ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่ 183 เดินทางสู่ตะวันตก

            “ข้าขอขอบคุณท่านผู้มีพระคุณ ท่านช่วยให้เผ่าของเราได้แก้แค้นช่วยให้พวกเรามีโอกาสกลับมาสถานะเดิมได้อีกครั้งข้ากาน่าซูเลจะไม่มีทางลืมบุญคุณท่านไปชั่วชีวิตไม่สิเผ่าเขาแดงของพวกเราเป็นหนี้บุญคุณท่านตลอดไป หากในอนาคตท่านมีสิ่งใดให้ช่วยได้โปรดอย่าลังเลที่จะกล่าว”

             

            กาน่าซูเล ไม่ได้เรียกหนิงเฟยหลงเป็นทูตแห่งเทพอีกเขาแทนหนิงเฟยหลงด้วยผู้มีพระคุณ กาน่าซูเลตั้งใจขอบคุณหนิงเฟยหลงด้วยใจจริง

             

            กาน่าซูเล และนักรบที่เหลือพากันคุกเข่าทำความเคารพอย่างชนเผ่าด้วยความซาบซึ้งและเต็มใจ เขาประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อชายหนุ่มผู้นี้ก้าวเดินเข้ามาภายในเผ่าไม่นึกไม่ฝันเลยว่าเผ่าเขาแดงจะสามารถทำลายเผ่าอันดับหนึ่งใต้เผ่าฟ้าร้องได้ทั้งยังช่วยเปิดโอกาสลงมือสังหารทีข่าเผ่าฟ้าร้องผู้เป็นเสาหลักของเผ่าฟ้าร้อง

             

            หนิงเฟยหลงมองพวกเขาด้วยแววตาซับซ้อน “พวกท่านช่วยเหลือตนเองข้าเพียงออกแรง และสติปัญญาเล็กน้อย อย่าได้กล่าวถึงอีกเลยต่อไปท่านก็จงร่วมมือกับเผ่าที่เหลือล้มล้างเผ่าฟ้าร้องเถิด ข้าต้องไปแล้ว ลาก่อน”

             

            กาน่าซูเลอยากจะรั้งชายหนุ่มไว้ ทว่าข้อตกลงได้สิ้นสุดแล้วทูตแห่งเทพผู้นี้ได้ช่วยเหลือเขามากที่สุดแล้ว ที่เหลือเขาต้องช่วยตนเองนี่คือโอกาสเดียว !

             

            ใครจะรู้หากให้พวกชนเผ่าไปอยู่ในทวีปชิงเฉวียนคงถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่ต้องสงสัยต่อให้ชั่วร้ายยังไงพวกเขาก็ไร้ซึ่งแผนการอันดีการต่อสู้ก็เน้นที่ตรงไปตรงมามากเกินไป เพียงความคิดเล็กน้อยก็สามารถทำลายชนเผ่าได้แล้วตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ศึกสองเผ่านี้เอง

             

            และที่ทำให้หนิงเฟยหลงผิดหวังมากที่สุดก็คือการต่อสู้ระหว่างเขากับทีข่าเผ่าฟ้าร้องที่เขาหลงนึกว่าจะมีสติปัญญาเก่งกาจกว่านี้ที่ไหนได้แม้เพียงรักษาอารมณ์ยังทำไม่ได้ สติปัญญายิ่งไม่ต้องนึกถึงเลย

             

            “ไปกันเถอะ” ขุ่ยแยกออกจากกลุ่มนักรบของเผ่าแล้วติดตามชายหนุ่มไปมุ่งหน้าสู่ตะวันตก

             

            ...

