หลังจากการผ่าตัดผ่านได้ราวสัปดาห์ อาการดาวเรืองค่อยๆ ดีขึ้น คนป่วยถูกย้ายออกจากห้องไอซียูมาพักฟื้นห้องผู้ป่วยพิเศษแทน มิลันดาเข้าเยี่ยมมารดาคอยดูแลไม่ห่างกายหล่อนอยากชดเชยสิ่งที่ตัวเองพลั้งพลาดลงไป
“แม่หิวน้ำไหมคะ”มิลันดาถาม เมื่อเห็นมารดาตื่นนอน
“จ้ะ”
หล่อนรีบนำแก้วน้ำใส่หลอดป้อนแม่ดาวเรืองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความสุข หลักจากแม่อิ่ม คนตัวเล็กวางแก้วน้ำบนโต๊ะแล้วเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างเตียง
“แม่ยังเจ็บแผลผ่าตัดอยู่หรือเปล่าคะ”หล่อนถาม
“นิดหน่อยจ้ะ”
มิลันดาเม้มริมฝีปากกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลอีกครั้ง
“มิขอโทษนะคะแม่”มือบางกุมมือแม่ไว้แล้วแนบแก้มลงไป
ดาวเรืองยกมือลูบศีรษะบุตรสาวด้วยความเอ็นดู
“แม่คิดแล้วว่ามิต้องโทษตัวเองเป็หมอไม่ได้หมายความว่าเป็ผู้เวิเศษสักหน่อย ใครจะรู้ได้ทุกเื่ผู้ป่วยบางคนก็ใช่ว่าหมอจะรักษาให้หายได้เสมอไป มิเลิกโทษตัวเองเถอะลูกคนผิดคือแม่เองที่ไม่สะกิดใจเลยว่ากำลังป่วยอยู่ ทั้งๆ ที่บางครั้งก็รู้สึก”
“แม่คะมิไม่ได้ดูแลแม่ให้ดี คราวนี้มิจะไม่ปล่อยให้แม่คลาดสายตาเลย” คนตัวเล็กยิ้มบางๆ
“จ้าๆคุณหมอ”
เสียงประตูห้องคนป่วยเปิดออกแม่ลูกหันมอง ชัยเดชยิ้มกว้างทันทีที่เห็นหน้าภรรยาเขาก้าวเข้ามาภายในติดตามด้วยเพื่อนบ้านอย่างพิภัทรและบุตรชายสามีหยุดริมเตียงภรรยา เห็นใบหน้าหล่อนแล้วอดสงสารไม่ได้
“เป็ยังไงบ้างคุณเจ็บแผลอยู่หรือเปล่า หมอให้กินอะไรได้หรือยัง” เขาถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เจ็บแล้วค่ะเมื่อครู่มิดูแลฉันแล้วคุณไม่ต้องห่วงนะคะ”
เขาเอื้อมมือมากุมมือภรรยาไว้ขอบตาเริ่มแดง ในใจรู้สึกผิดอย่างที่สุดมัวแต่สนใจเื่งานจนละเลยหน้าที่สามีที่ดี ทำให้ภรรยาต้องป่วยหนักเช่นนี้หากเขาไถ่ถามหล่อนบ้างเื่คงไม่ร้ายแรง
“ผมขอโทษที่ดูแลคุณได้ไม่ดีพอ”
“โทษตัวเองกันอีกแล้วนะคะยัยมิก็คนนึงแล้ว นี่คุณก็เป็ด้วยเหรอ โรคภัยไข้เจ็บคนจะเป็มันช่วยไม่ได้หรอกค่ะอย่าโทษตัวเองเลย ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาคุณเองทำงานหนักเพื่อครอบครัวมาตลอด”
“ต่อจากนี้ถ้าคุณรู้สึกป่วยบอกผมกับยัยมิได้ตลอดเลยนะอย่าให้พวกเราต้องอกสั่นขวัญแขวนแบบนี้อีกรู้ไหม”
“ทราบแล้วค่ะคุณสามี”หล่อนตอบรับแล้วยิ้มบางๆ ดีใจเหลือเกินที่มีสามีและลูกที่ดีเช่นนี้
พูดคุยกับภรรยาพักใหญ่จึงเลี่ยงออกมาเพื่อให้เพื่อนได้เข้าเยี่ยมบ้างพิภัทรก้าวมาชิดริมเตียงพร้อมกับบุตรชาย แล้วนำกระเช้าผลไม้ส่งให้มิลันดาคมฉณัฐยกมือไหว้ ดาวเรืองเห็นหน้าชายหนุ่มเลยยิ้มกว้างสีหน้ายินดี
“ขอบคุณมากนะคะคุณพิภัทร”
“หายไวๆนะดาวเรือง ผมไม่อยากเห็นเดชมันเศร้า”
“ค่ะ”
ดาวเรืองเหลือบมองทางชายหนุ่มหล่อนรู้สึกถูกชะตากับคมฉณัฐยิ่งพักหลังหนุ่มคนนี้ทำตัวราวกับ้าจีบบุตรสาวหล่อนพร้อมสนับสนุน หากคมฉณัฐกลายเป็ลูกเขย หล่อนคงสบายใจเวลาไปก็คงไปได้อย่างหมดห่วง
“ขอบใจมากนะพ่อคมมาเยี่ยมอาทั้งที่งานยุ่งแท้ๆ”
“ไม่เป็ไรครับเื่งานผมมีคนทำแทนอยู่แล้ว คุณอาดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ”เขาถามสีหน้าแสดงออกถึงความเป็ห่วงจริงๆ
“ดีขึ้นมากแล้วล่ะจ้ะ”
มิลันดาฟังคำพูดเขายามสนทนากับแม่ก่อนนำผลไม้ในกระเช้ามาปลอก ดูแม่จะชอบพี่คมมาก หล่อนไม่เข้าใจทำไมต้องเป็เขาผู้ชายที่ฝากรอยแผลให้กับหล่อน ในอดีตเื่ราวเ่าั้ควรหลงลืมแต่ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆ การลืมใครสักคนมันต้องใช้เวลาและระยะห่างแต่ทว่าพี่คมกลับมาคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ไม่ไปไหนแบบนี้ แล้วหล่อนจะลืมได้อย่างไร
“รักษาสุขภาพด้วยนะครับหายคราวนี้คุณอาควรพักผ่อน ทานอาหารที่ดีแล้วถ้าหากคุณอามีอะไรให้ผมช่วยบอกได้เสมอนะครับ”
คนฟังยิ้มกว้าง “คงดีไม่น้อยนะจ๊ะถ้าอาได้พ่อคมมาเป็ลูกเขย”
มือกำลังปอกผลไม้หยุดชะงักผู้ใหญ่สองคนกับชายหนุ่มอีกหนึ่งเงียบกริบ คมฉณัฐเหลือบมองหญิงสาวเล็กน้อยเห็นหล่อนแสดงอาการคิดหนักเขาไม่อยากให้มิลันดาถูกบีบบังคับด้วยเหตุการณ์จวนตัวเช่นนี้เขารู้ว่าหล่อนไม่พอใจในตัวเขาสักเท่าไหร่
“คุณอาล้อเล่นใช่ไหมครับ”ชายหนุ่มลองถาม
“เปล่าจ้ะอาพูดจริงๆ อาอยากได้พ่อคมเป็ลูกเขย แล้วพ่อคมล่ะอยากเป็ลูกเขยอาหรือเปล่า” ดาวเรืองสบตาจริงจังจนคมฉณัฐรู้สึกอึดอัด เพราะเกรงหญิงสาวจะไม่พอใจ
“ผม...”คมฉณัฐน้ำท่วมปากพูดไม่ออก “ผมว่า... น้องมิคงไม่ยอมหรอกครับ”
ดาวเรืองหันมองบุตรสาวมิลันดาแสร้งปลอกผลไม้ต่อ หล่อนไม่อยากบังคับฝืนใจใครแถมตอนนี้เขายังต้องดูแลคุณกานต์สินีอีก
