“อ่ะ” ซานหลงหันมองเป่ยตงหลินเมื่อท่านพ่อของตนโยนเผือกร้อนเข้าใส่
“ฮ่าๆ ข้าเองเจ้าค่ะท่านปู่ จินเออร์เอง” จินเออร์ที่กลั้นขำไม่ไหวแล้วจึงยอมรับสารภาพออกมา
“จะ..จินเออร์หรือ” เถ้าแก่หลิงที่กำลังตกตะลึงในรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของจินเออร์ถามกลับไปอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง
“เจ้าค่ะ” จินเออร์จึงต้องตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอีกครั้ง
“อย่ามาหลอกข้าเลยหน่า หลานสาวของข้า ยังเป็นเด็กตัวเล็ก ผอมบาง แล้วก็เตี้ยกว่านี้นะ หืมม…แก้มอีก แก้มเยอะกว่านี้” เถ้าแก่หลิงก็พยายามพูดบรรยายลักษณะของจินเออร์ก่อนหน้านี้ให้ฟัง
“หึ ท่านปู่” จินเออร์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่าโดนหยามเล็กน้อย เพราะเมื่อก่อนนางไม่ได้กินดีอยู่ดีหรอกนะ
“จริงๆ ตาเฒ่าหลิง เด็กคนนี้ก็คือจินเออร์นั้นแหละ” ซานตงเอ่ยออกมาเพื่อย้ำชัดอีกรอบ
“หืมมม นางฟื้นแล้วหรือ” เอ่ยขึ้นมาด้วยความตะขิดตะขวงใจ พร้อมกันมองจินเออร์สลับไปมากับซานหลงและเฒ่าเป่ย
จินเออร์พยายามจะพูดแทรกออกมาในเรื่องที่กำลังเอ่ย เนื่องจากเป็นเรื่องของตนเอง
“จริงๆ เจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าฟื้นขึ้นมาก็…” พูดยังไม่ทันจบ ก็มีเสียงแทรกออกมา ท่านปู่ฟังข้าก่อนได้หรือไม่ โอ้ยยย ตัดบทเก่งจริงๆ เลยนะตัวแค่เนี่ย หึย
“อย่าบอกนะว่า เพราะพลังปราณทำให้เจ้าเปลี่ยนไป” เถ้าแก่หลิงเอ่ยออกมา ด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ เมื่อคิดได้ว่า จะมีสาเหตุใดที่ทำให้เด็กน้อยตรงหน้าเปลี่ยนไปได้บ้าง
“ห๊ะ ท่านรู้ด้วยหรือขอรับ” ท่านตาและท่านพ่ออุทานออกมาพร้อมกัน ทั้งหมดทำสีหน้ากังวลใจออกมา เมื่อความลับของจินเออร์ดูเหมือนจะไม่ลับอีกต่อไปแล้ว
“หืมม ไปเถอะ ไปคุยกันด้านในเถิด เรื่องนี้น่าจะยาว” เมื่อเห็นว่าเรื่องนี้ทำท่าจะเป็นเรื่องจริง จึงรีบบอกให้คนตระกูลเป่ยเข้าไปคุยกันด้านในทันที
“อืม ท่านนำทางเถิด” ตอนนี้คนในตระกูลเป่ย กำลังกังวลกับเรื่องของพลังปราณที่มีคนนอกรู้ แม้ว่าจะเป็นเถ้าแก่หลิงก็เถิด
“นั่งๆ ก่อนเถิด อาจางเจ้าออกไปก่อน” เมื่อเถ้าแก่หลิงคิดได้ว่า เรื่องนี้ควรเป็นความลับจึงได้ให้ผู้ช่วยจางออกไป
“ขอรับเถ้าแก่” ตอนนี้ทุกคนจึงได้นั่งลงและพร้อมพูดคุยเรื่องสำคัญ
“เรื่องมันเป็นมาอย่างไรหรือจินเออร์” เถ้าแก่หลิงที่เห็นว่าการถามเจ้าตัว จะดีกว่าและได้รับคำตอบที่ชัดเจนที่สุด จึงถามออกไปตามตรง
“เอ่อ เจ้าค่ะ” จริงๆ แล้วจินเออร์ไม่ได้กังวลว่าจะมีใครรู้หรือไม่ เพราะพลังที่ตนเองมี ก็เพียงพอที่จะสำแดงเดชออกมา ปกป้องคนในครอบครัว เพียงแต่การเก็บเป็นความลับไว้ ก็จะง่ายต่อการใช้ชีวิตมากว่า
“ท่านตาเจ้าค่ะ เอาอย่างไรดี” จินเออร์กระซิบข้างหูท่านตาของตนเองอย่างเบา ๆ
“อืม เถ้าแก่หลิง หากพูดคุยเรื่องนั้นออกไปแล้ว จะรับรองได้อย่างไร ว่าท่านจะไม่ทำอันตรายต่อครอบครัวของพวกเรา”
“หืมม ข้าไม่บอกใครหรอก เพราะเรื่องนี้นะสำคัญมาก ที่สำคัญข้าบอกไปแล้วไงว่าข้านะ เอ็นดูจินเออร์เป็นลูกเป็นหลานจริงๆ” เถ้าแก่หลิงพูดออกไปพร้อมกับประโยคต่อท้ายในใจว่า ถึงแม้นจะมีผู้ใดคิดทำร้าย คงต้องพยายามหน่อยละนะ หึหึ
หลังจากคุยกันเรียบร้อยแล้ว หากถามว่าเถ้าแก่หลิงนะเชื่อใจได้หรือไม่ สารภาพเลยว่าข้านะ มองคนไม่ออกหรอก แต่คนที่สามารถยืนยันได้ ก็คือจินหลงกับเจี่ยฉงต่างหาก ทั้งคู่บอกว่า พลังที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเถ้าแก่หลิงเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์ ซึ่งนั้นแสดงว่า คำที่พูดออกมาคือความจริง
“จินหลง เจี่ยฉง พวกเจ้าว่าเช่นไร” อ่อ ข้าลืมบอกไป ตอนนี้จินหลงสามารถเข้าออกมิติของข้าได้แล้ว เนื่องจากในตอนนี้พลังของข้าสูงมาก สูงจนสามารถนำเข้าหรือนำออกสิ่งมีชีวิตได้แล้ว และที่สำคัญทั้งสองสามารถเข้าและออกมิติด้วยตนเองได้ เนื่องจากข้าได้เอ่ยอนุญาตไว้ตั้งแต่คราแรก
“เชื่อได้ คนๆ นี้สามารถเชื่อถือได้” ก็เป็นคนของเจ้านั้นไม่ใช่หรือไงกัน หึ ตัวไม่อยู่แต่ก็ทิ้งคนไว้ทั่วไปหมด เจ้าหน้าตาย เพียงแต่ประโยคหลังนั้นไม่ได้เอ่ยออกไป และนอกจากนี้ ยังเอ่ยเสริมเรื่องพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไป จะได้น่าเชื่อถือ
“ข้าเชื่อท่านเจ้าค่ะ ท่านปู่หลิง” จินเออร์เอ่ยออกมา เมื่อได้รับคำยืนยันจาก จินหลงและเจี่ยฉิน
“จินเออร์…” ท่านตาและท่านพ่อเอ่ยออกมา พร้อมกันอีกครั้ง
“จินหลงบอกมาแบบนั้นนะเจ้าค่ะ” พร้อมกับยิ้มให้ท่านตาและท่านพ่อ เพื่อให้ทั้งสองหายกังวลใจ
“หืม จินหลงหรือ ใครกันหลานปู่” เถ้าแก่หลิงที่ได้ยินชื่อจินหลงเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย
“สัตว์ในตำนานเจ้าค่ะท่านปู่ ข้าได้มันมาก่อนที่จะพบว่าตนเองมีพลังปราณ” อืม หรือจริงๆ แล้วมันตามข้ามากันนะ
“หืมม เดี๋ยวนะ เจ้ากระต่ายตัวก่อนนั้นหรือ” เถ้าแก่หลิงพยายามคิดทบทวน
“เจ้าค่ะ ตัวนั้นตัวเดียวเลยเจ้าค่ะ”
“สัตว์ในตำนานนี้นับว่ากระต่ายก็ด้วยหรือ หืมมม” เถ้าแก่หลิงหลุดปากถามออกมา
