รุ่งเช้าองค์าาเสด็จไปที่วัดวรเชษฐาราม เพื่อทำบุญให้กับพระองค์ดำ โดยมีเ้าเทพ
ตามไปด้วย ถึงเวลาถวายปัจจัย กรวดน้ำ พระองค์ก็เรียกให้เ้าเทพมาทำพิธีด้วย
ทุกอย่าง สร้างความสงสัยให้กับมหาดเล็ก องครักษ์ทั้งหลายยิ่งนัก แต่ว่าเทพไม่ได้สนใจใดใด ทั้งสิ้น องค์าาสั่งให้ทำอะไรก็ทำทุกอย่าง จากนั้นเ้าขรัวมณีจันทร์ก็มาขอเข้าเฝ้า พระองค์เลยให้ เ้าเทพออกไปด้านนอก ที่ประทับ แล้วรู้สึกได้ถึงมีอะไรบางอย่างพยายามติดต่อ เทพอยู่เลยเดินออกไปทางเจดีย์แห่งหนึ่ง
ก็พบเจอผี ตนหนึ่งหัวขาดยืนถือดาบ 2 มือ เดินไปเดินมาอยู่รอบเจดีย์ เ้าเทพเข้าไปหาทันที
“ นี่เ้าเป็ใคร ทำไมถึงหัวขาด แล้วมาเดินที่นี่ทำไม” เทพถามด้วยความสงสัย
“ ข้ารู้ว่า ท่านเป็ใคร ข้าคือ ผู้เฝ้าสมบัติแห่งนี้ เพื่อรอให้ผู้มีบุญมารับเอาไป”
ิญญาผีหัวขาด ส่งกระแสจิตบอกกับเทพตามตรง
“ ให้ข้าช่วยปลดปล่อยให้ท่านไปเกิดเอาไหม” เทพเอ่ยถามด้วยความสงสาร
“ อย่าเลย ข้ามีหน้าที่ต้องทำ ไว้หากว่าท่านเจริญวัยกว่านี้ ได้โปรดมารับสมบัติที่นี้
ไปด้วยเถิด พวกเราจะได้หมดหน้าที่” ิญญาผู้เฝ้าสมบัติเอ่ย
“ ข้าไม่เอาหรอก ข้าไม่รู้จะเอาไปทำไม ถ้าหากพวกท่าน้าไปเกิดใหม่ก็ส่งกระแสจิตไปบอกข้าได้เลย” เทพเอ่ยเสร็จก็เดินกลับไปที่ประทับ
องค์าากลับวังหลวงพร้อมกับเทพ ระหว่างทางพระองค์ทรงถามเ้าเทพ
“ เอ็งไปไหนมา มีคนเห็นว่าเอ็งยืนคุยอยู่กับใครก็ไม่รู้” องค์าาถามเพราะให้คนไปตามแล้วมีคนเห็นเทพคุยอยู่คนเดียว
“ ผีหัวขาด ที่คอยเฝ้าสมบัติพระเ้าค่ะ”
“ อะไรนะ นี่เอ็งพูดจริงหรือ” องค์าาสงสัย
“ พระเ้าค่ะ”
“ แล้วมันเป็สมบัติของใครกัน” องค์าาถามต่อ
“ ข้าพระพุทธเ้าไม่ได้ถามพวกเขา เขาเพียงบอกว่า รอให้หม่อมฉันโตกว่านี้ ค่อยมาเอาไป พวกเขาจะได้ไปผุดไปเกิดเสียที กระหม่อมจะส่งิญญาให้เขาไปเกิดใหม่
เขายังไม่ยอมไป เขาต้องทำตามหน้าที่” เทพพูดตามตรง องค์าาเลยไม่รู้จะถามอะไรต่อ
พอมาถึงวังหลวง ก็มีเ้ากรมอากรกับออกญากลาโหม และขุนนางอีกสามสี่คนรอเข้าเฝ้ารายงาน
ในรายงานระบุว่า ออกญากรมนายไวย ได้นำเข้าสินค้าเข้ามาในกรุงศรีหลายลำ
