“ฮื่อ.....ปล่อยฉันไปได้โปรด.....อื้อ....หยะ..หย่า...ไม่...ไม่...ปล่อย...ปล่อย...ม่ายยยยย!!” เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งสองมือเรียวบางปัดป่ายไปมากลางอากาศที่ว่างเปล่าสองขาถีบเตะผ้าห่มที่คลุมร่างบางไว้จนพันยุ่งเหยิง ราวกับพยายามพลักไสดิ้นรนหนีสุดชีวิตหยาดน้ำตาเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้าเล็กของเด็กสาวทั้งที่ดวงตาคู่สวยทั้งสองข้างยังคงปิดสนิท
"หยินน่า”
"หยินน่า...หยินน่า..”
“หยินน่า....ตื่น....ตื่นเดี๋ยวนี้....หยินน่า! "เสียงตะคอกแหบแห้งของหญิงชรา ดังไปทั่วกระโจม แรงตบเบาๆ ที่แก้มนวล อีกทั้งพยายามเขย่าปลุกร่างเล็กของเด็กสาวอย่างร้อนรนหวังเพียงเสียงเรียกทำให้เด็กสาวหลุดออกมาจากฝันร้าย
ร่างเล็กเปิดเปลือกตาเนียนใสขึ้นมาเมื่อหลุดจากห้วงฝันร้ายมือนุ่มเรียวทั้งสองยังจิกที่ผ้าห่มผืนหนาแทบขาดติดมือ แววตาของเด็กสาวเหม่อลอยเพียงชั่วจิบชาครั้นเห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือใคร หยินน่าก็โผเข้ากอดทันที "..........แม่เฒ่า..แม่เฒ่า...ฮือออ มันน่ากลัวเหลือเกิน ฮืออออ! "
หญิงชราปลอบประโลมร่างบางด้วยน้ำเสียงแ่เบาอย่างอ่อนโยนฝ่ามือของนางตบลงเบาๆ ที่แผ่นหลังเล็กของเด็กสาว "ไม่เป็ไร ไม่เป็ไรแล้วนะมันจบลงแล้วทุกอย่างมันเป็เพียงภาพฝันเท่านั้น"
"..........แม่เฒ่า.....แม่เฒ่า...ฮืออ.......ฮืออออ!" หญิงชราโอบกอดปลอบประโลมอยู่นานจนร่างเล็กสงบลงก็เบาใจ
"เดี๋ยวข้าจะนำชาอุ่นๆ ผสมน้ำผึ้งมาให้เ้าดื่มจะได้นอนหลับสบายขึ้น"
"............"
หญิงชราเดินออกมาจากกระโจมก็หันกลับไปมองเงาร่างของเด็กสาวอย่างใช้ความคิด พลันนึกถึงครั้งแรกที่หยินน่ามีอาการเช่นนี้เมื่อครั้งที่ให้เด็กสาวนอนคนเดียวตอนอายุได้สามหนาวไฟดับสนิทพอตกดึกเสียงกรีดร้องของหยินน่าก็ดังไปทั่วพอถามคำตอบที่ได้รับก็คือเด็กสาวฝันร้าย แต่ไม่รู้ว่าฝันเห็นอะไรทุกคนจึงไม่คิดอะไร แต่อาการฝันร้ายของหยินน่าเกิดขึ้นทุกค่ำคืนจนหญิงชราเรียกลี่ย่ามาปรึกษาอาการของเด็กสาวน่าจะเกิดจากความทรงจำในชีวิตก่อนที่ยังตกค้างภายในจิตใจเพราะนางเคยพบเห็นคนที่เป็เช่นเดียวกับหยินน่า เมื่อครั้งยังติดตามนายหญิงอยู่ที่เปอร์เซีย
ยามนี้คงได้แต่รอว่าเมื่อไหร่เด็กสาวจะสามารถอธิบายภาพฝันของนางได้จะได้ช่วยกันหาทางรักษา และเพื่อความสะดวกในการดูแลเด็กสาวหญิงชราจะมานอนเป็เพื่อนเด็กสาวในบางครั้งสลับสับเปลี่ยนกับบรรดาสาวใช้ทั้งหลายและจะไม่มีการดับไฟให้ห้องมืดมิดอีก ั้แ่นั้นเด็กสาวก็ไม่เคยฝันร้ายอีกเลย
แม้วันนี้จะทำเช่นเดิม แต่หยินน่ากลับมาฝันร้ายอีกครั้งทำให้หญิงชราคาดการณ์ว่าจะต้องเกิดจากเื่เมื่อยามเซินแน่ๆแค่คิดถึงต้นเหตุของฝันร้ายหญิงชราก็รู้สึกว่าตนเองหละหลวมในการดูแลเด็กสาวนางจึงหันมาสั่งงานกับสาวใช้ข้างกาย
“ข้าไม่คิดเลยว่าเื่เมื่อยามเซินจะปลุกฝันร้ายในใจของหยินน่าขึ้นมาอีก ต่อไปพวกเ้าดูแลนางให้ดีกว่านี้ห้ามให้ไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาดเข้าใจไหม!."
