เกาหยวนหูเหมือนไม่ได้ผิดหวังที่หลี่ปัวจือแพ้การประลองในครั้งนี้เพราะเขารู้ดีว่าพลังที่อันเจิงมีมากจนทุกคนในสนามประลองฉู่โสงก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังดูอะไรอยู่ หรือเขารออะไรกันแน่
แต่ชวยห้าวหลายเหมือนจะตกตะลึงไม่น้อยเพราะเขานึกไม่ถึงว่าอันเจิงจะชนะการประลองเร็วขนาดนี้ เล่ากันว่านักเรียนชั้นปีที่หนึ่งที่เข้าร่วมการแข่งขันฉู่โสงต่างก็ไม่ธรรมดาเพราะมีบางคนที่มีพลังในขอบเขตสุมารุแล้ว
หลี่ปัวจือก็เป็นหนึ่งในนั้นเขาเป็นชายหนุ่มที่สามารถฝึกพลังวัตรเข้าสู่ขอบเขตสุมารุแล้ว
หากคู่ต่อสู้ของเขาไม่ใช่อันเจิงละก็ ชีวิตของเขาต้องเดินหน้าไปไกลอย่างแน่นอนในเมื่อเขาอายุเพียงเท่านี้ก็สามารถมีพลังระดับนี้แล้ว ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยต่อให้จะอยู่ในจักรวรรดิต้าซีอย่างน้อยคนอย่างเขาก็สามารถจัดอยู่ในลำดับกลางในสำนักเลยก็ว่าได้
แต่อนาคตที่สวยงามทั้งหมดถูกอันเจิงทำลายในหมัดเดียว
อันเจิงพูดว่าไม่สนุกเอาซะเลยอยากหาทางไปร่วมการประลองป๋าโกย
หากตีความหมายโดยตรงนั่นก็คือการประลองกับนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งไม่สนุก จึงอยากหาทางไปประลองกับนักเรียนที่โตกว่า...
แขนหักก็ยังต่อใหม่ได้แต่หากศักดิ์ศรีถูกทำลาย การจะฟื้นฟูกลับมาก็ไม่ง่ายแล้ว
คนอื่นในสำนักผู้กล้ารีบออกมายกร่างหลี่ปัวจือที่บาดเจ็บกลับไป ขณะนั้นหลี่ปัวจือเจ็บจนเหงื่อออกไปทั่วตัว แต่ยังหันมามองอันเจิงด้วยสายตาเกลียดชังหากสายตาสามารถฆ่าคนได้ละก็ ตอนนี้อันเจิงคงตายไปนานแล้ว
ผู้คนที่เฮก่อนหน้านี้เงียบลงทันทีเพราะทุกคนกำลังคำนวณพลังของตนอย่างจริงจัง คนส่วนมากไม่พอใจอันเจิงนั่นเพราะพวกเขารู้สึกว่าอันเจิงมีหน่วยทหารคอยช่วยเหลือเท่านั้นหากตัวเองมีโชคเหมือนอันเจิงละก็ พวกเขาต้องทำได้ไม่ด้อยไปกว่าอันเจิงแน่ยิ่งไปกว่านั้น อาจทำได้ดีมากกว่าก็ได้
คนส่วนมากเคยคุยกันเองบ่อยครั้งหากพวกเขามีเบื้องหลังคอยช่วยอย่างอันเจิงชื่อเสียงของพวกเขาก็คงโด่งดังไปทั่วใต้หล้าแล้ว
ทุกคนมักจะมองความสำเร็จของคนอื่นจากนั้นก็นำมาเทียบว่าเป็นตัวเองแต่ทว่าพวกเขามองไม่เห็นความพยายามและความอดทนที่คนอื่นแลกมา แล้วมองว่าความสำเร็จของคนอื่นเป็นโชค