ไม่ยอมรับการตรวจสอบ จากที่สืบได้ เป็การนำเข้านักรบซามูไรเข้ามาเกือบ 400 คน และได้ทำการส่งสินค้าต้องห้ามออกไปขายหลายอย่างโดยเฉพาะปืนใหญ่ ปืนไฟ หนังกวาง โดยไม่ผ่านการตรวจสอบ ไม่เสียภาษี อ้างเพียงว่าเป็เรือสำเภาของรัชทายาท พออ่านรายงานนี้จบ พระองค์ก็ทรงกริ้วเป็อย่างมาก
“ ไปเรียกรัชทายาทเข้าวัง เดี๋ยวนี้” องค์าารับสั่งด้วยความโมโห
หลังจากรัชทายาทได้รับ คำสั่งให้เรียกตัวเข้าเฝ้า ออกญากรมนายไวยก็ตามเข้ามาด้วย แต่ทหารองครักษ์กันตัวเอาไว้ ไม่ให้เข้าไป
“ เสด็จพ่อ “ รัชทายาทเข้ามาถึงก็คุกเข่าต่อหน้าองค์าาทันที
“ บอกมา เ้ามีส่วนรู้เห็นกับออกญากรมนายไวยด้วยหรือไม่” องค์าาถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ กระหม่อมไม่ทราบเลย พระเ้าค่ะ”
“ ซ่องสุมกองกำลังต่างชาติ นับร้อยๆ คน ลอบค้าอาวุธต้องห้าม โทษแค่นี้ก็ทำให้เ้าต้องถูกตัดหัว เสียบประจานแล้ว เ้าเป็ถึงรัชทายาท กลับใช้คนผิด ไว้ใจคนชั่ว ขุนนางต่างแตกแยกออกเป็หลายฝ่ายใครอยู่ข้างเ้าต่างได้ผลประโยชน์ ใครอยู่ตรงข้ามเ้ากับถูกกีดกัน สถานีการค้าต่างประเทศร้องเรียนหาว่าข้าไม่เป็ธรรม
ต่อไปห้ามเ้าคบค้าสมาคมกับขุนนางทั้งหมด ข้าจะริบคนของเ้าขึ้นมา ส่วนทหารอาสาบอกพวกมันให้ไปเข้ากลับ กองอาสาของชาติมัน ส่วนเ้าสำนึกผิดอยู่แต่ในวังหน้า ห้ามออกมานับแต่นี้เป็ต้นไป”
“ เสด็จพ่อ” องค์รัชทายาทพูดได้คำเดียวก็พูดไม่ออกอีก แค้นที่ถูกออกญากรมนายไวย แล้วยังมาถูกเสด็จพ่อลงโทษเช่นนี้อีก ได้แต่ก้มหน้าเดินออกจากวังไป
โดยออกญากรมนายไวยพยายามสอบถามเื่ราวที่เกิดขึ้น แต่องค์รัชทายาท
ก็ยังไม่ยอมเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว จนกลับมาถึงวังหน้าถึงได้เริ่มเอ่ย
“ เ้าแอบอ้างชื่อข้า ส่งออกของต้องห้าม และยังซ่อมสุมผู้คนนำคนเข้ามาเป็จำนวนมาก นี่เ้าอยากตายหรือยังไง” รับทายาทเอ่ยกับออกญาเ้ากรมนายไวยด้วยความโมโหสุดขีด
“ พระองค์ก็รู้ สิ่งที่กระหม่อมทำไป ก็เพื่อพระองค์ทั้งนั้น เวลานี้บ้านเมืองแบ่งเป็สามฝ่าย แต่ละคนก็ซ่องสุมกำลังกันทุกคน ขนาดพระอินทาาทรงผนวชอยู่ ก็มีผู้คนไปขอเป็สวามิภักดิ์มากมายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ พระศรีเสาวภาคย์ ก็รวบรวมกองอาสาต่างชาติไว้มากโข แล้วทำไมพระองค์เป็ถึงรัชทายาท ทำไมทรงทำบ้างไม่ได้” ออกญาเ้ากรมนายไวยอธิบายเหตุผลให้ฟัง
