จริงๆแล้วข้าเป็น...เทพ

    ฝึกทหารเสร็จแล้ว

           หลินเดินหน้าเข้าไปใกล้กริชโบราณจากนั้นยื่นมือออกไปหยิบมันขึ้นมาเบาๆ


           เขามองพิจารณามันเล็กน้อยจากนั้นก็กล่าวภายในใจว่า"อืม...อาวุธวิเศษระดับเซียนปฐพีอย่างงั้นหรอ ไม่เลวๆ"หลินเทียนยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเล็กน้อยเมืาอเห็นว่ากริชเล่มนร้เป็นอาวุธระดับเซียนปฐพี ถึงแม้จัวเขาจะมีอาวุธที่แข็งแกร่งกว่านี้แต่ระดับปฐพีก็ไม่ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ มันถือว่าพอใช้ได้


           หลังพิจารณาเสร็จเเล้วหลินเทียนก็เตรียมที่จะเก็บกริชโบราณเข้าไปไว้ภายในแหวนมิติ เพียงแต่ว่าจู่ๆทันใดนั้นเขาชะงักการกระทำของตัวเองลง


           หลินเทียนมองกริชโบราณในมือและกล่าวถามออกมา"จะว่าไปมังกรโลหิตเจ้ามาอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไรอีกทั้งยังถูกผนึกอยู่ในกริชนี่อีก"


           มังกรโบราณที่อยู่ภายกริชได้ยินคำถามของหลินเทียนมันก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะหนึ่งจากนั้นก็ตั้งสตินึกย้อนความในอดีต"เรียนนายท่านข้าก็ไม่ทราบว่าข้ามาอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไร ตอนนั้นข้าได้รับบาดเจ็บและร่วงหล่นลงมาจากหน้าผาแห่งหนึ่งพอข้ารู้สึกตัวอีกทีข้าก็ได้มาอยู่ในโลกนี้แล้วขอรับ"


           "ส่วนเรื่องที่ข้ามาอยู่ในกริชนี้ได้อย่างไรนั้น..."มังกรโลหิตเหมือนจะนึกได้ถึงความหวาดกลัวบางอย่าง "...ที่ข้าต้องถูกผนึกอยู่ในนี้เป็นเพราะคนผู้หนึ่ง"มังกรโลหิตเพียงแค่นึกถึงคนผู้นั้นก็ทำให้เขาหวาดกลัวขึ้นมา


           ชายคนนั้นเป็นคนที่น่าหวาดกลัวและน่าเกรงขามเป็นอย่างมากเพียงแค่ชายคนนั้นกระดิกนิ้วก็สามารถสยบตัวเขาได้แล้ว และใครที่ได้สบตากับชายผู้นั้นถึงแม้ไม่ตายแตาก็อาจกลายเป็นบ้า!


           หลินเทียนได้ยินคำพูดของมังกรโลหิตก็อดไม่ได้ที่จะสนใจขึ้นมา"คนผู้หนึ่งงั้นหรอ?ใครกัน?"หลินเทียนกล่าวถามออกมาอย่างสงสัย สังเกตุจากสีหน้าที่ดูหวาดกลัวของมังกรโลหิตแสดงว่าคนผู้นั้นจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ


           "ข..เขาเรียกแทนตัวเองว่า'เทพสังหาร'ขอรับ"มังกรโลหิตกล่าวอย่างกลัวๆ


           "โอ้วว 'เทพสังหาร' อืมๆฟังชื่อแล้วน่าจะไม่ธรรมดา"หลินเทียนผงกหัวน้อย"แล้วเจ้ารู้ไหมว่าตอนนี้มันอยู่ที่ใด"


           "ข้าไม่รู้เลยขอรับ หลังจากที่ข้าถูกผนึกไว้ในกริชนี้ข้าก็ได้ตัดขาดจากภายนอกโดยสิ้นเชิง"


           "อย่างงั้นหรอ น่าเสียดายจัง"หลินเทียนส่ายหัวอย่างเสียดาย คิดว่าจะได้พบกับคนที่แข็งแกร่งซะอีก


           "เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้วเจ้าอยู่ข้างในก็ช่วยอยู่อย่างสงบๆล่ะเอาไว้ข้าใจดีจะให้เจ้าออกมาสูดอากาศภายนอกบ้าง"


           "ขอรับ"มังกรโลหิตตอบกลับมาอย่างเคารพ


           หลินเทียนเก็บกริชโบราณลงไปในแหวนมิติของตนเอง เขามองไปรอบๆเล็กน้อยจากนั้นก็พึมพำกับตัวเองเบาๆว่า"หวนคืน!"