ชวยห้าวหลายผิดหวังเล็กน้อยเขายื่นมือเข้าไปในกล่องอีกครั้ง
“ผู้ที่จะขึ้นมาประลองรอบต่อไปคือหวังชงแห่งสำนักต้าติง”
ชวยห้าวหลายมองไปยังด้านของสำนักต้าติง“ขึ้นสนามประลอง”
หวังชงเป็นผู้ที่มีร่างกำยำและแข็งแกร่งมากเขาสูงประมาณหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร มีร่างหนาและใหญ่เล่ากันว่าคนคนนี้มีพละกำลังที่ฟ้าประทาน ความจริงแล้ว พลังวัตรของเขาเหมือนจะด้อยกว่าหลี่ปัวจือเล็กน้อยแต่หากให้เขาประลองกับหลี่ปัวจือ เป็นไปได้มากว่าเขาจะอัดหลี่ปัวจือจนแพ้อย่างอนาถ
ถึงแม้หวังชงจะเป็นคนที่ร่างใหญ่กำยำแต่ทว่าหัวและใบหน้าเขาเล็กนิดเดียว ดูแล้วหัวกับร่างไม่สมส่วนเลยสักนิดเขามีหัวที่เล็กเป็นพิเศษ ส่วนบนใบหน้า...ตาตี่ จมูกเล็ก ปากก็เล็กด้วยเช่นกันอีกทั้งใบหน้ายังเรียวเล็ก ถึงแม้จมูกจะดูเล็กไปหน่อยแต่ก็ยังโด่งพอสมควรไม่ว่าอย่างไรโดยรวมก็ดูแปลกอยู่ดี
ขณะที่หวังชงเดินเข้าไปฝีเท้าของเขาหนักแน่นราวกับแผ่นดินจะสนั่นหวั่นไหวตาม
ชวยห้าวหลายยื่นมือเข้าไปในกล่องอีกครั้งจากนั้นก็หยิบกระดาษออกมาเปิด “คู่ต่อสู้ของเขาคือ...อันเจิงจากสำนักวรยุทธ์ชาง!”
อันเจิงที่กำลังเดินลงจากสนามประลองหยุดฝีเท้าลงทันทีเขามองไปยังชวยห้าวหลายแล้วขมวดคิ้ว
ผู้คนเริ่มเฮขึ้นอีกครั้งต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันเสียงดัง
อันเจิงถามขึ้น “ทำไมถึงเป็นข้าอีก?”
ชวยห้าวหลายตอบกลับ“แล้วทำไมจะเป็นเจ้าไม่ได้?”
“ข้าเพิ่งประลองจบไปหนึ่งครั้งอีกทั้งยังชนะด้วย ตามกฎแล้วข้าต้องรอรอบถัดไปถึงจะขึ้นประลอง”
ชวยห้าวหลายพูด“หากว่าตามกฎก็เป็นแบบนั้น แต่การจะเกิดเรื่องผิดพลาดก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใช่หรือไม่?อาจมีคนสับสนใส่ชื่อเจ้าลงในกล่องสองใบ ส่วนข้าก็หยิบชื่อเจ้าออกมาสองครั้งพอดี”
“ในเมื่อบอกว่าเป็นความผิดพลาดแล้วทำไมไม่แก้ไข?”
ชวยห้าวหลายยิ้มขึ้น“ถึงแม้จะบอกว่ามีคนทำพลาดไป แต่กฎก็คือกฎ ในเมื่อเรียกชื่อเจ้าแล้วอย่างนั้นเจ้าก็ต้องขึ้นมาประลอง หากเจ้าไม่ประลอง ข้าก็จะถือว่าเจ้าสละสิทธิ์เองหากเป็นแบบนั้นเจ้าจะไปเลยก็ได้ จะไปตอนไหนก็ได้”
หวังชงยิ้มอย่างเย็นยะเยือก “ทำไมนี่เจ้าจะสละสิทธิ์เองหรือ?”