“ ก็เพราะว่าข้าคือรัชทายาท ทำอะไรแบบนั้นไม่ได้ เวลานี้เ้าต้องระวังตัวเอาไว้ พวกขุนนางเริ่มรวบรวม ความผิดของเ้า ถ้าหากว่าพวกมันมีหลักฐานหนาแน่นแล้วละก็ เ้าก็ไม่รอดเช่นกัน เวลานี้ เสด็จพ่อสั่งกักบริเวณห้ามข้าไปไหน แล้วก็ห้ามมิให้ ข้าพบกับขุนนางหรือใครทั้งสิ้น เ้าพยายามเก็บตัวเช่นกัน รอเื่เงียบสักพักให้เสด็จพ่อหายพิโรจ ค่อยไปขอพระราชทานอภัย ภายหลัง “
รัชทายาทสั่งเสร็จ ออกญาเ้ากรมนายไวยก็รีบกลับมาที่เรือนของตัวเองทันที แล้วเรียกลูกน้องคนสนิทออกมาหลายสิบคน
“ พวกเ้าจากบ้านเมืองมาก็อยากได้พบกับสิ่งที่ดีกว่า ไม่ต้องเป็คนพเนจรไร้บ้าน มีอาหารให้กิน มีบ้านให้อยู่ ไม่ต้องอดอยาก วันนี้เป็วันที่พวกเ้า จะได้สิ่งที่พวกเ้า้าแล้ว หากทำสำเร็จ เ้าก็จะได้สิ่งที่้า หากไม่ ก็ตายอย่างมีศักดิ์ศรี พวกเ้านำกำลังทั้งสามร้อยคน บุกเข้าวังหลวงสังหารองค์าาให้ได้
ส่งนักฆ่านินจาทั้ง 50 เข้าไปในวังหลวงก่อน แล้วไล่ฆ่าคนในวังหลวงทั้งหมด ล่อให้องค์าาออกมา แล้วให้หน่วยปืนไฟทั้ง 50 คน ระดมยิงปืนเข้าใส่ จากนั้นพวกที่เหลือ
ก็สังหารคนในพระราชวังให้สิ้น ในนั้นมีคนไม่ถึง 1 พัน คน เป็องค์รักษ์ติดอาวุธธรรมดา 200 คน และกองอาสาต่างชาติติดอาวุธปืนเพียงแค่ 50 คน เข้าเวรเพียง 10 คนเท่านั้น พวกเราโจมตีอย่างเร็วพวกมันไม่มีทางตั้งตัวได้แน่ จัดการให้เสร็จ ก่อนตะวันขึ้น” ออกญากรมนายไวยสั่งการ นักฆ่าชุดนี้ก็เคลื่อนไหวออกไปอย่างรวดเร็ว
ที่ห้องพระบรรทมกลางดึก เทพสะดุ้งตื่นเหมือนมีคนมาปลุก ทำให้จิตััตื่นตัวขึ้นทันที เทพส่งจิตไปตรวจสอบโดยรอบเห็นเงานักฆ่า กำลังทยอยกันเข้ามา
พระราชวังกันมากมาย คราวนี้มีถึง 300 คน คราวนี้มีอาวุธปืนอีกด้วย เทพรีบเข้าไปปลุกองค์าาเช่นเดิม
“ อะไรนะ มันเข้ามาถึง 300 คนเชียวหรือ มีอาวุธปืนอีก 50 นาย มีพวกนินจากอีกด้วย” องค์าาใยิ่งนัก ไม่คิดว่าพวกมันจะลงมือเร็วเช่นนี้ เพราะวันพรุ่งนี้ว่าจะสั่งให้ทหารไปจัดการกับ ออกญากรมนายไวยอยู่แล้ว ไม่คิดว่ามันจะลงมือคืนนี้
แสดงว่ารัชทายาทส่งข่าวให้พวกมันอย่างแน่นอน พระองค์กำมือแน่น ด่ารัชทายาทในใจ ช่างโง่เหลือเกิน ก่อนที่จะทำอะไร เ้าเทพก็ลุกขึ้นยืน แล้วมาจับที่ใบหน้าพระองค์ แล้วเป่ามนต์กำบังกายให้ เพี้ยง องค์าารู้สึกเย็นไปทั่วร่าง
