ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 161 ล่ามิติประดิษฐ์

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 161  ล่ามิติประดิษฐ์



        ปี๊บ ปี๊บ


        [ตรวจพบมิติประดิษฐ์]


        [ตรวจพบมิติประดิษฐ์]


        เสียงร้องจากเครื่องควบคุมดังถี่ พร้อมกับข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอซ้ำๆ แต่ก็ไม่มีใครตอบสนองกับสิ่งนั้น รอบห้องโล่งว่าง ไม่มีใครอยู่


        ปี๊บ ปี๊บ


        [ต้องการให้ตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่? โปรดยืนยัน]


        สัญญาณยังคงแจ้งเตือนต่อไป บนหน้าจอแสดงผลมีข้อความรอการอนุมัติจากผู้ควบคุม เพียงแต่ไม่มีผู้ควบคุมในบริเวณใกล้เคียง


        ที่นี่คือห้องขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยของแปลกตามากมาย มีแท่นควบคุมและหน้าจอแสดงผลนับไม่ถ้วน ใจกลางห้องมีลูกบอลทรงกลมที่เชื่อมต่อด้วยสายระโยงระยาง ลากต่อไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ภายในห้อง ดูเหมือนมันจะเป็นจุดศูนย์กลางของทุกอย่าง การจะทำหลายๆ สิ่ง สามารถควบคุมได้จากสิ่งนี้โดยตรง


        หากจินได้มาเห็นห้องแห่งนี้ เขาจะต้องรู้สึกตกใจมากเป็นแน่ ที่สิ่งตรงหน้าช่างคล้ายคลึงกับห้องศูนย์กลางการควบคุมของมิติประดิษฐ์ที่ตนเองเป็นเจ้าของมาก มีเพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นที่แตกต่างออกไป อย่างเช่นสีสายระโยงระยางจำนวนมากนั้น และอุปกรณ์บางอย่างที่มิติประดิษฐ์ของเขาไม่มี


        นอกเหนือจากห้องควบคุมแห่งนี้ที่แทบจะเหมือนห้องควบคุมภายในมิติประดิษฐ์ของจินทุกประการแล้ว ลักษณะภายนอกของอาคารยังเหมือนกันราวกับแกะ เป็นหอคอยสูงสีทอง บ่งบอกรสนิยมของผู้สร้างได้อย่างดี แทบทั้งอาคารมีแต่บันไดวนเสียเป็นส่วนใหญ่ พื้นที่ใช้สอยจริงมีเพียงชั้นล่างสุดและชั้นบนสุดของหอคอย


        ผิดกับส่วนรอบนอกอาคาร ที่แตกต่างจากมิติประดิษฐ์ของจินอย่างแท้จริง มันมีสิ่งปลูกสร้างมากมายที่ดูสวยงาม และมีแบ่งพื้นที่สร้างเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ มองดูแล้วก็ทำให้ผู้คนสบายตา ไม่เหมือนมิติประดิษฐ์ของจินที่เต็มไปด้วยความมืดมน ไอโลหิต และกลิ่นอายแห่งความตายคละคลุ้ง


        เมื่อเทียบทั้งสองสถานที่ด้วยกันแล้ว อย่างไรที่นี่ก็ดูรื่นรมย์สร้างความสบายใจได้มากกว่าเป็นไหนๆ


        หน้าจอแสดงผลยังคงปรากฏคำถามเช่นเดิมค้างอยู่อย่างนั้นนานเป็นชั่วโมงเมื่อไม่มีการตอบสนอง ระบบการทำงานยังคงรอคอยการสั่งการ


        วูม


        หลังจากนั้นไม่นาน คลื่นพลังก็แหวกเปิดมิติออก กลายเป็นช่องทางสูงสองเมตรพร้อมให้ผู้คนผ่านเข้าออก


        ร่างในชุดสีม่วงก็ก้าวเดินอย่างมั่นคงผ่านเข้ามา เจ้าของร่างเป็นชายวัยกลางคนที่ยังดูหนุ่มแน่นมากทีเดียวราวกับเพิ่งจะผ่านช่วงวัยหนุ่มสาวมาได้ไม่นาน 


        เครื่องแต่งกายของเขามีเอกลักษณ์อย่างยิ่ง ส่วนบนเป็นเสื้อสีม่วงตัวใหญ่ ท่อนล่างเป็นกางเกงขายาวขลิบลายด้านข้างสีม่วง หลายจุดมีการประดับยศบางอย่างเอาไว้ ซึ่งดูอย่างไรก็ไม่ใช่ชุดปกติ


