มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 3 ตอนที่ 127.ก่อนเข้าสู่เมืองแห่งหมอก

    หลังจากออกจากกิลด์ ทั้งสามคน

    ไม่ได้อยู่ต่ เพื่อเลือกภารกิจใหม่

    นัท มาร์โก และกล้า ตัดสินใจกลับบ้านก่อน

    ตอนที่พวกเขาเดินทางกลับมาถึง ก็เป็นช่วงเที่ยงพอดี

    กลิ่นอาหาร ลอยออกมาจากภายในบ้าน

    เมื่อเปิดประตูเข้าไป ทั้งสามคนก็พบว่า

    ชัย พง และเอ็นโซ อยู่ข้างใน

    ทั้งสามคน กำลังเตรียมอาหารกันอยู่พอดี

    ชัยหันมาเห็นนัท

    “กลับมาแล้วเหรอครับ?”

    “อืม”

    นัทตอบ

    “หิวพอดี”

    กล้าถอดอาวุธ ก่อนเดินเข้ามา

    “กินก่อนเถอะ”

    “มีเรื่องต้องคุย”

    คำพูดนั้น

    ทำให้ชัย พง และเอ็นโซ หันมองกัน

    ไม่นานนัก ทุกคนก็มานั่งร่วมกัน

    บนโต๊ะอาหาร บรรยากาศภายในบ้าน กลับมาคึกคักอีกครั้ง

    แม้ก่อนหน้านี้ นัท มาร์โก และกล้า

    เพิ่งออกไปพูดคุยเรื่องภารกิจ

    แต่ตอนนี้ ทั้งสามคน เลือกที่จะกลับมา

    พักและเตรียมตัวก่อน นัทตักอาหารเข้าปาก ก่อนพูดขึ้น

    “มีภารกิจใหม่”

    ชัยเงยหน้าขึ้น

    “ภารกิจอะไรครับ?”

    มาร์โกตอบแทน

    “สอดแนม”

    ทั้งสามคน นิ่งลงเล็กน้อย

    กล้าพูดต่อ

    “เมืองแห่งหมอก”

    พงขมวดคิ้ว

    “ชื่อก็ฟังดูไม่น่าไปแล้วนะครับ”

    เอ็นโซพยักหน้า

    “เห็นด้วย”

    นัทหัวเราะเบา ๆ

    “ตอนพวกเราไปครั้งแรก”

    “ก็ไม่ได้คิดว่าจะเจออะไร”

    มาร์โกพูดขึ้น

    “แต่เจอกองทัพอันเดด”

    ชัยที่กำลังจะตักอาหาร

    หยุดมือลงทันที

    “อะไรนะครับ?”

    “อันเดด”

    กล้าพูด

    “ผู้ที่ตายแล้ว”

    “แต่ยังไม่ตาย”

    ทั้งโต๊ะ เงียบลงเล็กน้อย

    พงมองหน้ากล้า

    “ฟังดูแปลกนะครับ”

    นัทพยักหน้า

    “มันก็คือพวกผีดิบ”

    “ประมาณนั้น”

    ชัย พง และเอ็นโซ มองหน้ากัน

    ก่อนชัยจะพูดขึ้น

    “ถ้าแบบนั้น...”

    “มันก็น่ากลัวอยู่เหมือนกันนะครับ”

    นัทมองเขา

    “แน่นอน”

    “ใครจะอยากตาย”

    “แล้วลุกขึ้นมาเดินอีก”

    กล้าพูดขึ้น

    “ถ้าเป็นอมตะแบบนั้น”

    “กูขอไม่เอา”

    มาร์โกหัวเราะเบาๆ

    “ก็ไม่ได้อยากเป็นผี”

    กล้าตอบทันที

    คำพูดนั้น ทำให้ทั้งสามคน

    หลุดหัวเราะออกมา

    แต่แล้ว เอ็นโซ ก็พูดขึ้น

    “เรื่องผู้เป็นอมตะ”

    นัทหันไปมอง

    “ทำไม?”