อันเจิงสูดหายใจเข้าลึก ๆจากนั้นก็เดินกลับเข้าสนามประลอง
ชวยห้าวหลายพูดขึ้นอีกครั้ง “ข้าจะย้ำกฎให้ฟังอีกรอบ...นอกจากไม่ทำให้คู่ต่อสู้ถึงแก่ความตายแล้วการประลองนี้ก็ไม่มีกฎเกณฑ์อื่น จริงด้วย...การประลองนี้จัดขึ้นเพื่อรู้ผลแพ้ชนะเท่านั้น”
เมื่อชวยห้าวหลายพูดจบ หวังชงก็เดินก้าวใหญ่ๆ เข้าไปหาอันเจิงทันที ฝีเท้าที่ก้าวเข้าไปดังกระหึ่ม
อันเจิงโค้งตัวคารวะส่วนหวังชงที่สูงกว่าอันเจิงหนึ่งเท่าตัวพุ่งหมัดเข้าใส่ทันที
อันเจิงขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็ขยับหลบไปด้านข้าง
หมัดของหวังชงชกเข้ากลางอากาศหลังจากพุ่งเลยไปด้านหลังแล้ว เขาก็ยกรูปปั้นสิงโตที่ทำมาจากหินขึ้นอย่างน้อยรูปปั้นนี้ก็หนักหลายร้อยกิโลกรัม กล้ามเนื้อที่แขนของเขานูนขึ้น แล้วออกแรงทุ่มรูปปั้นสิงโตเข้าใส่อันเจิง
อันเจิงหลบไปด้านข้างอีกครั้งรูปปั้นก้อนหินจึงหล่นกระแทกแผ่นหินบนพื้นจนแหลกเป็นชิ้น ๆ และทำให้พื้นกลายเป็นหลุมใหญ่ขณะที่ฝุ่นตลบไปทั่ว หวังชงก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง
อันเจิงปล่อยหมัดที่ดูธรรมดาออกไปแต่ทว่าพลังหมัดนี้กลับปรากฏตรงหน้าหวังชงอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ระเบิดขึ้นจนหวังชงเดินเซแต่เพียงแค่เซเล็กน้อยเท่านั้น เขาสะบัดหัวก่อนจะสบถออกมา แล้วก็เดินขึ้นไปด้านหน้าต่อ
ผิวหนังของเขาช่างน่าพิศวง ความจริงแล้วผู้ฝึกพลังวัตรในขอบเขตจุติสวรรค์ไม่มีทางจะต้านทานหมัดของอันเจิงได้
แต่ทว่าพลังหมัดนี้ระเบิดเพียงเสื้อผ้าของหวังชงเท่านั้นบนร่างเขาไม่มีบาดแผลแต่อย่างใด
“เจ้าไก่อ่อน ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้น ๆ!”
ตูม! ตูม! ตูม!
หวังชงยังคงเดินมาด้านหน้าอย่างต่อเนื่องจากนั้นเขาก็โบกมือ ทันใดนั้น เหล็กยาวสีดำก็ปรากฏขึ้นเหล็กเส้นนั้นมีขนาดเทียบเท่ากับแขนของคนทั่วไป ความยาวประมาณสองเมตรฉะนั้นหวังชงต้องมีพลังควบคุมอาวุธแน่นอน หวังชงพุ่งเข้ามาแล้วฟาดเหล็กยาวไปที่อันเจิงอย่างโหดร้าย
อันเจิงรู้สึกถึงความแปลกประหลาดในตัวหวังชงเขาขยับถอยไปด้านหลัง เหล็กยาวฟาดลงบนพื้นอย่างแรง ทำให้พื้นมีหลุมยาวกว่าสองเมตร!
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงพละกำลังที่ร่างกายมีเท่านั้น เขาไม่ได้ใช้พลังวัตรในตัวเลยสักนิด
เมื่อเห็นว่าอันเจิงหลบได้อีกครั้งหวังชงก็ระเบิดโมโหออกมา เขาก้าวยาว ๆ มาทางอันเจิง ในมือฟาดเหล็กยาวออกไปอย่างรวดเร็วอันเจิงออกแรงที่ปลายเท้า กระโดดขึ้นเหยียบลงบนเหล็กยาวที่ฟาดเข้ามาจากนั้นก็ยกเท้าออกไปฟาดหน้าของหวังชงอย่างจัง
ฝีเท้านี้ไม่ได้รุนแรงมากและอันเจิงก็ไม่คิดจะฆ่าเขาอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงยังยั้งแรงไว้บ้าง
แต่หลังจากที่ฝ่าเท้าอันเจิงเตะเข้าที่ใบหน้าเขาหัวเขาเพียงแค่เอนไปนิดเดียวเท่านั้น เหมือนไม่มีผลกระทบอะไรเลยสักนิด ใบหน้ามีเพียงฝุ่นที่ยังติดอยู่เท่านั้นทันใดนั้น หวังชงคำรามออกมา ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งจับเหล็กยาวแน่นส่วนอีกข้างก็พุ่งไปคว้าเสื้ออันเจิง
อันเจิงถอยหลังเล็กน้อย หมุนร่างบนเหล็กยาวเพื่อหลบฝ่ามือของหวังชงจากนั้นร่างอันเจิงไปปรากฏที่หลังของเขา
เหตุการณ์นี้ไม่ต่างจากตอนที่อยู่โลกมายาเลยภาพการประลองครั้งแรกของชวีหลิวซีหวนกลับเข้ามาอีกครั้ง ใครจะไปรู้ว่าเงาของชวีหลิวซีจะฝังลึกในใจอันเจิงได้มากขนาดนี้
อันเจิงยื่นมือซ้ายไปจับผมของหวังชง ใช้เท้าทั้งสองข้างเหยียบที่ไหล่ของเขาจากนั้นก็ใช้มือขวาฟาดไปที่หลังหัวของเขาไม่ต่างจากใบมีด!