        ร่างในชุดเครื่องแบบสีม่วงค่อยๆ เดินมุ่งหน้าตรงไปยังหอคอยสีทอง ด้วยใบหน้าที่ดูเหนื่อยหน่ายพอสมควร


        “เฮ่อ เหนื่อยเป็นบ้า ไอ้พวกขุนนางจากกลุ่มชาวัลดิสมันคิดจะขัดขาข้าทุกเรื่องเลยหรือไร? ไม่เคยคิดจะเห็นหัวว่าที่องค์รัชทายาทอย่างข้า! นี่เป็นครั้งที่สามในรอบเดือนแล้วนะที่ข้าต้องหลีกหนีความวุ่นวายมาผ่อนคลายที่นี่” ชายในชุดม่วงถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะแสดงสีหน้าเจ็บปวดยามเมื่อหันมองกลับไปที่ประตูมิติที่เพิ่งปิดตัวลงไป


        จริงๆ มันก็ไม่ได้อยากใช้พลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัดเปิดปิดประตูมิติโดยไม่จำเป็นหรอก เพียงแต่ว่า มีเพียงมิติส่วนตัวแห่งนี้เท่านั้นที่พอจะตัดขาดจากโลกภายนอกได้อย่างสิ้นเชิง 


        ภายในสถานที่ที่มันอยู่ แม้จะมีการป้องกันที่รัดกุมแน่นหนา แต่ก็ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่ควรจะเป็นจริงๆ ทั้งยังขาดซึ่งความเป็นส่วนตัว การที่ตัวมันเลือกหลบหนีเข้ามาที่นี่ย่อมได้ทั้งความเป็นส่วนตัว และหลบหนีหูตาของผู้อื่นที่คอยจับจ้องมองมาที่มันอยู่ตลอดเวลา


        เนื่องจากมันเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดผู้หนึ่ง มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับการสืบทอดบัลลังก์ของอาณาจักรในอนาคต แน่นอนว่าแสงไฟทุกดวงล้วนสาดส่องเข้าหา เป็นจุดเด่นที่ดวงตาทุกคู่พร้อมจับจ้องให้ความสนใจ


        ชายในชุดม่วงเดินเข้าไปภายในหอคอยสีทอง ขึ้นไปชั้นด้านบนที่เป็นห้องควบคุมก่อนเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย รวมถึงตรวจสอบว่ามีการติดต่อใดเข้ามาบ้างหรือไม่


        “หืม?” ทันทีที่ขึ้นมาถึงห้องควบคุม สิ่งที่แสดงบนหน้าจอก็ดึงดูดความสนใจของเขาในทันที


        ร่างในชุดม่วงรีบพุ่งตัวเข้าไปดูใกล้ๆ ทันที “นี่มันอะไรกัน?”


        ชายวัยกลางคนเลื่อนข้อมูลย้อนหลัง ก่อนจะพอทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น มีการเปิดประตูมิติขึ้นในบริเวณใกล้ๆ และที่แห่งนั้นก็คือซากโบราณสถานที่ราชวงศ์ของมันเองเป็นผู้ครอบครองอยู่ในปัจจุบัน


        มิติประดิษฐ์ของมันตรวจพบความผันผวนของพื้นที่มิติ และคลื่นที่ส่งออกมามีสัญญาณที่ตรงกับฐานข้อมูลส่วนกลาง เมื่อเทียบดูแล้วมันคือสัญญาณการเปิดประตูมิติของมิติประดิษฐ์เช่นเดียวกับมัน ไม่ว่าจะเป็นช่องความถี่ วิธีการ และรูปแบบพลังงาน ทุกอย่างล้วนชี้ชัดว่านี่คือเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมิติประดิษฐ์


        ยิ่งมองข้อมูลตรงหน้า ชายในชุดม่วงยิ่งเบิกตาโพลง นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย! มิติประดิษฐ์แต่ละแห่งล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างหาที่สุดไม่ได้ ในฐานะที่เขาเป็นผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์เช่นเดียวกัน เขาย่อมทราบคุณค่าของมันเป็นอย่างดี


        ร่างชายวัยกลางคนรีบกดยืนยันข้อความคำถามล่าสุดที่ค้างอยู่บนหน้าจอแสดงผลทันที...แต่ดูเหมือนว่ามันจะช้าเกินไปสักหน่อย


        [กำลังตรวจสอบโปรดรอสักครู่...]


