“อาหรู... จากนี้ไปข้าจะเชื่อใจเ้า ไม่ว่าเ้าพูดอะไร ข้าจะเชื่อโดยไม่ลังเล...” เขาพูดกับนางที่เอี้ยวหน้ากลับมา ก่อนจะนึกเื่หนึ่งขึ้นได้ คิ้วเรียวเข้มดั่งคันศรชนเข้าหากัน “เ้ารู้เื่รายการสินค้าในร้านของตระกูลซูได้ยังไง?”
“ชาติก่อนข้า... เดียวดายในจวนตระกูลซู ครั้งหนึ่งคุณหนูสี่ให้ข้าไปขายของที่ร้าน ข้าดีใจมาก ข้าคิดอย่างคนโง่เขลาว่าจะได้รับการยอมรับจากท่านแม่ จากคุณหนูสี่ หารู้ไม่ว่าถูกหลอกไปขายไข่มุกปลอมให้กับองค์ชายแคว้นหนาน ตระกูลซูโยนความผิดทั้งหมดให้ข้า ถูกสั่งโบยห้าสิบไม้ ท่านลุงใช้ตำแหน่งขอลดโทษให้ข้าเหลือครึ่งหนึ่ง ข้าถูกโบยปางตาย ถูกขังในคุกหลวงสามเดือน ท่านลุงถูกลดตำแหน่งขุนนาง ไร้อำนาจในราชสำนัก พอข้าออกมาได้ พวกเขาบังคับให้ข้าชดใช้เงินพวกนั้น”
“โชคดีที่ข้ายังมีสินเดิม มีเงินของบิดามารดา ปีแรกพอมีเงินเหลือ ปีที่สองแทบไม่มี ตระกูลซูเอาเงินข้าไปหมด จากนั้นท่านแม่ก็ส่งคนไปสังหารท่านลุงเพื่อไม่ให้เขายื่นมือช่วยเหลือข้าอีก เมื่อข้ากำพร้าพ่อแม่และท่านลุง ตกอยู่ในมือตระกูลซู ไร้ที่พึ่ง...” นางเข่นเขี้ยวกัดฟันเล่าเื่ที่นางไม่เคยพูดถึง เพราะไม่อยากให้ทั้งสองเจ็บแค้นไปกับนาง ป๋ออวี้น้ำตาคลอ สงสารนางยิ่งนัก คุณชายจื่อเศร้าอยู่ไม่นาน นึกถึงเื่ที่พี่ใหญ่ใส่ร้ายนาง จะต้องถามให้แน่
“พี่ใหญ่พูดว่าเ้าเลี้ยงบุรุษไว้ในจวน เป็ความจริงหรือไม่?”
“ท่านจะอยู่ห้องเดียวกับเขาไหมเล่า? ข้าเลี้ยงดูเขาดีมาก อาหารครบสามมื้อ เสื้อผ้าก็ซื้อให้ใหม่ทั้งหมด แต่ว่าเขาไม่ค่อยจะกินนี่สิปัญหา”
“อาหรู!”
ไยนางทำเช่นนี้!
สองนายบ่าวมองนางเป็ตาเดียว ที่ผ่านมานางไม่เคยสนใจบุรุษ ไฉนเลยจะเลี้ยงชายบำเรอได้
คุณหนูหน้าตาเฉยชา สะบัดมือคุณชายออก นางเร่งฝีเท้าเดินเข้าป่ามืดเงียบ เหยียบหญ้าดังกรอบแกรบ คนข้างหลังโวยวายเอาเื่นาง
“เ้าเอาข้าไปไว้ที่ไหน เ้าว่ารักข้า...”
“...”
