[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    96 ภารกิจช่วยเหลือ

    “รายงาน ภารกิจสังหารล้มเหลว เป้ามายสามารถหยุดการระเบิดของเราเอาไว้ได้”


    ภายในระบบสื่อสารเข้ารหัสหลายชั้น มีการรายงานถึงภารกิจสังหารที่ถูกสร้างขึ้นมาก่อนหน้าไม่นาน หลังจากที่การรายงานจบลง สิ่งที่คาดการณ์ต่างๆก็ถูกส่งเข้าไปในระบบ


    “ทำลายหลักฐานแล้วหรือยัง”


    “หลักฐานถูกทำลายแล้ว เพียงแต่ยังคงอยู่ในขั้นตอนเฝ้าระวังข่าวสารของสัญลักษณ์ที่อาจจะถูกนำเข้าระบบ”


    “ตรวจสอบให้ดี  คงจะรู้ใช่ไหมว่าถ้าสัญลักษณ์ของเราถูกส่งเข้าไปในระบบจะเกิดอะไรขึ้น”


    “รับทราบ จะพยายามค้นหาและทำลายสัญลักษณ์ทิ้งให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีหลักฐานใดๆเหลืออยู่”


    “แล้วรู้ใช่ไหมว่าควรจะทำยังไงต่อไป”


    “ทางเราได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมดไปแล้ว หากผู้ลงมือทำภารกิจไม่ใช่ระดับ S ภารกิจจะถูกปิดต่อไป”


    “ดี รู้แล้วก็ดี แต่ฉันคิดว่าคงไม่พอหรอก พยายามทำอย่างไรก็ได้ให้เป้าหมายไม่ราบรื่นในการทำงาน”


    “ทางเรารับทราบแล้ว”


    รูปภาพใบหน้าของแอชเชอร์ถูกเหล่าคนสวมชุดคลุมสีดำมองจ้อง ตอนนี้พวกเขาจำเป็นต้องหาทางจัดการแอชเชอร์ให้ได้ แต่การทำลายคงไม่สามารถใช้งานระดับ A ได้อีกต่อไป เนื่องจากอีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก ทางเดียวที่จะจัดการได้คือใช้ระดับ S เดียวกัน


    “เพิ่มระดับการเฝ้าระวังให้มากขึ้น เขาเป็นคนที่เราจำเป็นต้องรีบกำจัด”


    จากภารกิจลอบฆ่าหลายครั้งที่ผ่านมาและการลักพาตัวที่พยายามจัดขึ้น ทำให้เหล่าคนสวมชุดเกราะสีดำเชื่อว่าแอชเชอร์น่ากลัวมาก เพราะเขาเฝ้าระวังทุกๆการกระทำ จนแทบไม่เปิดช่องว่างให้เล่นงาน


    “งานทดลองไปถึงไหนแล้ว”


    “นับว่าคืบหน้าไปมาก ตัวทดลองที่เราจับมาค่อนข้างตอบสนองได้ดีเลยทีเดียว”


    เหล่าคนสวมชุดคลุมสีดำหันกลับมาคุยกันเรื่องตัวทดลองที่ได้สร้างขึ้น


    —------------------------


    “เร็วเร็วเร็วเร็ว หากช้ากว่านี้คนที่ต้องการความช่วยเหลือจะตายเอาได้ เร็วเข้า เร็ว~!”


    เสียงร้องตะโกนผ่านระบบสื่อสารของชุดเกราะส่งกระจายไปทั่ว ทำให้เหล่าทหารที่สวมใส่ชุดเกราะมาร์คซิกและมาร์คเซเว่นวิ่งวุ่นพยายามจัดรูปแบบแถวหน้าค่ายเขต G68 เช้านี้ได้เวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องทำภารกิจช่วยเหลือชาวเมืองในส่วนที่เหลือออกมาให้หมด


    “โวว นายมาก่อนฉันอีกเหรอ”


    “สวัสดีครับหัวหน้าแอนเดอร์สัน” แอชเชอร์กล่าวทักทายหัวหน้าหน่วยสเปเชียลโฮล หลังจากแนะนำตัวกันเมื่อวานทำให้เขารู้จักชื่อ


    “ดี เอาล่ะหน้าที่ของนายในวันนี้คือป้องกันทุกคนด้วยอาวุธระยะไกล   ส่วนด้านหน้าฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”


    แอชเชอร์มองหัวหน้าของเขาที่เดินไปหน้าสุดของแถวทหาร เขาจึงกระโดดขึ้นไปเหยียบบนหลังรถหุ้มเกราะที่จะใช้ในการเดินทางช่วยเหลือชาวเมืองในครั้งนี้ 


    “แถวตอนเรียง 4 ทั้งหมดจัดแถว~!”


