จดหมายรับรองการเข้าเรียนนั้นอาจปลอมแปลงได้มหาลัยจึงมีการประเมินเพิ่มเติมคือ การเพาะปลูกและอายุกระดูก ท้ายที่สุดการรับรองจากที่ต่างๆอาจมีความผิดผลาด เช่น การซื้อมา หรือปลอมแปลงมาแต่การประเมินนั้นก็เพื่อให้ได้มาตราฐานของวิทยาลัย
จางเฉินหยิบจดหมายแนะนำส่งให้ชายคนนั้นรับแผ่นป้ายทะเบียน ก็ไปที่ห้องประเมิน
ห้องประเมินมีขนาดใหญ่พอสมควร มีผู้ดำเนินการประเมินเพียงคนเดียวเท่านั้น
“เจ้าจะรีบเดินไปไหนรอสหายไม่ได้เหรอ หรือไม่คิดว่าเราเป็นสหายกันแล้ว นิสัยไม่ดีนะแบบนี้ทำไมทำตัวให้ข้าต้องลำบาก รีบเดินมา รู้ไหมข้าเหนื่อย...”จางต้าไห่ยังคงนิสัยร่ายยาวเหมือนเช่นเคย
“อ้วนต้าไห่อย่าพูดเยอะมันไม่ได้ไกลอะไรขนาดนั้น” จางเฉินยิ้มมุมปาก
“โถ่ ไอ่หมีจางเฉินข้าไม่ได้อ้วน ข้าหุ่นดีในแบบของข้า”ต้าไห่หัวเราะชอบใจที่ได้ตั้งฉายาให้กับจางเฉิน
ห้องประเมินมีลูกแก้วขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอลหนึ่งลูกและเสาหนึ่งต้น ลูกแก้วคือทดสอบสอบอายุส่วนเสานั้นเป็นทดสอบระดับพลังทั้งสามคนเดินเข้าไปทดสอบด้วยกันอายุทั้ง 3 คนคือ สิบห้าสิบหกต้าไห่เป็นน้องเล็กสุดแต่ตัวใหญ่สุด
พอจางเฉินวางมือบนเสาประเมิน เสาก็เริ่มส่องแสง
“อายุสิบหกปี ปราณก่อเกิดขั่น 7เจ้าผ่านการทดสอบ ไปที่ตึกลงทะเบียนเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการด้านซ้ายรับชุดนักศึกษามหาลัย บัตรประจำตัว แล้วก็ไปที่บ้านพักได้” คนดูแลคุมสอบส่งคืนป้ายทะเบียนของจางเฉิน
จางเฉินยืนรอ ต้าไห่ กับฟู่เฉิงเพื่อไปลงทะเบียนเป็นนักศึกษาอย่างเป็นทางการด้วยกัน
หลังจากพ้นจุดลงทะเบียนและประเมินแล้วออกประตูมาก็เข้าสู่วิทยาลัย วิทยาลัยชวนหลิงนั้นมีบรรยากาศที่ร่มรื่นต้นไม้ บรรยา ดอกไม้ ลำธาร ป่าเขาล้อมรอบ ดูสะอาดตา และสวยงามมาก
“ข้ามีแผนที่ของสำนักชวนหลิง เผื่อเราอยากโดดเรียนไปหาอะไรกินข้างนอก” ต้าไห่นำแผนที่ออกมา
“ไปลงทะเบียนกันก่อนเถอะเรื่องกินเรื่องใหญ่เจ้าเหรอ” จางเฉินเยาะเย้ย
“กองทัพเดินด้วยท้องเจ้าไม่เคยได้ยินเหรอ”
จางต้าไห่ กับจางเฉินนั้นทะเลาะกันอยู่ตลอดส่วนฟู่เฉิงนั้นเงียบๆ แอบหัวเราะเบาๆ ตามบุคลิคของบันฑิทถ้าเป็นชาติก่อนของจางเฉินคนแบบฟู่เฉิงนี่คือพวก เนิร์ท ติดหนังสือ ติดเรียนเงียบๆ เรียบๆ แต่ฉลาดล้ำ
หลังจากลงทะเบียนเสร็จแล้วทั้งสามคนก็ไปยังสถานที่อยู่อาศัยมีหนังสือแนะนำสำหรับศิษย์ใหม่อยู่ รวมรายละเอียดการเรียน กฏเกณฑ์ต่างๆ
