รถยนต์ทะเบียนกรุงเทพมหานครขับจากถนนไฮด์เวย์มาถึงทางลูกรัง จากเมืองใหญ่กลายเป็หมู่บ้านเล็กๆในต่างจังหวัดย่านชนบท รถยนต์คันโตขับเคลื่อนเข้าไปในบ้านที่ห่างไกลออกไปจากทุกหลัง มันตั้งอยู่ในไร่นาอันกว้างขวางและโดดเดี่ยว รอบๆเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายแม้จะเป็่บ่ายแก่ๆ
“โอ้ มากันแล้วหรอ ข้าไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้”
ชายแก่เ้าของบ้านร้องทักผู้มาเยือน ชายหญิงที่เดินลงมาจากรถคือลูกสาวและลูกเขยจากเมืองกรุง ไผ่เป็ชายหนุ่มวัย 30 ปี รูปร่างหน้าตาดีและมีภูมิฐาน รอยยิ้มทรงเสน่ห์กระชากใจสาวชาวบ้านได้ไม่ยากนัก ทำให้ได้รู้จักกับเฟิร์นผู้ซึ่งออกเดินทางจากบ้านเกิดไปหาเงินในเมืองใหญ่ ทั้งสองคบหากันมาได้สามปี ก่อนจะตกลงปลงใจแต่งงานและกำลังจะมีลูกด้วยกัน
ตอนนี้ภรรยาสาวท้องได้หกเดือนแล้ว สามีผู้เป็เ้าของกิจการจึงสั่งให้เธอลางานและพามาพักผ่อนที่บ้านเกิด อีกอย่างไผ่เองก็ไม่ได้เจอหน้าพ่อตาแม่ยายมาเป็ปี เขาจึงถือโอกาสนี้กลับมาสวัสดีและดูว่าทั้งสองสุขสบายดีหรือไม่ตามประสาลูกเขย
“สวัสดีครับพ่อ” ไผ่ยกมือไหว้พ่อตา
“ข้านึกว่าจะมาถึงตอนเย็นซะอีก”
“พอดีรถไม่ติดน่ะครับ ทางเลยโล่ง”
“เข้ามาๆ ไปหลบแดดในบ้านก่อน”
ชายแก่ไล่ลูกเขยและลูกสาวท้องโตเข้าไปในบ้าน เหตุผลที่ไผ่อยากให้ภรรยากลับบ้านคงเป็เพราะบรรยากาศที่ไร้ความวุ่นวายแบบนี้ บ้านหลังน้อยไม่ได้ใหญ่มากนัก ด้านล่างเป็ปูนแข็งแรง ส่วน้าเป็ไม้คล้ายๆบ้านในชนบททั่วไป หากแต่บริเวณรอบๆเป็ไร่ผลไม้และคลองน้ำใสไหลเย็น
ไผ่เดินกลับไปยังรถยนต์และนำของฝากพะลุงพะลังเข้ามาใน้บ้าน แต่ระหว่างทางชายหนุ่มก็ได้เจอแม่ยายในสภาพที่ต้องทำให้แน่นิ่ง
“มาถึงแล้วหรอลูก”
“ส…สวัสดีครับ แม่”
ชายหนุ่มเลิ่กลั่ก เนื่องจากสาวใหญ่ตรงหน้าเปียกฉ่ำไปด้วยหยดน้ำ หน้าอกลูกโตมีผ้าถุงห่อหุ้ม ดูเหมือนพึ่งจะอาบน้ำจากตุ่มเสร็จใหม่ๆ ใบหน้าอ่อนโยนของแม่ยายดูอ่อนกว่าวัยเป็อย่างมาก เธอเป็ผู้หญิงบ้านๆหน้าตาธรรมดา แต่ไผ่กลับรู้สึกว่าเธอมีเสน่ห์น่าดึงดูดเสียเหลือเกิน
“ลูกสาวแม่อยู่ไหนล่ะ” สุณีถาม น้ำเสียงของเธอหวานพอๆกับรอยยิ้ม
“เฟิร์นเข้าไปนั่งตากแอร์อยู่ในห้องแล้วครับ”
“วันนี้อากาศไม่ค่อยร้อนแต่ก็อบอ้าว แม่เองก็เหงื่อไหลจนต้องอาบน้ำเหมือนกัน”
“ครับ”
