cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    ไม่โทษเจ้า

    หนึ่งสัปดาห์หลังจากวันนั้น ด้านในห้องนอนบนยอดปราสาทน้ำแข็งตอนนี้มีเงาร่างชายหนึ่งหญิงสองกำลังนอนกอดกันกลมเกลียวอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ราวกับพวกเขารักไคร่กันมานาน แน่นอนทั้งสามไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไป๋ฉี เฟิ่งเจียอิน และจินอันหราน

     

    "อึก! นี่ข้าอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนกัน"

     

    เป็นไป๋ฉีที่ตื่นขึ้นมาคนแรก สายตางัวเงียมองไปยังร่างเปลือยเปล่าของสตรีงามทั้งสองที่นอนหลับอยู่ข้างๆด้วยความหลากหลาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังใช้สองมือโอบกอดพวกเธอเอาไว้เพราะถึงอย่างไรพวกเธอก็ได้ชื่อว่าเป็น 'ภรรยา' ของเขาในตอนนี้

     

    "อื้อ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน"

     

    หลังจากที่ไป๋ฉีตื่นขึ้นมาไม่นานนัก ทั้งจินอันหรานและเฟิ่งเจียอินก็ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่ดูอ่อนเพลียและปวดเมื่อยเป็นอย่างยิ่ง และในเวลานี้เองที่ความทรงจำอันเร้าร้อนตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืนเต็มก็ได้หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองของทั้งสองสาวอย่างไม่ขาดสายทำให้พวกเธอดวงตาเบิกกว้างและใบหน้าแดงกล่ำอย่างช่วยไม่ได้

     

    หญิงงามทั้งสองหันไปมองหน้ากัน จากนั้นก็หันไปมองชายหนุ่มที่ตอนนี้พวกเธอกำลังกอดเขาเอาไว้

     

    "ว๊าย!!"

     

    ทั้งจินอันหรานและเฟิ่งเจียอินลุกขึ้นพรวดพราดด้วยความตกใจ พร้อมกับใช้มือปกปิดร่างกายเอาเย้ายวนของตัวเองด้วยความอับอาย ไป๋ฉีที่เห็นว่าพวกเธอได้สติแล้วก็ลุกขึ้นมาเช่นเดียวกัน

     

    "พี่สาว ได้โปรดฟัง........."

     

    "หยุด!! เจ้าอย่าพึงพูดอะไรแล้วหันกลับไปแล้วสวมใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้" ยังไม่ทันที่ไป๋ฉีจะอธิบาย ทั้งจินอันหรานและเฟิ่งเจียอินก็กล่าวขึ้นมาพร้อมกัน

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นไป๋ฉีย่อมต้องทำตามที่พวกเธอบอกอย่างช่วยไม่ได้ หนึ่งชายหนุ่มสองสาวงามรีบดึงชุดของสถาบันออกจากแหวนมิติและรีบแต่งตัวโดยฉันไว จากนั้นมันก็ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจึงนั่งพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา

     

    "พี่สาว ข้าขอโทษ"ไป๋ฉีกล่าวพร้อมกับโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อแสดงความจริงใจ หญิงสาวทั้งสองมองหน้ากันแล้วถอนหายใจยาวออกมาอย่างช่วยไม่ได้

     

    "เห้อ ความจริงเรื่องนี้ก็ไม่อาจโทษเจ้า เพราะพวกเราต่างก็เป็นผู้เสียหาย"จินอันหรานกล่าว

     

    ไป๋ฉีที่เห็นว่าพวกเธอไม่โกรธเคืองก็ถึงกับโล่งใจ แต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความจริงจัง "ถึงอย่างนั้นเรื่องที่ข้าล่วงเกินพวกท่านก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่พวกท่านวางใจข้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง"

     

    เห็นใบหน้าที่จริงจังของชายหนุ่ม จินอันหรานและเฟิ่งเจียอินก็ยิ้มให้กันและหันมาทางไป๋ฉีอีกครา "แน่นอนว่าเจ้าต้องรับผิดชอบพวกเราอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า..........."