พื้นที่อยู่อาศัยนั้นเป็นแบบบ้านหลังไม่ใหญ่มาก สำหรับห้าคนสามารถอยู่อาศัยได้มีลานที่จัดเป็นส่วน มีพื้นที่สำหรับการฝึกศิลปะการต่อสู้ มองจากภายนอกดูหรูหราไม่น้อย
“มันสวยมาก”
“ไม่น่าเชื่อ”
จางเฉินและจางต้าไห่ต่างชื่นชมความงามและรู้สึกประหลาดใจ มหาลัยจัดสภาพแวดล้อมสำหรับนักเรียนเหมือนไม่ใช่มหาลัยคล้ายเป็นจุดชมวิว ท่องเที่ยว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
“ถ้าขายบ้านพวกนี้คงรวยแน่”จางต้าไห่ทำลายบรรยากาศอย่างรวดเร็ว ด้วยคำพูดดิบๆ
จางเฉินกับฟู่เฉิงหัวเราะกับอย่างสนุกสนานพวกเขากำลังอึ้งกับบรรยากาศโดยรอบเหมือนสูญเสียจิตวิญญาณไปแต่จางต้าไห่กลับทำลายมันง่ายๆ ด้วยปัญหาเกี่ยวกับเงิน
“เอาละถ้ามีคนอยู่แล้วกำแพงหน้าบ้านจะมีการสลักไว้ เราไปเลือกบ้านกัน”
“ตรงนั้นสวยมากไม่ไกลมีแม่น้ำด้วย” ฟู่เฉิงชี้ให้เห็นบ้านที่น่าสนใจ
มันสวยมากจริงๆ มีแม่น้ำสะพาน มีดอกไม้ ใบหญ้า สายลมพัดผ่านเบาๆ แค่มองไกลๆ ก็พาให้สดชื่น
ทั้งสามคนรีบวิ่งไปที่บ้านหลังนั้นทันทีจางเฉินใช้พลังวิญญาณสำรวจพื้นที่บ้านแล้วไม่มีใคร
“เอาละพวกเราสลักชื่อกัน”จางเฉินพาทั้งสองคนสลักชื่อป้ายหน้าบ้าน ซึ่งมีอยู่ 5 อันเรียงเป็นแถว
“ข้าชื่อแรกเพราะข้าหล่อสุด”จางต้าไห่จับไหล่จางเฉินและฟู่เฉิงให้หลบทาง แล้วรีบเขียนชื่อของเขาลงไป
ลายมื่อจางต้าไห่ค่อนข้างแย่ แย่มากถึงมากที่สุด จางเฉินมองชื่อของจางต้าไห่แล้วได้แต่ถอนใจเขาเพิ่งนึกอะไรอย่างหนึ่งออกจากชื่อ ต้าไห่ กับเขา แช่จางเหมือนกัน “ทำไมเราลืมหว่า”
จางเฉินเก็บไว้ในใจก่อนสำหรับเรื่องแซ่จาง จางเฉินลงชื่อเสร็จ ก็เป็นฟูเฉิง ลายมือของฟู่เฉิงนั้นสวยงามมากส่วนที่ตรงก็ตรงเหมือนไม้บรรทัด ส่วนที่เป็นการตวัดตัวอักษรก็ทำได้โค้งมนสวยงามมาก
เสร็จจากสลักชื่อทั้งสามคนก็เข้าไปในอาคารเพื่อทำความสะอาดและจัดที่พักอาศัย
“ใครอยู่ในบ้าน ออกมาบ้านนี้ข้าต้องการ” เสียงดังมาจากหน้าบ้านเคาะประตูเสียงดังจางเฉินจึงเปิดประตูออกมาดูพบว่าเป็น วัยรุ่นอายุใกล้เคียงกันจำนวน 5 คน
“พวกข้าลงชื่อบ้านแล้ว ตามกฎนี่คือที่พักของพวกข้า”
“แล้วไง รู้ไหมข้าคือใคร ข้าต้องการบ้านนี้พวกเจ้าออกไปเดี่ยวนี้”ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มของคนทั้งห้าข่มขู่จางเฉินและปล่อยเจตนาฆ่ามาที่จางเฉินอย่างแน่นหนา จางเฉินขมวดคิ้มและรู้สึกไม่พอใจ