ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน

    บทที่ 33 ทุกสิ่งทุกอย่างคือการสมรู้ร่วมคิด

    บทที่ 33 

    ทุกสิ่งทุกอย่างคือการสมรู้ร่วมคิด


    “ปิงปิง หลิงหลิง พวกเราจะไปที่ไหนกันเหรอ? พวกเธอบอกว่าจะไปช็อปปิ้งไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาทางนี้ล่ะ?”


    บนถนนภายในอาณาเขตของมหาวิทยาลัยตงหลิงนั้น สามสาวกำลังเดินเลียบทางที่ทอดยาวไปเรื่อยๆโดยจับมือกันไว้ 


    ภาพอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่าเราสามารถเห็นสาวๆจับมือกันเดินได้ทั่วๆไปแบบนี้ แต่มันจะเริ่มแปลกถ้าเปลี่ยนจากสาวๆเป็นหนุ่มๆ 


    ทั้งสามคนที่ว่าก็คือปิงปิง หลิงหลิง และเอ้อซีซี โดยที่เอ้อซีซีนั้นอยู่ตรงกลางมีปิงปิงและหลิงหลิงขนาบข้าง


    จริงๆแล้วเอ้อซีซีก็ไม่ได้ตั้งใจจะถูกลากมาแบบนี้หรอก เธอนั้นพยายามจะปลีกตัวมาหลายครั้งแล้ว หากแต่ทั้งสองนั้นต่างกุมมือเธอไว้แน่นขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายสุดก็ต้องจำใจปล่อยให้พวกเธอลากมาแบบนี้ 


    ตั้งแต่ออกมาจากหอและเดินตามทางเดินที่ทอดยาวนี้มา เธอก็เริ่มเอะใจแล้วว่าเส้นทางที่พาเดินมานั้นมันไม่ใช่ทางออกจากมหาลัย หากแต่มันนำพาเธอไปยังส่วนที่อยู่ลึกสุดของมหาลัยแทน 


    เอ้อซีซีนั้นคิดว่าทั้งสองพาเดินไปผิดทางซึ่งเรื่องนี้เธอก็คอยเตือนบ่อยๆอยู่แล้ว 


    “ไม่ผิดหรอก ทางนี้ เราจะใช้ทางออกด้านหลังแทนน่ะ มันใกล้กว่า”


    ปิงปิงนั้นรีบเร่งเดินให้เร็วขึ้น


    “ใช่เหรอ? ทำไมฉันไม่รู้เลยว่าตรงนี้มีทางออก?” เอ้อซีซีขมวดคิ้วก่อนจะถาม


    “ใช่แล้ว ฉันรู้จักประตูนั้นนะ มีน้อยคนที่จะรู้ว่ามันมีทางออกอยู่ เพราะงั้นเธอมากับพวกเรา ไม่ต้องกังวลหรอกน่า” ในการที่จะปัดเป่าความขี้สงสัยของเอ้อซีซีให้หมดไป หลิงหลิงเองก็รีบพูดขึ้นมา เธอเองก็รีบเดินเพื่อที่จะได้ถึงสวนด้านหลังเร็วๆ 


    นี่ตกลงที่สวนนั่นมีทางออกจริงๆเหรอ?


    เอ้อซีซีคิดยังไงก็ยังไม่เข้าใจ เพราะงั้นเธอจึงทำได้แค่เดินตามที่ทั้งสองคนลากจูงแบบนั้นต่อไป 


    อีกฟากหนึ่ง อู๋ตี้นั้นได้ลงจากแท็กซี่เรียบร้อยแล้ว 


    เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและดูเวลา นี่มันก็บ่าย 2 กว่าๆแล้ว แต่มันก็ยังพอมีเวลากว่าอีก 20 นาทีกว่าจะถึงเวลาที่ซูหลี่เหยานัดไว้ 


    เพราะงั้นอู๋ตี้จึงเดินสบายๆไปยังสวนด้านหลังแทน ในใจเขานั้นยังคงดีใจอยู่ที่อย่างน้อยซูหลี่เหยาก็เปลี่ยนตัวเองได้แล้ว 


    และเมื่อคิดรวมๆแล้ว ซูหลี่เหยานั้นถือเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ ถ้าเธอสามารถวางอีโก้ของเธอแล้วเฝ้าแต่ดูถูกคนจนเชิดชูคนรวยได้แล้วล่ะก็ เธอเองก็น่าจะเป็นผู้หญิงที่ดีมากๆคนหนึ่งเลย 


    ไม่นานนัก อู๋ตี้ก็ไปถึงสวนด้านหลังของตึกสาขาบัญชี ที่ซึ่งอยู่เหนือที่สุดของมหาวิทยาลัยแล้ว 


    ที่นั่นถูกเรียกว่า “สวนหลังบ้าน” ก็เพราะว่ามันเป็นพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยสนามเด็กเล่นเล็กๆที่มีอายุหลายปี รวมถึงมีทะเลสาบที่ห้อมล้อมด้วยพุ่มไม้เขียวชอุ่มอยู่ 


    มีคนไม่มากที่เข้ามายังที่แห่งนี้ นั่นก็เพราะว่าภายในมหาวิทยาลัยมันยังมีสนามเด็กเล่นแห่งอื่นตั้งอยู่อีกที่ซึ่งในเมื่อเป็นแบบนั้นแล้ว คนอื่นจะเสียเวลามาที่นี่ทำไมกัน


    เดินไปตามถนนที่ถูกถมด้วยหินทั้งสองฟาก หลังจากที่บิดไปบิดมาแล้ว เมื่อหันหน้ามามองไปทางทะเลสาบ เขาก็พบว่าที่นั่น ไม่ต่างอะไรกับกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาทุกอย่างอยู่เลย 


    อู๋ตี้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูเวลาอีกครั้ง เขายังเหลือเวลาอีก 10 กว่านาที เขานั้นมาก่อนก็เลยยังไม่เห็นแม้แต่เงาของซูหลี่เหยาแต่อย่างใด ดูเหมือนเขาคงจะต้องเป็นฝ่ายรอแทนซะแล้ว 


    ละแวกนี้ไม่มีใครอยู่เลย และมันทำให้เขาสามารถยืนชื่นชมทะเลสาบแห่งนี้ได้อย่างสบายอกสบายใจ


    พูดก็พูดเถอะ วิวของที่ทะเลสาบเล็กๆนี่น่ะ มันดีจริงๆนะ บริเวณนี้นอกจากจะห้อมล้อมด้วยพุ่มไม้เขียวขจีแล้ว ยังอุดมไปด้วยต้นหลิวที่เพิ่มความเขียวให้อีกด้วย


    ต้นหลิวที่สูงสง่าพวกนั้นแผ่กิ่งก้านสาขาลงมาจนเกิดเปิดภาพสะท้อนอยู่บนทะเลสาบขนาดเล็กนี้ เปรียบเสมือนเส้นผมของหญิงสาวที่ถูกลมพัดโชย มันพลิ้วไปมาเป็นระลอกๆ ซึ่งนี่ดูเหมือนจะดีกว่าสรวงสวรรค์ซะอีก ยิ่งได้ยืนมองภาพตรงนี้นานเท่าไหร่ ความคิดของอู๋ตี้มันก็พลอยเรื่อยเปื่อยแบบสุดๆ 


    เขาคิดไปถึงวันที่เขาพาเอ้อซีซีมาที่นี่ ทั้งเขาและเธอต่างสบตากันเพื่ออธิบายสิ่งที่เข้าใจผิดในขณะเดียวกันความรู้สึกบางอย่าง มันก็ได้แผ่กิ่งก้านสาขาไปในใจของเขาเงียบๆแล้ว


    “ฮ่าๆๆๆ”


    ขณะที่อู๋ตี้กำลังอยู่ในห้วงความคิดที่แสนวิเศษอยู่นั้น เสียงหัวเราะอันน่าสะอิดสะเอียนก็ดังขึ้นและทำลายทุกอย่างลงไป 


    “ไอ้อ้วนขี้แพ้นั่นมาจริงๆด้วย คนสวย ดูเหมือนเสน่ห์ของเธอจะไม่ใช่น้อยๆเลยนะ”


    อู๋ตี้นั้นตกใจจนอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปดูเลย 


    ร่าง 4 ร่างโผล่มายืนหน้าสลอนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเขานัก แต่กระนั้นสายตาของเขาก็เลือกโฟกัสไปที่ร่างของหญิงสาวเพียงคนเดียวที่อยู่ในกลุ่ม


    นั่นไม่ใช่ใครอื่น เธอคือคนที่เรียกเขามา ซูหลี่เหยา นั่นเอง 

    ในตอนนั้น ซูหลี่เหยามองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ช่วงเอวของเธอนั้นถูกโอบด้วยแขนของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้าง


    หากจะพูดถึงพ่อหนุ่มคนนั้น จะเรียกว่าคนแปลกหน้าก็คงจะไม่ได้ เพราะครั้งสุดท้ายเมื่อตอนอยู่ที่หอประชุมเล็กนั้น พวกเขาได้เจอกันแล้ว พ่อหนุ่มที่ลวนลามเอ้อซีซี...เย่เหลียง!

    และทั้งสองที่อยู่ด้านหลังเย่เหลียงก็คงจะเป็นผู้ติดตามของเย่เหลียงอีกที 


    “นี่มันหมายความว่ายังไงน่ะ ซูหลี่เหยา?”


    อู๋ตี้ขมวดคิ้วและเอ่ยถามซูหลี่เหยา


    แต่ก่อนที่ซูหลี่เหยาจะพูด เย่เหลียงก็ชิงหัวเราะออกมาเสียก่อน 


    “สาวน้อย ดูเหมือนเจ้าอ้วนขี้แพ้นี่มีอะไรอยากจะทำกับเธอสินะ หวังไว้ซะสูงเชียว ไหน เธอลองบอกมันไปซิว่าเธอเรียกมันมาเพราะอะไร”


    ใบหน้าที่พราวเสน่ห์ของซูหลี่เหยาขยิบตาให้เย่เหลียงก่อนจะมองไปยังอู๋ตี้ด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็น 


    “ไอ้หมูตอนเอ๊ย นายกล้าอวดเบ่งโดยทำเป็นบริจาคเงินไปทั้งหมด แล้วทำให้คนอื่นคิดว่านายนั้นเป็นมหาเศรษฐี แต่เสียใจด้วยนะที่ฉันดันรู้จักนายดี ไม่คิดเลยว่านายจะใช้วิธีแบบนี้ต้มคนอื่นแล้วก็แสร้งทำเป็นเศรษฐีต่อหน้าพี่เย่แบบนี้ คราวนี้แหละ ฉันจะสั่งสอนบทเรียนดีๆให้นายเอง ฉันจะทำให้นายจดจำเรื่องนี้ไปอีกนานแสนนานรวมถึงทำให้นายเข้าใจอย่างลึกซึ้งเลยว่า ‘ในสังคมแห่งนี้ ยังมีคนอีกหลายคนที่นายไม่สามารถเอาชนะได้’! ”


    ซูหลี่เหยานั้นพยายามทำให้ภาพลักษณ์ของตนนั้นเหมือนจิ้งจอกสาวและเสือร้ายที่ฉลาดและหลักแหลมสุดๆ ประโยคสุดท้ายของเธอนั้นใช้ความยิ่งใหญ่ของเย่เหลียงเพื่อกดขี่อู๋ตี้อย่างเห็นได้ชัดเลย และมันทำให้เย่เหลียงเข้าใจได้ว่า เขานั่นแหละคือคนที่ไม่สามารถล้มได้


    แต่กระนั้นท่าทีของอู๋ตี้กลับค่อนข้างเย็นลงไปเยอะ เขานั้นรู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆในจิตใจ ผิดหวัง กับซูหลี่เหยา…

    ก็พอจะเดาไว้บ้างแล้ว…


    เธอเปลี่ยนไปก็จริง แต่ไม่ใช่ดีขึ้น หากแต่เป็นร้ายกาจขึ้นมากๆ 


    สิ่งที่เธอทำนั้นมันทำให้ภาพดีๆของเธอในความรู้สึกของอู๋ตี้ถูกทำลายไปจนไม่เหลืออะไรอีกแล้ว 


    สิ่งที่น่าสมเพชที่สุดคงไม่พ้นความคิดที่เขาคิดว่าซูหลี่เหยาจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นได้ 


    “งั้นเหรอ งั้นก็เชิญเลย ทำแบบที่เธอต้องการ”


    อู๋ตี้รู้ว่าครั้งนี้เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน แถมเขายังไม่มีไพ่อะไรในมือเลยอีกด้วย หากเดินหมากผิดล่ะก็ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้ ดีไม่ดีมันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากอีกด้วย 


    แต่ยังไงซะมันก็คงไม่มีอะไรให้เลือกมากมายอยู่แล้ว ก็ตอนนี้น่ะเขาเป็นคนธรรมดานี่นา 


    สิ่งที่ทำได้ก็คงเป็นยิ้มอย่างขมขื่นในใจ เอาจริงๆก็อยากจะลงโทษตัวเองเหมือนกันที่อุตส่าห์หวังเอาไว้ว่าคนอย่างซูหลี่เหยาจะดีขึ้นได้ เนี่ยแหละนะ ผลที่ตามมาจากการเชื่อคนแบบนี้ 


