ตอนที่ 51 ปะทะนักรบไร้หน้า
หน้าประตูใหญ่ของสมาคมนักรบนั้นมีป้ายชื่อสมาคมเป็นตัวอักษรสีทองบนแผ่นหินสีดำเงางาม ประตูใหญ่กว้างกว่า5เมตรสูงกว่าพื้นถนน 7 ขั้นบันได มียามยืนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา ด้านซ้ายของบันไดเป็นรูปปั้นนักรบมือขวาถือขวานพาดไว้บนบ่า ใช้เท้าขวาเหยียบหม้อกลั่นยาขนาดเล็กสูงแค่ครึ่งแข้งของนักรบผู้นั้น ด้านขวาของบันใดเป็นรูปปั้นนักรบใช้มือขวาถือหอกยาวตั้งตรงอยู่บนพื้น ใช้เท้าซ้ายเหยียบราชสีห์ตัวน้อยความสูงไม่เกินครึ่งแข่งของนักรบผู้นั้นเช่นกัน ใครมองดูก็รู้ได้ว่าเป็นการหยามสัญลักษณ์ของพรรคเซียนโอสถและพรรคราชสีห์เพลิง นับว่าสมาคมนักรบขวัญกล้าไม่ใช่น้อย ทั้งพรรคเซียนโอสถและพรรคราชสีห์เพลิงนั้นมีประวัติความเป็นมาใหญ่หลวง มีสาขามากมายทั่วแดนดิน พรรคที่ตั้งอยู่บนเกาะนี้เป็นเพียงสาขาย่อยเท่านั้น
การที่สมาคมนักรบทำแบบนี้แล้วไม่ถูกเล่นงานโดยพรรคเซียนโอสถหรือพรรคราชสีห์เพลิงโดยตรงจากสาขาที่ใหญ่กว่าสาขาบนเกาะพนาอัคคีนี้ แปลว่าพรรคเซียนโอสถและพรรคราชสีห์เพลิงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเกาะพนาอัคคีนี้มากนัก หากสาขาย่อยบนเกาะนี้ของตนไม่มีปัญญาข่มพรรคท้องถิ่นได้ก็เป็นปัญหาของพวกมันเอง ไม่ใช่สิ่งที่สาขาใหญ่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือ ด้วยเหตุนี้นี่เองที่ทำให้สมาคมนักรบสามารถดำรงอยู่เป็น 1 ใน 3 กำลังหลักบนเกาะพนาอัคคีนี้ได้ หากพวกมันต้องประมือกับคนของสาขาใหญ่แล้วละก็มันคงต้องตายยกสมาคมเป็นแน่
จางหม่านโถวแอบเฝ้าดูอยู่หน้าสมาคมมา 2 วันแล้ว หากวันนี้นักรบไร้หน้ายังไม่ปรากฏตัวนั่นยอมหมายความว่ากำหนดการเข้ารายงานตัวของนักรบไร้หน้าประจำเดือนที่เขียนไว้ในใบงานไม่ตรงกับความเป็นจริง จางหม่านโถวยังคงหวังว่ารายงานของ[สมาคมนวจันทรา]จะถูกต้องแม่นยำ ไม่เช่นนั้นแล้วมันคงไม่สามารถไปส่งงานได้ทันตามกำหนดส่งงาน ทั้งนี้เพราะมันต้องนำนักรบไร้หน้ากลับไปยังรังลับให้ท่านหญิงสอบสวนอีกด้วย
ตอนนี้เหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมงจะหมดช่วงเวลาแห่งการทำงาน และจะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน จางหม่านโถวเริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่มันเสียไปในการเฝ้ารออยู่อย่างนี้ แผนการทั้งหมดที่มันเสียเวลาหลายวันเตรียมการจะล้มเหลวไม่เป็นท่าเช่นนี้อย่างนั้นหรือ จางหม่านโถวเริ่มแช่งชักหักกระดูก[สมาคมนวจันทรา] พวกมันให้ข้อมูลผิดพลาดทำให้จางหม่านโถวต้องเสียเวลาไปหลายวัน ตระเตรียมแผนการที่ไม่ได้ใช้ออกมา
ขณะที่จางหม่านโถวกำลังเริ่มก่นด่า[สมาคมนวจันทรา]อยู่ในใจนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏที่ปลายด้านหนึ่งของถนนใหญ่ จางหม่านโถวไม่ได้สังเกตเงานั้นตอนที่มันเริ่มปรากฏตัว แต่เงาร่างนั้นเคลื่อนใกล้เข้ามายังประตูใหญ่ของสมาคมนักรบเรื่อยๆ เมื่อเงาร่างนั้นเริ่มชัดขึ้นตามระยะทางที่ใกล้เข้ามา จางหม่านโถวก็รู้ได้ว่านั้นคือเงาร่างของนักรบไร้หน้า แม้มันจะไม่เคยพบนักรบไร้หน้ามาก่อน แต่จากรูปและคำบรรยายถึงลักษณะของนักรบไร้หน้านั้นตรงกับเงาร่างที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ผิดเพี้ยน
นักรบไร้หน้าเดินทอดน่องตรงไปยังสมาคมนักรบอย่างสบายใจ มันเพียงมารายงานผลการทำงานตามเวลาที่กำหนด ไม่มีอะไรน่ากังวลสำหรับมัน ผลงานที่ผ่านมาของมันนับว่าดีเยี่ยม ตอนนี้มันไร้ความกังวลใดๆ จะมีก็แค่ความเบื่อหน่าย ชีวิตช่วงนี้ของมันจืดชืดจนเกินไป ไร้ความตื่นเต้น มันชอบชีวิตที่โลดโผน ชอบช่วงเวลาแห่งการทำสงครามแย่งดินแดน ตอนนี้ช่วงเวลาที่ทำให้มันรู้สึกตื่นเต้นได้ก็มีแค่งานประลองจัดอันดับแห่งสมาคมนักรบเท่านั้น ซึ่งก็ผ่านมาเกือบ 5 ปีแล้ว และก็ต้องรออีก 5 ปีกว่าถึงจะมีการจัดขึ้นใหม่อีกครั้ง ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนี่มันช่างน่าเบื่อจริงๆ
ทันใดนั้นเองก็มีลูกดอกสีดำพุ่งตรงเข้าใส่นักรบไร้หน้า มันใช้แขนเสื้อรับลูกดอกนั้น ป้องกันการถูกพิษลอบทำร้าย แม้จะสัมผัสด้วยแขนเสื้อแต่ด้วยกายจิตที่แผ่พุ่งออกมา มันรับรู้ได้ว่านี่เป็นเพียงลูกดอกธรรมดา ที่มีกระดาษผูกติดอยู่ เป็นการส่งสารมากกว่าการลอบทำร้าย นักรบไร้หน้ามองไปยังทิศทางที่ลูกศรถูกปามา มันเห็นเงาร่างสายหนึ่งหายวับไปอย่างรวดเร็ว มันรู้ดีว่าด้วยระยะห่างระดับนี้ และยังมีบ้านเรือนมากมายปิดบังเส้นทางหนีของคนร้าย มันไม่อาจจะตามจับเจ้าคนร้ายนี้ได้ทัน
นักรบไร้หน้าซัดลูกศรนั้นไปเบื้องหน้ามันประมาณ 2 เมตร กระดาษที่ผูกติดกับลูกศรคลายตัวออกและคลี่กางออกเป็นแผ่นกระดาษราบเรียบแผ่นหนึ่ง ก่อนจะปลิวตามลมตกลงบนพื้น นี่เป็นการใช้กำลังภายในอันแยบคาย เปิดผนึกกระดาษนี้ออก ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามใส่ยาพิษที่จะฟุ้งกระจายเมื่อเปิดผนึกกระดาษออก ก็ไม่อาจทำร้ายนักรบไร้หน้าได้แล้วในตอนนี้ มันใส่ถุงมือก่อนที่จะหยิบกระดาษนั้นขึ้นมา มันระวังตัวเสมอ ต่อให้ไม่มีพิษที่ฟุ้งกระจายได้แล้ว ก็อาจมีพิษที่เคลือบอยู่บนผิวกระดาษได้
“ถึงเจ้านักรบไร้หน้า ไร้ชื่อเสียง
ข้าต้องการท้าประลองกับเจ้าที่ริมแม่น้ำแบ่งดินแดนเหนือปากแม่น้ำ 5 กิโลเมตร
ข้าได้เลือกสถานที่ประลองที่ทำให้เจ้าได้เปรียบแล้ว อีก 3 วันจงมาพบข้า
ถ้าเจ้ามีความกล้าก็จงมาคนเดียว
ถ้าเจ้าขี้ขลาดก็พาลูกน้องมาด้วย
ยิ่งขี้ขลาดมาก็จงมาลูกน้องมาด้วยมากๆ
จากคนที่จะมีชื่อเสียงด้วยการฆ่าเจ้า”
เมื่อได้อ่านข้อความในกระดาษ แววตาของนักรบไร้หน้าก็เปลี่ยนไปหลายต่อหลายครั้ง เริ่มจากโกรธ เป็นกระหายเลือด กลายเป็นตื้นเต้น กลายเป็นดีใจ แล้วก็กลายเป็นโกรธอีก ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน ตามความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของนักรบไร้หน้า มันโกรธที่ถูกเหยียดหยาม มันอยากฆ่าไอ้คนปากดีคนนี้ แต่มันก็ตื่นเต้นที่จะได้มีอะไรตื่นเต้นให้ทำ มันถึงขั้นดีใจที่มีคนกล้ามาท้าประลองกับมัน แต่ก็โกรธที่มีคนกล้าท้าประลองกับมันเช่นกัน มันเองก็ไม่อาจบอกได้ว่ามันรู้สึกเช่นไร
เมื่อส่งจดหมายท้าประลองเสร็จแล้ว จางหม่านโถวก็รีบออกจากเมืองในทันที มันวิ่งสุดฝีเท้าไปยังบริเวณป่ารอบนอกของเขตตะวันออกใกล้กับเขตปะทะ นี่เป็นป่าที่จางหม่านโถวผ่านเมื่อตอนเดินทางไปยังเขตใต้ มันทิ้งเกาหญ่าไว้ที่นี่ มันต้องการให้เกาหญ่าฝึกวิชาให้ชำนาญยิ่งขึ้น มันวุ่นวายปฏิบัติภารกิจ ไม่อาจฝึกฝนร่วมกับเกาหญ่าได้ ดังนั้นทิ้งนางให้ฝึกตามลำพังที่นี่ ก็ย่อมดีกว่าเก็บนางไว้ใน[ฮาเร็ม] แม้จะเป็นเวลาไม่นานแต่เกาหญ่าก็มีความชำนาญในการใช้วิชาฝ่ามือพายุหมุนมากขึ้นแล้ว
สาเหตุหลักที่จางหม่านโถวเลือกนักรบไร้หน้าเป็นเป้าหมายต่อไป เพราะนางเป็นนักรบที่ใช้พลังธาตุน้ำ ในรายชื่อสังหารทั้งหมด มีเพียงนักรบไร้หน้าที่มีระดับกายมนุษย์ขั้นกลางและใช้ธาตุน้ำ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ใช้ธาตุไฟสังกัดพรรคราชสีห์เพลิงกับผู้ใช้ธาตุไม้สังกัดพรรคเซียนโอสถ แม้สมาคมนักรบจะมีนักรบหลากหลายแต่ใน 10 ยอดนักรบของสมาคมก็มีผู้ใช้ธาตุน้ำเพียงคนเดียวเท่านั้น ธาตุน้ำนั้นจัดเป็นธาตุที่มีความแปรปรวนมากมี่สุดในบรรดาธาตุทั้ง 5 ธาตุดินเน้นไปที่การป้องกัน ธาตุลมนั้นรวดเร็ว ธาตุไฟนั้นรุนแรง ธาตุไม้นั้นเป็นการบังคับต้นไม้ การปลูกสมุนไพรที่ปลูกยากต้องใช้นักรบธาตุไม้เท่านั้นจึงจะปลูกได้ ดังนั้นธาตุไม้จึงมีความชัดเจนในการใช้ แต่ธาตุน้ำนั้น มันไม่อาจป้องกันได้ดีเช่นธาตุดิน พลังทำลายก็ไม่เท่าธาตุไฟ ความเร็วก็ต่ำว่าธาตุลม และการบังคับน้ำได้ก็ไม่ได้มีประโยชน์พิเศษเฉพาะเฉกเช่นธาตุไม้ ดังนั้นนักรบธาตุน้ำจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก ส่วนใหญ่พวกมันจะได้เป็นกัปตันหรือต้นหนเรือเสียมากกว่าเพราะอย่างน้อยการบังคับน้ำได้ของมันก็มีประโยชน์ในการเดินเรือ จึงเป็นการยากที่จะเห็นนักรบธาตุน้ำนอกเหนือจากในสมาคมเดินเรือ หรือสมาคมการค้า
เมื่อธาตุลมนั้นเป็นธาตุข่มสำหรับธาตุน้ำ การที่เกาหญ่าพัฒนามาอยู่ในระดับกายมนุษย์ขั้นกลางแล้วย่อมทำให้นางสามารถสู้กับนักรบไร้หน้าได้ไม่ยากนัก อีกทั้งยังมีมันช่วยรุมอีกด้วย การลงมือจับนักรบไร้หน้านั้นคงไม่ยุ่งยากจนเกินไป นักรบไร้หน้าคงไม่ขอความช่วยเหลือจากยอดนักรบในระดับที่สูงกว่ามันมาช่วย อย่างมากก็พาลูกน้องคนสนิทใต้การดูแลของมันมาช่วย หากเป็นเช่นนั้นจางหม่านโถวก็จะเรียกเกาหญ่าออกมาทันทีและให้นางรับมือกับนักรบไร้หน้าไป ส่วนมันก็จะจัดการกับบรรดาลูกน้องที่นักรบไร้หน้าพามา
จางหม่านโถวมาถึงจุดนัดประลองในวันที่ 3 หลังจากส่งจดหมายท้าประลอง มันไม่ได้รีบวิ่งสุดฝีเท้าแบบตอนที่มันวิ่งไปรับเกาหญ่า มันเดินทางด้วยความเร็วปกติที่ไม่เสียแรงแม้แต่น้อย มันหยุดนอนหลับเพื่อให้สมองพักผ่อนและสามารถทำงานได้เต็มที่ มันกำหนดเวลา 3 วันเพราะมันได้คำนวณถึงเวลาเดินทางกลับจากทึบ หากไม่ต้องเดินทางไปรับเกาหญ่าแล้วมันนัดเวลาแต่ 2 วันก็เกินพอ แต่นั้นย่อมเป็นการบีบให้นักรบไร้หน้าต้องเร่งเดินทางด้วย มันกลัวว่านักรบไร้หน้าจะไม่กล้ามาตามนัดหากมันกำหนดเวลาสั้นเกินไปจนมันต้องเสียพลังไปในการเดินทาง จางหม่านโถวต้องการให้นักรบไร้หน้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดก่อนเริ่มประลอง และมันเลือกสถานที่ประลองใกล้น้ำเพื่อให้นักรบไร้หน้ารู้สึกได้ถึงความได้เปรียบ
เมื่อจางหม่านโถวมาถึงบริเวณที่กำหนดไว้เป็นสถานที่ประลองเขาก็ได้พบกับคนผู้หนึ่งยืนอยู่บริเวณนั้น มองจากระยะไกลก็รู้ได้ว่าเป็นนักรบไร้หน้า มันมาเพียงคนเดียว ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร สถานที่ประลองนี้ติดกับแม่น้ำซึ่งไหลไปสู่ทะเล สำหรับนักรบไร้หน้าแล้วการเป็นผู้ใช้พลังธาตุน้ำทำให้มันได้เปรียบเป็นอย่างมาก หากพลาดพลังอย่างไรก็สามารถหนีไปกับสายน้ำได้ หากออกไปถึงทะเลก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยอีกต่อไป นักสู้ทั่วไปย่อมไม่อาจเอาชนะผู้ใช้ธาตุน้ำในทะเลได้เป็นแน่ ต่อให้อีกฝ่ายใช้ธาตุน้ำเช่นกันก็ไม่แน่ว่าจะตามล่ามันได้ทัน หากต่อสู้กันถึงที่สุดแล้วต้องตายก็ถือว่าได้ต่อสู้อย่างสมใจเช่นกัน
นักรบไร้หน้าเองก็ออกเดินทางทันทีที่ได้รับจดหมายท้าประลอง มันไม่ได้พาลูกน้องมาด้วย มันมั่นใจว่ามันสามารถเอาตัวรอดจากการประลองครั้งนี้ได้ ความตื่นเต้นทำให้มันเร่งออกเดินทางในทันที อีกอย่างมันต้องการมาถึงก่อนเวลานัดเพื่อตรวจสอบว่ามีการวางกับดักอะไรไว้หรือไม่ มันเร่งเดินทางสุดกำลัง พักผ่อนเมื่ออยู่ห่างจากจุดนัดพบไม่ไกล เมื่อฟื้นฟูเต็มที่แล้วมันจึงเข้าสู่บริเวณจุดนัดประลอง
ตอนมาถึงจุดนัดประลอง นักรบไร้หน้าก็ต้องประหลาดใจ มันไม่สามารถตรวจพบการวางกับดักอะไรเลย คนที่ท้าประลองกับมันต้องการสู้กับมันด้วยฝีมือจริงๆ ไม่ใช้กับดักกลไกในการต่อสู้ มันเริ่มนับถือคนที่กล้าท้าประลองมันขึ้นมาเล็กน้อย ถึงกับคิดในใจว่าถ้ามันไม่ใช่คนของพรรคอื่นอาจจะชวนเข้าร่วมสมาคมนักรบด้วยก็เป็นได้
“เจ้าคือคนที่ท้าประลองกับข้าอย่างนั้นหรือ” เสียงของนักรบไร้หน้าดังขึ้นเมื่อจางหม่านโถวเดินเข้าใกล้จุดนัดประลอง