    เอ็นโซวางช้อนลง

    “ตอนพวกเราอยู่ในกองทัพ”

    “ก็ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน”

    นัทกับมาร์โก มองเขาทันที

    ชัยพูดเสริมขึ้น

    “ใช่ครับ”

    “ก่อนที่พวกเราจะเข้ามา”

    “เรื่องหนึ่งที่กองทัพให้พวกเราสืบ”

    “ก็คือเรื่องผู้เป็นอมตะ”

    พงพยักหน้า

    “พวกเราเองก็คิดว่า เป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด”

    “แต่หลังจากเข้ามา”

    “และได้เจอผู้เป็นอมตะในเมือง”

    “มันไม่เหมือนกัน”

    นัทขมวดคิ้ว

    “ยังไง?”

    ชัยตอบ

    “ผู้เป็นอมตะ”

    “เป็นอมตะจริงครับ”

    “แต่ชีวิตของพวกเขา”

    “ต้องอยู่ภายในเขตที่ตัวเองได้รับมอบหมาย”

    มาร์โกพยักหน้าเบาๆ

    เรื่องนี้ เขาเองก็พอรู้แล้ว

    “ออกไปไหนไม่ได้”

    “อย่างน้อย”

    “ตามข้อมูลที่พวกเราได้รับ”

    “ผู้เป็นอมตะมีหน้าที่ของตัวเอง”

    “และไม่สามารถใช้ชีวิต เหมือนคนทั่วไปได้”

    กล้ามองทั้งสามคน

    “ฟังดูเหมือนแลก”

    ชัยพยักหน้า

    “ใช่ครับ”

    “ได้ชีวิตที่ยาวนาน”

    “แต่เสียอิสระภาพบางส่วนไป”

    นัทเงียบลง

    ก่อนหันไปมองมาร์โก

    “อันเดด”

    “ผู้เป็นอมตะ”

    “โลกนี้มีของแปลกเยอะจริง ๆ”

    มาร์โกตักอาหาร ก่อนตอบ

    “เพิ่งรู้เหรอ?”

    นัทหันไปมอง

    “ก็รู้”

    “แต่บางครั้งก็อยากบ่น”

    “บ่นต่อไป”

    มาร์โกตอบ

    “ฉันฟังอยู่”

    “พี่นี่นะ...”

    กล้ายกน้ำขึ้นดื่ม ก่อนพูดขึ้น

    “แล้วสรุป”

    “พวกเราจะไปไหม?”

    นัทกับมาร์โก มองหน้ากัน

    การตัดสินใจ ไม่ได้ใช้เวลานานนัก

    “ไป”

    นัทตอบ

    กล้าพยักหน้า

    “ดี”

    มาร์โกพูดขึ้น

    “แต่จำเอาไว้”

    “เราไม่ได้ไปเปิดศึก”

    “เราไปสอดแนม”

    นัทพยักหน้า

    “ถ้าไหวก็เก็บข้อมูล”

    “ถ้าไม่ไหวก็หนี”

    “ชีวิตสำคัญกว่า”

    กล้ามองทั้งสองคน

    ก่อนตอบ

    “อันนี้กูเห็นด้วย”

    ชัย พง และเอ็นโซ นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ

    ก่อนชัยจะถามขึ้น

    “แล้วพวกผมล่ะครับ?”

    นัทหันไปมอง

    “อยู่บ้าน”

    ชัยทำหน้าเหมือนรู้อยู่แล้ว

    “แค่นั้น?”

    “แค่นั้น”

    นัทตอบ

    “พวกนายเพิ่งเริ่มเป็นนักผจญภัย”

    “อย่าเพิ่งคิดจะไปเจอกองทัพอันเดด”

    พงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

    “ผมไม่ได้คิดครับ”

    เอ็นโซมองเขา

    “นายตอบเร็วมาก”

    “ก็ผมอยากมีชีวิตอยู่”

    ทุกคนหัวเราะออกมา...

    หลังจากทานอาหารเสร็จ

    นัท มาร์โก และกล้า

    ก็เริ่มเตรียมตัว แต่ครั้งนี้

    แตกต่างจากทุกครั้ง ที่ผ่านมา

    “ไปตลาด”

    นัทพูดขึ้น

    กล้าหันมอง

    “ซื้ออะไร?”

    “เกราะ”

    มาร์โกตอบแทน

    นัทพยักหน้า

    “รอบนี้”

    “ไม่ใช่ซื้อแค่ไม่กี่ชิ้น”

    ทั้งสามคน มุ่งหน้าไปยังตลาด

    ร้านอาวุธ ร้านอุปกรณ์

    และร้านขายชุดเกราะ

    กลายเป็นจุดหมาย ของพวกเขา

    นัทเดินเลือกอุปกรณ์

    อย่างจริงจังกว่าปกติ

    ไม่ใช่เพียง แผ่นเกราะชิ้นใหญ่

    แต่รวมถึงอุปกรณ์

    ในทุกจุดที่สามารถป้องกันได้

    โดยยังต้องเคลื่อนไหว ได้สะดวก

    “อันนี้เอา”

    “อันนั้นด้วย”

    กล้ามองของที่เพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ

    “มึงจะใส่หมดนี่จริง ๆ เหรอ?”

    นัทหันไปมอง

    “แน่นอน”

    “หนักนะ”

    “ดีกว่าโดนกัด”

    กล้าชะงักไป

    มาร์โกเอง

    ก็หันมองนัท

    “นายกลัวอะไร?”

    นัทตอบทันที

    “ผีดิบไง”

    ทั้งสองคนเงียบไป

    นัทพูดต่อ ด้วยสีหน้าจริงจัง

    “ถ้าโดนกัดขึ้นมา”

    “เดี๋ยวกลายเป็นผีเหมือนในหนัง”

    กล้ามองเขา

    “มึงดูหนังมากไปหรือเปล่า?”

    “ก็ป้องกันไว้ก่อน”

    มาร์โกหัวเราะเบา ๆ

    “ถ้ามันกัดนาย”

    “แล้วนายไม่กลายเป็นผี”

    “ฉันจะบอก”

    “ว่าเกราะที่นายซื้อคุ้ม”

    นัทหันไปมอง

    “พี่ช่วยพูดดี ๆ ไม่ได้เหรอ?”

    “ไม่ได้”

    คำตอบนั้น

    ทำให้นัทถอนหายใจ

    ก่อนหันกลับไป เลือกอุปกรณ์ต่อ

    สุดท้าย ทั้งสามคน ก็ได้ชุดเกราะใหม่

    ที่ป้องกันร่างกาย ได้มากกว่าเดิม

    แต่ยังไม่หนักเกินไป

    จนส่งผลต่อ การเคลื่อนไหว

    เพราะภารกิจครั้งนี้

    พวกเขาไม่รู้ว่า จะต้องเจอกับอะไร...

    วันถัดมา ช่วงสาย หน้าประตูเมือง

    ผู้คนกลุ่มหนึ่ง เริ่มมารวมตัวกัน

    นัท มาร์โก และกล้า เดินมาถึง

    ก่อนเห็นคนคุ้นเคย

    อาเรน ไค และรัน กำลังยืนรออยู่แล้ว

    แต่สิ่งที่ทำให้นัท มองนานกว่าปกติ

    คือคนอีกสี่คน ที่ยืนอยู่ใกล้กัน

    “มาแล้ว”

    ไคพูดขึ้น

    นัทพยักหน้า

    “คนอื่นล่ะครับ?”

    อาเรนหันไปมอง ทั้งสี่คน ก่อนพูดขึ้น

    “คนจากโบสถ์แห่งแสงศักดิ์สิทธิ์”

    นัทหันมอง ทั้งสี่คนอีกครั้ง

    และก็เข้าใจทันที

    อย่างน้อย จากการแต่งกาย

    สองคนแรก สวมชุดเกราะเต็มตัว

    มีอาวุธอยู่ข้างกาย

    ท่าทาง สงบนิ่ง และเคร่งขรึม

    ถ้ามองจากดาวอังคาร

    นัทก็คงยังพูดได้ว่า

    พวกเขาเป็น พาลาดิน

    ส่วนอีกสองคน เป็นหญิงสาว

    แต่งกายแตกต่างออกไป

    เสื้อคลุม อุปกรณ์เวท

    และสัญลักษณ์ของแสง

    ทำให้นัทแทบไม่ต้องเดา

    ถ้ามองจากดาวอังคารเช่นกัน

    เขาก็คงเรียกพวกเธอว่า พรีสต์

    “พวกเขาเป็นผู้ใช้ธาตุแสงโดยเฉพาะ”

    อาเรนพูดต่อ

    “และแสง”

    “น่าจะมีประโยชน์มาก”

    กับภารกิจครั้งนี้

    นัทพยักหน้า

    “เพราะอันเดด?”

