เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    ตอนที่ 30 การเดินทางที่ไม่เอ่ยคำจากลา

            เมื่อจากลาที่ไม่อยากจะเอ่ยคำลาก็มาถึงเล่อเยียนจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ ที่นอนผ้าห่มของเธอภายในห้องพักให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ยกออกมาตรงห้องโถงเพื่อให้กับพี่ชายของเธอพูดถึงหน้าหนาวสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เงินหากแต่เป็นข้าวของเครื่องนุ่งห่มเพราะระยะเวลาของฤดูหนาวนั้นกินเวลาพอสมควรหากเธอจำไม่ผิดในยุคที่มีค่ายปัญญาชนนี้จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากกับภัยพิบัติครั้งนี้ รวมไปถึงความอดอยาก ความยากไร้มีมากขึ้น บางคนหนาวตาย บางคนอดอาหารตายเธอไม่สามารถที่จะช่วยชีวิตของทุกคนได้ แต่เธอก็อยากจะช่วยชีวิตคนที่รักและเป็นห่วงเธอให้ได้มากที่สุด

            เล่อเยียนหยิบสบู่ยาสระผม ยาสีฟัน เอาไว้ให้กับสองสาวรวมไปถึงเครื่องปรุงต่างๆ น้ำตาลทราย 2 ชั่ง ในยุคนี้ถือว่าขาดแคลนค่อนข้างมากเพราะมีราคาแพง เธอนำเอาข้าวสารออกมาไว้ให้เพื่อนเป็นจำนวน 5 ชั่งแป้งอเนกประสงค์ 10 ชั่ง จริงๆเธออยากจะหยิบออกมาให้มากกว่านี้แต่ด้วยปริมาณที่จำกัดของอาหารในยุคนี้และจะได้ไม่เป็นที่สงสัยมากจนเกินไปจึงจำเป็นต้องให้ได้เพียงเท่านี้

            "ฉันจะไม่พูดจากลาเพราะมั่นใจว่าเราคงจะได้เจอกันอีกเมื่อถึงปักกิ่งฉันจะเขียนจดหมายมาบอก รวมไปถึงตอนที่คลอดเจ้าถั่วเขียวนี้ด้วยขอบคุณสำหรับมิตรภาพในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่มอบให้ฉันรู้สึกทราบซึ้งใจมากรวมทั้งในยามเจ็บป่วยที่ดูแลฉันอย่างดี"

            พวกเธอไม่ใช่แค่เพื่อนแต่เป็นเหมือนคนในครอบครัวของฉันฉันไม่อยู่อย่ายอมให้ใครมาเอาเปรียบได้ฉันเชื่อว่าพวกเขาคงจะหาคนมาอยู่แทนฉันแน่นอนรักษาผลประโยชน์ของตัวเองฝากดูแลพี่ชายของฉันด้วยเขาไม่เคยทำงานหนักมาก่อนอาจจะยากสำหรับเขาในช่วงแรกแต่ฉันเชื่อว่าเขาทำได้ไม่ต้องไปส่งฉันถึงในเมืองหรอกส่งแค่นี้ก็พอให้เหมือนกับว่าฉันไปธุระไม่ได้จากไปไหน" เล่อเยียนฝืนยิ้มทั้งที่ในใจเธอวูบโหวง สำหรับเธอแล้วที่นี่เหมือนบ้านของเธอไปแล้วเพราะตั้งแต่ที่เธอมาถึงที่นี่คือสถานที่แรกที่เธอได้สัมผัส

            " เธอก็...ดูแลตัวเองและหลานในท้องของฉันให้ดีๆ นะให้เขากินอิ่มนอนหลับเธอห้ามเครียดเด็ดขาดหลานฉันออกมาจะได้อารมณ์ดีดีฉันได้ยินข่าวมาว่าที่ปักกิ่งสถานการณ์เลวร้ายมากเธอต้องระวังตัวให้มากๆไม่จำเป็นอย่าออกไปไหน"

            ฉันจำไม่ได้แล้วว่าจะพูดอะไรในหัวฉันมีคำพูดมากมายที่อยากจะบอกแต่พอเห็นหน้าเธอฉันก็จุกจนพูดไม่ออกหือออ หือออ เธอต้องอย่าลืมฉันนะ ฉันขอโทษที่เมื่อก่อนพูดจาไม่ดี หือออออ"หม่ายวี่ไท่คนที่ดูเหมือนจะเป็นคนแข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้เธอกลับอ่อนแอที่สุดเธอกลั้นน้ำตาไม่ได้จริงๆ

            " อาเยี่ยน ... ต่อไปนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วจะทำอะไรขอให้คิดถึงลูกในท้องให้มากๆ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันฉันรู้เธอเป็นคนเก่งคงไม่ต้องบอกอะไรมากเรื่องในอดีตถ้ามันทำให้บั่นทอนจิตใจก็ลืมๆ มันไปแล้วเริ่มต้นใหม่ถึงปักกิ่งก็เขียนจดหมายมาหาพวกเราบ้างออกจากค่ายนี้ไปเมื่อไหร่ฉันกับอาไท่จะหาเวลาไปเยี่ยม

            ส่วนพี่ชายหลี่ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราจะดูเขาให้เพราะเขาก็เหมือนพี่ชายของพวกฉันเหมือนกันคุณหยางคะฝากดูแลเล่อเยียนด้วยเธออาจจะรั้นไปบ้างแต่เธอเป็นคนมีเหตุผลค่ะ คุณต้องใจเย็นๆกับเธอให้มากๆ นะคะ " หมี่เมี่ยนเองก็พูดไม่ออกสมองเธอตื้อไปหมดทั้งๆที่เธอเรียบเรียงคำพูดที่จะบอกทั้งคืนแทบไม่ได้นอน

            " ผมสัญญาครับ " หยางหมิงรับปากน้ำเสียงหนักแน่น

            " ไม่ต้องเป็นห่วงพี่ เธอคิดว่าพี่เป็นเด็ก 3 ขวบหรือไงกันถึงต้องให้เพื่อนเธอมาคอยดูแลพี่ชายเธอแกร่งกว่าที่เธอคิดนะ"

            ฝากดูแลหลานน้อยของพี่ด้วยบอกเขาทุกวันว่าลุงฮ่าวตูรักเขามากขอให้เขาเป็นเด็กดีอย่าดื้อจนแม่กินอะไรไม่ได้จะแย่เอาน้องสาวของพี่โตพอที่จะเป็นแม่คนแล้วพี่ก็หายห่วงเมื่อถึงปักกิ่งก็ปรับความเข้าใจกับพ่อซะรู้ใช่ไหมว่าท่านรักน้องมาก

            พี่อยู่ที่นี่จะใช้ชีวิตให้ดีไม่ปล่อยให้ตัวเองอดอย่างแน่นอนเดินทางครั้งนี้อาจจะลำบากสำหรับน้องอยู่ใกล้ๆ หยางหมิงไว้เขาปกป้องน้องได้อย่าเชื่อคำพูดของใครง่ายๆ จนชักศึกเข้าบ้านตนเอง

            ฉันขอฝากน้องสาวของฉันด้วยนายรู้ใช่ไหมว่าเธอคือดวงใจของคนทั้งบ้านหากวันไหนที่นายเบื่อหน่ายไม่รักใคร่เธอ ไม่อยากดูแลเธอแล้วขอนายอย่าได้รำคาญขับไล่ไสส่งเธอแต่ให้นายเพียงแค่นำเธอส่งกลับคืนมายังตระกูลหลี่ของเรา" ฮ่าวตูจ้องตาเพื่อนเพื่อบอกให้รู้ว่าทุกคำที่เขาพูดจงจำใส่ใจ

            " ฉันให้สัญญาไม่มีวันที่เธอจำเสียใจ ฉันจะรักและให้เกียรติเธอเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของฉันด้วยเกียรติของฉัน ฉันสัญญา"หยางหมิงเฉิงไม่หลบสายตาแต่ยังประกาศให้คำมั่นสัญญากับพี่ชายของหลี่เล่อเยียนหนักแน่น

            " นี่เป็นเงินที่ฉันและเพื่อนหามาได้ในช่วงวันหยุดพี่เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินนะคะฉันยังมีหยางหมิงคอยดูแลแต่พี่อยู่ไกลบ้านให้ฉันได้เดินทางอย่างสบายใจเถอะนะคะ" เล่อเยียนยื่นเงินจำนวน 50 หยวนให้กับพี่ชายถึงจะไม่มากถ้าเทียบกับที่เธอมีแต่สำหรับเขามันมากมายจนแทบรับไม่ได้แต่พอเห็นสายตาอ้อนวอนของน้องสาวเขานั้นแทบจะเข้าไปกอดรั้งไม่ให้เธอไป

            " นายรับไว้เถอะเธอจะไม่ลำบาก" หยางหมิงเฉิงแทบจะไม่เชื่อหูของตัวเองที่เธอเรียกชื่อเขาอย่างสนิทสนมครั้งแรกอย่างน้อยๆ ในตอนนี้เธอก็ได้เปิดใจยอมรับให้เขาได้ดูแลบ้างแล้วล่ะ

            ฮ่าวตูพยักหน้าพร้อมกับรับเงินในถุงผ้ามาจากมือของน้องสาวเขาไม่ได้เปิดดูว่าในถุงนั้นมีเงินอยู่เท่าไหร่แต่เขาจะไม่มีวันใช้เงินจำนวนนี้แน่นอนเขาจะเก็บไว้ให้หลานน้อยถั่วเขียวของเขายามเมื่อเขากลับไป

            " ไปกันเถอะ "หยางหมิงรับกระเป๋าผ้ามาจากหลี่เล่อเยียนพร้อมกับเดินนำเธอออกจากรั้วบ้านไปเธอไม่ได้ไปร่ำลาใครให้มากพิธีเพราะไม่อยากจะตอบคำถามใครให้เป็นขี้ปากชาวบ้าน

            หลังจากที่เดินมาได้ครึ่งทางหยางหมิงก็พาเธอหยุดพักเพราะกลัวจะกระทบต่อลูกในท้องเธอตอนนี้เวลา 05:00 น. ยังเช้าอยู่มากตั๋วเที่ยวแรกคือ06:30 น.เดินทางอีกประมาณชั่วโมงหนึ่งก็น่าจะถึงในเมืองแล้วพักสักหน่อยคงไม่เป็นไร

            " คุณนั่งพักหน่อยเถอะครับ หิวหรือยัง"เขาถามเธอออกไปแต่ถ้าหากเธอตอบว่าหิวเขาก็คงจะจนปัญญาเพราะไม่ได้เตรียมอาหารเช้ามาด้วยตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขามาอาศัยหิ้วท้องกินอาหารที่บ้านเธอนี่นา

            " ถ้าฉันบอกว่าหิวคุณมีอะไรให้ฉันกินหรือคะ "เล่อเยียนนึกขำดูก็รู้ว่าเขามาตัวเปล่า

            " คุณรอผมตรงนี้ก่อนเดี๋ยวผมเดินไปหมู่บ้านข้างหน้าเผื่อมีอะไรให้คุณกินรองท้อง" เขารีบลุกขึ้นยืนทันทีจะปล่อยให้คนท้องหิวไม่ได้เด็ดขาด

            " ฉันล้อเล่นนะคะ เราเดินทางกันต่อเถอะเช้าขนาดนี้ฉันกินอะไรไม่ลงหรอก"เธอรับกระบอกใส่น้ำดื่มจากเขามาดื่มแต่เธอไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าไม่หิวน้ำหลังจากเธอดื่มเสร็จเขาก็รับมันไปดื่มบ้าง ทำไมเขาถึงไม่พกมันมาสองอันนะ ฮึ่ยละทำไมต้องหน้าเห่อร้อนขนาดนี้ วันนี้อากาศร้อนแต่เช้าเลยหรือเนี่ย

            " คุณร้อนหรือครับ " หยางหมิงสงสัยกับท่าทางของเธอที่จู่ๆก็ยกมือขึ้นมาพัดหน้าคล้ายกับอากาศร้อนเขาคิดว่าเช้านี้อากาศเริ่มเย็นลงเล็กน้อยแล้วนะ

            " ค่ะ เดินมาไกลขนาดนี้ไม่ร้อนสิแปลก "เล่อเยียนพูดแค่นั้นก็สะบัดตูดเดินนำไปเลย

            นี่เขาทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่านะเมื่อกี้เธอยังดีดีอยู่เลย หรืว่าเธอจะเหนื่อยเกินไปเลยโมโหจนหน้าแดง

            06:00 น.ทั้งสองคนก็มาถึงยังสถานีรถไฟหยางหมิงให้เธอนั่งรอเขาตรงนี้จากนั้นก็เดินไปซื้อข้าวห่อเนื้อย่างมา 4 ห่อ กล้วย 4 ลูก ส้ม 4 ลูกแอปเปิล 5 ลูกคนขายบอกเขาว่าคนท้องต้องกินผลไม้เยอะๆเขาไม่รู้ว่าเธอชอบกินอะไรจึงซื้อมาทั้ง 3 อย่าง

            " คุณเหมาอะไรมาเยอะแยะคะ "เล่อเยียนที่เห็นเขาเดินมาพร้อมกับหอบถุงใส่ของมารุงรังเลยอดถามไม่ได้

            " ของบำรุงคุณน่ะ รีบกินเถอะได้เวลาอาหารเช้าแล้วกินตั้งแต่ที่นี่อย่าไปกินบนรถไฟเลย "เล่อเยียนไม่เข้าใจทำไมถึงกินบนรถไฟไม่ได้แต่ก็เหนื่อยจนขี้เกียจจะพูดออกไปเพราะรู้สึกว่าเธอเริ่มจะหิวจริงๆ นั่นแหละ

            ไม่รู้เธอคิดไปเองหรือเปล่าแต่ทุกครั้งที่เธอพูดคุยหรือได้ยินเสียงเขาเธอจะรู้สึกอบอุ่นในใจมันก็ไม่แปลกหรอกมีหนุ่มหล่อหน้านิ่งเป็นเป้าสายตาของใครต่อใครมาเอาใจใส่ขนาดนี้ใครจะไม่หวั่นไหวบ้างเธอไม่ใช่ก้อนหินนะที่จะแข็งทื่อจนไม่รู้สึกอะไรเลย

            " คุณก็ทานด้วยกันซิคะ ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก "เล่อเยียนเนียกให้เขามานั่งกินกับเธอด้วยเพราะตอนแรกดูท่าทางเขาจะรอให้เธอกินก่อน

            " อืม " ว่าง่ายแบบนี้ก็เป็นเหมือนกันแฮะ

            เล่อเยียนเธอเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทำไมเขาถึงบอกให้เธอกินอาหารตั้งแต่อยู่ที่สถานีเพราะตอนนี้เธอแทบจะไม่อยากลืมตาทำอะไรเลยมันไม่นิ่มเหมือนรถไฟสมัยของเธอเลยตอนนี้เหมือนเธอกำลังผจญภัยในแดดอวกาศยังไงยังงั้นแหละเธอใช้เวลาปรับตัวสักพักเริ่มดีขึ้นเดินเป็นเวลานานๆผู้หญิงท้องอ่อนอย่างเธอเริ่มจะเพลียและต้องการนอนพักเธอจึงแอบงีบเอาหัวพิงหน้าตาของรถไฟแรกๆเธอเกร็งคอแทบเคล็ดเพื่อไม่ให้หัวกระแทกกับขอบหน้าต่างรถไฟแต่สักพักรู้สึกว่ารถไฟจะขับนิ่มขึ้นเพราะเธอไม่รู้สึกเจ็บหัวอีกแล้ว

            " อืม สบายจัง"หยางหมิงมี่ทนดูหัวของภรรยาโขกกับขอบหน้าต่างรถไฟไม่ไหวเมื่อคิดว่าเธอคงจะหลับไปแล้วจึงใช้มือโอบหัวเธอให้มาพิงไหล่ของเขาพร้อมจัดท่าทางให้เธอนอนในท่าที่สบายที่สุดเขาตั้งใจว่าเดินทางครั้งนี้จะไม่รีบเร่งจนเกินไป เมื่อถึงจุดสิ้นสุดของสายรถไฟจะหาที่พักตามโรงแรมเพื่อให้เธอนอนพักก่อน เช้าของอีกวันค่อยออกเดินทางอาจจะช้ากว่ากำหนดไปบ้างแต่เขากลัวเธอจะอ่อนล้าจากการเดินทางมากเกินไปลำพังแค่เธอแพ้ท้องเวลาได้กลิ่นของผู้โดยสารร่วมขบวนเขาก็สงสารเธอจับใจใจคอลูกของเขาจะแกล้งแม่ต้องแต่ยังไม่ลืมตามาดูโลกเลยหรือยังไงกันนะสงสัยออกจากท้องแล้วจะต้องสั่งสอนซะหน่อยแล้วล่ะ

            " อือ...ปวดตัวจังเลยค่ะ "เล่อเยียนรู้สึกไม่สบายตัวเอาซะเลยทำไมการคมนาคมขนส่งถึงล้าหลังขนาดนี้นะ

            " ทนหน่อยนะครับอีกสักพักจะได้พักแล้ว "เล่อเยียนรู้สึกว่าเสียงเขาทำไมอยู่ใกล้หูเธอจังเลยจึงลืมตาขึ้น พอมองชัดๆ เต็มตาจึงรู้ว่าเธอนั้นได้เอาหัวพิงไหล่กว้างของเขาอยู่ถ้าจะเรียกให้ถูกคือเขากำลังโอบกอดเธอด้วยมือข้างเดียวแล้วหัวเธอก็ซบกับไหล่เขาอยู่พอเงยหน้าขึ้นก็ปะทะกับคางของเขาที่ตอนนี้มีหนวดขึ้นเป็นตอๆ เขียวๆ งือออออ...ทำไมใจสั่นขนาดนี้เกิดมาพึ่งเคยใกล้ชิดกับผู้ชาย

            หยางหมิงรู้สึกขำกับท่าทางของคนแกล้งหลับแต่ไม่ยอมลุกเขาจึงแกล้งโอบกอดเธอแน่นขึ้นให้หัวของเธอมาซบตรงอกของเขารอไม่นานเธอก็ดิ้นละแสร้งเป็นเพิ่งตื่น

            " อะ อืม... ถึงไหนละคะ "คนแกล้งหลับแสร้งทำอาการงัวเงียขยี้ตาไปด้วยน่ามันเขี้ยวจริงๆ

            " ใกล้จะถึงตัวมณทลแล้วครับคืนนี้เราจะหาโรงแรมพักกันที่นี่พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อนะครับ "หยางหมิงบอกเธอก่อนเพราะกลัวว่าเธอจะหาว่าเขาไม่ยอมบอกอะไรเลย

            " ดีเหมือนกันค่ะ ฉันรู้สึกเหมือนเอวจะหลุดยังไงไม่รู้ "เธอรู้สึกปวดเมื่อยราวกับคนแก่

