“หมิงป๋าย เกิดวันที่ 31 เดือน 7 ปี…”
“ชอบกินปิ้งย่าง”
“ซุนหยวน เกิดวันที่ 6 เดือน 5 ปี…”
“เกลียดไส้กรอก”
“ปังเจิ้น เกิดวันที่ 24 เดือน 12 ปี…”
“ดูดบุหรี่วันละไม่เกินสามมวน”
“เจียงหยา…”
“...”
โดยไม่รอช้า ไต๋จุนหยิบยกความชื่นชอบส่วนตัวหรือนิสัยส่วนบุคคลขึ้นมา
หมิงป๋าย,ซุนหยวน,ปังเจิ้น,เจียงหยา
ทั้งสามคนต่างฟังอย่างเหลือเชื่อ
นี่ไม่ใช่สิ่งที่มีเพียงอดีตเจ้านายของพวกเขาเท่านั้นที่รู้เหรอ?
หรือว่ากษัตริย์แมรี่ฮาร์ดได้ไปสืบเรื่องราวของพวกเขามา?
เท่านั้นล่ะ-
ทุกคนส่ายหัวปฏิเสธความคิดนี้
กษัตริย์แมรี่ฮาร์ดจะลงทุนทําแบบนั้นไปเพื่ออะไร?
ดังนั้นความจริงและคําตอบจึงมีเพียงหนึ่งเดียว
นั่นคือกษัตริย์แมรี่ฮาร์ดเป็นท่านประธานไต๋ของพวกเขาจริงๆ!
แต่
นี่มันจะเป็นไปได้ยังไง?
คนๆหนึ่งสามารถเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ในเวลาไม่กี่วัน?
เกรงว่าต่อให้เป็นพระเจ้าก็คงจะทําแบบนั้นไม่ได้!
แค่นั้นแหละ-
ไต๋จุนเดินมานั่งที่โต๊ะแล้วพูดด้วยท่าทีที่ทุกคนคุ้นเคยว่า
“มานั่ง”
“แล้วเชิญดื่มตามที่พวกคุณต้องการ”
“กาแฟ,ชา สามารถบริการตัวเองได้!”
วินาทีต่อมาหมิงป๋ายและคนอื่นๆที่ยากจะยอมรับในสถานการณ์ก็ไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากเดินไปนั่ง
แต่พวกเขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร
เพียงแค่พวกเขารู้สึกแปลกๆและเต็มไปด้วยความเงียบกันทุกคน
ชายหนุ่มคนนี้ กษัตริย์แมรี่ฮาร์ด…
เป็นท่านประธานไต๋ อดีตเจ้านายของพวกเขาจริงๆเหรอ?
“ท่านประธานไต๋ นั่นคุณจริงๆเหรอ?”
หมิงป๋ายตัดสินใจถามในที่สุด
เขาสงสัยมานานแล้วว่าทําไมตอนรับชมผ่านสื่อเขาและคนอื่นๆถึงได้รู้สึกคุ้นเคยเสียงของกษัตริย์แมรี่ฮาร์ดนัก
เจียงหยาและคนอื่นๆก็เงี่ยหูฟังรอคําตอบเช่นกัน
ทั้งหมดนั้นมีความคิดแบบเดียวกับหมิงป๋าย
นั่นคือพวกเขาแค่ต้องการคํายืนยันจากชายหนุ่มอีกครั้ง
“ใช่ ฉันประธานไต๋”
“อดีตเจ้านายของพวกคุณ”
“พอใจรึยัง?”
ได้ยิน
ไต๋จุนก็พยักหน้ายืนยันโดยไม่ต้องรอให้มีคําถามใดๆเพิ่ม
บูม!
หมิงป๋ายและคนอื่นๆที่ได้รับคําตอบก็พลันเต็มไปด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจ
เป็นท่านประธานไต๋ของพวกเขาจริงๆ
แต่การกลับมาครั้งนี้นั้นน่าตกตะลึงเกินไป
พวกเขาจึงทําได้เพียงสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วค่อยๆพ่นมันออกมา
ก่อนจะยิ้มเหมือนกันทุกคนว่า
“ท่านประธานฉันไม่คิดเลยจริงๆว่ากษัตริย์แมรี่ฮาร์ดจะกลายเป็นคุณ!”
“นั่นสิ หรือว่าการล้มละลายเองก็เป็นหนึ่งในแผนของคุณด้วยโหมดธรรมดาน่ะ…”
“ว่าแต่ครั้งนี้ท่านประธานเรียกพวกเรามามีอะไรเหรอ เพราะด้วยตัวตนของคุณมันก็ไม่น่าจะมีเรื่องอะไรที่พวกเราสามารถช่วยได้?”
“...”
ในสายตาของพวกเขา
ตอนนี้ประธานไต๋คนก่อนได้ถูกแทนที่ด้วยตัวตนที่ทรงพลัง
อย่างกษัตริย์แมรี่ฮาร์ดไปแล้ว
เช่นนี้ยังมีอะไรที่คนระดับนี้ทําไม่ได้อีก?
“ก็ไม่มีอะไรมาก”
“ที่ฉันเรียกทุกคนมาก็เพราะฉันจะยื่นโอกาสให้”
“โอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตระดับที่พวกคุณจะต้องตกใจว่าไง สนใจไหม?”
ฟังทุกคน
ไต๋จุนก็ยักไหล่
มองไปยังพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
“โอกาส?” หมิงป๋ายและทุกคนเลิกคิ้ว
ใครในที่นี้ล้วนไม่เข้าใจบ้างว่าโอกาสที่กษัตริย์แมรี่ฮาร์ดนั้นมอบให้ไม่ใช่โอกาสธรรมดาสามัญ?
บูม!
โดยไม่ต้องคิดพวกเขารีบพยักหน้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
“พวกเราจะไม่สนใจได้ยังไง?”
“อืม งั้นก็ดี!”
ไต๋จุนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตวงเงินไม่จํากัด
เป็นจํานวนสี่ใบ ยื่นมันออกไปแล้ววางลงบนโต๊ะ
หมิงป๋ายและทุกคนที่เห็นก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ
หรือจะเป็นไปอย่างที่พวกเขาคิด…
การตอบแทนบุญคุณที่เหมือนกับนิยายในตํานาน?
บูม!
ทันใดนั้นนํ้าลายของพวกเขาก็สาดกระจายออกมา!
“ท่านประธาน เราจะรับมันไว้ได้ยังไง?”
“ใช่ เราไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลยมีแต่คุณที่เป็นฝ่ายช่วยเรา!”
“นั่นสิ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะ…”
“...”
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอันกอปรด้วยผมและนัยน์ตาหลากสีสัน
เพียงส่ายหัวเบาๆว่า
“พวกคุณจะปฏิเสธไปให้ได้อะไรในเมื่อฉันต้องการให้?”
“ทั้งนี้ไม่ใช่พวกคุณเองเหรอที่ตกลงรับโอกาสจากฉันเมื่อครู่น่ะ?”
“หรือต้องการที่จะกลับคําอย่างกระทันหัน?”
“เอ่อ…” หมิงป๋ายและคนอื่นๆพูดไม่ออกในทันที
พวกเขาล้วนคาดไม่ถึงว่าท่านประธานของพวกเขาจะย้อนกลับพวกเขามาแบบนี้
แล้วตอนนี้จะให้พวกทําอะไรได้นอกจากรับมัน?
เฮ้อ
ทุกคนถอนหายใจแล้วหยิบบัตรเครดิตวงเงินไม่จํากัด กลับไปคนละใบ
โดยที่ไม่กล้าถามด้วยซํ้า ว่าภายในบัตรมีเงินอยู่เท่าไหร่
เพราะ
พวกเขารู้ดีว่าท่านประธานของพวกเขาจะต้องทําให้พวกเขาตกใจอย่างแน่นอน
แล้วแบบนั้นมันจะดีได้อย่างไร?
รับก็รับ อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องเสี่ยงหัวใจวาย…
ต่อมา-
ไต๋จุนได้เข้าเรื่องอย่างเป็นทางการ
ซึ่งนั่นก็คือการดึงหมิงป๋ายและคนอื่นๆมาทํางานในบริษัทของเล่น
โดยที่เขาได้อธิบายคร่าวๆว่าของเล่นจะเกี่ยวกับเกมการ์ด
และทุกคนสามารถรอดูอนิเมะที่เขาจะส่งไปให้ได้เท่านั้น
นอกจากนี้แล้วเขายังได้ทิ้งท้ายไว้อีกด้วยว่าทุกอย่างในอนิเมะจะเป็นความจริง
แน่นอนว่าหมิงป๋ายและคนอื่นๆแม้จะสงสัยก็ทําได้เพียงฝืนไม่ให้ถามออกไป
แล้วบอกลากับท่านประธานของพวกเขาเพื่อแยกย้ายกันกลับไปตามบ้านของแต่ละคน
ท้ายที่สุดแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเขาในวันนี้ มันก็เหมือนกับนิยาย
ที่น่าตกตะลึงและมหัศจรรย์เป็นอย่างมาก
และบางที
พวกเขาก็อาจจะนอนไม่หลับในคืนนี้ก็ได้
…
วันต่อมา
ไต๋จุนทํากิจวัตรประจําวันเช่นเคย
นั่นคือการจําลองและจบลงด้วยผลลัพธ์ที่ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง
เขาจึงได้ไปทานอาหารเช้าร่วมกับทุกคน
ก่อนจะกลับมาคุยกับเอ็ดเวิร์ดเป็นการส่วนตัวว่า
“เอ็ดเวิร์ด”
“นายจงไปซื้อลอตเตอรี่มาจําไว้ว่าทั้งหมดต้องรวมกันแล้วมีมูลค่ารางวัลคือหนึ่งพันล้านหยวน”
“และที่สําคัญคือพวกมันต้องเป็นหมายเลขเดียวกันเข้าใจไหม?”
“...” เอ็ดเวิร์ด
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจ
แต่
งง!
เขางงและเหมือนกับคนโง่ที่ตอนนี้ได้แต่สับสนว่าคนรวยระดับเจ้านายต้องการที่จะทําแบบนี้ไปเพื่ออะไร?
โดยเฉพาะการซื้อลอตเตอรี่หมายเลขเดียวกันให้มีมูลค่ารางวัลรวมหนึ่งพันล้านหยวน…
นี่เป็นเรื่องบ้าบอแบบไหนกัน?
น่าเสียดายที่เขาได้แค่คิดไม่กล้าตะโกนมันออกไป
ไม่อย่างนั้นคงได้รู้แน่ว่าชะตากรรมชีวิตของเขาจะเป็นเช่นไร…
“ตกลงครับ ผมจะรีบไปแล้วก็รีบมา!”
เขารีบพยักหน้าพร้อมกับตบหน้าอกอย่างมั่นใจเหมือนกับทุกที
แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
เวลานี้ ไต๋จุนเลยยิ้มกว้าง
ก่อนที่จะจับคางครุ่นคิดว่า
“ด้วยเงินจํานวนมากขนาดนี้พวกนั้นก็คงที่จะมาใช่ไหม?”
ใช่
พวกคนที่อยู่ในรายชื่อประหารในที่สาธารณะของเขา
ไต๋จุนน่ะ!