แล้วจากนั้น เ้าเทพก็เข้าไปหยิบ ดาบประจำกาย พร้อมปืนสั้นส่วนพระองค์มาให้ ส่วนเทพชักดาบซามูไร เล่มใหม่เอี่ยม ที่ท่านทูตได้ให้คนนำส่งมาให้
“ พระองค์ห้ามออกจากห้องนี้ พวกมันจะล่อให้พระองค์ออกไป แล้วค่อยรุมยิงตรงประตูทางออก ในห้อมบรรทมแห่งนี้ จะไม่มีใครเข้ามาได้อย่างมีชีวิต หากข้าพระพุทธเ้า ยังยืนอยู่ที่ตรงนี้ “ เ้าเทพบัดนี้ก็เข้าวัน 8 ขวบแล้ว แต่ยังไงก็ยังเป็แค่เด็กเล็ก ทหารองครักษ์ รีบเข้ามาประจำที่หลังเริ่มเห็นมีสิ่งผิดปกติ ะโแวบไป
แวบมา พุ่งร่างเข้ามาในวัง พวกนินจานี่เอง พวกมันเข้ามาก็ขว้างอาวุธดาวกระจากเข้ามาเต็มพื้นที่ โดนทหารองครักษ์ทีเฝ้าคุ้มครองอยู่ ล้วนถูกสังหารอย่างรวดเร็ว หน่วยปืนไปเริ่มระดมยิงใส่พวกนินจา แต่ว่าไม่สามารถมองเห็นมันได้
มันเคลื่อนไหวเร็วมา แถมมีวิชาพรางตัวได้อย่างเยี่ยมยอด แม้กองอาสาปืนไฟ
ชาวโปรตุเกส ที่ทำหน้าที่องครักษ์ ยังถูกพวกมันสังหารอย่างรวดเร็ว
แต่พวกมันเริ่มเข้าในห้องบรรทม คอก็ขาดทันที ที่เข้ามาแม้ว่ามันจะมีความเร็ว
แต่มันก็ช้ากว่าเทพที่ยืนคอยเฝ้าประตูเอาไว้ องค์าาถือปืนไฟไว้เตรียมพร้อม
ยืนมองนิ่ง ไม่หวั่นไหวกับพวกนินจา แล้วพวกนินจาก็ค่อยๆ เข้ามาที่ละสองคน
สามคน ทั้งสิบคน ที่เข้ามาก็ถูกฟันคอขาดทุกราย จนหัวหน้านินจาเริ่มสงสัย
ส่งคนเข้าไปในห้องบรรทม ทำไมทุกคนกลับเงียบไป หัวนินจาทั้งยี่สิบคนถูกตัดกองกับพื้น เวลานี้ทหารองครักษ์ที่ประจำอยูภายในล้วนตายจนหมดสิ้น เสียงระฆังเตือนภัยส่งเสียงออกไป ทหารรักษาวังนับร้อยนับพัน เริ่มเข้ามาสบทบ แต่ถูกสกัดกั้นด้วยปืนไฟจนไม่สามารถเข้ามาในเขตพระราชวังชั้นในได้ ในขณะที่เวลานี้ทั้งวัง
เหลือเพียง เทพ กับ องค์าาเพียง 2 คนเท่านั้นทหารองครักษ์นับร้อยชีวิตถูกสังหารสิ้น นินจาที่เหลืออีก สามสิบคน ยืนอยู่หน้าห้องบรรทม พยักหน้าเข้าหากัน
แล้วพุ่งร่างเข้าประตูไป ชึ่งเข้าได้เพียงทีละสองหรือสามคนเท่านั้น ฉัวะ ๆ ๆ
คอขาดกระเด็นออกมาที่ละสามหัว นักฆ่านินจา พุ่งร่างเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ฉัวะ ๆ ๆ ๆ ๆๆ ๆ ๆ ทั้งยี่สิบคน ไม่มีเสียงร้องออกมาเลย จนกระทั่งมีหัวของนักฆ่านินจา