             

            เวลาผันผ่านวันแล้ววันเล่า หนิงเฟยหลง และขุ่ยก็ยังเห็นแต่ป่ากับป่ายังไม่พบเจอสิ่งอื่นใดระหว่างนี้หนิงเฟยหลงก็ให้เวลากับการฝึกศิลปะการต่อสู้ของขุ่ยจนซึมซับมาได้หมดในที่สุดเขาก็ตัดสินใจปล่อยขุ่ยให้มีอิสระต่อไปพร้อมคืนเศษเสี้ยวจิตกลับคืน

             

            หนิงเฟยหลงมุ่งหน้าคนเดียวสืบหาตัวยาวิเศษ สมุนวิเศษหรือสิ่งของใดก็ตามที่ทำให้เขาสามารถใช้พลังยุทธ์ได้อีกครั้งจนกระทั่งก้าวเข้าสู่เขตใหม่ เขตนี้มีชื่อว่า โชเต็ป เผ่าขนาดกลางผู้ปกครองคือ เผ่าสายลมที่นี่ค่อนข้างเจริญกว่า เขตบาราอย่างมาก ผู้คนก็มากกว่า ทรัพยากรก็มากมายทั้งยังไร้ซึ่งสงครามระหว่างเผ่า มีแต่ความสงบสุข

             

            ระหว่างทางผ่านเผ่าถึงสามเผ่า แต่ละเผ่าล้วนให้การรองรับเขาเป็นอย่างดีสืบเสาะจนกระทั่งพบพ่อค้ากองคาราวานผู้หนึ่ง เขากล่าวถึงการมีอยู่ของพืชวิเศษชนิดหนึ่งที่ซึ่งโด่งดังในเขตนี้มากในไม่นานมานี้ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วเขตจากกองคาราวานพ่อค้าจากฝั่งตะวันตก

             

            “มันคือพืชที่สามารถช่วยฝึกฝนพลังยุทธ์ได้เพิ่มพลังและช่วยทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแดนพิภพ เป็นสิ่งที่ผู้คนอยากได้มาครอบครองทั้งยังมีสรรพคุณอีกอย่างคือ รักษาเส้นลมปราณที่เสียหายให้ฟื้นคืน”

             

            “!!!!!!” นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ !

             

            พ่อค้าเห็นหนิงเฟยหลงมีท่าทีที่สนใจ เขาจึงเอ่ยเสริม และส่งสายตาประหลาดให้“ท่านสนใจร่วมเดินทางไปกับข้าหรือไม่ ? เราจะช่วยเหลือกันในการครอบครองข้าได้ข่าวมาอีกว่ามันมีด้วยกันสามดอก ข้าสามารถแบ่งให้ท่านได้ ท่านจะว่าอย่างไร ?แต่ก่อนอื่นเราต้องปลอดภัยเสียก่อน”

             

            หนิงเฟยหลงใคร่ครวญแล้วที่จริงก็เห็นซึ่งเจตนาของพ่อค้า ‘ที่ว่าปลอดภัย ปลอดภัยจากอะไรกันไม่ใช่ว่ามีทหารรับจ้างอยู่ปกป้องแล้วหรอกหรือ ?’หนิงเฟยหลงเดินทางผ่านหลายเผ่าเห็นขบวนพ่อค้าก็ไม่น้อยทุกขบวนมีทหารรับจ้างคอยปกป้องทั้งสิ้น  ‘ช่างเถอะข้าไม่อยากเสียเวลาอีก’

             

            เขาต้องการเดินทางด้วยความเร็ว และความปลอดภัยคาราวานนี้ก็เหมาะสมที่จะใช้เดินทาง แม้ว่าจะมีแวะพักบ้าง แต่ก็ดีกว่าการเดินเท้าที่ช้ากว่าและต้องเสี่ยงอันตราย

             

            “ได้ ข้าจะร่วมมือกับท่าน”

             

            “ยอดเยี่ยมมีท่านมาช่วยคงดีไม่น้อย พวกเรามุ่งหน้าไปหนองน้ำเหลือง”พ่อค้ากล่าวจบผู้คนก็เข้าประจำที่ของตน หนิงเฟยหลงได้รับม้าหนึ่งตัวมาขี่เขากวาดสายตามองไปทั่วเห็นผู้ฝึกยุทธ์ไม่ต่ำกว่าสามสิบคนอยู่ในขบวนแต่ละคนมีใบหน้าเหี้ยมเกรียม ดูคล้ายไม่ใช่ทหารรับจ้างที่คอยปกป้องคาราวานแต่อย่างใด