เพียะ! ฝ่ามืออันเจิงฟาดเข้าที่ท้ายทอยของหวังชง
ร่างของหวังชงพุ่งไปยังด้านหน้า สมองสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้แต่ที่ทำให้อันเจิงตกตะลึงก็คือ เขากลับไม่เป็นอะไรเลย! อันเจิงไม่อยากฆ่าใครง่าย ๆและไม่อยากทำให้ใครบาดเจ็บสาหัสเหมือนกัน ฉะนั้นตอนที่เขาลงมือกับฝ่ายตรงข้ามจึงไม่ได้ใช้พลังวัตรที่มีด้วยพลังในขอบเขตสุมารุของเขา การใช้ฝ่ามือฟาดลงไปเช่นนี้ แม้แต่ก้อนหินยังต้องแตกออกทันทีเลยด้วยซ้ำ
แต่ทว่าหวังชงเพียงแค่โซเซหลังจากสบถเสร็จร่างเขาก็ฟื้นฟูอีกครั้งเขาใช้เหล็กในมือเหวี่ยงไปยังด้านหลังของตัวเอง
อันเจิงออกแรงที่ฝ่าเท้าแล้วกระโดดลงมาจากหลังของหวังชงเท้าทั้งสองเหยียบลงบนพื้นอย่างนิ่มนวล
แต่เหล็กที่หวังชงฟาดไปไม่สูญเปล่าหลังจากที่อันเจิงกระโดดลงไปไม่ถึงหนึ่งวินาทีเหล็กยาวนี้ก็ฟาดเข้าที่หลังหัวของหวังชงอย่างแรง
ตุ้บ! ทุกคนที่มุงดูต่างรู้สึกหวาดผวาขึ้นมาในใจทันทีพลังรุนแรงจากเหล็กยาวนี้ ต่อให้จะเป็นก้อนหินก้อนใหญ่ก็ยังไม่อาจต้านทานได้
เหล็กยาวของหวังชงฟาดตัวเองจนล้มลงราวกับเทือกเขาลูกใหญ่ถูกตัดจนหล่นลงบนพื้น แต่ที่คนอื่นนึกไม่ถึงก็คือ...ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีเจ้าหมอนี่ก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง เขายกมือขึ้นมาขยี้ตา ราวกับว่าเขาใช้เหล็กฟาดตัวเองจนมึนงงไปเท่านั้น
เขาหันกลับมามองตำแหน่งที่อันเจิงยืนอยู่จากนั้นก็หยิบเหล็กยาวพุ่งเข้ามาอีกครั้ง
อันเจิงถอนหายใจพลางคิดว่า ร่างกายเจ้าหมอนี่ทำมาจากเหล็กกล้าหรืออย่างไร?
หวังชงฟาดเหล็กยาวในมือตัวเองออกไปเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการคร่าชีวิตอันเจิงด้วยเหล็กนี้ อันเจิงหลบไปมาหลายครั้งจนในที่สุดก็ระเบิดโมโหออกมา เขาจึงปล่อยหมัดออกไปรับเหล็กยาวที่พุ่งเข้ามา
ขณะนี้เกาหยวนหูที่ยืนดูการประลองก็ขมวดคิ้วทันที
“หมัดเก้าพิภพ...นี่เป็นกระบวนวรยุทธ์ระดับสีขาวอันเจิงเป็นใครกันแน่?”
