให้จบๆ เื่ไป อย่ามาคาราคาซัง”
คนฟังขำอารมณ์เดือดเกินคาดของเธอ
“ดาวขี้หึงนี่”
“คนรักกันไม่ยอมหรอก”
พูดแล้วแทบกัดลิ้นตัวเอง
“ฉันไม่ได้หมายถึงแม่โน้ต ไม่ได้รักพ่อโน้ตนะ”
เธอออกตัวหลังจากคิดได้ว่าพูดอะไรพลาดไป
“ผมเข้าใจ ทั้งสองคนแฮปปี้ดีดาวไม่ต้องห่วงหรอก”
ชวินทร์ชินเสียแล้วกับบรรยากาศเ็าบางครั้งระหว่างพ่อกับแม่จนบางทีคิดว่าความรักอาจจะไม่เคยเกิดขึ้นกับทั้งสองเลย คนของเขามาเก็บโต๊ะ แต่ชวินทร์เอามือปิดปากแก้วส่ายหน้าให้รู้ว่าไม่ต้องเก็บไวน์เขา
“ฟังเพลงกันหน่อยไหม”
“ไม่เอาอ่ะ เพลงสมัยนี้ฉันไม่คุ้น”
“พูดเหมือนคนแก่ แค่ผ่านไปหกปีเอง”
ชวินทร์ต่อไอโฟนกับลำโพงบนโต๊ะไม้สีเข้มติดผนังเขาเปิดเพลงเบริ์ด ธงชัย แมคอินไตย
“โน้ตยังเก็บเอ็มพีสามเพลงนี้ไว้อีกเหรอ”
“เดี๋ยวนี้เขาฟังเพลงผ่านระบบสตรีมมิ่งกันแล้วเธอ”
เขาล้อ เพลงพี่เบริ์ดจังหวะสนุกจนอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าตามทำนอง ส่วนชวินทร์นั้น ลุกขึ้นเต้นตามแบบเก้ๆ กังๆท่าผิดบ้างถูกบ้างจนเธอหลุดขำ เขาเมามากจริงๆ นั่นแหละ
จากนั้นเพลงเปลี่ยนเป็เพลงเศร้าจากนักร้องรุ่นเธอยังเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยทำให้ย้อนหวนไปสู่วันเวลาในอดีต
“เพลงนี้โน้ตเคยเล่นเปิดหมวกใต้ตึกคณะนี่”
เธอสะดุดเมื่อเสียงกีตาร์อะคูสติคเพลงต่อมาดังขึ้น
“ที่เราระดมทุนไปออกค่ายต่างจังหวัดไงจำได้ไหม”
ไม่พูดเปล่า ชวินทร์ยังทำท่าดีดกีต้าร์ประกอบการเข้าค่ายตอนอยู่ปีสอง เขาเป็พี่สันทนาการรูปหล่อ ขณะเธอช่วยหั่นผักอยู่ในครัว
“แล้วจำไอ้กอล์ฟได้ไหมที่มันไปกินเหล้าดองยากับคนในหมู่บ้าน เมาจนเดินตกบ่อปลา”
เป็เื่ขบขันของคนทั้งค่าย ขณะเดียวกันก็โดนอาจารย์สวดยับเื่ให้ระวังความประพฤติ
“คิดถึงสมัยนั้นเนอะ”
“ฮื่อ”
วันเวลาที่เขากับเธอเป็เพียงเพื่อนวันเวลาที่เธอแอบรักเขาข้างเดียว แค่อยู่ในห้องเรียนเดียวกัน เขาเรียกชื่อเธอผ่านๆเนตราก็ปลื้มใจแทบแย่แล้ว
เสียงเพลงยุคเธอและเขายังบรรเลงต่อเนื่องต่างคนต่างนั่งฟังกันเงียบๆ ซึมซาบความสดใสและขื่นหวานของวัยเยาว์ที่ไม่อาจหวนคืน
“ฉันไปนอนละนะ”
เพลงเศร้าประเภทแอบรักอีกเพลงหนึ่งจบลงเนตราจำต้องลา มิเช่นนั้นอาจมีน้ำตาซึมอีกรอบเพราะเนื้อเพลงตรงกับชีวิตเธออย่างจัง
“ยังไม่ดึกเลย อยู่คุยกันก่อน หรือจะดูหนังก็มีนะ”
เ้าบ้านชวนไม่อยากให้ราตรีนี้จบลงเร็วนัก
“ไม่ล่ะ วันนี้เพลีย เจอทั้งแดดทั้งลมทะเล”
เธอยิ้มบางอ้างเหตุผลเหมาะๆ
“ผมไปส่ง”
เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ชวินทร์คอแข็งมากขนาดดื่มไปค่อนขวดยังยืนตรง หน้าไม่แดงซักนิด มีแค่เสียงที่ทุ้มต่ำกว่าปรกติ
“บ้านหลังแค่นี้เอง ฉันไม่เดินหลงหรอก”
เนตราก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเช่นกัน
“ผมอยากไปส่งดาวที่ห้องแค่นั้นเอง”
เขาเดินมาใกล้ ไออุ่นบางเบากรุ่นกำจายจากตัวชวินทร์ตัวหอม แม้อยู่ในชุดเดิมั้แ่เช้า ภายในช่องท้องเธอบีบรัดน้อยๆ เอ...หรือว่าิญญาเ้าปูอาหารเย็นแอบแกล้งเธอ
“นะ...”
ดวงตายาวรีดำสนิททอดมา เนตราใจอ่อนยวบไม่เคยเห็นเขาทำแบบนี้
“ตามใจ นี่บ้านโน้ตนี่”
เธอหลบดวงตานั้นเสียก้าวเดินนำหน้า
“อาหารเย็นอร่อยไหม”
ชวินทร์ชวนคุย
“อร่อย น้ำจิ้มแซ่บมาก”
“ฝีมือผมเอง”
“จริงอ่ะ”
“ก็เล่าแล้วไงว่าตอนอยู่อเมริกาผมทำอาหารไทยกินเอง”
เธอนึกภาพเขาโขลกพริกแล้วอดยิ้มไม่ได้หนุ่มมาดดีกับครกสากในครัว
“ขำอะไร”
“โน้ตอยู่ในครัวนี่คงแปลกน่าดู”
“ผมยังเคยทำสปาเก็ตตี้ให้ชิมเลยคุณบอกว่าอร่อย สปาเก็ตตี้เบคอนมะเขือเทศกับสวีทเบซิล ดาวไม่ชอบซอสแบบครีมข้นๆ”
เนตราจำไม่ได้แต่เื่ที่เธอไม่ชอบซอสครีมนี่คือเื่จริง มีแต่คนในครอบครัวที่รู้ด้วยแม่เป็คนทำให้ทานและยามเป็นักศึกษาเธอไม่มีเงินพอจะไปกินอาหารหรูหราเช่นนี้กับเพื่อน
“โน้ตทำอาหารให้ฉันกินบ่อยเหรอ”
“นานๆ ที ถ้าว่าง”
“วันหยุดเราชอบทำอะไรกัน”
“ขับรถเที่ยว ดาวชอบดูวิว ธรรมชาติชอบทะเลมากกว่าูเา” ยิ่งเขาเล่ามา ก็ยิ่งถูก เขารู้รสนิยมเธอจริงๆ ด้วยทั้งสองขึ้นมาจนถึงหน้าห้องเธอ
“ราตรีสวัสดิ์นะ”
เนตรายิ้มให้เขานิดหนึ่ง แล้วหันหลังกำลังจับลูกบิดประตู มือแข็งแรงยื่นมาทับมือไว้ เธอหันมา ตั้งใจจะถามว่าทำเช่นนี้ทำไม
ชวินทร์โน้มตัวมาใกล้ ใบหน้าห่างกันเพียงคืบก่อนจะแนบสนิทด้วยริมฝีปาก เธอตาโตมือตกไปอยู่ข้างตัวลิ้นอ่อนนุ่มชำแรกผ่านเข้าทักทาย
แม้พยายามถอยห่างแต่ยิ่งคนรุกไล่ยังพยายามต่อ ชวินทร์ปิดกั้นลมหายใจเธอ สูบเอาทั้งหมดเป็ของเขา
เนตราสติกลับคืน ส่งเสียงอู้อี้ประท้วงมือยกขึ้นผลักอกกว้างที่แข็งเหมือนกำแพงให้ถอยห่าง ทว่าชวินทร์ชิมรสนุ่มหวานจนเพลินรู้สึกตัวอีกที คู่กรณีก็มือตกผล็อย เนื้อตัวอ่อน
“ดาว”
“ฉันหายใจไม่ออก”
เธอละล่ำละลักสูดอากาศให้เต็มปอด
“หายใจทางจมูกสิ อย่าใช้ปาก”
ชวินทร์ที่ดูเหมือนจะไม่รู้สึกผิดอะไรเลยบอกเนตราสูดลมหายใจลึก
“บอกแล้วไง อย่ารุ่มร่าม”
“แค่จูบเอง คืนนี้ดาวน่ารักเป็พิเศษ”
เนตราหน้าร้อนไม่กี่ครั้งนักที่มีคนชมเธอเช่นนี้ โดยเฉพาะคนหล่ออย่างชวินทร์
“ไม่ใช่จูบแรกของเราเสียหน่อย”
คนพูดตาปรอยมองริมฝีปากบางสีระเรื่ออย่างเว้าวอน
“แต่ฉันจำอะไรไม่ได้นี่”
“งั้นผมจะช่วยเตือนความทรงจำให้”
ชวินทร์โน้มใบหน้ามาจูบต่อเธอพยามแย่งชิงริมฝีปากตัวเองกลับมา ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ยิ่งขยับชวินทร์ยิ่งเข้ามาล้ำลึก
ในเมื่อปากโดนเธอจำต้องเปลี่ยนมาหายใจทางจมูก แล้วก็ดีขึ้นอย่างที่เขาบอกจริงๆ แหละลิ้นเขาสำรวจไปทั่วโพรงปาก สลับกับยั่วเย้าให้เธอออกมาค้นหาเขา ทีแรกเนตรากล้าๆกลัวๆ
เขาเชื้อเชิญเธอเข้าหาโดยการแทรกมือใต้กลุ่มผม ประคองศีรษะเธอตั้งขึ้นอำนวยความสะดวกให้เธอกับเขาใกล้ชิดกันมากขึ้น
เนตราไม่เคยจูบกับใครนอกจากชวินทร์ เธอจึงไม่อาจบอกได้ว่าเขาจูบเก่งหรือไม่รู้แต่ว่าตอนนี้เธอวาดแขน โอบลำคอเขา ดวงตาหลับพริ้มเหมือนตกอยู่ในความฝัน
“ดาวอยู่กับผมคืนนี้...นะ”
เนตราไม่อาจต้านเสียงกระซิบนี้ได้เืสาวทั่วกายแล่นพล่าน เธอรู้สึกเหมือนในคืนนั้นคืนที่เขาเป็ของเธอและเธอเป็ของเขา
ชวินทร์ผลักบ้านประตูออกด้วยแรงเท่าที่มีเขาดันเธอไปที่เตียง ปลดกระดุมเสื้อออก มือเนตราก็ซุกซนขยับเข้าไปในเสื้อเขาััเนื้อแท้ที่แข็งแรงและแน่นตึง
“อยากถอดให้ผมเหรอ”
เขาหัวเราะหึๆหลังปอกเปลือกเธอออก เหลือเพียงชั้นในตัวจ้อย
“ผมตามใจดาวเลย”
ชวินทร์เคลื่อนริมฝีปากลงสู่ลำคอเธอจุมพิตความหอมหวานของวัยสาว
เนตราแกะกระดุมเสื้อเขาออกด้วยมือสั่นระริกเขารีบช่วย โดยการสะบัดมันไปอีกทางหลังจากกระดุมเม็ดสุดท้ายหลุดจากรังดุม เนตรารู้สึกถึงอากาศเย็นปะทะผิวยามชั้นในถูกปลดออกแล้ว
ปลดล็อกซิปกางเกงรูดลงทั้งเขาและเธอก็อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเขาจูบเธอทุกส่วนสัดวัดขนาดส่วนเว้าโค้งด้วยมือของตัวเอง รวมถึงส่วนลึกลับในกายที่แม้แต่เธอเองยังไม่เคยัั เนตราเรียกชื่อเขาเสียงโหย
ชวินทร์ทำให้เธอ้า...อยากให้เขามาเติมเต็ม ััเขาเร่าร้อนแต่ไม่รุนแรงครั้งแรกเริ่มทักทายให้กายเธอผ่อนคลาย
ก่อนค่อยทวีความ้าของเขาให้หนักขึ้น...หนักขึ้น จูบแล้วจูบเล่าที่เขาบรรจงมอบให้เธอสุขไปกับเขาอ้อมกอดแข็งแกร่งที่รัดเธอไว้
ปลายปทุมถันที่เสียดสีความแข็งแรงเนตราลืมหมดสิ้นทุกเหตุและผล เธอรู้อย่างเดียวว่าวินาทีนี้ ชวินทร์เป็ของเธอและเธอเป็ของเขา อย่างเต็มใจโดยไม่มีการบังคับ
หากนี่เป็ฝันคงจะเป็ฝันดีที่สุดในชีวิตเธอเลยเนตราคิดก่อนสติจะดับวูบไปพร้อมการรอบสุดท้ายจากกายเขา