"งืม.." เค่อฉิงขยับร่างกายไปมา สายตามองไปทั่วห้องมือบางจับไปทั่วบริเวณร่างกายเมื่อมือสำรวจจนมาถึง่ล่าง เธอถอนหายใจด้วยสีหน้าโล่งใจที่อาภรณ์่ล่างยังอยู่
"แล้วที่นี่ไหน?"
ร่างกายอันอ่อนล้ามาั้แ่เมื่อวานอาหารที่ยังไม่ได้ตกถึงท้องเค่อฉิงขยับร่างกายไปทีละนิดพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น ตอนี้จะอะไรก็ช่างเธอหิวมากเท้าเปือยเปล่าก้าวออกจากเตียงเดินไปยังโต๊ะกลางห้อง สายตามองไปโดยรอบที่นี่เปรียบเสมือนโรงแรมในยุคเก่าเลยก็ว่าได้
เค่อฉิงเตรียมพร้อมที่จะหลับอีกรอบด้วยร่างกายที่อ่อนเพลียดวงตากำลังที่พร้อมจะปิดลงได้ทุกเมื่อ ตอนนี้เธอหิวมากๆหิวจนตาลายไปหมด
"แกร๊ก แอ๊ด.."
เสียงเปิดประตูจากด้านนอกเข้ามาสายตาของเธอสบเข้ากับร่างสูงที่กำลังยืมมองด้วยใบหน้าอันเย็น
"สตรีขี้เกี้ยจ"
เฟิงฉินคิดในใจสายตามองไปยังร่างบางที่นอนฟุบอยู่บนโต๊ะ ที่ตอนนี้สายตาจ้องมองมายังเขา เมื่อมองลงไปด้านล่างเฟิงฉินถึงกับผงะ
"เข้าควรเก็บสายตาของเ้ากับสวมเสื้อผ้าให้มันดีๆก่อนหรือไม่?"
เฟิงฉินจ้องมองไม่วางตาสาบเสื้อที่อ้ากว้างเปิดเผยผิวขาวเนียนจนทำให้เขาถึงกับนึกไปถึงภาพเมื่อยามร่างบางตรงหน้าต้องแสงจันทร์
เค่อฉิงที่มองไปยังสาบเสื้อของเธอเอง แต่หาได้สนใจไม่มือบางค่อยๆขยับชายเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง ตอนนี้ในสมองกลับคิดอะไรไม่ออกเลยสักนิด เฟิงฉินมองเค่อฉิงด้วยแววตาประหลาดหากเป็ปกติสตรีทั่วไปจะต้องใจนทำให้นึกรำคาญ
หลังจากทั้งสองจ้องหน้ากันนานพอ จนมิได้มีผู้ใดกล่าวอันใดออกมา ทางด้านเค่อฉิงที่ไม่สบอารมณ์กับบุรุษตรงหน้าอยู่แล้ว ยิ่งเป็เื่เมื่อวานที่ถูกกลั่นแกล้งจนทำให้ตกอยู่ในสภาพไม่มีเรี่ยวแรงเช่นนี้ยิ่งทำให้เธอไม่อยากกล่าวอันใดกับคนผู้นี้อีก
"เ้าจะนอนอีกนานไหมลุกขึ้นได้แล้ว"
เฟิงฉินกล่าวตัดบทก่อนจะเดินออกไปเค่อฉิงที่ไม่มีทางเลือกจึงได้เดิมตามออกไป เวลาในจวนขณะนี้ก็ถึงเวลาใกล้ค่ำเต็มทีดวงตะวันที่กำลังลับฟ้าเป็สัญญาณว่ายามค่ำคืนกำลังจะเข้ามาแทนที่
ทหารยามโดยรอบทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่สายมองไปเห็น ร่างของท่านแม่ทัพและร่างอีกร่างที่กำลังเดินตามหลังมา เหล่าทหารยามที่อยากสอดรู้สอดเห็น เื่ที่ท่านแม่ทัพเลี้ยงเชลยไว้ดูเล่นหรือด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆพวกเขาต่างรู้ดีว่าท่านแม่ทัพอยู่ใกล้เชลยนางนี้อย่างสม่ำเสมอั้แ่จับตัวนางได้สตรีที่อยู่ในชุดบุรุษนางนี้ก็มิเคยห่างตัวท่านแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย นางต้องมีอะไรที่พิเศษสำหรับท่านแม่ทัพของพวกเขาเป็แน่
เฟิงฉินเดินนำร่างบางมาอย่างรวดเร็วจนคนไม่มีแรงนึกขุ่นเคืองใจอยู่มิน้อยด้วยความอ่อนเพลียบางครั่งเขาก็เดินเร็วจนเธอตามแทบไม่ทัน ด้วยความสูงที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เค่อฉิงเธอสูงแค่อกของบุรุษผู้นี้เท่านั้น
"อย่าชักช้า!"