    “ใช่”

    อาเรนตอบ

    กล้ายืนมองทั้งสี่คน

    ก่อนกระซิบกับนัท

    “ทีมนี้”

    “เริ่มเหมือนทีมปราบบอสแล้วนะ”

    นัทกระซิบตอบ

    “ก็เราไม่ได้ไปเที่ยว”

    “กูแค่พูดเฉย ๆ”

    “ผมก็พูดเฉย ๆ”

    ทั้งสองคน มองหน้ากัน

    มาร์โกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

    ถอนหายใจเบา ๆ

    ก่อนเดินนำออกไป

    “ขึ้นพาหนะได้แล้ว”

    ทุกคน เริ่มเตรียมตัว

    พาหนะถูกนำมา เรียงอยู่ด้านหน้า

    นัท มาร์โก อาเรน ไค รัน

    รวมถึงสมาชิกใหม่

    ต่างเตรียมขึ้นพาหนะ เพื่อออกเดินทาง

    นัทกำลังจะก้าวขึ้นไป

    แต่แล้ว

    เขาก็หยุด

    ก่อนหันกลับมา

    มองกล้า

    กล้ายืนอยู่ที่เดิม

    นัทกะพริบตา

    มาร์โกเอง ก็หันกลับมาเช่นกัน

    ทั้งสองคน มองกล้า

    จากนั้น ก็มองไปยังพาหนะ

    แล้วกลับมามองกล้าอีกครั้ง

    เงียบ

    ไม่มีใครพูดอะไร

    จนกระทั่งกล้า ขมวดคิ้ว

    “อะไร?”

    นัทกับมาร์โก

    มองหน้ากัน

    สีหน้าของทั้งสองคน

    เปลี่ยนไปพร้อมกัน

    เหมือนเพิ่งนึกอะไรออก

    “เดี๋ยวนะ...”

    นัทพูดขึ้น

    มาร์โกมองกล้า

    ก่อนถาม

    “นายไม่มีพาหนะใช่ไหม?”

    กล้านิ่งไป สองวินาที

    จากนั้น ก็มองทั้งสองคน ช้า ๆ

    “เพิ่งนึกได้?”

    นัทกับมาร์โก

    เงียบ

    หน้าประตูเมือง

    เงียบลงเล็กน้อย

    กล้ามองพาหนะ

    จากนั้นมองนัท

    “พวกมึง”

    “จะออกเดินทางกัน”

    “โดยลืมว่ากูไม่มีพาหนะ?”

    นัทกระแอมเบา ๆ

    “คือ...”

    มาร์โกหันหน้าหนี

    กล้าจ้องทั้งสองคน

    “ดีมาก”

    นัทเริ่มยิ้มแห้ง ๆ

    “อย่างน้อย”

    “ตอนนี้ก็นึกได้แล้ว”

    กล้ามองเขา

    “กูควรขอบใจไหม?”

    นัทเงียบ

    มาร์โกยังคงหันหน้าไปอีกทาง

    พยายามกลั้นหัวเราะ

    ส่วนกล้า เพียงถอนหายใจ

    ออกมาอย่างช้า ๆ

    ก่อนมองพาหนะทั้งหมด

    ที่กำลังเตรียมออกเดินทาง

    ภารกิจสอดแนม กำลังจะเริ่มขึ้น

    เมืองแห่งหมอก กำลังรออยู่

    อันเดด กำลังรออยู่

    แต่ก่อนที่ทุกคน จะออกเดินทาง

    ดูเหมือนว่า พวกเขาจะต้องจัดการ

    ปัญหาสำคัญ ที่สุดในตอนนี้ก่อน

    หาพาหนะให้กล้า

    เพราะนัทกับมาร์โก ลืมสนิท

    ว่าครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้ออกเดินทาง

    กันแค่สองคน 

    และกล้า ก็ไม่ได้มีพาหนะ ของตัวเอง

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน