ตอนที่ 150 ประตูข้ามดารา
ตูมมม!
เสียงระเบิดกัมปนาทกึกก้องปานฟ้าถล่มดินทลายดังสนั่นหวั่นไหวมาจากบริเวณขอบของแท่นควบคุมศิลาพิกัดค่ายกลข้ามมิติอย่างไม่มีใครคาดคิด! แรงระเบิดปะทุของเหลวกรดอัคคีและประกายไฟระเบิดเคมีเข้มข้นที่อัดแน่นอยู่เต็มก้นกลมป้อมอวบอ้วนของเจ้าอสูรแมลงระเบิดเพลิงป่วนเปิ่นพวยพุ่งเข้าปะทะใส่แผงควบคุมหินค่ายกลหลักอย่างจัง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำเอาผลึกสีมืดที่ฝังอยู่ภายในแผงเกิดรอยร้าวรวดเร็วดุจใยแมงมุมลามไปทั่วแท่นหินอักขระเวทมนตร์โบราณ
ฝุ่นควันหนาทึบสีเหลืองอมส้มพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำธารน้ำแข็งขั้วโลกใต้ พร้อมกับเศษสะเก็ดหินค่ายกลที่พังทลายกระจายเกลื่อนพื้น ทว่าในความโกลาหลนั้น สะเก็ดประกายกรดไฟร้อนระอุนับร้อยนับพันจุดกลับเจาะลึกเข้าไปในวงจรอักขระ ส่งผลให้ผลึกสลักพิกัดมิติภายในแผงวงจรแตกร้าวยับเยิน ปลายทางพิกัดที่แท้จริงจากเดิมที่เป็นเมืองหยางตูได้บิดเบี้ยวเปลี่ยนเส้นทางดวงดาวดิ่งสู่ดินแดนลึกลับอันไกลโพ้นไปในพริบตาโดยไม่มีใครสังเกตเห็นแม้แต่คนเดียว!
"แค่กๆๆ! ไอ้อสูรแมลงตัวแสบ! แกทำอะไรของแกวะเนี่ย!"
หลีเฮงสำลักพ่นลมหายใจเอาฝุ่นควันและเขม่าสีเหลืองออกจากปาก ใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งผ่านมหาพิธีกรรมร่วมรักสกัดยีนมังกรมาหยกๆ บัดนี้เปื้อนไปด้วยคราบเขม่าสีดำด่างดวงไปครึ่งแถบ ชายหนุ่มปัดฝุ่นตามเสื้อคลุมสีขาวที่สวมทับกางเกงในสีชมพูเรืองแสงตัวเก่ง พลางหันขวับไปมองยังจุดเกิดเหตุด้วยความหงุดหงิดระคนปวดหัวเต็มประดา
ท่ามกลางกลุ่มฝุ่นควันที่ค่อยๆ จางลง ปรากฏร่างกลมป้อมสีส้มแดงของเจ้าอสูรแมลงระเบิดเพลิงนอนหงายท้องแอ้งแม้ง ขาหน้าสั้นๆ ทั้งสี่ชี้ฟ้าสั่นพั่บๆ ใบหน้าเอ๋อเด๋อด๋าป่วนเปิ่นกวนอารมณ์บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีดำปี๋เหมือนก้นหม้อดิน มันพ่นฟองปูดๆ ออกมาทางปากด้วยความมึนงงกวนใจจากการโดนแรงสะท้อนของก้นตัวเองระเบิดใส่จนตาพร่าพรายไปหมด
"แงะ... แอ๊..." มันส่งเสียงร้องแผ่วเบาพลางเอียงคอทำตาปริบๆ ดูน่าเอ็นดูปนน่าถีบส่งเป็นที่สุด
"ยังจะมาทำสำออยบีบน้ำตาอีก! เจ้าอสูรปัญญาอ่อนลื่นน้ำมันสปาสับปะรดจนก้นระเบิดเนี่ยนะ? ถ้าไม่ใช่เพราะข้าเพิ่งบำเพ็ญคู่สวาทเอาตัวรอดข้ามแดนมาได้ล่ะก็ ข้าจะจับแกส่งเข้าโรงครัวไปทำต้มยำแมลงระเบิดเสียให้เข็ดหลาบ!" หลีเฮงกุมขมับบ่นพึมพำด้วยความเคียดแค้นระคนขบขันในโชคชะตาที่มักจะมีสมุนอสูรตัวเปิ่นๆ คอยป่วนแผนการที่เขาวางไว้อย่างดิบดีอยู่เรื่อย
เย่เจาจวินที่จัดระเบียบชุดรัดรูปสีม่วงเข้มเรียบร้อยเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม ใบหน้างามช้อนขึ้นมองแผงศิลาควบคุมพิกัดเบื้องหลัง คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความกังวลระคนระแวดระวัง "สามี... แรงระเบิดเมื่อครู่นี้รุนแรงไม่น้อยเลย แผงอักขระค่ายกลจะได้รับความเสียหายร้ายแรงหรือไม่? พวกเราควรเลื่อนการเดินทางออกไปเพื่อตรวจสอบให้ละเอียดก่อนดีกว่าไหมเจ้าคะ?"
หลงปิงเอ๋อร์ จักรพรรดินีมังกรสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินสลวยที่เพิ่งยอมจำนนสวามิภักดิ์ต่อหลีเฮงอย่างสมบูรณ์แบบหลังมหาพิธีกรรมร่วมรัก ก็เยื้องย่างกายอันระหงสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวหิมะเข้ามาข้างกายหลีเฮงอย่างออดอ้อน แววตาสีน้ำเงินใสเปล่งประกายความรักและความห่วงใยประหนึ่งแมวน้อยขี้ประจบผิดจากมังกรบรรพกาลดุร้ายหยิ่งยโสก่อนหน้านี้ลิบลับ สองมือเรียวบางของนางกอดแขนแกร่งของหลีเฮงไว้แน่นซบหน้าลงกับบ่ากว้าง
"ข้าเห็นด้วยกับพี่หญิงเจาจวินนะเจ้าคะ... พลังมังกรเหมันต์ในค่ายกลกำลังปั่นป่วนเล็กน้อย แต่..." หลงปิงเอ๋อร์หลับตาลงสัมผัสพลังงานชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองแสงสว่างไสวที่พวยพุ่งมาจากศูนย์กลางประตูมิติตรงหน้า "ทว่าแสงวงล้อข้ามมิติยังคงหมุนวนสว่างไสวเป็นสีเงินสลับทองเจิดจ้าดูทรงพลังและมีเสถียรภาพดีเยี่ยม พลังงานส่งผ่านดารากำลังดีดแสงระยิบระยับขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวี่แววจะดับลงหรือขัดข้องเลยสักนิดเดียว"
หลีเฮงหันไปมองประตูมิติข้ามผ่านดาราขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากผลึกหัวใจมังกรเหมันต์ที่ฝังอยู่ด้านยอด วงล้อแสงทอประกายสดใสเปล่งรัศมีเจิดจ้าราวกับสวรรค์เปิดทาง ลมหมุนมิติพัดโชยกลิ่นอายอันลึกลับสะกดสายตาของทุกคนให้เคลิบเคลิ้ม พลังวิเศษระดับสูงยังคงปกคลุมทั่วแท่นพิธีไม่มีทีท่าจะพังทลายหรือสลายตัว
"อืม... ในเมื่อแสงระบบของประตูมิติยังทำหน้าที่อย่างแข็งขันและแผ่พลังงานออกมาสม่ำเสมอเช่นนี้ ก็แสดงว่าแผงศิลาพิกัดคงแค่โดนเขม่าควันกรดไฟเคลือบผิวเท่านั้นแหละ ประตูข้ามดาราอันยิ่งใหญ่ที่ภรรยาทั้งหลายและฝูงสมุนอสูรช่วยกันสร้างย่อมทนทานไร้เทียมทานอยู่แล้ว!" หลีเฮงวิเคราะห์ด้วยความมั่นใจระดับสิบเต็มสิบโดยพึ่งพาทักษะสมองเพชรและความหน้าหนาของตนเองที่คิดเข้าข้างตัวเองเสมอ
"ยิ่งไปกว่านั้น ขืนพวกเรายังโอ้เอ้อยู่ในถ้ำเย็นยะเยือกแห่งนี้ต่อไป พลังงานของผลึกหัวใจมังกรเหมันต์อาจจะค่อยๆ ล้าและปิดตัวลงได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเราจะไม่มีโอกาสได้กลับไปยังเมืองหยางตูที่แสนอบอุ่นและสะดวกสบายเลยนะ!" ชายหนุ่มกล่าวเสริมพลางดึงร่างของสองสาวเข้ามากอดแนบแน่นคนละข้างอย่างทะนุถนอม สูดกลิ่นหอมกรุ่นปนน้ำมันสปาหอมระเหยจากซอกคอของเจาจวินและปิงเอ๋อร์จนสองสาวหน้าแดงเรื่อเอียงอายสะท้านทรวง
"สามีคนบ้า... มีคนอยู่ตั้งเยอะแยะยังจะมาทำรุ่มร่ามประคองกอดอยู่ได้!" เย่เจาจวินพึมพำเสียงหวานปนกระเง้ากระงอดแต่ก็ไม่ยอมผละออกจากอ้อมกอดแต่อย่างใด ยอมให้เขาเอาเปรียบแต่โดยดี
"ข้าพร้อมจะไปกับสามีทุกหนทุกแห่งเจ้าค่ะ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวขอเพียงมีท่านเคียงข้าง" หลงปิงเอ๋อร์เอ่ยตอบด้วยเสียงอ่อนหวานและเชื่อฟังคำสั่งแต่โดยดี แววตาของนางเต็มไปด้วยความเคารพรักอย่างลึกซึ้ง
หลีเฮงยิ้มกริ่มพึงพอใจในบัฟเสน่หาที่ทะยานฟ้า ก่อนจะปล่อยมือจากสองสาวแล้วก้าวไปข้างหน้า ยกมือขึ้นชูสูงป่าวประกาศลั่นถ้ำน้ำแข็ง "เอาล่ะ! กองกำลังอสูรทั้งหมดจงฟัง! กู๋เอ๋อร์ เสี่ยวเหลียน นำทัพอสูรเกราะศิลา แมงมุมไหมเพลิง และอสูรปีศาจพ่นพิษมารเข้าแถวให้เป็นระเบียบ เตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ประตูมิติข้ามผ่านดาราเพื่อกลับบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเรา ณ บัดนี้!"
"รับบัญชาเจ้าค่ะสามี!"
เสียงขานรับของกู๋เอ๋อร์และเสี่ยวเหลียนดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ทันใดนั้นขบวนกองทัพอสูรนับร้อยนับพันเริ่มเดินสวนสนามอย่างขะมักเขม้น เสียงฝีเท้าตึกตักอันหนักหน่วงสะท้อนก้องทั่วถ้ำธารน้ำแข็ง ทหารอสูรเกราะศิลาขนาดใหญ่ล่ำสันทำหน้าที่จัดกระบวนห้อมล้อมป้องกันภัยรอบตัวหลีเฮง ขณะที่ฝูงแมงมุมไหมเพลิงสีส้มทองเดินเรียงรายเป็นสายระเบียบอย่างเรียบร้อยเตรียมก้าวผ่านมิติกลับสู่แดนมนุษย์
หลีเฮงยื่นมือไปจับมือนุ่มนิ่มของเย่เจาจวินไว้แน่นด้วยมือซ้าย และจับมือของหลงปิงเอ๋อร์ไว้ด้วยมือขวา สองสาวสบสายตาสามีด้วยความเชื่อมั่นไร้ข้อกังขา ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ร้องบอกเสียงดังลั่น "ไปกันเถอะพวกเรา! มุ่งหน้าสู่บ้านเกิด!"
พริบตานั้น ร่างของหลีเฮง เย่เจาจวิน หลงปิงเอ๋อร์ พร้อมด้วยเหล่าภรรยาคนอื่นๆ และกองทัพอสูรสมุนทั้งหมดก้าวเดินข้ามเข้าไปในจุดศูนย์กลางแสงสว่างไสวหมุนวนเจิดจ้าของประตูมิติข้ามผ่านดารา ทันทีที่เท้าสัมผัสแสง ร่างของพวกเขาก็ถูกดูดกลืนหายวับเข้าไปในห้วงลึกลับแห่งความมืดมิดและทางเดินดาราอันยาวไกลแวววับในเสี้ยววินาที!
...
*วูบบบ! ฟิ้ววว!*
ภายในอุโมงค์ข้ามมิติข้ามผ่านดารา ทัศนียภาพรอบตัวของพวกเขากลายเป็นสายธารแสงระยิบระยับสีเงินยวยผสมผสานกับสายลมสีทองอร่ามที่ไหลเอื่อยพาร่างของคณะเดินทางลอยละล่องผ่านช่องแคบมิติอย่างนุ่มนวล ทว่าความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้เพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น!
พลันเกิดเสียงลั่นเปรี๊ยะสนั่นหวั่นไหวในโครงสร้างอุโมงค์แสง!
*เปรี๊ยะ! ปัง!*
คลื่นแสงรอบตัวที่เคยไหลเวียนเป็นระบบระเบียบกลับเกิดอาการบิดตัวบ้าคลั่ง หมุนวนกระชากเป็นเกลียวคลื่นพายุยักษ์สีฟ้าครามซัดกระหน่ำเข้าใส่คณะเดินทางอย่างไร้ทิศทาง เสียงครืนครั่นสั่นสะเทือนปานโลกจะวินาศสันตะโรดังอื้ออึงในหูจนแก้วหูแทบฉีกขาด พลังงานหินสะกดพิกัดควบคุมที่ร้าวเสียหายจากระเบิดก้นกรดอัคคีของสมุนเด๋อได้พ่นพิษร้ายออกมาในวินาทีนี้! รอยแยกรั่วไหลขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอุโมงค์แสงพร้อมแรงดึงดูดบีบอัดมหาศาลที่จ้องจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้เป็นผุยผง!
สายลมปราณที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นใบมีดมิติตัดผ่านอากาศ เสียงหวีดหวิวสยองขวัญดังระงมรอบตัว ทุกคนสัมผัสได้ถึงความพินาศที่กำลังจะมาเยือน
"กรี๊ดดด! สามี! ช่วยข้าด้วย!" เย่เจาจวินกรีดร้องด้วยความตกใจยามที่แรงพายุหมุนและแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางมิติมหาศาลฉุดดึงร่างของนางให้ลอยปลิวออกจากอ้อมอกของหลีเฮงอย่างรวดเร็ว
"พี่เฮง! จับมือข้าไว้! พลังงานมิติมังกรถูกรบกวนอย่างรุนแรงจนค่ายกลหลักล่มสลาย!" หลงปิงเอ๋อร์พยายามระเบิดลมปราณเย็นสีฟ้าขาวของสายเลือดมังกรเพื่อสะกดมิติรอบตัวและปกป้องสามีรัก แต่ก็ไม่อาจต้านทานวายุสุริยะมิติที่ปั่นป่วนขั้นสุดได้ ร่างสะคราญของนางสั่นระริกและเริ่มลอยห่างออกไปเรื่อยๆ ตามกระแสน้ำวนดาราที่หมุนกระชากวิญญาณ
"เจาจวิน! ปิงเอ๋อร์! ทุกคนกอดกันไว้แน่นๆ! อย่าปล่อยมือเด็ดขาด!"
หลีเฮงร้องตะโกนลั่นใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก ชายหนุ่มพยายามขยับนิ้วสั่งเปิดใช้งานระบบเอาตัวรอดแต่สถานการณ์ผันผวนรวดเร็วจนระบบสั่นเตือนส่งเสียงเตือนถี่ยิบประหนึ่งเสียงหวีดไซเรน
[ ตรวจพบสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานมิติข้ามผ่านดาราปั่นป่วนขั้นสูงสุด! ]
[ ตรวจพบระบบสลักพิกัดสูญเสียเสถียรภาพ 99.9% เส้นทางเคลื่อนย้ายมิติกำลังบิดเบี้ยวและสูญเสียจุดหมายปลายทาง! ]
[ แจ้งเตือน: เกราะพลังเมียที่มีอยู่ 9 หน่วย กำลังทำงานเพื่อปกป้องโฮสต์จากการถูกแรงบีบอัดมิติฉีกกระชากร่างเป็นผุยผง! ]
*เพล้ง! เพล้ง!*
เสียงเกราะปราณปกป้องกายจากสกิลหลบหลังสตรีและเกราะพลังเมียแตกสลายดังระงมรอบตัวหลีเฮง ร่างกายของเขาถูกแรงลมมิติมหาศาลบดเค้นและฉีกกระชากเสื้อผ้าชุดคลุมภายนอกสีขาวสะอาดตาจนขาดกระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวหายวับไปกับกระแสพายุ แสงสว่างสีส้มทองของสายรัดหยินหยางพยายามเปล่งรัศมีเหนี่ยวรั้งร่างของเย่เจาจวินและหลงปิงเอ๋อร์ไว้ แต่ทว่าแรงบีบอัดกระชากกลับรุนแรงเกินกว่าจะรับมือไหว สายใยรักขาดสะบั้นออกจากกันในที่สุด!
"เจาจวินนน! ปิงเอ๋อร์รร!"
หลีเฮงพยายามเอื้อมมือสุดแขนเพื่อไขว่คว้าเรียวนิ้วของเย่เจาจวินที่ลอยกระเด็นแยกออกไปทางขวา และหลงปิงเอ๋อร์ที่ถูกดูดหายไปในโพรงมิติสีดำทางซ้าย ทว่าทุกอย่างกลับไร้ผล ร่างงามของพวกนางถูกคลื่นพลังงานมิติหมุนวนซัดสาดกลืนหายไปในความมืดมิดคนละทิศทางโดยที่เขาไม่อาจช่วยเหลือได้เลย
ขบวนฝูงอสูรเกราะศิลาและแมงมุมไหมเพลิงก็พลัดหลงลอยกระจัดกระจายกระเด็นกระดอนหายเข้าไปในรอยแยกเล็กๆ นับสิบจุดตามโครงสร้างอุโมงค์มิติที่พังทลายลงเรื่อยๆ ราวกับเศษแก้วที่แตกกระจาย
ความหวาดกลัวและแรงบีบอัดปั่นป่วนกดทับกระดูกและเส้นชีพจรทั่วร่างของหลีเฮงอย่างสาหัสสากรรจ์ ร่างของเขาถูกเหวี่ยงหมุนคว้างกลางอวกาศจำลองหลายตลบจนปวดมวนในท้อง สายตาพร่าเลือนจนมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากพายุแสงบิดเบี้ยวสีเลือดและน้ำเงินที่ฟาดฟันเข้าใส่ร่าง ท้ายที่สุด สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มก็ดับวูบลงท่ามกลางความปั่นป่วนของมิติข้ามแดนขั้วโลกใต้อันแสนโกลาหลที่ปิดฉากลงด้วยความวิบัติล่มสลาย
...
*ตุบ!*
เสียงวัตถุขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมากระทบผืนดินทรายดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของหลีเฮงที่กระเด็นไถลไปกับเนินทรายหลายตลบจนหัวแทบจะทิ่มลงดิน
หลีเฮงรู้สึกสะดุ้งตัวโยน ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความร้อนระอุแผดเผาตามผิวหนังและไอแดดที่แสนแห้งแล้งจนแทบหายใจไม่ออก เม็ดทรายหยาบละเอียดแทรกซึมเข้าตามซอกนิ้ว ปาก และผิวสัมผัสทั่วกาย ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก แสงอาทิตย์สีส้มแดงฉานแยงตาจนต้องหรี่ตามองภาพรอบตัวอย่างมึนงงกุมขมับที่ปวดตุบๆ ราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบ
"โอ๊ย... หัวข้า... ตัวข้าจะระเบิดอยู่แล้ว... นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย..."
หลีเฮงครางเครือพยายามยันกายลุกขึ้นนั่งบนพื้นทรายทว่าความเมื่อยล้าสะสมจากแรงปะทะของพายุข้ามมิติตะกี้ยังคงแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ชายหนุ่มก้มลงสำรวจร่างกายของตนเองก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อดูว่ามีส่วนใดแตกหักเสียหายหรือไม่ เพราะแรงฉีกกระชากทางมิตินั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย
ทว่าเมื่อสายตากวาดมองลงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาก็พลันแข็งค้างเบิกตากว้างอ้าปากหวอในทันที!
เสื้อคลุมหรูหรา กางเกงผ้าเนื้อดี รองเท้าหนัง หรือแม้กระทั่งเครื่องประดับค่ายกลต่างๆ บัดนี้ได้อันตรธานหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงเรือนร่างกำยำล่ำสัน อุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องแน่นเปรี๊ยะอันเป็นผลลัพธ์จากการบำเพ็ญคู่สวาทอย่างขยันขันแข็งกับภรรยาทุกคน และชิ้นส่วนเสื้อผ้าเพียงชิ้นเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนร่างของเขาในเวลานี้ก็คือ...
กางเกงในมารสีชมพูเรืองแสงตัวเก่งจากระบบ! ที่บัดนี้ยังคงส่งแสงสีชมพูวาววับสะท้อนสู้แสงแดดวิบวับอย่างหน้าด้านหน้าทน ไร้รอยขีดข่วนหรือความเสียหายใดๆ แม้แต่น้อย! มันกระชับพอดีกับส่วนล่าง ป้องกันของสงวนของเขาไว้อย่างเหนียวแน่นจนน่าหัวร่อ
"บัดซบเอ๊ย! แรงระเบิดมิติฉีกเสื้อผ้าข้าหายเกลี้ยง แต่ไอ้กางเกงในกวนตีนนี่ดันรอดมาได้ตัวเดียวเนี่ยนะ?! แถมยังเรืองแสงสีชมพูวิบวับท้าแดดท้าลมอีก! นี่มันจงใจแกล้งข้าชัดๆ!" หลีเฮงสบถลั่นทุ่งทะเลทราย พลางยกมือขึ้นกุมขมับอย่างอ่อนใจกับระบบที่จงใจรักษาแค่กางเกงในสีชมพูตัวนี้ไว้เพื่อทำลายล้างศักดิ์ศรีความเป็นชายของเขาโดยเฉพาะในทุกมิติ
ชายหนุ่มแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนเพื่อประเมินสถานการณ์และหาทิศทาง ทว่าทัศนียภาพเหนือหัวกลับทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วกระดูก ท้องฟ้าสีครามสดใสที่คุ้นเคยในยามนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงเข้มข้นจนดูเหมือนสีเลือดสด สายหมอกควันสีเทาลอยบางๆ บดบังดวงอาทิตย์สีแดงดวงโตที่แผ่ความร้อนอบอ้าวไร้ความชุ่มชื้น ผืนแผ่นดินเบื้องล่างกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาเต็มไปด้วยเนินทรายสีแดงเพลิงสลับกับโขดหินผุกร่อนแห้งแล้ง ไม่มีเงาของต้นไม้สีเขียวหรือแหล่งน้ำใดๆ เลยสักนิดเดียว มันรกร้าง แปลกถิ่น และชวนให้รู้สึกขนลุกขนพองอย่างประหลาด
ที่สำคัญที่สุด... รอบกายของเขาในยามนี้ว่างเปล่าและเงียบสงัดราวกับป่าช้า
ไม่มีร่างระหงอันอ่อนนุ่มของเย่เจาจวิน...
ไม่มีกลิ่นอายเย็นฉ่ำอันแสนสบายของหลงปิงเอ๋อร์...
ไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วกวนประสาทของเสี่ยวเหลียนหรือกู๋เอ๋อร์...
และไม่มีฝูงสัตว์อสูรสมุนข้ารับใช้แม้แต่ตัวเดียว! มีเพียงตัวเขาที่เกือบเปลือยเปล่าเผชิญโลกกว้างใหญ่ตามลำพัง
"เจาจวิน! ปิงเอ๋อร์! ทุกคนอยู่ที่ไหนกันหมดน่ะ! ได้ยินเสียงข้าไหม!"
หลีเฮงร้องตะโกนลั่นพยายามป้องปากส่งเสียงเรียกจนสุดลำคอ ทว่ามีเพียงเสียงลมพายุทรายหวีดหวิวพัดผ่านเนื้อตัวนำเอาฝุ่นทรายสาดใส่ผิวหน้าจนสากคาย ชายหนุ่มรู้สึกว้าเหว่และอ้างว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในโลกใบนี้ การสูญเสียเหล่าภรรยาแสนดีที่คอยกางปีกปกป้องและคอยบำเรอรักบำเพ็ญคู่ไปพร้อมกัน ทำให้เขารู้สึกเดือดร้อนและเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
[ ติ๊ง! ]
พลันเสียงแจ้งเตือนสั่นสะเทือนอันคุ้นเคยและน่าหมั่นไส้ดังขึ้นในใจกลางสมองของเขา พร้อมกับการสั่นไหวอย่างรุนแรงของหน้าจอปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงเข้มแจ้งเตือนภัยอย่างเร่งด่วน
[ ระบบเทพแมงดายินดีต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ดินแดนใหม่แห่งโชคชะตาที่บิดเบี้ยว! ]
[ แจ้งเตือนสถานะความปลอดภัย: ตรวจพบค่าวิบัติสะสมสูงสุดเป็นประวัติการณ์: 90 แต้ม! (ขีดจำกัดความวิบัติใกล้ระเบิดเต็มที 90/100) ]
[ ผลลัพธ์จากค่าวิบัติสะสมพุ่งสูง: ระบบได้เหนี่ยวนำอุบัติเหตุมิติส่งตัวโฮสต์ข้ามผ่านดารามายังพื้นที่ห่างไกลรกร้างระดับภัยพิบัติ และเปิดใช้งานฟังก์ชัน 'ดึงดูดวิกฤติต่อเนื่อง' เพื่อต้อนรับการมาเยือนของโฮสต์อย่างเป็นทางการ! ]
หลีเฮงอ่านแถบแจ้งเตือนเสร็จถึงกับอ้าปากค้าง กัดฟันกรอดด้วยความเดือดดาล "ไอ้ระบบสารเลว! นี่แกตั้งใจโกงกันชัดๆ! ค่าวิบัติ 90 แต้มเนี่ยแกสะสมมาจากตอนที่ข้าปลุกพลังมิติมังกรโบราณใช่ไหม? แล้วทำไมต้องส่งข้ามาปล่อยเกาะกลางทะเลทรายเปลือยกายในสภาพกางเกงในชมพูตัวเดียวแบบนี้ด้วยฮะ! แถมยังดึงดูดวิกฤติต่อเนื่องอีก!"
[ ตอบโฮสต์ผู้หน้าหนาไร้ยางอาย: ระบบได้ทำการประเมินแล้วว่า การสวมกางเกงในสีชมพูเรืองแสงท่ามกลางทะเลทรายสีเลือด จะช่วยเพิ่มค่าความโดดเด่นและลดค่าศักดิ์ศรีของโฮสต์ลงไปอยู่ที่จุดต่ำสุด ซึ่งส่งผลดีต่อทักษะเอาตัวรอดสายไร้ยางอายสูงสุดถึง 200% นอกจากนี้ ระบบขอแจ้งเตือนสถานะปัจจุบันของสมาชิกร่วมทาง: ]
[ สมาชิกร่วมทางทั้งหมด (เย่เจาจวิน, หลงปิงเอ๋อร์, กู๋เอ๋อร์, เสี่ยวเหลียน และกองทัพอสูร) ได้ถูกแรงเหวี่ยงมิติกดทับพลัดหลงกระจายไปยังพิกัดต่างๆ ทั่วทวีปใหม่แห่งนี้ โฮสต์ไม่สามารถติดต่อหรือดึงพลังป้องกันจากเกราะพลังเมียชั่วคราวได้เนื่องจากระยะทางห่างไกลเกินขีดจำกัดระบบพันธะบัญชาการ! ]
"ติดต่อเมียไม่ได้เลยเร็อะ?! เกราะพลังเมียก็ใช้ไม่ได้ชั่วคราวด้วย?!" หลีเฮงหน้าถอดสี สติแทบหลุดลอยกลางอากาศ "แล้วแบบนี้ถ้าข้าเจอศัตรูโหดๆ ข้าจะเอาตัวรอดอย่างไรวะเนี่ย?! ตัวคนเดียวล่อนจ้อนขนาดนี้!"
[ แจ้งเตือนภารกิจฉุกเฉินเอาตัวรอดแรกของดินแดนใหม่: ]
[ ภารกิจหลัก: 'เอาตัวรอดท่ามกลางทรายโลกันตร์รกร้าง' ]
[ คำอธิบายภารกิจ: โฮสต์ต้องรักษาร่างกายให้อยู่รอดพ้นจากภัยคุกคามแรกของดินแดนแห่งนี้เป็นเวลา 10 นาที โดยห้ามสัมผัสหรือได้รับความช่วยเหลือจากคู่พันธะใดๆ ]
[ รางวัลความสำเร็จ: แต้มแมงดา +2,000 แต้ม และเปิดการระบุทิศทางพิกัดของภรรยาที่ใกล้ที่สุด ]
[ บทลงโทษหากล้มเหลว: กางเกงในสีชมพูจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นโซ่เหล็กรัดไข่โฮสต์ถาวรจนกว่าจะได้รับการปลดล็อกด้วยน้ำรักของสตรีระดับ SSS ]
"ไอ้ระบบบ้า! บทลงโทษแกมันป่าเถื่อนน่าเกลียดและน่าหวาดเสียวเกินไปแล้วโว้ยยย! ถ้ารัดขึ้นมาจริงๆ ข้าจะไปตามหาน้ำรักระดับสามเอสที่ไหนมาช่วยเปิดกันฟะ!" หลีเฮงทึ้งหัวตัวเองพลางร้องลั่นอย่างจนใจในกติกาพิสดารกวนประสาทที่คอยจ้องแต่จะปั่นประสาทเขาตลอดเวลา
*ตึก... ตึก...*
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังทรุดตัวลงนั่งกุมขมับโวยวายกับแผงระบบอยู่นั้นเอง พลันเกิดแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ใต้ผืนทรายร้อนระอุ เม็ดทรายสีส้มแดงรอบๆ ตัวของเขาเริ่มไหลวนคล้ายอ่างน้ำวนขนาดย่อม สายลมพายุทรายที่เคยพัดหวีดหวิวกลับหยุดชะงักเงียบสงัดลงอย่างกะทันหัน บรรยากาศรอบด้านปกคลุมไปด้วยแรงกดดันวิญญาณอันหนักหน่วงและเย็นยะเยือกจนร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเขาเกิดขนลุกซู่
*ซู่... ซู่...*
เสียงหินทรายร่วงหล่นและฝุ่นทรายขยับไหวดังแว่วมาจากเบื้องหลังเนินทรายลูกใหญ่ทางด้านหน้า หลีเฮงสะดุ้งสุดตัวรีบชะเง้อหน้ามองฝ่าม่านหมอกฝุ่นทรายสีแดงเพลิงที่ลอยตลบอบอวลอยู่อย่างระมัดระวังและตึงเครียดขึ้นมาทันควัน
เงาร่างขนาดยักษ์มหึมาสูงตระหง่านกว่าสามสิบเมตรค่อยๆ ปรากฏขึ้นในม่านพายุทรายที่บดบัง แผ่เงาทอดยาวปกคลุมร่างของชายหนุ่มจนมืดมิด มันมีลักษณะทางกายภาพคล้ายอสูรแมงป่องหุ้มเกราะศิลาสีดำทมิฬสลับแดงเพลิง ส่วนหางแหลมคมยาวเหยียดแกว่งไกวไปมากลางเวหา ปลายหางเปี่ยมไปด้วยพิษร้ายสีเขียวคล้ำที่หยดลงมาละลายทรายเสียงดังฉ่าระรัว ดวงตานับสิบคู่รอบหัวสีแดงก่ำฉายแววดุร้ายกระหายเลือด จ้องตรงดิ่งมายังร่างของบุรุษหนุ่มที่นั่งสวมกางเกงในสีชมพูเรืองแสงตัวเดียวกลางผืนทรายอย่างหิวกระหาย
อสูรแมงป่องยักษ์โลกันตร์ย่างสามขุมก้าวเดินเข้ามาหาหลีเฮงอย่างช้าๆ ขาเหล็กแหลมคมของมันเจาะลึกเข้าในผืนทรายส่งเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับยมทูตที่ย่างกรายมารับดวงวิญญาณคนบาป
หลีเฮงนั่งกุมหัว ตัวสั่นงันงกจ้องมองภาพสยองขวัญตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายเหนียวคอลงคออย่างยากลำบาก ในใจร่ำร้องถึงเมียรักทั้งหลายที่เพิ่งพลัดพรากจากกันไปแบบไม่มีชิ้นดี
"เจาจวิน... ปิงเอ๋อร์... รีบๆ กลับมาช่วยพี่เฮงเถอะจ้ะ... พี่เฮงกำลังจะกลายเป็นอาหารแมงป่องยักษ์ในสภาพกางเกงในสีชมพูเรืองแสงสะดุดตาอยู่แล้วโว้ยยย!!!"
พายุทรายหมุนวนโหมกระหน่ำซัดสาดกลบรอยเท้าและเสียงกรีดร้องของชายหนุ่ม ปิดฉากการเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนพิศวงสีเลือดอย่างน่าตระหนกตกใจและลุ้นระทึกใจเป็นที่สุด!
(จบตอนที่ 150)