             

            “ที่แท้ก็คือเจ้าพวกนี้สินะ หากเดาไม่ผิดพวกมันก็คงไม่ใช่ทหารรับจ้างแต่พวกมันต้องเป็นโจร” คนกลุ่มนี้มีไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนอยู่รั้งท้ายขบวนคอยกำกับอยู่เป็นลับ ๆ การต่อสู้แบบเผชิญหน้าลำบากมาก แต่ละคนอยู่ระดับแก่นแท้พลังขั้นห้าขึ้นไปทั้งสิ้นทั้งผู้ที่มีพลังยุทธ์สูงสุดก็ยังเป็นถึงขั้นเก้า มีพลังสูงกว่าหัวหน้าเผ่าเล็กหลาย ๆ เผ่าเสียอีก

             

            “ถ้าหากว่าข้าสามารถใช้พลังยุทธ์...อีกไม่นานหรอกน่า”หนิงเฟยหลงมีเป้าหมายของตนเอง แต่ระหว่างทางมักต้องพบเจอกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เป้าหมายของเขาเขวไปเลย กลับมีความมุ่งมั่นในทุก ๆ ครั้งและครั้งนี้ก็เช่นกัน

             

            “หากว่าพวกมันอยู่ดีก็แล้วไปแต่ถ้าหากมาขัดขวางข้าล่ะก็...คงต้องกำจัดทิ้งไปซะแล้วล่ะ”นัยน์ของเขาสาดแสงวาบก่อนจะเลือนหายไปกลับมาเป็นปกติ

             

            ไม่ต้องรอนานกลุ่มโจรพวกนั้นก็เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเขา “เฮ้ย !ไอ้น้องชายส่งสมบัติมีค่าของเจ้ามาแลกกับการปกป้องของพวกเรารับรองว่าการเดินทางต่อจากนี้พวกแกจะต้องปลอดภัย”

             

            “แล้วถ้าข้าไม่ให้ล่ะ”

             

            “เช่นนั้นก็ไปตายซะ !” โจรผู้นั้นก็ฟาดดาบลงมาหวังจะบั่นศีรษะของชายหนุ่ม ทว่าหนิงเฟยหลงก็สามารถใช้พลังจิตต้านทานไว้ได้ทันพลังจิตก็เข้าจู่โจมจิตวิญญาณของโจรนั่นหัวระเบิดออกเสียงนี้ดังพอเรียกให้โจรที่เหลือมุ่งหน้ามา

             

             หัวหน้าโจรมาถึงเป็นคนแรกหน้าตาแม้จะธรรมดาแต่พลังที่แผ่ออกมาจากร่างกลับสูงที่สุด มันคือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าเพียงหนึ่งเดียวหนิงเฟยหลงคิ้วขมวดเขาเจอของแข็งเข้าเสียแล้วนอกจากขั้นเก้าที่ต้องเจอแล้วยังมีขั้นแปดสองคน ขั้นเจ็ดอีกสามคน ขั้นที่หกห้าคนที่เหลือล้วนเป็นขั้นห้า กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ที่น่ากลัวนี้กำลังรุมล้อมเขาอยู่

             

            พ่อค้าที่ชักชวนหนิงเฟยหลงมาถึงกับหน้าซีด ผู้คนในกองคาราวานนิ่งเงียบไม่มีใครกล้าทำอะไรและกล่าวสิ่งใดออกมา อย่างไรเสียชีวิตของตนเองก็สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด

             

            “ดูเหมือนวัวหนุ่มจะไม่กลัวเสือ เจ้าเล่นผิดคนแล้วหากไม่อยากตายอย่างทรมานก็ส่งสิ่งของมีค่ามาไม่งั้นแล้วข้าจะให้เจ้าตายอย่างทุกข์ทรมาน !” หัวหน้าโจรชี้หน้าชายหนุ่มวางท่าอย่างราชาที่นี่เขาคือราชา อาจจะใช่ แต่นั่นเป็นก่อนที่หนิงเฟยหลงจะมา

             