    คำสั่งดังสะท้อนไปทั่วค่ายทำให้ทหารทั้ง 5 พันนายที่จะเดินทางเข้าช่วยเหลือชาวเมืองจัดแถวตอนเรียง 4 โดยใจกลางแถวที่ถูกขนาบข้างด้วยทหารทั้งสองฝั่งนี้มีรถหุ้มเกราะจำนวน 100 คันที่จะวิ่งเข้าไปในเขตสงคราม ด้านบนรถหุ้มเกราะทั้งร้อยคันมีทหารยืนประจำปืนกลหนัก หนึ่งในอาวุธสิ้นเปลืองที่จะใช้ในการจัดการกับมอนสเตอร์


    เดิมทีกระสุนปืนเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องใช้ชิ้นส่วนมอนสเตอร์ไปจำนวนมากแล้วยังต้องบรรจุฟอสเอนเนอร์จี้เข้าไปเสริมการทำงานของดินปืน หากอยากจะทำให้กระสุนมีความสามารถในการเจาะทะลวงที่มากขึ้นจำเป็นต้องใส่ฟอสเอนเนอร์จี้เข้าไปให้มากเท่าที่จะทำได้


    โดยปืนที่เหล่าทหารใช้บนหลังรถหุ้มเกราะล้วนแล้วถูกยึดติดเอาไว้กับหลังคานั่นเพราะว่าแรงดีดของการยิงมหาศาลไม่แพ้กัน หากไม่มีตัวยึดที่ดีแม้พวกเขาจะสวมใส่ชุดเกราะก็ได้รับความเสียหายได้


    “เดินหน้า~!”


    กลุ่มทหารทั้ง 5 พันเริ่มออกวิ่งด้วยการประกบข้างรถหุ้มเกราะมุ่งหน้าสู่หลุมหลบภัยเป้าหมายที่พวกเขาจะไปในวันนี้คือการช่วยคนออกมาให้ได้ โดยรูปแบบที่ใช้ในการอพยพพลเรือนจะใช้รูปแบบรวดเร็ว จึงต้องใช้งานรถหุ้มเกราะควบคู่ไปด้วย


    หน้าที่ของทหารที่วิ่งขนาบข้างรถหุ้มเกราะที่วิ่งต่อแถวกันยาวเหยียดคือ พวกเขาจะต้องฆ่ามอนสเตอร์อย่าให้มีตัวไหนโจมตีรถหุ้มเกราะ แอชเชอร์ที่ถูกระงับการใช้อาวุธระยะประชิดจำเป็นต้องใช้ธนูในการช่วยเหลือเพื่อเปิดทาง ส่วนด้านหน้านั้นจะมีกลุ่มระดับ A และระดับ S ที่จะบุกทะลวงฝูงมอนสเตอร์


    “แอชเชอร์ได้ยินไหม เราถึงตำแหน่งที่ต้องลงมือแล้ว”


    แอชเชอร์มองจ้องไปด้านหน้าสุดของแถวที่กำลังพุ่งตัวไป ทันใดนั้นมอนสเตอร์มากมายก็ปรากฎตัวออกมาจากซากบ้านเรือน เขาจึงไม่รอช้ารีบทำหน้าที่ในการซัพพอร์ตระยะไกลด้วยการคว้าลูกธนูบรรจุแก๊สยาสลบแล้วขึ้นสายยิงไปด้านหน้าสุด เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์


    หน้าที่ที่พวกเขาจำเป็นต้องทำคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ขบวนของพวกเขาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าให้ได้เร็วที่สุดปลอดภัยที่สุด แอชเชอร์จึงรัวยิงลูกธนูผูกติดกับแก๊สยาสลบเข้าไปในซากบ้านเรือนรอบๆไม่หยุด ถึงแม้แก๊สยาสลบจะไม่สามารถทำอันตรายมอนสเตอร์ได้มาก เพียงแค่เวลาราว 5 นาทีที่ทำให้มอนสเตอร์สลบลงไป พวกเขาสามารถเดินหน้าไปได้ไกลโดยไม่ต้องต่อสู้


    ฟิ้ว~!


    ลูกธนูพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เหล่าทหารที่อยู่บนหลังรถหุ้มเกราะล้วนยิงกระบอกแก๊สไปยังทิศทางต่างๆจนรอบตัวของพวกเขาเต็มไปด้วยควันแก๊สยาสลบ


    โฮก~!


    กร๊าซ~!


    “เร็วเข้า วิ่งต่อไปอย่าหยุด~!”


    หัวหน้าแอนเดอร์สันร้องตะโกนสั่งเป็นระยะๆ เหล่าทหารที่วิ่งตามมาล้วนแล้ววิ่งออกจากแถวไปฆ่ามอนสเตอร์รอบข้างในจุดที่สามารถไปถึงแล้วรีบวิ่งกลับเข้ามาในแถวอย่างรวดเร็ว การลงมือของทหารไม่ใช่แค่ต้องเผื่อขาไปเท่านั้น พวกเขาต้องเผื่อขากลับด้วยเช่นกัน


    ในช่วงเดินทางเข้าไปในเขตที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ แก๊สยาสลบคือสิ่งที่ใช้อำนวยความสะดวก แต่ขากลับพวกเขาไม่มีแก๊ส ถึงมีก็ใช้ไม่ได้ผลเพราะมอนสเตอร์ปรับตัวได้แล้ว สิ่งที่จำเป็นต้องทำในขาเข้าไปเพื่อให้ขากลับปลอดภัยมากยิ่งขึ้นคือ ลดจำนวนมอนสเตอร์ด้วยการฆ่าตัวที่สลบอยู่ข้างทาง


    พิ้ว~! ฉั๊วะ


    “น่ากลัวจริงๆ”


    แอนเดอร์สันมองจ้องไปยังจุดที่แอชเชอร์ยืนพลางแสดงสีหน้าตกใจกับการใช้ธนูของแอชเชอร์ มันดูเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ทุกๆตำแหน่งที่แอชเชอร์ยิงธนูออกไปล้วนต้องมีมอนสเตอร์ตกตาย


    แม้หน้าที่ของเขาจะเป็นการยิงแก๊สยาสลบ แต่หลังจากที่เขายิงแก๊สออกไป ลูกธนูจริงล้วนถูกใช้ฆ่ามอนสเตอร์ข้างทาง จนเต็มไปด้วยศพมอนสเตอร์เกลื่อนกลาด เพียงแค่แอชเชอร์คนเดียวเท่านั้นก็สามารถฆ่ามอนสเตอร์ได้เป็นร้อยตัวได้แล้วระหว่างพวกเขาเดินทางเป็นกลุ่ม


    นอกจากแอนเดอร์สันจะเห็นการฆ่าของแอชเชอร์แล้ว เขายังเห็นการใช้ธนูที่ปืนไม่สามารถทำได้ เช่นการยิงด้วยวิถีโค้งที่แอชเชอร์ใช้ยิงอ้อมตึกไปฆ่ามอนสเตอร์ที่นอนสลบอยู่ด้านหลัง มันเป็นเรื่องบ้ามากที่จะยิงธนูให้วิ่งเป็นเส้นโค้งแบบนั้นไปฆ่าศัตรู



    พิ้ว พิ้ว พิ้ว~!


    เสียงยิงธนูดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลางมีเสียงปืนดังสลับกัน เหล่าทหารที่ใช้ดาบต่างพุ่งเข้าไปฆ่าฟันมอนสเตอร์ที่นอนสลบอยู่ข้างทาง แอชเชอร์ที่หยิบลูกธนูในตะกร้าขึ้นยิงเขาก็มองออกไปรอบข้างพลางยิงอำนวยความสะดวกให้ทีมของเขา


    ซึ่งตอนนี้ลูกธนูที่แอชเชอร์ใช้ไม่ได้มีเพียงแค่ลูกธนู 7 ดาวเท่านั้น หลังรถหุ้มเกราะคันที่แอชเชอร์ประจำมีตะกร้าลูกธนูหลายระดับวางเอาไว้ให้เขาได้เลือกใช้ตามระดับดาวของมอนสเตอร์  การใช้ลูกธนูเป็นหนึ่งในสิ่งที่สิ้นเปลืองเช่นเดียวกัน เขาจึงต้องจำกัดลูกธนู


    แม้แอชเชอร์จะใช้ธนู 7 ดาวฆ่ามอนสเตอร์ได้ก็ตาม แต่การนำเอาลูกธนู 7 ดาวมาฆ่ามอนสเตอร์ 3 หรือ 4 ดาวไม่คุ้ม การที่เขาไม่สามารถเก็บลูกธนูกลับมาได้แบบนี้ทำให้เกิดการสิ้นเปลือง แอชเชอร์จึงขอให้น็อตเตรียมลูกธนูทุกระดับเอาไว้ให้ เขาจะได้ใช้ลูกธนูได้อย่างเหมาะสม แต่นอกจากจะมีลูกธนูระดับดาวเท่ามอนสเตอร์แล้ว ในตะกร้ายังมีสิ่งที่อันตรายอย่างธนูหัวระเบิดเตรียมเอาไว้ให้ด้วย หากแอชเชอร์ใช้งานเขาคิดว่าคงไม่ยากถ้าจะถล่มตึก 3 ชั้นสักหลังให้ถล่มลงมา


    พิ้ว~!


    “ฆ่าทุกอย่างที่ขวางทางอย่าให้เหลือ”


    ฟิ้ว~!


    แอชเชอร์ย่นคิ้ว เขาเป็นฝ่ายหันมองไปยังแอนเดอร์สัน จากลำแสงสีแดงที่เขาเห็นเมื่อครู่นั้น ไม่ใช่สกิลลำแสงดาบอย่างแน่นอน มันจะต้องเป็นสกิลเฉพาะบุคคลเป็นแน่ เนื่องจากว่าการใช้ดาบใหญ่ของแอนเนอร์สันฟาดฟันคลื่นลำแสงไปด้านหน้า มันไม่ได้พุ่งเข้าไปตัดทำลายทุกๆอย่างเหมือนสกิลลำแสงดาบ แต่สิ่งที่มันทำคือระเบิดแตกตัวออกเป็นคมดาบเล็กๆกระจัดกระจายทำลายมอนสเตอร์กลุ่มที่พยายามต่อต้านยาสลบ ด้วยสกิลที่เปิดใช้งานสร้างความสนใจให้กับแอชเชอร์ไม่น้อย มันดูพิเศษมาก เพียงการฟันครั้งเดียวเท่านั้น กลับสามารถสร้างคลื่นดาบเล็กๆได้มากมาย


    “ระบบ ตรวจสอบสกิลเมื่อครู่ได้ไหม”


    [ระบบตรวจพบสกิลเฉพาะชื่อ เบลดสไตร์ท จำเป็นต้องใช้อาวุธดาบใหญ่เท่านั้น]


    “มีขายไหม”


    [ระบบร้านค้ายังคงต่ำเกินไป โปรดเพิ่มระดับเป็น 6 ดาว]


    แอชเชอร์ฉีกยิ้มกว้างจากการตอบคำถามของระบบทำให้เขารู้ว่าสกิลนี้มีขาย อย่างไรก็ตามเขายังไม่ได้เป็นผู้ใช้งานดาบใหญ่ สิ่งที่เขาใช้ตอนนี้คือขวาน แอชเชอร์จึงจดจำไว้เผื่อเป็นแนวทางต่อไป


    ตู้ม~!


    แอนเดอร์สันเหลือบมองหลังเล็กน้อย เขาอยากรู้ว่าการโจมตีที่เกิดขึ้น 5 ครั้งที่ผ่านมา แอชเชอร์คิดเห็นอย่างไร เขาแสดงท่าทางบ้างหรือไม่กับความอลังการของสกิลและความแปลกประหลาด ทันใดนั้นเขากลับเป็นฝ่ายตกใจแทนเมื่อเห็นแอชเชอร์ง้างสายธนูแล้วยิงธนูออกไปพร้อมกันถึง 5 ดอก พวกมันทั้ง 5 ล้วนแล้วเสียบทะลวงเป้าหมายก่อนจะระเบิดกระจายธาตุน้ำแข็งเกาะกุมทุกๆอย่างในบริเวณการโจมตี


    “ให้ตายสิ มันไปฝึกยิงธนูมายังไงถึงได้สกิลนั้นมากัน”


    แอนเดอร์สันถอนหายใจพลางตวัดดาบฆ่ามอนสเตอร์เบื้องหน้า พลางใช้พละกำลังที่มากกว่าชุดเกราะของคนที่อยู่ด้านข้างทำลายสิ่งกีดขวางไม่ให้ขบวนการเดินทางของพวกเขาติดขัด กระทั่งการวิ่งมาตลอด 1 ชั่วโมงของพวกเขาเข้าใกล้ศูนย์หลบภัยที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนี้เองนั้น คำสั่งหยุดจากเอนเดอร์สั่นก็ได้ร้องตะโกนก้องจนทุกๆคนหยุดเคลื่อนไหว


    “นั่นมันอะไรกัน”


    สายตาของทุกๆคนมองจ้องไปยังยอดตึกที่ครอบทับศูนย์หลบภัยเอาไว้ ตอนนี้พวกเขากำลังตกใจกับสิ่งที่มองเห็น โดยสิ่งๆนั้นเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขาออกมามากมายปกคลุมตึกจนมองไม่เห็นด้านใน บนยอดของตึกที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์ไม้มีดอกไม้สีแดงขนาดใหญ่กำลังเบ่งบาน หากว่ามันเป็นดอกไม้ธรรมดาพวกเขาจะหลงไหลไปกับมัน แต่ฟันที่ติดอยู่ตามกลีบดอกไม้ทำให้พวกเขาไม่มีทางจะหลงไปกับรูปลักษณ์ 


    “หัวหน้า เครื่องตรวจสอบพบว่ามันเป็นมอนสเตอร์ 8 ดาว”


    ใบหน้าของทหารเริ่มแสดงออกถึงความวิตก แอชเชอร์ยิ่งวิตกหนักเพราะว่าตำแหน่งที่มอนสเตอร์อยู่มีสัญญาณชีวิตพลเรือนมากมาย เขาไม่สามารถใช้งานระบบ 1-1 ได้จำเป็นต้องใช้งานพลังของชุดเกราะเท่านั้น


    “ เปิดใช้งานรูปแบบโจมตีรอบด้าน”


    ทหารเริ่มเคลื่อนขบวนเข้าปิดล้อมตึก จากความทรงจำของแอชเชอร์ต้นไม้นี้เคยปรากฎมาหลายครั้ง มันเป็นมอนสเตอร์ 8 ดาวที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากแต่มีความเร็วในการฟื้นฟูที่น่ากลัว ถึงอย่างนั้นมันก็มีจุดอ่อนที่ใหญ่มากเช่นกัน หากเขาโจมตีไปยังจุดอ่อนนั้นได้ ร่างขนาดใหญ่ของมันจะแห้งเหี่ยวตายทันที แต่กว่าจะไปถึงตำแหน่งจุดอ่อนของมันนี้ เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะตายก่อนหรือเปล่า


    “รายงานฐาน เราพบมอนสเตอร์ระดับ 8 ดาว” 


    แอนเดอร์สันขอคำสั่งด่วนจากค่ายทหาร เขาจำเป็นต้องรู้จุดอ่อนของสิ่งๆนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อจัดการมัน ระหว่างที่สัญญาณสื่อสารของแอนเนอร์สันส่งกลับไปยังฐาน ทหารก็ได้วิ่งนำเครื่องสแกนออกมาตั้งพลางรอให้ฐานส่งผลการสแกนกลับมาบอกพวกเขาเกี่ยวกับจุดอ่อนสิ่งที่อยู่ตรงหน้า