“เ้าค่ะ แม่เฒ่า” เมื่อสั่งงานเสร็จหญิงชราก็เดินไปที่กระโจมยาของตน เพื่อเตรียมเครื่องดื่มผสมตัวยาบางอย่างที่จะช่วยให้เด็กสาวลืมเลือนฝันร้ายและหลับอย่างเป็สุข
ไม่ไกลจากกระโจมมากนัก ในมุมมืดดวงตาสีดำลึกลับกำลังเพ่งมองไปที่กระโจมของเด็กสาว เมื่อได้ยินคำที่หญิงชรากล่าวออกมาทำให้คิ้วเข้มพาดเฉียงย่นเข้าหากัน ทั่วทั้งร่างแผ่ไอสังหารที่น่ากลัวออกมามือแกร่งกำหมัดแน่น ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบงัน
.............
...........
........
หกปีต่อมา
เผ่าหรวนตี้ อยู่ทางเหนือของแคว้นเป่ย พื้นที่โดยรอบนอกจากจะอยู่ติดกับเขตทุ่งหญ้าแล้วยังมีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็แนวป่าเขาปะปนกับป่าไม้เชื่อมต่อกับทางแคว้นเป่ยอดีตที่ผ่านมาชานหยูเผ่าหรวนตี้หลายรุ่น ได้ทำข้อตกลงกับอ๋องแห่งแคว้นเป่ยว่าจะไม่รุกรานกัน และจะเชื่อมความสัมพันธ์กันโดยการแต่งงานระหว่างสองดินแดน อีกทั้งแคว้นเป่ยยังแบ่งดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ส่วนหนึ่งให้กับทางเผ่าหรวนตี้ได้เข้ามา
หยินน่าพาร่างเพรียวบางของนาง เดินเข้าไปในแนวป่าหินอย่างคล่องแคล่วชำนาญทาง ที่นี่มีป่าหินมาก คนของเผ่าจึงไม่ได้ให้ความสนใจที่จะเข้ามาเท่าไหร่นักร่างบางเดินจนมาถึงแถบบริเวณยอดเขาไม่สูงไม่ต่ำทั้งยังโดนเขาหินบดบัง บริเวณนี้มีต้นไม้ขึ้นแม้ไม่หนาแน่นแต่ก็อุดมสมบูรณ์พอที่จะปรากฏสัตว์น้อยใหญ่ที่ไม่เป็อันตรายมากนัก ทั้งยังมีน้ำตกเล็กอยู่ใกล้ๆ
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มเพ่งมองภาพแปลงดอกไม้ตรงหน้าที่ดอกมีสีสันหลากหลายมีทั้งสีขาว สีชมพูสีแดง สีม่วง บางดอกกลีบได้ร่วงจนหมดแล้วเหลือแต่กระเปราะกับก้านใบดอกไม้เหล่านี้เคยเป็สิ่งที่แม่เฒ่าฉูฮู่ พยายามที่จะปลูกขึ้นมาเมล็ดของมันเป็สิ่งที่ลี่ย่านำติดตัวมาด้วยในวันที่เดินทางจากบ้านเกิดทั้งสองลองปลูกอยู่หลายปีแต่ก็ได้จำนวนดอกที่น้อยยิ่งจนวันหนึ่งหยินน่าได้เห็นแปลงดอกเหล่านี้จึงสอบถามมารดา และขอเมล็ดมาเพราะปลูกเอง
เด็กสาวหยิบมีดพกเล็กๆ ข้างเอวออกมาลักษณะเป็ทองเหลืองแผ่นบางปลายแหลมงอโค้งคล้ายเบ็ดตกปลา ผูกติดกัน 3 อันแต่ละอันมีระยะห่างเล็กน้อยโดยมีเชือกถักเส้นเล็กคั่นไว้มือเล็กนุ่มจับดอกที่กลีบร่วงหมดเหลือแต่กระเปราะ แล้วค่อยๆบรรจงกรีด ปล่อยให้น้ำยางเยิ้มไหลออกมาตามรอยกรีด ดวงตากลมโตมองน้ำยางสดๆแรกกรีดที่มีสีขาวอมชมพู และสีของมันจะเข้มขึ้นเมื่อถูกลมในที่สุดจะกลายเป็สีดำ สองมือเล็กทำซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกันทุกกระเปาะจนหมดก่อนที่จะเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ซึ่งใกล้ถึงเวลาที่นางจะต้องกลับให้ทันงานเลี้ยงต้อนรับคณะของท่านอ๋องหยินน่ายืนมองทุ่งดอกยาเพี่ยน(ดอกฝิ่น) เพียงชั่วเวลาจิบชาก่อนที่จะเดินจากไป