สายตาของเฝิงซือเฉิงกวาดมองไปที่หญิงสาวสองคนที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ เขาอย่างเงียบเชียบ ไป๋ลู่ ลูกสะใภ้ผู้เป็ภรรยาของหลี่เจี๋ย ลูกชายคนเดียวของเขา และ เฝิงหลิน ลูกติดของฮุ่ยเหนียงที่เธอพามาั้แ่แต่งงานใหม่กับเฝิงซือเฉิงเมื่อสิบหกปีที่แล้ว
ไป๋ลู่ ในวัยสิบแปดปี ดูงดงามราวกับดอกบัวที่เพิ่งผลิบานท่ามกลางสายฝนยามเช้า ใบหน้าเรียวสวยเป็รูปหัวใจ ผิวพรรณขาวผ่องเนียนนุ่มราวกับหยกขาวชั้นดี คิ้วโค้งเป็ธรรมชาติดูอ่อนหวานและเป็เอกลักษณ์ ตาโตกลมใสราวกับน้ำใสในสระ มีความลึกลับและความอ่อนหวานที่ดึงดูดใจ จมูกโด่งสูงพอดี ไม่เล็กเกินไปหรือใหญ่เกินไป และริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่ดูอ่อนหวานน่าเอ็นดู เหมือนกับกลีบดอกซากุระที่เพิ่งผลิ
ผมยาวสีดำขลับของเธอถูกเกล้าไว้เรียบร้อยด้วยกิ่งไผ่เงินประดับมุกเล็กๆ ตามธรรมเนียมของกุลสตรี ผมที่เรียบเนียนและเงางามแสดงให้เห็นว่าเธอได้รับการดูแลอย่างดี ไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาที่ต้องทำงานหนัก แต่เป็กุลสตรีที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี
เธอสวมชุดผ้าป่านสีขาวบริสุทธิ์ที่เย็บด้วยฝีมือประณีต แม้จะเป็ชุดไว้ทุกข์ที่เรียบง่าย แต่ก็ยังคงเผยให้เห็นรูปร่างที่สมส่วนและเย้ายวนของเธอ เนินอกที่อวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ทำให้เฝิงซือเฉิงนึกถึงผลไม้สุกที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว เอวเล็กที่สามารถโอบด้วยมือข้างเดียว และสะโพกที่โค้งเว้าอย่างเซ็กซี่ แสดงให้เห็นว่าเธอเป็ผู้หญิงที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบ
ผ้าป่านเนื้อบางเบาที่เปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตาแนบชิดไปกับผิวพรรณขาวผ่อง ทำให้มองเห็นรูปร่างของเธอได้ชัดเจนมากขึ้น เฝิงซือเฉิงจินตนาการถึงความนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเ่าั้ ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในใจของเขาอย่างห้ามไม่ได้
ใบหน้าของไป๋ลู่เปื้อนน้ำตาแห่งความอาลัยต่อแม่สามีผู้ใจดีที่คอยดูแลเธอมาตลอดั้แ่แต่งเข้าบ้านเฝิง ฮุ่ยเหนียงเป็แม่สามีที่ดี ไม่เคยกลั่นแกล้งหรือทำร้ายลูกสะใภ้ แต่กลับให้ความรักและการดูแลเหมือนลูกสาวแท้ๆ เธอสอนไป๋ลู่เื่การดูแลบ้านเรือน การทำอาหาร และการเป็ภรรยาที่ดี
ใน่ที่ฮุ่ยเหนียงป่วยหนัก ไป๋ลู่ได้แสดงความกตัญญูอย่างสุดซึ้ง เธอดูแลแม่สามีด้วยความเอาใจใส่และความรัก ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดตัว นวดแขนขา และคอยเฝ้าดูแลตลอดคืน แม้จะเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย แต่เธอก็ไม่เคยบ่น ไม่เคยแสดงความไม่พอใจ เธอทำหน้าที่ของลูกสะใภ้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ความอ่อนหวานและนิ่มนวลของไป๋ลู่ทำให้ทุกคนในบ้านรักและเอ็นดู เธอพูดจาเสียงเบา ท่าทางสุภาพ และมีใจเมตตากรุณา เมื่อเธอยิ้ม ดวงตาของเธอจะเป็ประกายราวกับดาวในคืนใส เมื่อเธอเศร้า น้ำตาของเธอจะไหลลงมาเหมือนหยดน้ำค้างบนกลีบดอกไม้ ทุกท่าทางของเธอล้วนมีเสน่ห์และความงดงาม
ผิวขาวเนียนนุ่มของเธอไม่มีรอยเหี่ยวย่นหรือจุดด่างดำใดๆ เป็ผิวของหญิงสาวที่ยังบริสุทธิ์และสดใส หุ่นสมส่วนของเธอเป็ที่ปรารถนาของผู้ชายหลายคน แต่เธอไม่เคยรู้ตัวหรือใช้ความงามของตนในทางที่ผิด เธอเป็กุลสตรีที่เคร่งครัดในศีลธรรมและประเพณี
แต่ความเศร้าของไป๋ลู่ยังมีร่องรอยของความว้าเหว่ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ หลี่เจี๋ย ผู้เป็สามีของเธอเป็พ่อค้าหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีที่มุ่งมั่นสร้างฐานะ เขาเป็คนที่มีความรับผิดชอบสูง ทำงานหนัก และมีความทะเยอทะยานในการสร้างความมั่งคั่งให้กับครอบครัว เขาต้องเดินทางค้าขายไปทั่วแคว้นเป็เวลานานหลายเดือนในแต่ละปี ทิ้งให้เธอต้องอยู่เพียงลำพังในคฤหาสน์ที่กว้างใหญ่และเงียบเหงาแห่งนี้
หลี่เจี๋ยเป็คนที่เงียบขรึม ไม่ค่อยพูดมาก แต่มีความรับผิดชอบสูง เขารักไป๋ลู่อย่างจริงใจ แต่เขาไม่เก่งในการแสดงออกทางอารมณ์ เขามักจะแสดงความรักผ่านการทำงานหนักเพื่อหาเงินมาให้ภรรยา มากกว่าการใช้เวลาอยู่กับเธอหรือการให้ความอบอุ่นทางอารมณ์
แม้จะเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานเพียงหนึ่งปี แต่ความสัมพันธ์ทางกายของพวกเขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยภาระหน้าที่และการเดินทางอยู่เสมอ หลี่เจี๋ยมักจะเดินทางไปค้าขายเป็เวลาสองถึงสามเดือนในแต่ละครั้ง และเมื่อกลับมาก็จะอยู่ได้เพียงสองสามสัปดาห์ก่อนที่จะต้องเดินทางอีกครั้ง
การที่หลี่เจี๋ยแทบไม่ค่อยได้แตะต้องภรรยา ไม่ได้เป็เพราะเขาไม่รักหรือไม่ปรารถนาเธอ แต่เป็เพราะเขาเป็คนที่ขี้อาย ไม่เก่งในการแสดงออกทางกาย และมักจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการทำงาน เมื่อเขากลับมาบ้าน เขามักจะเหนื่อยมากจนแทบจะไม่มีแรงทำอะไร นอกจากนี้ เขายังเป็คนที่เคร่งครัดในเื่ศีลธรรม เขาไม่อยากให้ภรรยารู้สึกว่าเขา้าเธอเพียงแค่ร่างกายเท่านั้น
ไป๋ลู่เป็หญิงสาวที่เพิ่งแตกเนื้อสาวสะพรั่ง ความ้าทางกายของเธอยังคงบริสุทธิ์และถูกเก็บกดไว้ภายใต้กรอบของกุลสตรีที่เคร่งครัด เธอได้รับการเลี้ยงดูมาให้เป็ภรรยาที่ดี ที่จะเชื่อฟังสามีและทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ แต่ลึกๆ ในใจเธอก็โหยหาััที่อบอุ่นและมั่นคง โหยหาความรักและความเอาใจใส่จากผู้ชาย