“ท่านมาถึงก่อนเวลานะ ตื่นเต้นมากอย่างนั้นหรือ” จางหม่านโถวย้อนกลับไปโดยไม่ตอบคำถามโดยตรง แต่นี่ก็เป็นการยืนยันคำตอบของคำถามนั้นแล้ว
“แน่นอนข้าย่อมตื่นเต้น ไม่มีใครกล้าท้าประลองกับข้ามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว” นักรบไร้หน้าบอกตามตรง
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” จางหม่านโถวตอบพร้อมกับเดินเข้าใกล้นักรบไร้หน้าเรื่อยๆ
“เจ้าเป็นใครกัน ทำไมจึงต้องการที่จะประลองกับข้า” นักรบไร้หน้าถามด้วยความสงสัย มันต้องการรู้ตัวตนของคนผู้นี้ก่อนประลอง เพื่อดูว่ามันควรยั้งมือหรือไม่
“บอกตามตรง ข้ามีนามว่า ปู้หุ่ย เป็นสมาชิกภายนอกของ[สมาคมนวจันทรา] ข้ารับงานที่ประกาศค่าหัวเจ้าเอาไว้ ดังนั้นข้าจึงมารับหัวเจ้าไปส่งมอบให้กับ[สมาคมนวจันทรา]” จางหม่านโถวบอกฉากหน้าของแผนการออกไป หากมันรู้ถึงความตั้งใจของนักรบไร้หน้า มันคงบอกไปว่าต้องการท้าประลองเพื่ิอชิงตำแหน่ง10ยอดนักรบแทนแล้ว หากเป็นแบบนั้นก็คงไม่ต้องสู้กันจนตายไปข้างแถมได้เข้าสมาคมนักรบได้อีกด้วย
“เจ้านับว่ากล้ามากที่รับงานส่งมอบหัวข้า ตอนแรกข้านึกว่าเจ้าจะเป็นพวกอยากไต่เต้า รีบร้อนอยากได้ตำแหน่งในสมาคมนักรบ ถ้าเช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจเจ้าแล้วล่ะ” นักรบไร้หน้าพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด นางตัดสินใจจะลงมือเต็มที่แล้ว
“ข้าก็ต้องการเช่นนั้น” จางหม่านโถวพูดพร้อมตั้งท่ารับมือเต็มที่
นักรบไร้หน้ากระโดดเข้าใส่จางหม่านโถวพร้อมกับต่อยหมัดเข้ากลางลำตัว จางหม่านโถวเอี้ยวตัวหลบและต่อยใส่นักรบไร้หน้าที่ยังลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อมีที่ให้หยิบยืมแรงนักรบไร้หน้าย่อมไม่อาจเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศได้ นางได้แต่ยกแขนอีกข้างเข้าปะทะโดยตรง
ตู้ม!!!!
แรงปะทะทำให้นักรบไร้หน้ากระเด็นไปไกลหลายเมตร สีหน้าตอนนางตั้งตัวได้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น คนตรงหน้านางไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ มันมีฝีมืออยู่บ้าง แรงต่อยนี้ทำแขนนางชาไปทั้งแขนเลยทีเดียว ท่าทางการต่อสู้ครั้งนี้จะสร้างความสนุกให้นางมากเลยทีเดียว
---------------------------
นอกเรื่องท้ายตอน
จางหม่านโถว: ตอนหน้าข้าจะได้สาวเข้า[ฮาเร็ม]เพิ่มอีกคนใช่มั้ย
ตาลุงติดเกมส์: เจ้าคิดจะสปอยคนอ่านหรือ
จางหม่านโถว: ลุงคิดว่าคนอ่านเดาไม่ออกหรือ เรื่องของลุงเดาง่ายจะตาย
ตาลุงติดเกมส์: ไม่แน่ถอดหน้ากากออกมาอาจจะน่าเกลียดหรือเป็นยายแก่ก็ได้นะ
จางหม่านโถว: ถ้าน่าเกลียดก็จับใส่หน้ากากต่อไปข้าไม่ถือเรื่องหน้าตาเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นยายแก่ก็ตัดหัวไปส่งได้เลย
ตาลุงติดเกมส์: สมกับเป็นไอ้หื่นระดับโลกจริงๆ