            “โอ้พอดีเลย วัวตัวนี้ก็อยากออกกำลัง พวกเจ้าก็เจอวัวตัวจริงหน่อยเป็นไงอย่าได้ร้องโอดครวญขอชีวิตในภายหลังก็แล้วกัน” หนิงเฟยหลงแสยะยิ้มขึ้นทว่านั่นกลับทำให้พวกโจรหลุดขำพรืดออกมา พวกมันไม่เคยพบเจอเรื่องตลกอย่างนี้มาก่อนไม่เคยมีใครกล้าขู่กลุ่มโจรมาเนิ่นนานแล้วนี่คงจะเป็นรอบสิบปีเลยทีเดียวที่มีคนกล้าข่มขู่พวกมัน

             

            “เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมปากดีนักข้าก็อยากจะรู้ว่าฝีมือมันจะดีดั่งปากว่าหรือไม่ ?” หัวหน้าโจรยิ้มเยาะ “ฆ่า !” สิ้นคำสั่งพวกโจรขั้นห้าทั้งหมดก็วิ่งเข้าใส่คว้าอาวุธเข้าฟาดฟันชายหนุ่ม

             

            ตูม ตูม ตูม !!

             

            “!!!!!!!!!” โจรที่วิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มต่างพากันบินเหินขึ้นฟ้าอย่างไม่ตั้งใจใบหน้าเหวอหวาท่ามกลางการตกตะลึงของหัวหน้าโจรที่มองค้างอยู่กับเจ้ากระทิงโลหิตตัวร้ายมันกำลังวิ่งตรงมาที่เขาแล้ว

             

            “เร็วเข้าฆ่ามัน !” ความตกใจนี้ไม่ได้ช่วยให้หัวหน้าโจรรักษาความเยือกเย็นไว้ได้มันแทบไม่เชื่อเลยว่าบุรุษธรรมดาผู้หนึ่งจะมีสัตว์พิทักษ์เป็นถึงขอบเขตแดนพิภพ !

             

            พวกโจรไหนเลยจะเชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้าวินาทีนี้ต้องตัวใครตัวมันแล้วพวกโจรแตกกระสานซ่านเซ็นหนีไปคนละทิศทางไม่สนใจทรัพย์สมบัติที่ตนเองได้มาครอบครองทิ้งไว้กับกองคาราวานนี้ไปเลย

             

            “วัวน้อยครั้งนี้ข้าต้องบอกเจ้าก่อนนะว่าเจ้าเพียงแค่ขู่พวกมันเพราะงั้นข้าให้เม็ดยาเจ้าเพียงห้าเม็ด ตกลงหรือไม่ ?”หนิงเฟยหลงรีบเอ่ยขึ้นไม่เปิดโอกาสให้เจ้ากระทิงโลหิตเอ่ยต่อรองไปมากกว่านี้

             

            กระทิงโลหิตพ่นลมฟึดฟัด “ก็ได้”กล่าวจบมันก็คำรามก่อนจะกลับเข้าไปในมิติปริศนา

             

            แม้กระทิงโลหิตจะจากไปแล้วแต่ทุกคนก็ยังคงหวาดกลัวโดยเฉพาะการคำรามที่น่าเกรงขามของสัตว์อสูรเขตแดนพิภพได้สั่นสะเทือนจิตใจของพวกเขาทุกคน

             

            “ทุกท่านอย่าได้ตื่นกลัวไป หากไม่มีใครคิดร้ายต่อข้าก็สบายใจได้”หนิงเฟยหลงกล่าวราบเรียบไม่คิดสนใจใครอีก ที่เขาต้องสนใจคือ ‘เม็ดยาของข้า...ข้าต้องหลอมเพิ่มแล้วแต่วัตถุดิบก็น้อยลงทุกทีสงสัยต้องหาเพิ่มอีกเฮ้อ...รอให้ข้าได้พลังยุทธ์กลับมาก่อนเถอะ ข้าจะไม่มีทางใช้เจ้าวัวน้อยนั่นเลย เสียเปรียบชะมัด!’

             

            หนิงเฟยหลงแม้ดูเป็นคนที่น่านับถือ ภูมิฐาน เก็บอารมณ์ได้ดีทว่านิสัยในส่วนลึกก็ยังมีเหมือนคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจดจำบุญคุณความแค้น ความตระหนี่? ไม่ใช่ ๆ เขาว่า มันเป็นเพียงการรู้จักใช้ของยามจำเป็นและใช้จ่ายอย่างมีวินัยสุด ๆ

             

            เขาไม่ได้ตระหนี่สักหน่อยนะเขาออกจะเป็นคนใจกว้างดูอย่างการสร้างกองทัพโลหิตทมิฬสิเขาทุ่มเทเงินทองตั้งเท่าไหร่กว่าจะได้เป็นกองทัพอันดับหนึ่งอย่างทุกวันนี้

             

            “ท่าน..เอ่อ....ข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไรที่ช่วยขับไล่พวกโจรนั่นไปได้เสียทีข้าขอแนะนำตัวใหม่อีกครั้ง ข้าชื่อจิงชุยเป็นพ่อค้าจากสมาพันธ์การค้าที่ประจำอยู่ในทวีปหยินไม่ทราบว่าคุณชายมีนามว่าอะไร ? ดูแล้วท่านคงไม่ใช่คนในทวีปนี้เป็นแน่”พ่อค้าผู้นำคาราวานหรือผู้ที่ชักชวนหนิงเฟยหลงร่วมเดินทางเป็นผู้กล่าว

             

            “ทวีปหยิน ?” หนิงเฟยหลงเลิกคิ้วขึ้น เขาไม่เคยได้ยินชื่อทวีปนี้มาก่อนแต่เขารู้จักสมาพันธ์การค้า

             

            จิงชุยดูแปลกใจเล็กน้อย “ใช่ที่นี่คือทวีปหยินนี่ท่านไม่รู้หรอกรึ ?”

             

            หนิงเฟยหลงกระแอมไอ แล้วเอ่ยว่า “ข้ามีนามว่าเหวินเหลียงอันที่จริงแล้วข้าพลัดหลงกับครอบครัวตั้งแต่เยาว์แล้วบิดาข้าเป็นชาวหนานโจวมารดาข้าเป็นชนเผ่า ข้าอาศัยอยู่ในเขตบารามาแต่เด็ก ข้าจึงไม่รู้เรื่องราวด้านนอกเท่าไหร่นักวอนท่านช่วยเล่าเรื่องราวให้ฟังที”

             

            “ได้ ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง” จิงชุยแม้จะสงสัยตัวชายหนุ่มเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้แต่อย่างใดเขาเชิญชวนชายหนุ่มขึ้นรถม้าออกเดินทางก่อนที่ตนเองจะเริ่มเล่าเรื่องราว

             

            “ทวีปหยินนี้เป็นหนึ่งในสามทวีปเก่าแก่ถูกเรียกรวมกันว่า มหาทวีปรกร้างตำนานกล่าวไว้ว่าเดิมทีที่นี่เปรียบเสมือนสรวงสวรรค์แห่งแดนมนุษย์ ทว่าเกิดมหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่จึงทำให้อารยะธรรมที่รุ่งเรืองล่มสลายลงมนุษย์อพยพไปทางตะวันตกข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ก่อตั้งรากฐานของตนขึ้นใหม่กลายเป็นอนุทวีปทั้งสี่ในปัจจุบันหรือที่เราเรียกกันว่าทวีปชิงเฉวียน ความรู้ข้าเกี่ยวกับเรื่องดินแดนก็มีแค่นี้หากท่านมีคำถามอื่นใดได้โปรดถามมาได้เลย”

             

            ‘ที่แท้นอกเหนือจากทวีปชิงเฉวียนแล้วก็ยังมีมหาทวีปรกร้างนี่อีกและข้ากำลังอยู่ในทวีปหยินหากต้องการกลับไปหนานโจวอย่างไรเสียก็ต้องมุ่งสู่ตะวันตกข้าเดินทางมาไกลเหลือเกิน...ไม่รู้ว่าเวลานี้พวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้างแล้ว.....’

             

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810