        [ไม่สามารถตรวจสอบได้ ปัจจุบันไม่พบความผันผวนจากพื้นที่มิติ]


        ชายในชุดม่วงขมวดคิ้วเข้าหากัน มันมองข้อความตรงหน้าก่อนจะทุบกำปั้นลงบนเครื่องควบคุม ดูเหมือนว่าก่อนที่ตัวมันจะมาถึง ประตูมิติดังกล่าวก็ได้ปิดตัวลงไปแล้ว


        สายตาของมันจ้องเขม็ง นอกเหนือจากความหงุดหงิดแล้ว ยังแฝงความวิตกกังวลบางอย่างอยู่ลึกๆ การที่ประตูมิติปิดตัวลงในช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้ เป็นไปได้ว่ามีผู้ควบคุมมิติประดิษฐ์อยู่เบื้องหลัง มิติประดิษฐ์แห่งนี้อาจจะมีเจ้าของแล้ว 


        เมื่อรวมเข้ากับความจริงที่ว่าเกิดความผันผวนขึ้นภายในซากโบราณสถาน มันยิ่งย้ำให้แน่ชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของใครบางคน และใครคนนั้นก็ทำตัวเป็นแมวขโมย พยายามจะค้นหาบางสิ่งภายในซากโบราณสถานที่เป็นของราชวงศ์ฮาวีรอน


        การพบมิติประดิษฐ์อีกแห่งเป็นเรื่องน่ายินดี แต่การพบเจอผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง นอกจากคุณค่าของมิติประดิษฐ์แล้ว มันยังแฝงเร้นความอันตรายพ่วงมาด้วย


        การครอบครองของล้ำค่าไว้ในมือ ย่อมมีผู้คนหมายปอง มิติประดิษฐ์ก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่ไม่มีใครฉกฉวยสิ่งนี้ไปได้เนื่องจากพลังอำนาจด้านพื้นที่มิติของมัน แต่กับผู้ที่ครอบครองมิติประดิษฐ์คนอื่น คนเหล่านี้มีพลังอำนาจเพียงพอ


        แม้จะมีมิติประดิษฐ์อยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเพียงพอ เพื่ออำนาจทางมิติที่มากขึ้น พื้นที่มิติที่มากขึ้น การยึดชิ้นส่วนโครงสร้างบางอย่างเพื่อพัฒนามิติประดิษฐ์ หรือรวมไปถึงขโมยพลังงานหายากที่ใช้ขับเคลื่อนเครื่องจักรให้ทำงาน มีหลายคนยอมเสี่ยงเพื่อยึดครองสิ่งของของผู้อื่น


        การพบเจอผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์คนอื่น จึงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลย แต่กลับเป็นอันตราย


        ชายในชุดสีม่วงยกมือขึ้นแตะปลายคาง ครุ่นคิดอยู่กับตนเองอยู่ครู่ใหญ่ๆ แน่นอนว่าในคราวแรกเขาตื่นเต้น แต่เมื่อนึกถึงความอันตรายที่อาจเกิดจากผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์คนอื่น มันก็แอบรู้สึกหวั่นใจไม่น้อย


        สองความคิดตบตีกันอยู่ภายในหัวใจของชายวัยกลางคน หนึ่งคือเลือกที่จะหลีกเลี่ยง พยายามอย่างเต็มที่ที่จะหลบสายจากสายตาของอีกฝ่าย ยินยอมให้อีกฝ่ายกระทำการอะไรก็ตามภายในสถานที่ที่เป็นทรัพย์สินของราชวงศ์ฮาวีรอน 


        สอง บุกเข้าไปและโจมตีอีกฝ่ายทีเผลอ ปล้นฆ่าเจ้าของคนเก่าจากนั้นจึงยึดมิติประดิษฐ์ของอีกฝ่ายมาเป็นของตนเอง ส่วนหลังจากนั้นจะทำอะไรกับมิติดังกล่าวก็สุดแล้วแต่ใจของเขาตอนนั้นจะปรารถนา


        ชายในเครื่องแบบสีม่วงยืนนิ่ง ตกอยู่ภายในภวังค์ความคิดเนิ่นนาน


        ในที่สุดศีรษะของเขาก็ยกขึ้นช้าๆ สายตาจ้องมองไปยังทิศทางหนึ่งที่มุ่งหน้าไปยังซากโบราณสถาน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ไม่เหลือร่องรอยความเหนื่อยหน่ายก่อนหน้านี้อีกต่อไป


        ความโลภเอาชนะชายวัยกลางคนเข้าจนได้ มันเลือกที่จะเสี่ยง หากมันได้รับมิติประดิษฐ์อีกแห่งหนึ่งเพิ่มเข้ามาได้จริงๆ นี่จะนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต 