“เ้าว่าจะแต่งกับข้า”
“แต่งสิ ทำไมจะไม่แต่ง”
“อาหรู มีเื่อะไรก็บอกข้ามาตามตรงเถิด ข้าไม่เชื่อว่าเ้าจะมีใจเป็อื่น”
“ข้าไม่อยากทะเลาะกับท่าน ตอนนี้ข้าจะรีบกลับจวน”
“เช่นนั้นเ้าพาข้าไปพบเขา”
“ได้” นางหันไปตอบคุณชายที่คิ้วตากระตุก หน้าบึ้งตึง โกรธจนควันออกหูแล้ว
มีป๋ออวี้คนเดียวที่รู้ว่าหากบ้านไหนส่งแม่สื่อไปจวนแม่ทัพตระกูลเสิ่น คุณชายอวิ๋นจะตามไปดูทุกครั้ง ขัดขวางได้ก็พร้อมจะทำ ไม่เลือกวิธีการ
ตอนนั้นเขายังเป็ขุนนางใหม่ คุณหนูเสิ่นอายุสิบห้าปีย่างเข้าสิบหกปี ถึงวันหยุดเมื่อไรเขาไม่เคยไปสังสรรค์กับมิตรสหาย ตั้งหน้าปีนกำแพงปีนต้นไม้ ซุ่มดูสถานการณ์ของแม่สื่อที่จะมาทาบทามนางเป็สะใภ้ ต้นไม้รอบจวนอุดมสมบูรณ์และสูงมาก บางครั้งเขาตกลงมาให้บ่าวรับใช้หัวเราะ
แม่สื่อคนแรกเป็มารดาของผู้บัญชาการหนุ่มอนาคตไกล อีกสองคนเป็ญาติสนิทบ้านขุนนางกรมเกษตร ยังมีเศรษฐีพ่อค้าต่างแคว้น คุณหนูปฏิเสธการทาบทาม นางขอให้ท่านลุงช่วยออกหน้า เื่แต่งงานควรตามใจคนแต่ง
กระนั้นบุรุษในต้าฉีก็ยังไม่ยอมแพ้ ส่งจดหมายไปหาท่านรองเสนาบดีเสิ่นหลี่เจี๋ย แม่สื่อทั้งหลายพยายามเข้าหาภรรยาของรองเสนาบดีเพื่อถามเื่หลานสาว จะนัดหมายให้พบกับบุตรชายของตนได้หรือไม่ นางเป็ตัวเลือกที่ดีในกลุ่มคุณชายชนชั้นกลาง ปีนี้นางอายุสิบเจ็ดปี บุตรสาวบ้านอื่นพ้นวัยปักปิ่นอายุสิบห้าปี สิบหกปีก็ออกเรือนแล้ว
อายุเกินกว่านั้นคงจะขายไม่ออก ดีไม่ดีอาจต้องขึ้นเขาไปสวดมนต์คัดตำราสตรีหากไม่ยอมแต่งงานมีสามี ถึงแม้ว่านางจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ต่อให้นางไม่ออกเรือนตอนนี้ เดี๋ยวก็มีคนส่งแม่สื่อมาทาบทามทามนางอีก
เมื่อทั้งสามมาถึงเรือนไม้สวยงาม เดินผ่านบ่อน้ำพุร้อนไป คุณชายอวิ๋นที่ติดตามนางเช่นเงา หัวใจรุ่มร้อนดั่งไฟแผดเผา เขาอยากจะรู้นักว่าบัณฑิตผู้นี้เป็ใคร กล้ามายั่วยวนอาหรูของเขา ถึงขั้นมาพักค้างแรมเรือนข้างเคียงเรือนฉางชุน เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเป็บุตรชายบ้านไหน!
อวิ๋นซีจ้องสตรีข้างกายราวจระเข้หวงไข่ นางเดินนำทางไปยังเรือนไม้สวยงาม
“คุณชายกู้ เป็อย่างไรบ้าง?”
สตรีในชุดขาวสะอาดหยุดยืนข้างกองกระดาษ บนพื้นมีหมึกเลอะเทอะ แท่นหมึกคว่ำแตกกระจาย บ่าวรับใช้มาคอยเช็ดพื้นเรือน ยกชาและขนมเข้ามา บัณฑิตหนุ่มสติไม่ครบถ้วนเพราะอดนอนมาหลายวัน เขาคลานเข้ามาจับชายอาภรณ์ของคุณหนู
“อีกไม่นานก็จะเสร็จแล้วขอรับ เจียวเจียว... จะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวัง...”