หมัดเก้าพิภพ
ขั้นแรกพลังของหมัดนี้ทำให้เหล็กยาวพังทลาย เหล็กแข็งงออย่างไม่อาจต้านทานได้ แล้วก็ย้อนกลับมาฟาดหัวของหวังชงนี่เป็นเพียงขั้นแรกเท่านั้น พลังจากหมัดยังคงระเบิดอย่างต่อเนื่องและดุดันมากขึ้นเรื่อยๆ
หากหมัดนี้ปรากฏขึ้นในน้ำ ก็จะสามารถเห็นพลังของหมัดได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น พลังจากหมัดระเบิดติดต่อกันเก้าครั้ง แต่ละครั้งยังดุดันมากขึ้นเรื่อยๆ หากอยู่ในน้ำ มันสามารถระเบิดผืนดินใต้น้ำเป็นเก้าหลุมได้เลยทีเดียว
พลังที่ระเบิดอย่างต่อเนื่องเก้าครั้งเป็นแรงส่งให้เหล็กยาวพุ่งกลับไปด้านหลังด้วยความเร็วที่มากจนไม่อาจหลบได้
ตูม!
เหล็กยาวกระแทกเข้ากับหัวของหวังชงอย่างแรงทันใดนั้น เลือดสาดกระจายไปทั่ว ต่อให้หัวของหวังชงจะแข็งมากแค่ไหนแต่แรงที่เหล็กยาวฟาดเข้ามาก็มากพอให้หัวเขาแตกแล้ว เลือดพุ่งออกไปรอบด้านเหมือนดอกไม้ไฟทุกคนที่ดูการประลองนี้ต่างรู้สึกเหน็บหนาวขึ้นทันที
แต่ที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวยิ่งกว่าก็คือ...หลังจากเหล็กยาวนี้ฟาดหวังชงแล้วเขาก็ยังไม่ตาย
หัวเขาถูกฟาดเป็นรูใหญ่ เลือดไหลนองท่วมตัวร่างเขาเอนล้มไปทางด้านหลัง ทำให้แผ่นหลังเขากระแทกกับพื้นอย่างแรง
แต่ทว่าเขายังอยากลุกขึ้นอีก พยายามใช้มือยันพื้นแล้วตะเกียกตะกายแต่เหมือนตอนนี้สมองเขาจะมึนงงไปหมดแล้ว เพราะเขาไม่สามารถยืนขึ้นได้อีก
อันเจิงเดินเข้าไปลากข้อเท้าของหวังชงจากนั้นก็ออกแรงที่แขนแล้วเหวี่ยงหวังชงออกไป ร่างของหวังชงหมุนกระเด็นออกไปนอกสนามประลองและหล่นลงในจุดที่ไกลออกไปถึงสามสิบเมตร หลังจากหล่นลงพื้นแล้วก็ยังกลิ้งไปอีกหลายเมตร
ต่อให้จะเป็นเช่นนั้นแต่เจ้าหมอนั่นยังคงตะเกียกตะกายลุกขึ้นอยู่ดี เขานั่งอยู่กับพื้น ร่างกายสั่นไหว
อันเจิงก้มลงหยิบเหล็กยาวบนพื้นขึ้นมาจากนั้นก็ขว้างออกไป เหล็กยาวพุ่งออกไปด้วยความเร็วแล้วกระแทกเข้ากับหัวของหวังชงตึง! เหมือนเสียงดังขึ้นในใจทุกคน พวกเขาต่างก็รู้สึกชาไปตาม ๆ กัน
ขณะที่หวังชงกำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นมานั่งเขาก็ล้มลงอีกครั้ง
ชวยห้าวหลายผู้คุมการประลองส่ายหน้าอย่างผิดหวังจากนั้นก็พูดอย่างเบื่อหน่าย “อันเจิงจากสำนักวรยุทธ์ชางเป็นฝ่ายชนะ”
จากนั้นเขาก็ล้วงเข้าไปในกล่อง“การประลองครั้งต่อไป...เป็นคนจากสำนักต้าติง มีชื่อว่าซูเฟยเจิ้งคู่ต่อสู้ของเขาคือ...อืม คู่ต่อสู้ของเขาคืออันเจิงจากสำนักวรยุทธ์ชาง!”
ฝีเท้าของอันเจิงหยุดลงทันทีจากนั้นก็หันกลับมามองชวยห้าวหลาย ทันใดนั้น ในแววตาก็ประกายกลิ่นอายสังหารออกมาทันที