           ฟุบ!!!


           บนท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือมหาวิทยาลัยเจียงไห่ หลินเทียนปรากฏตัวขึ้นมาท่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่า "มืดแล้วงั้นหรอ?"


           หลินเทียนสำรวจรอบๆเล็กน้อยจากนั้นก็พุ่งตัวกลับมาที่หอพัก


           หลังจากกลับมาถึงห้องพักเขาก็ได้ไปนั่งที่เตียงเดิมของเขาทันที จากนั้นก็หลับตาทำสมาธิอย่างเช่นเคย วันนี้นับว่าโชคดีมากที่ได้สัตว์ร้ายระดับเซียนปฐพีมาเป็นทาสอีกทั้งยังได้อาวุธวิเศษระดับเซียนปฐพีมาอีกนับว่าเป็นโชคสองต่อ ถึงแม้ว่าสิ่งนี้มันจะไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเท่าไหร่แต่มันก็สามารถดับความเบื่อของเขาได้ระดับหนึ่ง


           หลินเทียนเตรียมจะรวบรวมพลังงานธรรมชาติที่อยู่รอบๆเพื่อพักผ่อนร่างกายแต่ทว่าจู่ๆโทรศัพท์ของเขาก็ได้ส่งเสียงการแจ้งเตือนดังขึ้นมาขัดจังหวะ


           หลินเทียนหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดู ปรากฎว่าเป็นข้อความจากเหลากังที่ส่งมาให้เขา "ท่านเทพลงแรงค์ไหม"


           เมื่อได้เห็นข้อความของเหลากังเขาก็คิดกับตัวเองว่าจะปฏิเสธดีหรือไม่


           แต่ทว่าพอคิดดูเล่นสักตาสองตาคงไม่เป็นไร


           "ตกลง"


           "งั้นเข้าเกมเลย"


           .............


           วันเวลาผันผ่านไปดั่งชั่วพริบตา เผลอตัวอีกทีก็ผ่านไปแล้วหนึ่งสัปดาห์


           ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาหลินเทียนกิจวัตรของหลินเทียนก็ซ้ำซากกัน


           ตอนเช้าก็ออกไปเรียนรู้งานที่บริษัทของตระกูลพอถึงเวลาเที่ยงวันก็ไปทานอาหารที่ภัตตาคารอาหารชั้นฟ้าพูดคุยเรื่อยเปื่อยกับหนิงเหยียนและเหลนของหนิงหยิง 


           หลังจากที่หนิงหยิงได้พบกับหลินเทียนเขาก็ตกตะลึงเล็กน้อยในความอ่อนเยาว์ของหลินเทียน แต่หลังจากที่ได้สติเขาก็รีบทำความเคารพหลินเทียนทีนที แน่นอนว่าเขารู้สึกเลื่อนใสหลินเทียนเป็นอย่างมากที่มำให้ทวดของเขาชื่นชมและเคารพได้


           พอตกเย็นหลินเทียนก็ได้ออกไปขับรถเล่นถึงช่วงกลางคืนก็เล่นเกมกับพวกเหลากังหลังจากนั้นก็ทำสมาธิบ่มเพาะพลัง


           ทั้งหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเหลียงเหว่ยไม่ได้กลับมาที่หอพัก หลินเทียนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหลียงเหว่่ยและไมีคิดที่จะรู้ด้วย แต่ละคนต่างก็มาถาระหน้าที่ของตัวเองแตกต่างกันออกไป 


           เย็นวันจันทร์เวลา 18:00 หลินทียนกำลังนั่งอยู่บนเตียงของตัวเองในมือถือโทรศัพท์อยู่


           จู่ๆในทันใดนั้นเองหลินเทียนก็หันหน้ามองไปทางประตูอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยราวกับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง


           ประตูหอพักได้เปิดออกมาจากนั้นไม่นานก็ได้มีร่างของคนสองคนเข้ามาในหอพักด้วยท่าทางที่อิดโรย


           "เห้อ..ในที่สุดก็สิ้นสุดสักที"


           "ใช่แล้วจะฝึกอะไรกันนักหนาทำอย่างกับเราจะไปรบ"


           "นี่มันยิ่งกว่าจะไปรบซะอีก"


           ชายสองคนที่เข้ามาในห้องบ่นออกมาราวกับไม่พอใจในบางสิ่งบางอย่าง


           แน่นอนว่าชายสองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นพวกเขาก็คือเป่ยหยวนกับเจิ้งฟานนั้นเอง ตอนนี้พวกเขาได้กลับมาจากการฝึกทหารเรียบร้อยแล้ว


           "กลับมาแล้วงั้นหรอ"หลินเทียนกล่าวทักกับพวกเขาทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย


           เป่นหยวนและเจิ้งฟานหันหน้ามองหลินเทียนภร้อมกัน


           "อ่าว หลินเทียน นายอยู่งั้นหรอแล้วเหลียงเหว่ยล่ะ"เป่ยหยวนถามออกมาอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าภายในห้องมีหลินเทียนแค่คนเดียว


           "ยังไม่ได้กลับมาเลยตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน"หลินเทียนตอบออกมา ตั้งแต่ที่เจอกันที่ภูเขาต้าผางเมื่อสัปดาห์ก่อนหลินเทียนก็ไม่เคยพบกับเหลียงเหว่ยอีกเลย


           "งั้นหรอ ไปไหนของของเขา"


           "จะว่าหลินเทียนนายหักหลังพวกเรา นายไม่รู้หรอกว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราต้องเจอกับอะไรมาบ้าง"เจิ้งฟานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจ


           "ฉันมีธุระจริงๆหลินเทียนเห็นท่าทางของทั้งสองเขาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าว


           "ธุระอะไรของนาย ไม่รู้ล่ะคืนนี้นายจะต้องไปเลี้ยงเหล้าพวกเรา"เจิ้งฟานกล่าวออกมาและไม่ยอมให้หลินเทียนปฏิเสธ


           "ใช่ๆเลี้ยงเหล้าพวกเรา"เป่ยหยวนกล่าวขึ้นมาสมทบคำพูดของเจิ้งฟาน


           "เอางั้นหรอ"หลินเทียนมองทั้งสองเเละอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วเล็กน้อย


           "ใช่!"ทั้งสองคนกล่าวแระสานเสียงออกมาพร้อมกัน


           หลินเทียนได้ยินอย่างนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกต้องยอมไปกับทั้งสองคน"โอเค ได้"


           "เยส!! จริงสิ! โทรถามเหลี่ยงเหว่ยด้วยดีไหม"เป่ยหยวนแสดงความดีใจออกใาทีาหลินเทียนตกลง และถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ลืมที่อยากจะชวนเหลียงเหว่ยไปด้วย


           "อืม ดีเลยให้พวกนายทั้งสองเลี้ยงเรา"เจิ้งฟานกล่าวออกมา เขาหยิบโทรศัพท์จากนั้นก็หาเบอร์ติดต่อเหลียงเหว่ย


           รอสายเพียงไม่นานโทรศัพท์ก็ได้ยินเสียงคนกบ่าวออกมา"ฮัลโหล"


           "ฮัลโหล เหลี่ยงเหว่ยคืนนี้นายว่างไหม"


           "อืม ว่างมีอะไรงั้นหรอ"เหลียงเหว่ยตอบกลับมา


           "คืนนี้พวกเราว่าจะไปกินเหล้านายจะมาด้วยไหม"


          "โอเค พวกนายจะไปกินกันที่ไหน"


          "ยังไม่ได้คิดเลย"


           "งั้นไปที่คลับของเพื่อนฉันไหม ใกล้ๆมหาลัย"


           "ได้ นายเลี้ยงน่ะ"


           “อืม ไว้ใจได้ คืนนี้เวลา 20:00 ฉันจะรอพวกนายที่คลับเทียนหลงน่ะ”