“้าผู้ช่วยหรือไม่?”
“คนเดียวก็ไหว... ขอรับ...”
“ไม่ควรรีบร้อน งานจะออกมาไม่ดี ข้า้าผลงานชั้นเลิศไปโอ้อวดในวังหลวง ไปนอนพักเสียหน่อยเถิด”
“คุณหนู...”
บัณฑิตหนุ่มพร่ำเพ้อละเมอหาคุณหนู คุณชายน้อยผู้น่าสงสาร คนมาใหม่ย่อมใ
อวิ๋นซีหน้าตาเกรี้ยวกราด ไม่รู้ชายผู้นี้เสียสติไปแล้วรึไง หากไม่ก้มมองกระดาษและแท่นฝนหมึกให้ชวนสงสัย คุณหนูเสิ่นหันไปเรียกบ่าวมาสองคน
“เรียกบ่าวชายมาพาเขาไปนอนที่เตียง เอาอาหารกับยาบำรุงมาให้เขาด้วย”
“เ้าค่ะ”
สาวใช้สองคนรับคำสั่ง บ่าวตัวโตมาช่วยกันหามบัณฑิตหนุ่มไปนอนบนฟูก เขาดิ้นขลุกขลัก พู่กันในมือถูกบีบจนหัก เหยาเหยาเดินเข้ามาท่าทางรีบร้อน
“คุณชายกู้ไม่กินไม่นอน ฉีกกระดาษมาทั้งวัน เขาดูหัวเสียไม่เหมือนบัณฑิตผู้ปราดเปรื่องเลย เกรงว่าโหมงานหนักไป จะเป็บ้าก่อนเขียนนิยายจบนะเ้าคะ”
“ให้เขาหยุดเขียน ถ้าไม่ยอมก็ผูกไว้กับเตียง เรียกหมอเทวดาหลิวมาฝังเข็มให้เขาหลับ”
พอบ่าวอีกสามคนเข้ามาช่วยกันดูแลบัณฑิตหนุ่ม ไม่ต่างจากว่าเขาเป็เ้านายอีกคนหนึ่งของเรือน ทางคุณชายอวิ๋นโมโหจนตัวสั่น กล้าดียังไง มายุ่งกับอาหรูของเขา!
ป๋ออวี้มีสติมากกว่าชายหนุ่มที่โมโหหวงนางจนหน้ามืดตามัว เขาเห็นบ่าวชายหญิงช่วยกันฉุดกระชากตัวนักเขียนขึ้นมาจากกองหมึกกับพู่กัน เศษกระดาษกระจัดกระจายเต็มห้อง
“ที่แท้คุณหนูก็จ้างบัณฑิตมาเขียนนิยาย เมื่อวานข้าไปจ่ายตลาด เห็นพวกผู้ดีไปรุมร้านน้ำชา ส่งเสียงดังเล่มต่อไปอะไรสักอย่าง ข้าฟังไม่ถนัดนัก”
“ท่านจะพักที่เรือนนี้กับคุณชายกู้ก็ได้ พื้นที่กว้างขวางมาก มีห้องหับมากกว่าสามห้อง ก่อนข้าจะแต่งกับคุณชายอวิ๋น ข้าเตรียมแผนรับมือกับตระกูลซูเอาไว้แล้ว รับรองพวกเขาจะต้องโกรธจนเป็บ้าแน่ ๆ” พูดจบ นางหันไปบอกป๋ออวี้ให้เลือกห้องพักของตนตามใจชอบ ส่วนเื่เสื้อผ้าก็สั่งการบ่าวชายสองคนถือให้เขามาวัดตัวชายวัยห้าสิบอย่างรู้งาน