     

    "แต่? อะไรอย่างนั้นหรือ"ไป๋ฉีถาม

     

    "เพียงแต่ว่าถ้าหากเจ้าอยากจะรับผิดชอบพวกเราเกรงว่าคงจะต้องรับศึกหนัก เจ้าต้องรู้ก่อนว่าพ่อแม่ของข้าล้วนเป็นจ้าวจักรวาลและทั้งสองก็รักและหวงข้าเป็นอย่างมาก การที่เจ้าจะผ่านด่านการทดสอบของจ้าวจักรวาลทั้งสองคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย"

     

    "ส่วนทางด้านของเฟิ่งเจียอิน แม้เธอจะไม่ได้มีภูมิหลังครอบครัวยิ่งใหญ่อะไรแต่อาจารย์ของเธอก็เป็นถึงผู้อำนวยการสถาบันฟ้ากระจ่างซึ่งอยู่ในระดับจ้าวจักรวาลเช่นเดียวกัน แถมอาจารย์ของเธอยังขึ้นเชื่อว่าเกลียดผู้ชายเข้าใส้ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอนที่เธอจะยกเฟิ่งเจียอินให้กับเจ้า"

     

    "เป็นอย่างไร มีอุปสรรคมากมายขนาดนี้ เจ้ายังคิดที่จะรับผิดชอบพวกเราอยู่ไหม" เมื่อกล่าวอธิบายเสร็จสิ้นจินอันหรานก็ทิ้งทวนด้วยคำถาม จากนั้นทั้งสองสาวงามก็ต่างพากันมองหน้าไป๋ฉีเพื่อรอดูว่าเขาจะตอบอย่างไร

     

    "แน่นอน ไม่ว่าจะมีบททดสอบหรืออุปสรรคจะยากเพียงใดข้าก็จะทำ" น้ำเสียงของไป๋ฉีดังขึ้นโดยไร้ซึ่งความลังเลใจ ทั้งจินอันหรานและเฟิ่งเจียอินต่างพากันยิ้มอย่างพึงพอใจในคำตอบนั้น

     

    ไป๋ฉีพุ่งเข้าไปโอบกอดพวกเธอโดยฉับพลัน "เมื่อออกจากดินแดนโบราณ ข้าจะติดต่อผู้ใหญ่ให้ไปสู่ขอพวกท่านในทันที"

     

    ทั้งจินอันหรานและเฟิ่งเจียอินมิได้ดิ้นรน พวกเธอโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้เช่นกัน "เจ้าไม่เห็นต้องรีบร้อนปานนั้น พวกข้าทั้งสองคนตกเป็นของเจ้าแล้วถึงอย่างไรก็ไม่คิดเปลี่ยนใจเป็นอื่น"

     

    ไป๋ฉียิ้มพลางส่ายหน้า "ไม่ได้หรอก ถึงอย่างไรก็อยากทำให้มันถูกต้องโดยเร็ว อีกทั้งหลังจากที่พวกท่านกลับไปก็จะจบการศึกษาแล้ว ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมพอดี"

     

    "หืม จบการศึกษา? จบการศึกษาอะไรกัน พลังของพวกข้าพึ่งจะ...................!!" พวกเธอพูดยังไม่ทันจบประโยคดวงตาก็พลันเบิกกว้าง ในใจสั่นสะท้านราวกับถูกฟ้าผ่า

     

    "ระ ระดับพลังของข้าถึงกับเพิ่มมาอยู่ที่ระดับผู้ปกครองดินแดนขั้นที่หนึ่ง!"จินอันหรานกล่าวเสียงสั่น

     

    "ระดับพลังของข้าเองก็เช่นกัน"เฟิ่งเจียอินก็กล่าวออกมาด้วยเช่นเดียวกันน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกใจไม่ต่างอะไรจากสหายเลยสักนิด

     

    "หุหุ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น พวกท่านลองสำรวจทะเลพลังงานของตัวเองให้ดีๆ"ได้ยินเสียงของไป๋ฉี พวกเธอก็ทำการสำรวจทะเลพลังงานของตัวเองอย่างว่าง่าย และสิ่งที่พวกเธอเห็นก็คือพลังลึกลับบางอย่างที่ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน

     

    พลังลึกลับของเฟิ่งเจียอินเป็นสีขาว ในขณะที่ของจินอันหรานเป็นสีดำ ต่อมาไม่นานพวกเธอก็สำแดงพลังอันลึกลับนั้นออกมาจากมือซ้าย

     

    "น้องชายพลังลึกลับนี้คืออะไร ข้าสัมผัสได้ว่ามันไม่ได้มาจากมรดกของผู้อาวุโสทั้งสองคนนั้น"ทั้งสองลืมตาขึ้นมาแล้วหันไปถามไป๋ฉีที่นั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋ฉีจึงเริ่มอธิบายถึงพลังและความสามารถของตัวเองให้ทั้งสองได้ฟังในทันที

     

    ยิ่งได้ยินเรื่องที่ไป๋ฉีเล่า หญิงงามทั้งสองก็ยิ่งเต็มไปด้วยความตกตะลึงในใจ

     

    "ถ้าอย่างนั้นที่ข้าได้พลังสีดำก็หมายความว่าข้าสืบทอดพลังความมืดจากเจ้ามาสินะ"

     

    "ส่วนสีขาวของข้าก็คือเป็นพลังแห่งความว่างเปล่าอย่างนั้นหรือ"

     

    ไป๋ฉีพยักหน้า "ใช่ พวกท่านโชคดีมากเลยรู้ไหม พลังทั้งสองอย่างนี้นับว่าเป็นพลังที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก"

     

    "พลังความมืดสามารถใช้ในการดูดกลืนกินทุกสรรพสิ่งแล้วแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังให้ผู้ใช้ได้"ได้ยินเช่นนั้นจินอันหรานก็ตื่นเต้นขึ้นมาในทันที เพราะมันเป็นพลังที่มีประโยชน์อย่างที่ไป๋ฉีว่าจริงๆ

     

    "แล้วพลังแห่งความว่างเปล่านี่ ใช้ทำอะไรได้กัน"เฟิ่งเจียอินมองไปยังพลังสีขาวในมือแล้วกล่าวถาม

     

    ไป๋ฉีหันมองไปหญิงงามแล้วเริ่มอธิบาย "ความสามารถของพลังแห่งความว่างเปล่าสารพัดประโยชน์มาก อย่างแรกเลยคือมันสามารถลบล้างการโจมตีทุกอย่างได้ในกรณีที่อีกฝ่ายมีพลังมากกว่าไม่เกินสามขั้น "

     

    "ลบล้างการโจมตีทุกอย่าง!" ได้ยินเพียงความสามารถแรกเท่านั้น ทั้งสองสาวก็อุทานออกมาพร้อมกัน เนื่องจากพลังนี้มันเหนือสามัญสำนึกเกินไป

     

    "ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น"ไป๋ฉีพูดพร้อมกับจับมือของเฟิ่งเจียอินยกขึ้นมา บริเวณหลังมือของเธอตอนนี้ปรากฏกงล้อสัตว์อัญเชิญที่มีทั้งหมดสามช่องด้วยกัน

     

    "ท่านสามารถทำพันธสัญญาแห่งความว่างเปล่ากับสัตว์อัญเชิญได้ทั้งหมดสามตนด้วยกัน ตามสัญลักษณ์ที่อยู่บนหลังมือนี้ แถมยังสามารถหยิบยืมพลังของพวกมันมาใช้ได้"

     

    สิ้นสุดการอธิบายของไป๋ฉี ทั้งสองสาวแทบจะลืมหายใจ

     

    "พระเจ้า! เจียอินเจ้าช่างโชคดีจริงๆ ด้วยพลังที่ว่ามานี้ในอนาคตหากเจ้าเลื่อนขั้นเป็นจ้าวจักรวาลก็คงจะกลายเป็นจ้าวจักรวาลที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย"จินอันหรานพูดขึ้นโดยที่ไร้ความอิจฉาใดๆ สำหรับเธอแล้วพลังความมืดที่ได้มาก็ดีไม่น้อย แถมในอนาคตเห็นได้ชัดเลยว่าทั้งเธอและเฟิ่งเจียอินจะต้องกลายมาเป็นครอบครัวเดียวกัน ดังนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะอิจฉาไปเพื่ออะไร

     

    "ทั้งหมดต้องขอบคุณน้องชายที่มอบโชคนี้ให้กับข้า"เฟิ่งเจียอินกล่าวอย่างเขินอาย

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินก็แสร้งทำหน้าบึ้งตึง "นี่พวกท่านคิดจะเรียกข้าว่าน้องชายไปถึงเมื่อไรกัน"

     

    ได้ยินไป๋ฉีพูดขึ้นมาเช่นนั้น ทั้งสองสาวมองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ

     

    "ได้เจ้าค่ะ ต่อไปนี้พวกเราจะเรียกเเจ้าว่า สามี ดีหรือไม่"

    คล้ายกับเรื่องcosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ ที่คุณอ่าน