    ด้วยเหตุนี้ อู๋ตี้เลยไม่ได้คิดจะต่อต้านอะไรทั้งนั้น เพียงแค่ปล่อยให้ตัวเองต้องพ่ายแพ้ไปเหมือนเมื่อก่อนที่เขามักจะถูกหวังเฉาแกล้งนั่นแหละ 


    ในตอนนี้ เย่เหลียงยังไม่ได้สั่งให้ผู้ติดตามทั้ง 2 ของเขานั้นเข้ามาจัดการอู๋ตี้ กลับกันเขาเอาแต่ยิ้มอย่างมีเลศนัยมาพักหนึ่งแล้ว


    “ไม่ต้องกังวล ยังไม่ถึงเวลาหรอก อะไรสนุกๆน่ะ มันเริ่มต่อจากนี้ต่างหาก”


    ไอ้โรคจิตนี่พูดอะไรน่ะ? แค่จัดการเขาคนเดียวคนแค่นี้ไม่พอหรือไง? นี่จะขนกันมากระทืบเป็นกองทัพเลยเหรอ? 


    แต่ไม่นานนักคำตอบมันก็เผยออกมา เสียงของหญิงสาวหลายคนดังมาจากไกลๆจนกระทั่งมันเริ่มเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดพวกเธอก็ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกๆคนที่อยู่บริเวณนั้น


    เมื่อเห็นทั้ง 3 สาว สีหน้าของอู๋ตี้ก็เปลี่ยนไปในทันที และสายตาของเขาจับจ้องไปยังหญิงสาวคนหนึ่ง


    “เอ้อซีซี? เธอมาที่นี่ทำไมน่ะ?”


    ใช่แล้ว 1 ในสามคนนั้นก็คือเอ้อซีซีนั่นเอง


    อย่างไรก็ตาม เมื่อเอ้อซีซีเห็นอู๋ตี้ เธอก็งุนงงมากๆ จากนั้นเธอก็ต้องงุนงงหนักกว่าเดิมอีกเมื่อเห็นเย่เหลียงและซูหลี่เหยาอยู่ที่นี่ด้วย


    “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”


    ปิงปิงและหลิงหลิงที่ยืนประกบ 2 ข้างของเอ้อซีซีอยู่นั้นก็แทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคน พวกเธอจับแขนของเอ้อซีซีไว้แน่นซึ่งทำให้เธอไม่สามารถหนีไปไหนได้ 

    “พี่เย่ เราพาเธอมาให้พี่แล้ว”


    ปิงปิงชิงตะโกนบอกเย่เหลียงก่อนด้วยใบหน้าที่เย้ายวนสุดๆ 


    “อ๊ะ ฉันด้วย ฉันเองก็พาเธอมาด้วยนะพี่เย่”


    หลิงหลิงที่เห็นปิงปิงเปิดฉากก่อน เธอก็รีบขยิบตาให้เย่เหลียงด้วยท่าที่ที่ดูพราวเสน่ห์ของเธอ 


    “เอ๊ะ? พวกเธอ...โกหกฉันเหรอ? เราไม่ได้จะไปช็อปปิ้งกันตั้งแต่แรกแล้วเหรอ?”


    ในตอนนี้ เอ้อซีซีเข้าใจแล้วว่าที่เพื่อนร่วมห้องของเธอ จู่ๆก็มาทำตัวเป็นมิตรนั้น ทั้งหมดเป็นการสมรู้ร่วมคิด! 


    “ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ...ทำไม...”


    เอ้อซีซีเสียใจจนร้องไห้ออกมา สิ่งที่ทำให้เธอเศร้าที่สุดนั่นก็คือการเอาหัวใจที่ใส่ซื่อของเธอนั้นมาเป็นเครื่องมือในการหลอกล่อนั่นแหละ 


    เย่เหลียงค่อยๆเดินไปหาเอ้อซีซีและหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ สีหน้าและแววตาของเขานั้นเก็บอาการอยากจนน้ำลายไหลไม่ได้เลย


    “นี่สาวน้อยของฉัน ถ้าตามฉันไปแล้วจะมีปัญหาอะไรหรือไง? เธอรู้หรือเปล่าว่าฉันเศร้าขนาดไหนเมื่อตอนที่เธอไปกับเจ้าอ้วนขี้แพ้นี่เมื่อวันนั้นน่ะ? หึๆๆ แต่ช่างมันเถอะ วันนี้ทุกๆคนก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งแล้ว ฉันจะให้เธอได้เห็นเองว่า แม้แต่เจ้าอ้วนนี่ ก็จะต้องคุกเข่าและขอความเมตตาจากฉัน!”


    คล้ายกับเรื่องระบบแลกเปลี่ยนไขมัน ที่คุณอ่าน