หลังวางสาย เธอมองเซี่ยหยูแล้วพูดอย่างรู้สึกผิด “เสี่ยวซีเหมือนจะเป็ไข้ฉันต้องกลับไปดู”
เซี่ยหยูเห็นความตื่นตระหนกของเธอ สายตาก็ฉายให้เห็นความผิดหวังขึ้นอย่างชัดเจนเขาลุกขึ้นแล้วทัดปรอยผมข้างหูให้เธอแล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “รีบไปเถอะ”
หลังพูดย้ำเตือนให้เซี่ยหยูเก็บเื่หนิงเสี่ยวซีไว้เป็ความลับแล้วเสิ่นเป้ยอีก็รีบวิ่งแจ้นกลับไป
สายตาทอดมองเสิ่นเป้ยอีจากไปและนี่เป็ครั้งแรกที่ััถึงรสชาติความผิดหวังเพราะไม่ได้ในสิ่งที่้าั้แ่เซี่ยหยูโตมาขนาดนี้ที่แท้ในโลกนี้เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง
แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอกนะ
บางทีเมื่อคืนหนิงเสี่ยวซีอาจจะใเกินไปคุณหมอประจำตระกูลมาถึงบ้านตระกูลหนิงเป็เวลาเดียวกันกับที่เสิ่นเป้ยอีกลับมาถึง
พอตรวจเสร็จเขาก็บอก “ไม่ต้องกังวลมากแค่ใเกินไปหน่อย แค่นอนพักก็ไม่เป็อะไรแล้ว” ทุกคนถึงโล่งอกตามๆกัน
จบสิ้นเื่นี้เสิ่นเป้ยอีก็อยู่ที่บ้านตระกูลหนิงต่อไป
ทุกคนรู้ว่าเธอช่วยชีวิตหนิงเสี่ยวซีไว้คนรับใช้ที่บ้านถึงแสดงท่าทีเกรงใจเธอมากกว่าเดิมไม่น้อย
หนิงเสี่ยวซียิ่งติดเธอแจและฟังทุกคำพูดของเธอทั้งยังเปลี่ยนสรรพนามจากคุณป้าในอดีตมาเป็ “แม่เล็ก”
คำว่าแม่เล็กอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเธอเป็มือที่สามของพ่อเขาฉะนั้นเสิ่นเป้ยอีถึงได้คัดค้านสุดฤทธิ์ ทว่าท้ายที่สุดหนิงเสี่ยวซีก็ไม่ยอมแก้คำเรียก
ครึ่งเดือนหลังจากนั้นซึ่งเป็คืนก่อนวันหมั้นของหนิงเส้าเฉินกับเกาเหวิน
“พรุ่งนี้ตอนเย็นเธอพาเสี่ยวซีไปที่โรงแรมไห่ม่าน” หนิงเส้าเฉินพูดสั่งเสิ่นเป้ยอีขณะที่ทานมื้อเย็นอยู่
เสิ่นเป้ยอีพยักหน้ารับ “ค่ะ!”
ั้แ่เื่ราวครั้งก่อนเสิ่นเป้ยอียิ่งทำตัวห่างเหินกับหนิงเส้าเฉินมากกว่าเดิมแม้ใบหน้าจะแสดงท่าทีเคารพก็ตาม
นอกจาก่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอก็แทบปฏิเสธทุกโอกาสที่จะได้เข้าใกล้เขา
เพราะเธอคิดว่าตอนที่อยู่กับผู้ชายคนนี้เหมือนอยู่ในถ้ำเสือยังไงไม่รู้ไม่รู้ว่าจะทำให้เขาโมโหอีกเมื่อไร ฉะนั้นเธอจึงเลือกที่จะหลบหนี
รับคำเสร็จเสิ่นเป้ยอีรีบเดินขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็ว
มองแผ่นหลังที่เผ่นหนีอย่างรีบร้อนนั่นแม้ใบหน้าหนิงเส้าเฉินจะราบเรียบไม่แสดงอาการแต่ในใจนั้นกลับเริ่มเดือดพล่านเพราะไฟโทสะ
เขาน่ากลัวขนาดนั้นเชียว?ผู้หญิงคนนั้นทำท่าเหมือนเขาเป็ตัวปีศาจ
่เย็นอีกวันเสิ่นเป้ยอีทำตามคำสั่งพาหนิงเสี่ยวซีออกจากบ้านไปก่อนเวลานัดหนึ่งชั่วโมง
“แม่เล็ก วันนี้คุณพ่อผมหมั้น”
เสิ่นเป้ยอีพยักหน้า “อืมแล้วทำไม?”