        ตัวมันถูกหลายๆ คนวางตัวเอาไว้ให้เป็นผู้สืบทอดคนต่อไปของราชวงศ์ฮาวีรอน แต่ใครจะรู้ว่าเส้นทางเดินนั้นหาได้โรยด้วยกลีบกุหลาบไม่ มันต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างมากกว่าจะรักษาตำแหน่งและอำนาจของตนเองไว้ได้เหมือนทุกวันนี้


        แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากมันสามารถไปยังมิติที่สูงกว่า ทั้งยังรับประกันชีวิตของตนเองได้ด้วย? อนาคตเช่นนี้ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นองค์รัชทายาทของอาณาจักรบนโลกมนุษย์เป็นไหนๆ 


        'หากเรามีความกล้าและทำได้สำเร็จ...บางทีเราอาจจะเป็นเหมือนคนเหล่านั้นได้' ชายวัยกลางคนคิดกับตนเองภายในใจพลางนึกไปถึงผู้ครอบครองมิติคนอื่นๆ ที่มันเคยติดต่อ


        ผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์เหล่านั้นล้วนผ่านการต่อสู้ระหว่างผู้ถือครองมิติประดิษฐ์มาแล้วทั้งนั้น และผู้เหลือรอดก็คือผู้ชนะ ผู้ชนะย่อมสามารถกลืนทรัพยากรทุกอย่างที่ผู้แพ้สะสมมาได้ทั้งหมด รวมถึงพัฒนามิติประดิษฐ์ให้มีระดับสูงขึ้น


        ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมว่าที่องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรฮาฟแลนดิสถึงไม่ตกเป็นเป้าหมายของคนเหล่านั้นก็เพราะเขาอ่อนแอเกินไป ถือครองมิติประดิษฐ์มาได้ไม่นาน และที่สำคัญคืออยู่บนโลกมนุษย์


        เหล่าผู้ครอบครองมิติที่เหลือล้วนอยู่ในมิติอื่นกันหมด และไม่มีใครสนใจจะกลับมาที่โลกมนุษย์ในเร็วๆ นี้ ทำให้ชายชุดม่วงรอดพ้นจากการล่าสังหารมาได้


        แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ชายวัยกลางคนผู้นี้ก็ตกอยู่ใต้อำนาจของผู้ครองมิติประดิษฐ์คนอื่นๆ ต้องคอยเป็นมือเท้า ทำงานบางอย่างให้คนเหล่านั้น แลกกับข้อมูลเกี่ยวกับมิติประดิษฐ์และข้อมูลจากโลกต่างมิติ


        ซึ่งแน่นอน คนที่อยู่เหนือผู้คนมากมายเช่นนี้จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างคนอื่นนานๆ ได้หรือ หากมีโอกาส มันก็อยากจะพัฒนาตนเองให้เหนือกว่าผู้ครองมิติประดิษฐ์คนอื่นเช่นกัน...และโอกาสนี้ มาอยู่ตรงหน้าแล้ว


        ชายชุดม่วงประเมินดูแล้ว มันคิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะแข็งแกร่งอะไรนักหากยังอยู่บนโลกมนุษย์เช่นนี้ อีกอย่างข้อมูลที่มันได้รับมาก่อนหน้านี้ทำให้ทราบว่าผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์ทั้งหลายในอดีตต่างก็ถูกไล่ฆ่าจนไม่มีเหลืออยู่อีกแล้ว เพียงแต่มิติบางแห่งได้ถูกเก็บซ่อนไว้และไม่มีใครหาเจอ แปลว่านี่อาจเป็นผู้ครอบครองคนใหม่...


        การเป็นผู้ครอบครองคนใหม่นั้นหมายความว่าความเชื่อมโยงของอีกฝ่ายกับมิติประดิษฐ์ย่อมไม่แข็งแรงมากนัก เขาน่าจะสามารถหาโอกาสแทรกแซงและแย่งการควบคุมมาจากอีกฝ่ายได้ไม่ยาก 


        ชายวัยกลางคนค่อยๆ แสยะยิ้มออกมา ภายในใจของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ มันจะต้องทำได้แน่ และอำนาจในมือของมันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก!


        เมื่อตัดสินใจได้แล้วร่างของมันก็ขยับ ลูกแก้วทรงกลมถูกควบคุมด้วยความตั้งใจแน่วแน่ มิติประดิษฐ์ของมันขับเคลื่อนช้าๆ มุ่งหน้าเข้าสู่ซากโบราณสถาน

คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน