บทที่ 27: บทสนทนาในพากานี่ และข่าวร้ายของคุณหนูไป๋
ภายในห้องโดยสารรถไฮเปอร์คาร์ Pagani Huayra BC
บรรยากาศภายในรถสปอร์ตสุดหรูเงียบสงัด มีเพียงเสียงครางกระหึ่มเบาๆ ของเครื่องยนต์ V12 ที่ดังมาจากด้านหลัง แสงไฟจากถนนยามค่ำคืนสาดส่องเข้ามาเป็ระยะ กระทบกับใบหน้าหล่อเหลาของลู่ลี่ที่กำลังขับรถด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ
ไป๋เสวี่ยนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะหนังอัลคันทาร่า เธอแอบลอบมองเสี้ยวหน้าของลู่ลี่สลับกับแผงคอนโซลคาร์บอนไฟเบอร์ที่ดูเหมือนยานอวกาศ ลู่ลี่แอบเหลือบมองข้อความบนหัวเธอผ่าน [ดวงตาแห่งความจริง]
[สถานะความคิด ไป๋เสวี่ย: อึดอัดจัง... เขาเงียบมากเลย ทำไมตอนเด็กๆ ฉันถึงจำผู้ชายที่รวยระดับขับพากานี่ไม่ได้เลยนะ? หรือฉันควรจะชวนคุยดี?]
ในที่สุด ไป๋เสวี่ยก็ทนความเงียบไม่ไหว เธอขยับตัวเล็กน้อยแล้วเปิดประเด็นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"เอ่อ... ลู่ลี่"
"หืม? ว่าไง?" ลู่ลี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็ธรรมชาติ
"คือว่า... ถึงฉันจะจำนายไม่ค่อยได้... เอาจริงๆ เหมือนฉันไม่เคยเห็นหน้านายในห้องเรียนเลยด้วยซ้ำ" ไป๋เสวี่ยเม้มริมฝีปาก รู้สึกผิดนิดๆ ที่จำเพื่อนร่วมชั้นไม่ได้ "แต่ก็... ขอบคุณนะที่มาส่งฉันคืนนี้ ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงต้องทนฟังไอ้หลิวเมิ่งขี้โม้นั่นไปอีกนานเลย"
ลู่ลี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาหันมาส่งยิ้มมุมปากให้เธอ "แหม พูดเกินไปหรือเปล่าคุณหนูไป๋ ฉันก็นั่งอยู่หลังห้องตลอดนั่นแหละ แค่ตอนนั้นเธอเป็ดาวเด่นมาตลอด สวยที่สุดแถมยังรวยที่สุดในห้อง สายตาเธอก็เลยมองข้ามเด็กผู้ชายจืดจางแบบฉันไปไงล่ะ"
ลู่ลี่พูดติดตลกพลางหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าถนนสายหลัก "แต่ก็ไม่เป็ไรหรอก ถึงเธอจะจำฉันตอนนั้นไม่ได้... ให้มารู้จักฉันในตอนนี้ มันก็อาจจะสนุกกว่าก็ได้นะ"
คำพูดหยอกล้อที่แฝงไปด้วยความแพรวพราวและเสน่ห์ระดับ S ทำเอาไป๋เสวี่ยถึงกับชะงัก ใบหน้าสวยๆ ของคุณหนูผู้เ็าเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ
[ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมายใหม่!] เป้าหมาย: ไป๋เสวี่ย (Bai Xue) คะแนนความชอบเริ่มต้น: +20 แต้ม! (รู้สึกประทับใจในความถ่อมตัวและเสน่ห์ที่น่าค้นหา) [สถานะความคิด: ต-ตาบ้า... พูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน! แต่... เขาก็ดูมีเสน่ห์กว่าตอนเด็กๆ จริงๆ นั่นแหละ]
หลังจากกำแพงความอึดอัดพังทลายลง ทั้งสองคนก็เริ่มพูดคุยกันอย่างเป็ธรรมชาติมากขึ้น ลู่ลี่ขุดวีรกรรมเปิ่นๆ สมัยเด็กของเพื่อนในห้องมาเล่าให้ฟังจนไป๋เสวี่ยเผลอหลุดหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง ซึ่งเป็ภาพที่เพื่อนในงานเลี้ยงรุ่นไม่มีใครได้เห็น
ไม่นานนัก รถพากานี่ก็ขับมาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ของตระกูลไป๋
"ขอบคุณอีกครั้งนะลู่ลี่ วันนี้ฉันสนุกมากเลย" ไป๋เสวี่ยก้าวลงจากรถพร้อมรอยยิ้ม "ขับรถกลับดีๆ ล่ะ"
"อืม ฝันดีนะไป๋เสวี่ย" ลู่ลี่พยักหน้ารับ ก่อนจะขับรถกลับมุ่งหน้าสู่คอนโดของตัวเอง
เวลา 00:00 น. ณ เพนต์เฮาส์ Dragonville Sanctuary
ทันทีที่ลู่ลี่เปิดประตูเพนต์เฮาส์เข้ามา เขาก็พบกับ จูจู (ระดับ SSR) ในชุดนอนผ้าไหมบางเบา ยืนรอต้อนรับเขาอยู่หน้าประตูพร้อมกับน้ำเย็นๆ หนึ่งแก้ว
"กลับมาแล้วเหรอคะท่านประธาน... งานเลี้ยงรุ่นสนุกไหมคะ?" จูจูถามด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย แต่ความคิดสีทองบนหัวเธอกลับสวนทาง: [สถานะความคิด: ฉันเช็กพิกัดจีพีเอสรถแล้ว! เขาขับไปส่งยัยคุณหนูไป๋เสวี่ยนั่นที่บ้าน! ฮึ่มมม! แต่ไม่เป็ไร ภรรยาหลวงอย่างฉันต้องใจกว้าง!]
ลู่ลี่รับแก้วน้ำมาดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะวางแก้วลงแล้วถอนหายใจ "จูจู... ถามจริงๆ เถอะ นี่เธอเป็คนส่งขบวนรถตู้กับบอดี้การ์ดชุดดำพวกนั้นไปรับฉันที่หน้าร้านอาหารใช่ไหม? ทำไมต้องจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบขนาดนั้นด้วย ลานจอดรถแทบจะไม่มีที่ให้ยืนอยู่แล้ว!"
จูจูยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ "แน่นอนสิคะ! ระดับจักรพรรดิสูงสุดอย่างคุณ จะให้นั่งแท็กซี่กลับบ้านได้ยังไง! แถมฉันยังให้บอดี้การ์ดไปสืบมาด้วยว่าในงานเลี้ยงมีพวกเศรษฐีกำมะลอพยายามจะดูถูกคุณ ฉันเลยต้องส่งพากานี่ไปตบหน้าพวกมันให้สาสมไงคะ! เป็ไงคะ ฉันทำหน้าที่ซีอีโอได้ดีเยี่ยมเลยใช่ไหมคะ?"
ลู่ลี่มองความคิดที่ลอยอยู่บนหัวจูจู [ความคิด: ชมฉันสิ! ชมฉันสิ! คืนนี้ฉันจะได้ขอรางวัลเป็ลูกแฝด!] แล้วเขาก็แทบจะกุมขมับ
"เออ... ดีมาก ขอบใจนะ แต่คราวหน้าไม่ต้องเล่นใหญ่เบอร์นี้แล้วนะ ฉันปวดหัว" ลู่ลี่ลูบหัวจูจูเบาๆ เพื่อสงบสติอารมณ์คลั่งรักของเธอ "ฉันเหนื่อยแล้ว ขอไปอาบน้ำนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยคุยเื่ธุรกิจดวงจันทร์ต่อ"
ลู่ลี่ชิ่งหนีเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้จูจูยืนยิ้มแก้มปริอยู่คนเดียว
เวลา 00:30 น. ภายในห้องนอนของลู่ลี่
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ลู่ลี่ทิ้งตัวลงบนเตียงคิงไซส์นุ่มๆ เตรียมจะปิดไฟนอนเพื่อพักผ่อนจากวันที่แสนวุ่นวาย แต่ทว่า... โทรศัพท์เครื่องใหม่ของเขาก็สั่นครืดๆ พร้อมกับแสดงเบอร์โทรเข้าของ 'หวังห่าว' เพื่อนสนิทที่เพิ่งแยกย้ายกันไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ลู่ลี่ขมวดคิ้ว กดรับสาย "ว่าไงห่าว ดึกป่านนี้มีอะไรวะ หรือว่าลืมจ่ายค่าโต๊ะ?"
"ไอ้ลู่ลี่! ไม่ใช่เื่ค่าโต๊ะโว้ยยย!" น้ำเสียงของหวังห่าวดูลุกลี้ลุกลนและร้อนรนสุดขีด "นี่มึงเพิ่งไปส่งไป๋เสวี่ยที่บ้านมาใช่ไหม!? มึงรู้ข่าวหรือเปล่าวะเนี่ย!!"
"ข่าวอะไร? เธอเพิ่งเดินเข้าบ้านไปเมื่อกี้เองปกติดีนะ" ลู่ลี่ถามกลับด้วยความสงสัย
"ปกติบ้าอะไรล่ะ! เมื่อกี้วงในสายข่าวเพื่อนเราที่ทำงานอยู่บริษัทพ่อของไป๋เสวี่ยเพิ่งโทรมาเล่าให้ฟังแบบสดๆ ร้อนๆ เลย! ธุรกิจตระกูลไป๋กำลังจะล้มละลาย ติดหนี้ธนาคารเป็พันล้าน! พ่อของเธอเลยตกลงจะเอาตัวไป๋เสวี่ยไป 'แต่งงานล้างหนี้' กับคุณชายตระกูลซ่งที่เป็พวกมาเฟียเงินกู้นอกระบบ!"
หวังห่าวะโเสียงหลง "ตอนนี้พวกคนของตระกูลซ่งกำลังบุกไปที่บ้านไป๋เสวี่ยเพื่อบังคับให้เธอเซ็นสัญญาหมั้นหมายแล้ว! ไอ้ลู่ลี่ มึงขับรถสปอร์ต มึงรวยไม่ใช่เหรอวะ! มึงต้องรีบไปช่วยเธอนะเว้ยยย!!"
ลู่ลี่ที่กำลังนอนเอนหลังอยู่ถึงกับเด้งตัวลุกพรวดขึ้นมานั่งบนเตียง ดวงตาคมกริบของเขาหรี่แคบลง รังสีความกดดันอันเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดต่ำลงอย่างน่ากลัว
"แต่งงานล้างหนี้พันล้านงั้นเหรอ...?" ลู่ลี่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย กลับมีแต่ความบ้าคลั่งของการได้ผลาญเงินโชติ่ขึ้นมาแทน!
‘หนี้แค่พันล้าน... เสือกจะมาเอาผู้หญิงที่เพิ่งขึ้นหน้าต่างสถานะของกูไปเป็เมียเนี่ยนะ? ไอ้พวกตระกูลซ่ง... พวกมึงเตรียมตัวเจอกับนรกขุมที่ลึกที่สุดได้เลย!’
"วางใจเถอะหวังห่าว..." ลู่ลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นราวกับมัจจุราช "เดี๋ยวฉันไปจัดการเอง"
ปึด! ลู่ลี่กดวางสาย แล้วคว้าเสื้อแจ็กเก็ตตัวเดิมเดินออกจากห้องนอนไปทันที!
จบตอนที่ 27