เฟิงฉินกล่าวเสียงเข้มก่อนจะเดินไปต่อ เสียงบ่นมุบมิบทำท่าล้อเลียนเขาดังขึ้นมาจนคนตัวสูงต้องหันไปจ้องเขม็งใส่ เธอหุบปากฉับทันที เฟิงฉินที่เห็นกริยาตรงหน้าเขาเริ่มรู้สึกว่าต้องลงโทษนางเสียให้เข็ดจะได้ไม่ต้องมาล่อเลียนเขาอีก เมื่อคิดได้เช่นนั้นเฟิงฉินเดินไม่สนใจคนข้างหลัง เขาเร่งฝีเท้านำไปอย่างรวดเร็วจนเค่อฉิงที่แทบไม่มีแรงอยู่ต้องรีบเร่งฝีเท้าตาม
"แฮ๊ก..แฮ๊ก.."
หลังจากผ่านมาซักพักก็มาถึงตำหนักใหญ่ตรงกลางจวนเหตุที่เฟิงฉินมิยอมเข้าไปพักข้างในวังหลวงเพราะมันกว้างเกินไป ซึ่งเขามิชอบอะไรเช่นนั่นจึงขอพักอยู่จวนด้านนอกจะดีกว่า เฟิงฉินมองไปยังร่างที่กำลังนั่งหอบหายใจอยู่ตรงหน้ารอยยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยผุดขึ้นมาก่อนที่มันจะหายไป
"แฮ๊ก..ท่านจะรีบไปตายที่ไหนกัน!"
เค่อฉิงเอามือบางทาบหน้าอกก่อนจะลุกขึ้นแต่ว่าบุรุษตรงหน้า เขาหาได้สนใจไม่กลับเดินเข้าไปข้างในทันทีทิ้งให้เธอกำหมัดแน่นเดินตามไปอย่างไม่พอใจ หลังจากเข้ามาข้างในบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารมากมาย
สายตาเค่อฉิงยิ้มออกมาอย่างดีใจจนออกนอกหน้าเฟิงฉินที่เดินไปอีกด้านโต๊ะอาหารแล้วแต่ยังไม่ทันได้กล่าวเชิญชวนสตรีตรงหน้านางกลับนั่งลงอย่างไม่เกรงใจจนเฟิงฉินถึงกับสายหน้า
"มารยาทที่สตรีพึงมีนางกลับมิมีมันสักอย่าง"
ความคิดของเฟิงฉินพร้อมกับถอนหายใจ ทำไมเขาต้องมาเลี้ยงเชลยที่ไม่มีมารยาทแบบนี้ด้วยแต่เพราะความใจอ่อนต่อสตรีตรงหน้าทำให้นางถึงมานั่งอยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้หรอกนะ
"เ้ายังกินไม่ได้!" เฟิงฉินมองไปยังสตรีตรงหน้าเขายังไม่อนุญาติให้แตะต้องอะไรตรงหน้าเด็ดขาด!
เค่อฉิงที่ถูกส่งสายตาดุดันใส่จนต้องวางมือจากอาหารตรงหน้าสักก่อนบุรุษตรงหน้าจะเริ่มการกินอาหารต่อหน้าเธอ
"จ๊อก..จ๊อก.." เสียงท้องร้องดังขึ้นแต่บุรุษตรงหน้าหาได้สนใจเขายังคงกินอาหารตรงหน้าโดยไม่สนใจเธอสักนิด
"เ้ามีนามว่าอะไร?"
เฟิงฉินถามออกไปแต่ร่างบางกลับนั่งมองอาหารด้วยความหิว
"ตอบข้าก่อนข้าจะให้เ้ากิน"
"ข้ามีนามว่าเค่อฉิง"
เค่อฉิงตอบด้วยความรวดเร็วมือบางตักอาหารตรงหน้ากินทันที่ตอบจบจนบุรุษตรงหน้าเธอถึงกับผงะเขายังไม่ให้นางกินเลยแม้แต่น้อยแต่สตรีตรงหน้ากับไม่รอให้เขาอนุญาตเลยหรือ..
จบตอน..