            คนฟังตาโตเป็นห่วงว่สเธอกับลูกจะไม่ปลอดภัยไวกว่าคำพูดเขารีบเอามือไปจับตรงท้องน้อยเธอแต่รถไฟเบรกเพราะใกล้จะเข้าชานชาลาพอดีเลยทำให้มือของเขาไปจับตรงส่วนที่ไม่ควรจับ

            เพี๊ยะหน้าหยางหมิงหันตามแรงตบ สมควรแล้วล่ะที่เขาจะโดนตบ

            " ฉันไม่เล่นนะคะ " เล่อเยียนตกใจมากแต่มือเธอไปไวกว่า

            " ผมขอโทษครับผมแค่จะจับดูท้องของคุณเพราะกลัวจะเกิดอันตรายไม่คิดว่ารถไฟจะเบรก"หยางหมิงหน้าแดงเพราะแรงตบ แต่ตรงหูสองข้างที่แดงนั้นก็ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน

            " ฉันไม่เป็นไรค่ะแค่บ่นเฉยๆคราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะคะห้ามแตะต้องตัวฉันถ้าหากว่าฉันไม่อนุญาต "เล่อเยียนขู่เสียงเขียวเธอไม่ขอโทษเขาด้วยที่ตบไปเพราะคิดว่าสมควรโดนแล้วใช้ได้ที่ไหนมาจับน้องสาวเธอ หมดกันความบริสุทธิ์ของเธอ (หล่อนท้องละจ้ะ)

            "ครับ "หยางหมิงเกาหัวแก้เก้อนี่ขาทำอะไรลงไปไม่เหลือคราบของนายทหารยศผู้พันแล้วล่ะถ้าจะกลัวเมียขนาดนี้

            " ลุกขึ้นสิคะถึงแล้วไม่ใช่หรือ ฉันอยากจะออกไปเดินยืดเส้นยืดสายแล้วละค่ะ" เล่อเยียนบอกเสียงดังลึกๆ แล้วเธอก็เขินแหละแต่โมโหกลบเกลื่อน

            " เดินระวังๆ นะครับ"หยางหมิงลุกขึ้นแต่เดินถอยหลังเปิดทางให้เล่อเยียนเดินนำเขาไปก่อนคอยระวังหลังให้เธอไม่ให้ใครมาเดินเบียดจนหกล้มเอาง่ายๆ

            " เราจะพักกันที่ไหนคะ "เล่อเยียนขมวดคิ้วเพราะตอนนี้เริ่มจะมืดแล้วเธอจะไปหาที่พักมาจากไหนกัน

            " ตรงนั้นครับผมเคยมาพัก"หยางหมิงถือวิสาสะจับแขนเธอเดินเพราะตอนนี้คนลงกันมาค่อนข้างเยอะเดินเบียดกันกลัวพลัดหลงเอาง่ายๆ

            " เคยมากับสาวละสิ ชิ" เล่อเยียนแอบบ่นเบาๆ

            " มาทำภารกิจครั้งที่แล้วน่ะครับไม่เคยพาผู้หญิงที่ไหนมาหรอกคุณสบายใจได้"หยางหมิงพูดพร้อมกับกระชับมือที่จับแขนเธอให้เธอมั่นใจเขาได้สมัยนี้จะมาเดินจับมือกันเห็นทีจะโดนชี้หน้าด่าประจานทั่วบ้านทั่วเมืองยิ่งเธอกับเขายังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันก็ยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่งพอหลุดพ้นในที่คนพลุกพล่านเขาก็ปล่อยแขนเธอทันที

            " ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ " เล่อเยียนหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันทีอิตานี่หูดีชะมัดขนาดคนยังกับหนอนยังได้ยินเสียงเธออีก

            " ผมก็แค่พูดเฉยๆ น่ะครับ " หยางหมิงยิ้มมุมปากตลกกับท่าทางของเธอเดี๋ยวหน้าแดงเดี๋ยวหน้าโหดเขาตามอารมณ์เธอไม่ทันจริงๆ นั่นแหละ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข ที่คุณอ่าน