หนิงเส้าเฉินหมั้น ถือเป็เื่ใหญ่ของเมือง C ทีเดียวสื่อมวลชนใหญ่ๆ ได้ทำข่าวไปตั้งนานแล้ว ถึงเธอจะไม่สนใจเื่ภายนอกมากขนาดไหนก็รู้
ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลหนิงได้เตรียมรับคุณนายของบ้านมาั้แ่เช้ากันแล้ว
ไล่ั้แ่รองเท้าแตะหน้าบ้านจนถึงรูปแบบถ้วยชามที่เกาเหวินชื่นชอบจนถึงในห้องน้ำที่เต็มไปด้วยสบู่แชมพูทุกอย่างตามที่เกาเหวินใช้ประจำ…รวมถึงสิ่งอื่นๆอีกเป็พรวน เื่ขนาดนี้แล้วเธอจะไม่รู้ได้ยังไงทว่าเื่พวกนี้ไม่เกี่ยวกับเธอและเธอไม่เข้าใจว่าเหตุใดหนิงเสี่ยวซีถึงถามเธอด้วยน้ำเสียงแบบนี้
“แม่เล็ก ถ้าชอบพ่อผมจริงๆ ก็บอกผมมา ผมช่วยได้” หนิงเสี่ยวซีจูงมือเสิ่นเป้ยอีแกว่งไปมา
เสิ่นเป้ยอีหลุดหัวเราะ เด็กคนนี้จอมตื๊อจริงๆ พลางส่ายหัว “ไม่ชอบ ไม่ชอบ…พ่อของเธอใกล้จะหมั้นแล้วแท้ๆอย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะ”
“พ่อผมรวยแถมยังหล่อ ทำไมถึงไม่ชอบ?”
เสิ่นเป้ยอีแค่ทำหน้ายิ้มๆ แต่ไม่ตอบกลับเขาอีกคงไม่เหมาะเท่าไรหากคุยเื่ความรักกับเด็ก
หนิงเส้าเฉินสมบูรณ์แบบจริงๆ แต่เธอก็รู้ตัวดีฉะนั้นเธอถึงได้ตัดใจไม่คิดอะไรเกินเลยั้แ่เริ่ม มนุษย์น่ะขอแค่ไม่โลภก็ไร้ซึ่งความอยาก
เพียงแต่ในสายตาของหนิงเสี่ยวซีกลับคิดว่าการไม่ตอบกลับของเสิ่นเป้ยอีต้องเป็เพราะความเสียใจที่คุณพ่อจะหมั้นแล้วจึงตอบไม่ได้
ดวงตาเล็กฉายแววซุกซนแวบหนึ่ง
งานหมั้นของหนิงเส้าเฉินต้องไม่ธรรมดาอย่างคนทั่วไปเป็แน่แค่การเหมาโรงแรมระดับหกดาวของเมือง C ได้อย่างนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะคาดคิดได้
รอให้เสิ่นเป้ยอีมาถึงก็เห็นหลิวซวี่ยืนอยู่หน้าประตู
เห็นพวกเขามาจึงรีบเดินเข้ามาหา “ชั้นหนึ่งเป็พวกนักข่าวคุณชายหนิงอยู่ชั้นสาม เขาให้ฉันพาพวกเธอขึ้นไปชั้นสาม”
ว่าแล้วก็นำทางเสิ่นเป้ยอีเดินขึ้นชั้นสามจากประตูเล็กข้างๆ
หลังมาถึงชั้นสามจู่ๆหนิงเสี่ยวซีก็กล่าวกับเสิ่นเป้ยอีว่าเขาหนาวแล้วลืมเสื้อกันหนาวไว้ในรถอยากให้เธอลงไปหยิบให้ที
เสิ่นเป้ยอีจึงเดินลงไปโดยไม่ทันคิดอะไร
“ลุงหลิว ถามอะไรหน่อยสิ”
ปกติหลิวซวี่เองก็ชอบเสี่ยวซีแต่เ้าเด็กนี่กลับมีท่าทีเ็าเหมือนพ่อเขาไม่มีผิดและไม่ค่อยพูดจาอะไรกับเขานักยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าชวนคุยแบบนี้เลย เขาชะงักไปครู่ถึงมองหนิงเสี่ยวซีด้วยรอยยิ้ม“บอกมาสิ ลุงฟังอยู่”
“ลุงว่าผู้หญิงคนหนึ่งชอบผู้ชายคนหนึ่งแล้วผู้ชายคนนั้นไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นแล้วต้องทำยังไงเพื่อจะได้ให้พวกเขาอยู่ด้วยกันได้?” หนิงเสี่ยวซีพูดจบรวดเดียวแม้ไอคิวของเขาจะสูงแต่ก็เป็แค่เื่ทฤษฎี หากแต่เื่ความสัมพันธ์ของคนความรักระหว่างชายหญิงอะไรเทือกนี้เขาคงไม่เข้าใจหรอก
“ขึ้นเตียงแล้วก็อยู่ด้วยกันได้แล้วน่ะสิ” หลิวซวี่ตอบกลับอย่างฉับไวแล้วรีบปิดปากเพื่อกลบคำนั้นไว้“อ่า อะแฮ่มเธอถามเื่นี้ทำไม?” เขาคิดว่าต่อหน้าเด็กไม่ควรพูดเื่แบบนี้ให้มากนัก
หนิงเสี่ยวซีขมวดคิ้ว ขึ้นเตียง? นั่นสิทำไมเขาถึงคิดวิธีนี้ไม่ได้นะหลังจากพวกเขาทำอะไรกันเสร็จแล้วตั้งท้องมีน้องชายให้เขาอีกสักคนก็ไม่แยกจากกันแล้วไงล่ะ?
แม้วันนี้พ่อของเขาจะหมั้นกับเกาเหวินแล้วแต่เขาไม่สนใจหรอกนะ
เขาส่ายหัวก่อนที่จะเลิกสนใจหลิวซวี่ตามประสาเดิม หลิวซวี่ทำท่าชินชากับนิสัยที่เหมือนหนิงเส้าเฉินไม่มีผิดนี้เพียงมองเขาแวบหนึ่งโดยไม่คิดมากอะไร
เสิ่นเป้ยอีไปหยิบเสื้อกันหนาวให้หนิงเสี่ยวซีในรถเสร็จมาถึงหน้าลิฟต์พอประตูลิฟต์เปิดออกเห็นคนด้านใน เธอก็ชะงักนิ่งค้างกับภาพชายหนึ่งหญิงหนึ่งด้านในทันที
ผู้ชายเป็เซี่ยหยู เขาในวันนี้ไม่ได้แต่งตัวสบายๆอย่างวันปกติทั่วไป แต่กลับมาในชุดสูทเต็มยศจนเ้าตัวดูดีมากขึ้นกว่าเดิมแถมยังดูภูมิฐานมากขึ้นด้วย
ข้างๆ เขามีหญิงสาวในชุดราตรีสีขาวนวลดวงหน้าสะสวยเข้ากับผิวขาวละเอียดที่ดูจากภายนอกแล้วโดดเด่นเหมือนเป็ลูกครึ่งเลยหญิงสาวควงแขนเซี่ยหยูไว้พลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองเซี่ยหยูทั้งคู่กำลังพูดคุยอะไรบางอย่างและดูอารมณ์ดีไม่หยอก
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ #readAwriteด้วยน้า