ไผ่ยิ้มอ่อน เขาจ้องมองผ้าถุงเปียกโชกที่แนบเรียบไปกับสัดส่วนของสาวใหญ่ รูปร่างของสุณีอวบอั๋นสมวัย แต่กลับมีเอวที่เว้าโค้งโชว์สะโพกผายชัดเจน ตอนนี้ลูกเขยรู้แล้วว่าอะไรที่ทำให้หญิงวัยกลางคนน่ามอง ผิวกายขาวผ่องและหุ่นอึ๋มๆน่าขย้ำนั้นมันทำให้ลูกเขยใจสั่นทุกครั้งที่ได้เห็น จะว่าไปแม่ยายก็ชอบแต่งตัวสบายๆอยู่ในบ้าน หากแต่ความสบายๆนั้นมันรวมถึงความบอบบางของเนื้อผ้าอีกด้วย
ไผ่ไม่รู้เลยว่าตัวเองชำเลืองมองแม่ยายั้แ่หัวจรดเท้านานแค่ไหน เขาพึ่งรู้จักหญิงวัยกลางคนเมื่อตอนที่เข้ามาสู่ขอลูกสาว่สามปีที่แล้ว และยิ่งได้พูดคุยกับเธอมากเท่าไหร่ ความคิดประหลาดภายในหัวก็ทำให้ว้าวุ่นใจอยู่ตลอด ใบหน้าของสุณีไม่ต่างอะไรจากภรรยา เพียงแต่ว่าหุ่นของเธอดูเต็มไม้เต็มมืดกว่าก็เท่านั้น
“ให้แม่ถือของช่วยมั้ย”
“ไม่เป็ไรครับแม่ ของไม่เยอะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นแม่ไปแต่งตัวก่อนนะ”
“ครับ”
สุณีเดินผ่านลูกเขย ซึ่งชายหนุ่มก็อดใจไม่ได้ที่จะหันหลังไปมองบั้นท้ายอวบหนา มันส่ายไปมาทุกครั้งที่หญิงวัยกลางคนก้าวเดิน แผ่นหลังขาวๆและเส้นผมเปียกปอนยั่วยวนเกินไป กลิ่นสบู่หอมละมุนฟุ้งกระจายมาตามลม ไผ่ได้แต่ภาวนาว่าตอนที่ภรรยาอายุเยอะขึ้นขอให้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนแม่ยายตัวเองเปะๆ ถึงตอนนั้นเขาคงจะจัดหนักจัดเต็มทุกวัน
สายตาลูกเขยมองเรือนร่างแม่ยายจนหายลับ มารู้ตัวอีกทีเป้ากางเกงยีนส์ก็ตุงจัดจนเกือบเดินไม่ไหว!
“คิดไรของกูวะ บาปฉิบบาย”
ไผ่สะบัดหัว ก่อนจะเดินเอาของฝากมากมายเข้าไปในบ้าน ทั้งครอบครัวรับประทานอาหารเย็นร่วมกันตามปกติ คืนนี้มีญาติมิตรในหมู่บ้านเข้ามาร่วมดื่มสังสรรค์ตามประสา ทุกครั้งที่ลูกเขยกลับมาเยี่ยมบ้านนา เหล่าญาติๆมักจะเข้ามาทักทายและดื่มเลี้ยงฉลองที่บ้านเป็ปกติ แต่ตอนนี้ภรรยาของเขาตั้งท้อง หลังจากพระทิตย์ตกดินเฟิร์นก็ขอตัวไปนอนเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง
วงเหล้าบนแคร่ไม้ไผ่มีเพียงกลุ่มผู้ชายวัยฉกรรจ์ ยกเว้นเสียแต่แม่ยายที่คอยเดินเสิร์ฟอาหารและกับแกล้มมาจากห้องครัว สุณีใส่ชุดนอนคอกว้าง ทุกครั้งที่เธอก้มวางจาน ร่องหน้าอกลูกใหญ่จะย้อยตามลงมาเป็พวง ไผ่ต้องกระดกเหล้าเข้าปากเพื่อดับความคิดบ้าๆ อาจเป็เพราะเขาไม่ได้มีอะไรกับภรรยามานานเลยทำให้สัญชาตญาณบิดเบี้ยว