ค่อยๆ ไหลออกมากอง อยู่ด้านหน้าห้องบรรทม นินจาที่เหลืออีก สิบคนต่างตืนตะลึงยิ่งนัก ที่ห้องบรรทมมีอะไรกันแน่ทำไมคนที่เข้าไปทั้งหมดล้วนคอขาด
ทุกคน หัวหน้านินจา เริ่มใช้ะเิควัน ระดมขว้างใส่เข้าไปข้างใน เพื่อล่อให้องค์าาออกมา เพราะเวลานี้ ทหารปืนไว้นับสิบ รอยิงอยู่ที่หน้าห้องบรรทมแล้ว
“ อดทนหน่อยนะพระองค์ ขอเวลาข้าพระพุทธเ้าสักครู่ ห้ามออกไปเป็อันขาดหน้าห้องมีหน่วยปืนไฟหลายสิบกระบอกรอระดมยิงอยู่” เทพพูดจบก็เทน้กใสผ้าให้องค์าาเอาไว้ปิดจมูก แล้วเทพก็เก็บ เอาอาวุธดาวกระจายของพวกนินจา ออกมาจากศพนินจา แล้วก็เก็บะเิควันทั้งหมดใส่ห่อผ้าเอาไว้ จากนั้นก็เสกมนต์กำบังกาย แล้วเคลื่อนตัวออกไป ขว้างะเิควันเข้าใส่กลุ่มนินจาก กลับพวกปืนไฟ แล้ว ปล่อยอาวุธนินจา พุ่งเข้าไปเจาะที่ลูกกระเดือกแต่ละคนอย่างแม่นยำ
ทหารปืนไฟตายเรียบ เหลือเพียงไม่กีคน เทพพุ่งร่างที่ไม่มีใครเห็นเข้าตัดคอแต่ละคนอย่างรวดเร็ว นินจากนักฆ่าได้แต่มองเพื่อนๆ ที่คอขาดทีละคน ทีละคน
ด้วยความพิศวง งงงวยสุดขีด ที่อยู่ดีดี คนจะคอขาดเองได้อย่างไร สุดท้ายเหลือเพียงหัวหน้านินจากเพียงผู้เดียว เทพเผยตัวออกมาด้วยเืที่ท่วมตัว
หัวหน้านินจาใ ถอยหลังไปหลายก้าว ไม่คิดว่า สิ่งทีเกิดขึ้นจะมาจากน้ำมือของเด็ยวัยไม่ถึง 10 ขวบเพียงคนเดียว แต่ว่าไม่ทันคิดอะไร หัวก็ขาดลงออกจากร่างเสียแล้ว เทพ พาร่างชุ่มเืเดินกลับเข้าไปในห้องบรรทม องค์าาที่
ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ภายนอกพระราชวังก็ ไม่มีเสียงการต่อสู้ใดใดอีก ทหารองครักษ์ต่างก็วิ่งกรูกันเข้ามาหา องค์าากันอย่างรวดเร็ว ยิ่งเห็นทหารองครักษ์ตายนับร้อยนาย และ เหล่านักฆ่าจากญี่ปุ่นก็ถูกฆ่านับร้อยเช่นกัน ทุกคนวิ่งเข้าในห้องบรรทมอย่างรวดเร็ว ด้วยสังหรณ์ใจไม่ดี เข้าไปเห็น เ้าเทพใช้ดาบซามูไร ปักไว้ที่พื้น แล้วไปยืนข้างเตียงที่บรรทมขององค์าา แล้วใช้สองมือน้อยๆ ทั้งสองของมันที่เต็มไปด้วยเื ยังไม่ทันได้เช็ดออก เข้ามาจับพระพักตร์ ขององค์าา
แล้วท่องมนต์กำบังกายให้คลายออก เพี้ยง เทพเป่าไปที่กระหม่ององค์าา