“อาเข้าใจแล้วจ้ะถ้ายัยมิยอมคมก็คงตกลงใช่ไหม” ดาวเรืองสบตาชายหนุ่ม คมฉณัฐพยักหน้าช้าๆแต่มิลันดาไม่ได้เห็นมัน หล่อนพยายามเลี่ยงไม่สบตากับเขาอยู่แล้ว “อาแค่อยากเห็นลูกเป็ฝั่งเป็ฝาชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอน อาอาจไม่ได้อยู่จนถึงวันที่มิเป็เ้าสาวก็ได้”
คำพูดแม่ทำมิลันดาน้ำตาเอ่อมือวางมีดลงแล้วหันมามอง ดาวเรืองสบตาบุตรสาวน้ำตาคลอ หล่อนโผเข้ากอดทั้งน้ำตายอมรับมันไม่ได้หรอก ยอมไม่ได้หากแม่จะต้องเป็อะไรไปในเวลานี้สัญญากับตัวเองไว้แล้ว ต้องดูแลแม่ให้ดีกว่าเดิม
“แม่อย่าพูดแบบนี้แม่ต้องอยู่กับมิอีกนาน มิไม่ยอมให้แม่เป็อะไรไปเด็ดขาด” หญิงสาวร้องบอก
“แม่ไม่ได้อยากจากมิไปไหนหรอกลูกไม่เคยอยากเจ็บป่วย แต่สังขารคนเรามันเป็ไปตามกาลเวลาแต่แม่จะไม่ยอมไปไหนจนกว่าแม่จะเห็นมิมีความสุข เพราะว่าแม่รักมินะลูก”ดาวเรืองลูบหลังบุตรสาวเพื่อปลอบ
ยิ่งแม่เอ่ยคำพูดพวกนี้หล่อนยิ่งสะท้อนในอก ในชีวิตนี้ไม่เคยทำอะไรให้แม่มีความสุขเลยแต่ตอนนี้หล่อนเลือกทำได้ และควรจะทำ กระนั้นทุกอย่างไม่ได้ง่ายการแต่งงานกับใครสักคนนั้นหมายถึง เขา... ต้องรักหล่อนด้วย
พี่คม...ไม่ได้รักหล่อนเลย
ชายหนุ่มยืนมองภาพเบื้องหน้าในสมองครุ่นคิดบางอย่าง หากเขาต้องแต่งงานจริงๆ เ้าสาวคนนั้นเป็มิลันดาได้ไหมความจริงเขาได้คำตอบเื่นี้มานานแล้ว ติดตรงไม่กล้าพอจะยอมรับมันเท่านั้น
คมฉณัฐปล่อยให้ทุกคนสนทนากับอาดาวเรืองต่อส่วนตัวเองคงต้องทำหน้าที่เพื่อนที่ดีให้กับผู้หญิงอีกคนซึ่งกำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน
ร่างสูงหยุดยืนนอกห้องแล้วตัดสินใจจับลูกบิดเปิดเข้าด้านในเห็นร่างคนป่วยอยู่บนเตียง สีหน้าหล่อนดูดีขึ้นมากเขาก้าวมายืนข้างเตียงแล้วทอดสายตามองอดีตคนรัก มีหลายอย่างที่เขาไม่เข้าใจเลยกานต์สินีพบเจอเื่อะไรมากันแน่
คนป่วยหันมาช้อนสายตามองรอยยิ้มปราฏขึ้น
“มาเยี่ยมกานต์เหรอคม”หล่อนถามเสียงแหบ
“บอกผมได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณถึงแท้งลูก” เขาถามสีหน้าเครียด
คนถูกถามอึกอักไม่รู้ว่าควรตอบเช่นไรหล่อนตั้งใจจะเอาเด็กออกโดยไม่ให้ใครรู้หลังจากเลิกรากันไปหล่อนเที่ยวเตร่รักสนุกไปวันๆ จนได้พบกับชายคนนั้นที่ทำให้ชีวิตหล่อนอัปยศเช่นนี้
“กานต์ถูกข่มขืนจนท้อง”หล่อนบอกเสียงเย็น แววตาแฝงความเ็ป
“แล้วทำไมคุณไม่แจ้งตำรวจกานต์!”
กานต์สินียิ้มเยาะเมื่อนึกถึงเื่ที่ตนต้องเผชิญมา แจ้งตำรวจงั้นเหรอพวกมันมีอิทธิพลมากพอที่ตำรวจจะทำอะไรไม่ได้เสียด้วยซ้ำ แล้วหล่อนจะหวังพึ่งใครได้
“พวกมันส่งคนตามกานต์ไปทุกที่ตำรวจบางคนก็เป็พรรคพวกของมันทั้งนั้น แล้วจะให้กานต์ทำยังไง!”
มันไม่ใช่เขาสับสนกับเื่นี้ แค่ผู้หญิงคนเดียวมีค่าพอให้พวกมันตามล่าด้วยเหรอกานต์สินีสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไงกัน
“ผมไม่เข้าใจทำไมพวกมันต้องเอาชีวิตกานต์ด้วยกับเื่แค่กานต์หนีออกมาคนอย่างเมตไตรย์หาผู้หญิงที่ไหนก็ได้ไม่ยาก”
กานต์สินีกัดริมฝีปากไม่ตอบคมฉณัฐเองไม่ได้อยากเซ้าซี้อะไรมากหากหาเหตุผลมาเชื่อมโยงอดีตคนรักกำลังปิดบังอะไรบางอย่างซึ่งมันหนักหนาพอดูกลุ่มผู้มีอิทธิพลเ่าั้ไม่มีทางตามมาหากไม่มีใครไปขัดผลประโยชน์ดูท่าเขากำลังเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเสียแล้ว
“ไม่ตอบไม่เป็ไรกานต์เอาไว้คุณหายดีแล้วเราค่อยมาคุยกัน แต่ผมขอบอกไว้เลยว่าผมต้องได้คำตอบจากคุณผมขอให้คุณบอกความจริง ไม่เช่นนั้นผมจะไม่ช่วยอะไรคุณอีก!” ชายหนุ่มยื่นคำขาด
คมฉณัฐก้าวออกมานอกห้องจังหวะสวนกับมิลันดา เขาเห็นแววตาหล่อนส่งมามันมีความเศร้าปนอยู่มิลันดาเม้มริมฝีปากแล้วเมินมองทางอื่นไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอชายหนุ่มระบายลมหายใจความโกรธหล่อนช่างหนักแน่นจนเขารู้สึกหวั่นจริงๆ ร่างสูงใหญ่ตัดสินใจก้าวผ่านออกมาเวลานี้ไม่เหมาะนักกับการพูดคุย
มิลันดามองตามแผ่นหลังแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ปัญหาหนักในเวลานี้คือคำพูดของมารดาในห้อง หล่อนเก็บเื่นี้เอามาคิดเลยไม่คิดเผชิญหน้ากับเขาเพียงลำพัง หล่อนหันกลับมายืนหน้าห้องคนป่วย วันนี้มีเวรทั่วไปและกานต์สินีอาการดีขึ้นมากเลยถูกย้ายมาอยู่ในแผนกทั่วไป หล่อนเลยต้องมาตรวจร่างกายเบื้องต้นแม้หนักใจแต่ไม่อาจละเลยหน้าที่ได้