เธอมักจะนอนไม่หลับในคืนที่เงียบเหงา คิดถึงสามีที่อยู่ห่างไกล และรู้สึกถึงความว่างเปล่าในใจ เธอปรารถนาที่จะมีลูกเพื่อจะได้มีสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย แต่ด้วยการที่หลี่เจี๋ยเดินทางบ่อยครั้งและไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกัน โอกาสที่จะมีลูกจึงน้อยมาก
เฝิงซือเฉิงมองไปยังเนินอกที่อวบอิ่มของไป๋ลู่ที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการสะอื้น เขาสังเกตเห็นว่าเธอไม่ได้สวมเสื้อชั้นในแบบที่ผู้หญิงสมัยนั้นนิยมสวม ทำให้รูปร่างของเธอดูเป็ธรรมชาติและเซ็กซี่มากขึ้น เขาจินตนาการถึงความรู้สึกของการััผิวเนียนนุ่มของเธอ ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในใจของเขาอย่างห้ามไม่ได้
"หลี่เจี๋ย ลูกชายของข้าช่างโง่เขลาเสียจริง" เขาคิดในใจ "ที่ทิ้งภรรยาที่งดงามและเย้ายวนเช่นนี้ไว้เพียงลำพังนานนับเดือน นางคงจะเหงาและ้าการปลอบโยนไม่ต่างจากข้าที่ขาดบทรักมานานแสนนาน หากข้าสามารถให้ความอบอุ่นและการดูแลที่นาง้า นางคงจะตอบแทนข้าด้วยสิ่งที่ข้าปรารถนา"
การที่มีสาวน้อยหน้าตาดีอย่างไป๋ลู่มาอยู่ใกล้ๆ ภรรยาที่เขาเฝ้ามองตลอดเวลา มันปลุกสัญชาติญาณดิบของเขา แม้เขาไม่อยากคิด แต่ความงามและความอ่อนหวานของเธอทำให้เขาไม่สามารถควบคุมความคิดได้ เขาเริ่มจินตนาการถึงการได้ััผิวเนียนนุ่มของเธอ การได้กอดเธอไว้ในอ้อมแขน และการได้เธอ
เขาคิดถึงแผนการที่จะทำให้ไป๋ลู่ต้องพึ่งพาเขามากขึ้น การสร้างสถานการณ์ที่จะทำให้เธอรู้สึกว่าเขาเป็คนเดียวที่เข้าใจและดูแลเธอได้ เขาจะค่อยๆ ล่อลวงเธอด้วยความอ่อนโยนและการดูแล จนกระทั่งเธอยอมจำนนต่อเขา
ถัดจากไป๋ลู่คือ เฝิงหลิน ลูกติดวัยสิบหกปีที่ยังคงความไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลก เฝิงหลินเป็บุตรสาวที่ฮุ่ยเหนียงพามาอยู่ด้วยเมื่อแต่งงานใหม่กับเฝิงซือเฉิงเมื่อสิบหกปีที่แล้ว เธอมีความผูกพันกับมารดาผู้ล่วงลับอย่างลึกซึ้ง ฮุ่ยเหนียงเลี้ยงดูเธอด้วยความรักและความเอาใจใส่ ทำให้เธอเติบโตขึ้นมาเป็หญิงสาวที่มีบุคลิกร่าเริง แจ่มใส และเปิดเผย
เฝิงหลินมีใบหน้าที่สวยงามในแบบของเด็กสาว ผิวพรรณขาวผ่องเนียนนุ่มเหมือนผิวของทารก ไม่มีรอยเหี่ยวย่นหรือจุดด่างดำใดๆ ดวงตาโตกลมใสเปี่ยมไปด้วยความไร้เดียงสาและความอยากรู้อยากเห็น คิ้วบางๆ เป็ธรรมชาติ จมูกเล็กน่ารัก และริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่ดูอ่อนหวานและบริสุทธิ์
ผมยาวสีดำเงางามของเธอถูกเกล้าไว้เป็ทรงเปียเรียบง่าย ประดับด้วยดอกไม้สีขาวเล็กๆ ตามธรรมเนียมการไว้ทุกข์ แต่แม้ในชุดไว้ทุกข์ เธอก็ยังคงดูน่ารักและมีเสน่ห์ในแบบของเด็กสาวที่กำลังจะเป็ผู้ใหญ่
น้ำตาของเธอไหลอาบแก้มเนียนใสอย่างไม่ขาดสาย เธอร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกที่แท้จริง ไม่ได้แสร้งทำเหมือนคนอื่นๆ ความเศร้าของเธอบริสุทธิ์และจริงใจ ทำให้ดูน่าสงสารและน่าเอ็นดู ชุดขาวที่เธอสวมใส่ยิ่งขับเน้นให้ผิวของเธอดูขาวผ่องราวหยกชั้นดี
เฝิงซือเฉิงมองไปยังร่างที่ยังคงบอบบางแต่เริ่มมีส่วนโค้งเว้าของความเป็หญิงสาวที่กำลังจะเบ่งบาน เธอยังไม่ได้มีรูปร่างที่สมบูรณ์เหมือนไป๋ลู่ แต่ก็เริ่มมีเนินอกเล็กๆ ที่น่ารักและเอวที่เริ่มเล็กลง แสดงให้เห็นว่าเธอกำลังเปลี่ยนจากเด็กสาวเป็หญิงสาว
เขานึกถึงความเยาว์วัยและความสดใหม่ที่เขาไม่เคยได้ััมานานหลายปี ความบริสุทธิ์ของเฝิงหลินเปรียบเสมือนผลไม้รสหวานที่เขายังไม่เคยได้ลิ้มลอง เธอยังไม่เคยมีประสบการณ์ทางเพศใดๆ ยังไม่เคยถูกผู้ชายคนใดแตะต้อง ความบริสุทธิ์นี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและอยาก
"เด็กสาวคนนี้ยังไม่เคยถูกบุรุษใดแตะต้อง" เขาคิดในใจ "ความบริสุทธิ์เช่นนี้ช่างน่าลิ้มลองยิ่งนัก หากข้าได้เป็คนแรกที่เปิดโลกแห่งกามารมณ์ให้นาง นางคงจะจดจำข้าไปชั่วชีวิต และจะเป็ของข้าตลอดไป"
ความคิดของเขาเต็มไปด้วยความมืดมิดและน่ารังเกียจ เขาจินตนาการถึงการสอนเฝิงหลินเื่ความรักและความปรารถนา การเป็คนแรกที่ทำให้เธอรู้จักความสุขทางกาย และการความบริสุทธิ์ของเธอ
เขาพยายามควบคุมสีหน้าให้ดูเศร้าสร้อยและเคร่งขรึม แต่ภายในใจกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะถึงสองรายในเวลาเดียวกัน เขารู้ว่าเขาต้องระวังและวางแผนอย่างรอบคอบ เพราะหากเขาทำผิดพลาด ทุกอย่างที่เขาสร้างมาจะพังทลายลงในพริบตา
แต่เขาก็มั่นใจว่าด้วยความเ้าเล่ห์และประสบการณ์ของเขา เขาจะสามารถล่อลวงหญิงสาวทั้งสองคนนี้ได้สำเร็จ และเขาจะได้ความสุขที่เขาปรารถนามานาน ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและกระสับกระส่าย แต่เขาต้องอดทนรอจนกว่างานศพจะสิ้นสุดลง
หลี่เจี๋ย ลูกชายของเฝิงซือเฉิง ยืนอยู่ด้านหลังภรรยาของเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขากลับมาถึงคฤหาสน์ได้ทันเวลาเพื่อร่วมพิธีศพมารดา แต่การกลับมาของเขาก็เป็เพียงชั่วคราวเท่านั้น เขาต้องรีบเดินทางกลับไปยังเส้นทางการค้าที่ห่างไกลในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเพื่อปิดดีลการค้าที่สำคัญ หลี่เจี๋ยเป็บุรุษที่ซื่อตรงและรักภรรยา แต่ความทะเยอทะยานในการสร้างความมั่งคั่งทำให้เขาละเลยความ้าทางอารมณ์และร่างกายของไป๋ลู่โดยไม่รู้ตัว เขามองไม่เห็นความเหงาที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของภรรยา และที่สำคัญที่สุด เขาไม่เคยสงสัยในความประพฤติของบิดาผู้เป็ที่เคารพรักเลยแม้แต่น้อย