“ฮ่าๆ เปล่าเจ้าค่ะ เพียงแต่มันแปลงกายเป็นกระต่าย จึงทำให้ไม่มีใครสามารถเห็นร่างที่แท้จริงของมันได้ แม้แต่ข้า” อืมม เมื่อไหร่มันจะบอกข้าสักทีนะ
ซานหลง//เลิ่กลั่ก และเหงื่อแตกเล็กน้อย เพราะตนดันรับรู้อีกร่างหนึ่งของเจ้ากระต่ายจินหลงเสียได้
“เอาล่ะๆ นอกจากเรื่องพลังของเจ้าแล้ว ตาแก่ผู้นี้ยังต้องรับรู้อันใดอีกหรือไม่จินเออร์”
“แหะๆ ท่านตา ท่านไหวใช่หรือไม่เจ้าค่ะ” ข้าถามออกไปเพราะกังวลในสุขภาพของท่านตา กลัวจะเป็นลมไปเสียก่อน
“ทำไมจะไม่ไหวกันละ ตายังไม่ได้บอกเจ้างั้นหรือ ว่าตานะ…ก็มีพลังปราณเช่นกัน”
“ห๊าาาาาาา” ทุกคนหันมามองเถ้าแก่หลิงพร้อมกัน ด้วยใบหน้าตกตะลึงแต่ตื่นเต้น
“จะตกใจอันใดกันขนาดนั้นเล่า โดยส่วนมากแล้วถึงแม้นคนมีพลังปราณจะมีน้อย แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่เร้นกายและหายตัวไปในมุมมืดละนะ”
“จริงหรือเจ้าค่ะ แต่ว่าจะไม่ดีกว่าหรือหากอยู่แบบเปิด ไม่ใช่ว่าราชสำนักต่างค้นหากันหรือ แถมบางคนก็มีตำแหน่งและเงินทองใหญ่โตมากมาย”
“ดีสิ ดีมากทีเดียวละจินเออร์ แต่บุตรหลานของพวกเขาละ หากกำเนิดมาแล้วไม่มีพลังเช่นบรรพบุรุษจะอยู่อย่างไร หรือหากว่า…เป็นเหมือนองค์หญิงท่านหนึ่งในอดีตที่หายไป หืม มันจะไม่แย่หรือ”
“องค์หญิงหรือเจ้าค่ะ…” จินเอร์เมื่อได้ยินคำว่าองค์หญิงก็รู้ได้ในทันที ว่าเป็นผู้ใด
“อืม เจ้าอยากฟังมั้ยล่ะ” เถ้าแก่หลิงถามออกไป เพื่อดูปฏิกิริยาของเด็กสาวตรงหน้า
“ยังก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ กลับมาที่ข้าก่อนเถิด นอกจากจะมีพลังปราณแล้ว…ข้ายังมีพลังธาตุพื้นฐานทั้ง …สี่ธาตุเจ้าค่ะ”
“ห๊าาาา สี่ธาตุ เจ้า เจ้า เจ้าเป็นตัวปะหลาดน้อยแล้ว จินเออร์ ฮ่าๆ” เพียงแค่มีพลังธาตุก็เกินคาดเดาแล้วสำหรับชาวบ้านแบบพวกเขา แต่นี้นางเล่นมีถึง สี่ธาตุ
“มีแค่นี้แหละเจ้าค่ะ ท่านปู่” ส่วนเรื่องธาตุในตำนานหายากอย่างธาตุแสงกับมิติจิตที่หายสาบสูญไปนานแล้วนั้น จินเออร์คงไม่เอ่ยออกไป เรียกว่าคงเก็บไว้เป็นความลับ ท่าไม้ตายกระมัง
“ดีๆ เหมาะสมๆ ปู่ยินดีกับเจ้ามาก หลังจากนี้หากมีปัญหาอันให้เจ้ามาหาปู่ได้ทุกเมื่อ เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีกว่าหรือไม่ ยกน้ำชาคารวะข้าไปเสียเลย ข้าจะรับเจ้าเป็นหลานบุญธรรม”
“หลานบุญธรรม อืม”
“ห๊ะ หลานบุญธรรมหรือเจ้าค่ะ”
ปล.1ตอนแรกก็หลานเฉยๆ แหละ ตอนนี้เป็นหลานบุญธรรมแล้วว
ปล.2 ติชมกันหน่อยยค้าบบบ มันน้อยไปหรือกำลังดี หรือเนื้อเรื่องยืดเยื้อไป หรือยังไงดี ไรงี้ ขอบคุณมากๆ เลย