แล้วร่างของพระองค์ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น สร้างความใอีกครั้งให้กับเหล่าทหารทั้งหมดที่เห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้ เทพรูดตัวลงไปนั่งแผ่หลาข้างพระที่นั่งองค์าา
“ แม่ทัพรักษาพระนคร เอ็งไปจับตัวไอ้ออกญากรมนายไวยมาให้ข้า บัดเดี๋ยวนี้”
องค์าาสั่งการทันที แม่ทัพรักษาพระนครเพิ่งเข้ามาพอดีรีบรับคำสั่ง แล้วนำทหารกว่าพันคนไปบ้านออกญากรมนายไวยทันที
เสร็จแล้วองค์าาก็เอามือมาลูบหัวเ้าเทพ
“ เอ็งไปอาบน้ำอาบท่าเสีย อย่าให้เืไอ้พวกเสนียดจัญไร พวกนี้ติดอยู่นาน”
เทพฟังจบ ก็ค่อยๆลุก แล้วเดินไปอาบน้ำทันที
คืนนั้นจวนออกญากรมนายไวยก็ถูกเผาวอดวาย เหล่าพวกบ่าวไพร่ และคนในจวนถูกจับได้ทั้งหมด ยกเว้น ออกญากรมนายไวย ที่หลบหนีออกไปได้ โดยทีทหารรักษาเมืองก็ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด แต่ว่าพอรู้ว่า ออกญากรมนายไวยหลบหนีเข้าไปที่วังหน้า ทหารได้แต่ล้อมเอาไว้ แล้วรีบกลับมากราบทูล ให้องค์าาตัดสินใจอีกที
“ อะไรนะ มันหลบหนีเข้าไปในวังหน้า แล้วทำไมพวกเ้าไม่เข้าไปจับกุมตัวมันออกมา เ้ากลัวรัชทายาทมากกว่าข้าหรือ” องค์าาเริ่มโมโหอีก ไม่มีเสียงตอบกลับจากแม่ทัพรักษาเมือง องค์าาคิดได้ ก็นิ่งเงียบทันที ถ้าทำอะไรลงไป
คนที่เสียหายคงเป็รัชทายาท คิดบางอย่างได้ขึ้นมาก็เรียกเ้าเทพออกมา
“ เ้าเทพ เอ็งเอาดาบอาญาสิทธิ์ ของข้าไป แล้วเข้าไปลากคอออกญากรมพระนายไวยออกมา หากรัชทายาทขัดขวาง เอ็งจัดการที่เห็นสมควรไปเลย”
เทพฟังแล้วสะดุ้งเฮือก โอ้ นี่พระองค์เล่นโยนให้เราตัดสินใจแบบนี้เลยหรือ
แล้วถ้าเกิดองค์รัชทายาทเป็อะไรไป หัวมิขาดตามไปหรอกหรือ
“ เป็อะไร เื่แค่นี้ทำไม่ได้หรือไง” องค์าาเริ่มเสียงแข็ง เทพได้แต่ทูลลา
แล้วถือดาบอาญาสิทธิ์ และนำทหารทั้งหมดไปที่วังหน้าที่ประทับขององค์รัชทายาท
ภายในวังหน้าองค์รัชทายาทโกรธจนตัวสั่นที่ เห็นออกญากรมนายไวย ที่ก้มลงแทบเท้าของ องค์รัชทายาทในขณะนี้
“ เ้าบ้าไปแล้วหรือ บังอาจส่งคนไปลองสังหารเสด็จพ่อ แล้วยังมีหน้าหลบเข้ามาที่วังของข้าอีก นี่เ้าอยากตายคนเดียว ทำไมต้องดึงข้าไปตายพร้อมกับเ้าด้วย”
พูดจบเอาเท้าถีบเข้าไปที่ยอดหน้าของ ออกญาเ้ากรมนายไวยที่ อยู่ในสภาพ
เช่นบ่าวไพร่ทั่วไป เพราะปลอมแปลงตัวหนีมา
“ กระหม่อมทำไปก็เพื่อพระองค์คนเดียว กระหม่อมยอมตายไม่ยอมที่จะเปิดเผยความลับของพระองค์เป็อันขาด” เปรี้ยง โดนรัชทายาทถีบออกมาอีกที
“ เอ็งพูดใหม่ซิ ข้าไปมีความลับอะไรที่พูดไม่ได้ “ รัชทายาทโมโหสุดขีด
“ ไม่มี ไม่มีพระเ้าข้า” ออกญากรมนายไวยคิดว่าจะเอาตัวรอดเช่นไรดี กะว่าจะขู่
รัชทายาท แต่คิดดูแล้ว อาจจะตายก่อนพูดก็เป็ได้ ไม่ทันได้คิดจะทำอะไร
ก็มีเสียงคนพังประตูเข้ามา โดยมีหมื่นเทพมหาดเล็กหลวงเดินนำหน้ามา พร้อมกับอัญเชิญพระแสงดาบอาญาสิทธิ์ ตามมาด้วย
“ เ้าเทพ นี่เ้ากล้าดีอย่างไร ทำลายประตูวังของข้า “ รัชทายาทลุกขึ้นยืนด้วยความใ แต่พูดเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อน
“ หม่อมฉันได้รับคำสั่งให้มาลากคอ ท่านออกญาเ้ากรมนายไวย องค์รัชทายาททางที่ดี อย่าได้ยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้” เทพเอ่ยเสียงเหี้ยม ทำเอารัชทายาทซีดไป
ส่วนออกญากรมนายไวยเวลานี้หลบมาอยู่ด้านหลัง รัชทายาท พร้อมคนคุ้มกันอีกสองคน
“ ได้ ได้ เอาพวกมันไปเลย” รัชทายาทไม่สนใจออกญากรมนายไวย สั่งให้มาจับ
ไปได้เลย สร้างความใยิ่งให้กับ ออกญากรมนายไวย จึงตัดสินใจใช้มีดสั้น
วางพาดไว้ที่ลำคอขององค์รัชทายาท แล้วออกคำสั่งทันที
“ พวกแกไปเตรียมเรือสำเภาให้ข้า 1 ลำ มิเช่นนั้นข้าจะสังหารองค์รัชทายาทเสียเดี๋ยวนี้” ออกญากรมนายไวย พูดภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่นชัดเปะ ทุกคนได้ยินไปทั่วสร้างความแตกตื่นยิ่งนัก ท่านแม่ทัพรักษาเมืองดึงแขน เทพบอกว่าให้รีบกลับไปทูลเื่นี้ให้ฝ่าารับทราบก่อนดีกว่า เทพบอกว่าไม่ต้องหรอกนี่มีดาบอาญาสิทธิ์อยู่แล้ว ข้าตัดสินใจเอง
“ วันนี้ข้าได้รับคำสั่งให้มาจัดการกับเ้า รัชทายาทจะเป็อย่างไร ไม่เกี่ยวกับข้า อยู่แล้ว เ้ายอมแพ้เสียเถอะ ข้าไม่อยากตัดหัวเ้าเสียแต่ตอนนี้” เทพเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วเริ่มท่องคาถาสะกดใจเข้าใส่ออกญากรมนายไวยผู้นี้ พอมันเริ่มเคลิ้มใจลอย เทพก็เลยพุ่งร่างเข้าไปแล้วฟันแขนของ ออกญากรมนายไวยที่ถือมีดสั้นจ่อคอ องค์รัชทายาทเอาไว้จนขาดสะบั้น ฉัวะ ! มันร้องลั่นเหมือนควายถูกเชือด
องค์รัชทายาทใแทบสิ้นสติ นี่ถ้าดาบที่ใช้ตัดแขนเกิดพลาดขึ้นมา รัชทายาทได้รับาเ็เป็แน่ จากนั้นเทพ ก็ใช้เท้าเตะเข้าสีข้างรัชทายาท จนกระเด็นไปติดข้างฝาเพื่อให้พ้นรัศมีดาบ แล้วฟันคอออกญาเ้ากรมนายไวย ฉัวะ ! ขาดกระเด็นออกมาทันที เสียงรัชทายาทร้องเสียงหลง ไม่ใช่เพราะถูกเตะ แต่เพราะหัวออกญาเ้ากรมนายไวยมาอยู่บนตักของพระองค์นั่นเอง เทพสั่งให้นำหัวไปให้องค์าาแล้วก็เดินทางกลับทันที ไม่สนใจองค์รัชทายาท ที่นั่งหมดสภาพ หมออาลัยตายอยากกับชีวิต
หลังจากนั้นอีกสามเดือน รัชทายาททำหนังสือขอเข้าเฝ้า องค์าาถึงสามครั้ง
แต่ไม่ทรงอนุญาตให้เข้าเฝ้า สร้างความเสียใจให้กับองค์รัชทายาทยิ่งนัก
ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่ตนเองเป็ถึงองค์รัชทายาท แต่ต้องมาถูกกักตัวเช่นนี้
แล้วยังมองอนาคตตัวเองที่คงไม่ได้เป็าาต่อไปแน่ จึงเกิดความเครียดจัด
ดื่มเหล้าจนเมามาย สุดท้ายดื่มยาพิษฆ่าตัวตายไป โดยดำรงพระยศสุดท้ายคือ
สมเด็จเ้าฟ้าสุทัศน์ผู้ดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราช แห่งกรุงศรีอยุธยา
หลังจากองค์รัชทายาท ต ก็สร้างความเสียใจให้กับสมเด็จพระเอกาทศรถเป็อย่างยิ่ง ถึงกับไม่ยอมแต่งตั้งผู้ใดเป็รัชทายาทองค์ต่อไป ทำให้บ้านเมืองเริ่มแบ่งข้างเป็สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือพระศรีเสาวภาคย์ ซึ่งเป็น้องชายจากแม่เดียวกันกับองค์รัชทายาท และอีกคนหนึ่งคือพระอินทาา ซึ่งเวลานี้บวชเรียนจนได้ศักดิ์เป็พระพิมลธรรม และยังครองผ้าเหลืองอยู่ ทำให้ขุนนางทั้งสองฝ่ายเกิดทะเลาะเบาะแว้งกันสร้างความวุ่นวายให้กับพระนคร่นี้เป็อย่างมาก
“ เทพ เอ็งไปบอกทหารองครักษ์ ให้เตรียมการ ข้าจะไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เมืองละโว้” เทพทวนคำว่า เมืองละโว้ เพราะได้ยินคำสั่งก่อนตายของหลวงปู่ ให้ไปที่สำนักตักศิลา ไปเอาของของๆตนที่ฝากกับท่านฤาษีสุกกทันตะเอาไว้
แต่ท่านให้ไปเอาตอน 12 หรือ 13 แต่ตอนนี้ แค่ 8 ขวบจะไปเอามาเลยได้ไหมนะ
เทพคิดอยู่ในใจคนเดียว จนองค์าาเข็กหัวดังโป๊ะ เทพจึงรู้สึกตัวแล้วเดินออกไปสั่งองครักษ์ให้เตรียมเดินทางไปเมืองละโว้....