[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    36 สวนพฤกษา

    ทุ่งสมุนไพรกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาคือสิ่งที่แอนเดอร์สันมองเห็นจากเวทย์พื้นที่ที่ใช้ครอบสวนเล็กๆด้านข้างตระกูลเฟียร์เพื่อขยายอาณาเขตของมันให้กว้างกว่าที่เป็นอยู่ ทันทีที่เขาเข้ามาถึงแอนเดอร์สันตกใจตื่น ไม่คิดว่าสวนพฤกษาที่พูดถึงจะกว้างไกลขนาดนี้ อย่างไรก็ตามต้นไม้และสมุนไพรที่ปลูกภายในสวนพฤกษากลับเหี่ยวเฉา แม้บางต้นจะดูปกติมันกลับหยุดเจริญเติบโต


    “สวนพฤกษามีหลักการทำงานโดยพึ่ง 4 วงเวทย์หลักที่ดึงพลังจากสมุนไพรหายาก 4 ชนิดไปใช้งานหล่อเลี้ยงวงเวทย์ให้เปิดทำงานตลอดเวลา และต้องใช้เวทย์หัวใจหลักอีก 1 วงเวทย์เพื่อกระตุ้นให้บรรยากาศภายในสวนแห่งนี้เหมาะที่จะปลูกสมุนไพร”


    ลุงนอธอธิบายการทำงานของวงเวทย์ที่ฝังเอาไว้ใต้พื้นดินภายในสวนพฤกษาแห่งนี้ จากนั้นก็พาแอนเดอร์สันเดินไปดูวงเวทย์หลักที่พูดถึง ซึ่งพวกมันถูกวางเอาไว้ 4 ทิศทางของสวน ไม่ว่าจะเป็นทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศใต้และทิศตะวันตก และมีอีก 1 วงเวทย์ที่เป็นแกนกลางวาดเอาไว้ใจกลางสวนแห่งนี้


    “ตำแหน่งนี้ เคยมีต้นตะวันเพลิงเติบโต แต่ตอนนี้เราต้องถอนมันทิ้งเพราะแห้งตายไปแล้วจากตัวยาบางอย่างที่คนลอบเข้ามาวางยา”


    แอนเดอร์สันมองไปยังวงเวทย์กว้าง 5 เมตร ใจกลางของมันมีร่องรอยของต้นไม้เติบโต


    “ลุงนอธครับ วงเวทย์หลักที่ทิศเหนือนี้เอาไว้ปลูกต้นตะวันเพลิง ใช่ต้นไม้ที่มีใบอยู่ 7 ใบและมีผลที่เหมือนกับพระอาทิตย์อยู่ 1 ผลใช่ไหมครับ”

    แอนเดอร์สันนำเอาลักษณะของภาพวาดสมุนไพรทั้ง 4 ชนิดที่ติดไว้หน้าห้องประชุมมาสอบถาม


    “ถูกต้อง เอาล่ะเราไปตำแหน่งอื่นกัน”


    แอนเดอร์สันมองไปยังวงเวทย์กว้าง 5 เมตร มันเต็มไปด้วยลวดลายและภาษาจากเวทย์มากกว่า 1 ธาตุ ทำให้เขารู้ว่าวงเวทย์ในสวนพฤกษานั้นเป็นวงเวทย์พิเศษและน่าจะเป็นความลับของตระกูลเฟียร์


    “ส่วนทิศตะวันออกนี้เราจะปลูกต้นอรุณโชติช่วงเอาไว้ ลักษณะต้นของมันก็เหมือนองุ่น เพียงแต่ลูกมันจะใหญ่เท่ากำปั้น มี 8 ลูกด้วยกัน ส่วนต้นของมันก็ใหญ่มากๆ ใหญ่จนต้นองุ่นทั่วไปเทียบไม่ติด”


    แอนเดอร์สันไม่จำเป็นต้องนึกภาพตามเพราะเขาเคยเห็นภาพต้นอรุณโชติช่วงหน้าบานประตูมาแล้ว ลักษณะต้นของมันเหมือนต้นองุ่นที่ลุงของเขาพูดถึง เพียงแต่ผลของมันเรืองแสงจางๆให้ความรู้สึกเหมือนกับแสงในตอนเช้าตรู่ แอนเดอร์สันจึงมองจ้องวงเวทย์ในตำแหน่งที่ปลูกมัน ก่อนจะพบว่าวงเวทย์ทิศตะวันออกมีลวดลายต่างจากวงเวทย์ทิศเหนือมาก 


    “ส่วนตำแหน่งทิศใต้เราปลูกต้นจันทร์สะท้อน”


    แอนเดอร์สันนึกถึงภาพต้นไม้ที่มีลักษณะเหมือนพระจันทร์เสี้ยว ตั้งแค่โคนต้นจนถึงปลายยอดมันโค้งอย่างกับพระจันทร์เสี้ยวพร้อมกับมีออร่าสีฟ้าปลดปล่อยออกมา


    “ตำแหน่งทิศตะวันตกปลูกดับอรุณไร้แสง”


    ต้นไม้ไร้แสงสว่างที่อยู่หน้าประตูปรากฎในหัวแอนเดอร์สัน ลักษณะของมันเหมือนต้นกระบองเพชรสีดำ มีความพิเศษตรงที่สามารถดูดซับแสงจนไม่มีแสงใดสะท้อนออกมาจากมัน ด้วยรูปลักษณ์ดำสนิททำให้มันดูพิศวงเป็นอย่างมาก


    “สุดท้ายส่วนที่เป็นใจกลางของเวทย์ทั้งหมด ที่นี่เราไม่ได้ปลูกต้นอะไรเลย เราจะใช้หัวใจของมอนสเตอร์ตัวหนึ่งแทน”


    “หัวใจมอนสเตอร์ มันจะไม่เน่าเหรอครับ”


    “ไม่เลยแอนเดอร์สัน หัวใจมอนสเตอร์ตัวนี้แตกต่างจากมอนสเตอร์ทั่วไป มันจะตกผลึกกลายเป็นคริสตัล และเจ้าตัวของมันก็คือลีลีวี่เป็นปลาน้ำจืดมีพลังเวทย์ 700 ปี”


    แอนเดอร์สันได้ยินจำนวนพลังเวทย์ที่มันมี ส่งผลให้เขาตะลึง ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้เป็นเรื่องยากจะฆ่ามัน หากเผชิญหน้ากันเขาคงตายเพียงเพราะมันจ้องมองเขาเท่านั้น


    “ลุงนอธครับ แล้วปลาลีลีวี่ที่ว่าจับได้หรือยังครับ”


    “ไม่เลย มันเป็นมอนสเตอร์หายากมากแล้วยิ่งเป็นตัวที่มีพลังเวทย์ 700 ปีอีกยิ่งหายากไปใหญ่ หากจะประมูลทรัพย์สินตระกูลเฟียร์ก็ไม่พอจะซื้อได้ด้วยซ้ำ แม้จะเป็นตระกูลอื่นก็ไม่สามารถประมูลมันได้ หากอยากได้จริงๆต้องเรียกว่าขายตระกูลเพื่อซื้อเลยล่ะ ถ้าไม่ใช่ตระกูลหลักทั้ง 10 ของสหพันธ์ไม่มีเงินพอจะซื้อมันหรอกนะ”

    “แล้วถ้าเราใช้เพียงสมุนไพรทั้ง 4 จะเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”


    “วงเวทย์จะไม่ทำงานเพราะขาดหัวใจลีลีวี่ไป อีกอย่างเราก็ไม่สามารถปลูกต้นไม้ 4 ต้นลงไปในวงเวทย์ได้ มันจะต้องปลูกพร้อมกับวางหัวใจปลาลีลีวี่ ไม่อย่างนั้นต้นไม้ทั้ง 4 ที่เราหามาได้จะตาย”


    แอนเดอร์กวาดตามองรอบๆสวนพฤกษา จากนั้นเขาก็มองไปยังสมุนไพรต้นหนึ่งลักษณะคล้ายกับต้นหอมแต่ใหญ่กว่า ลำต้นของมันเหี่ยวเฉาเป็นอย่างมาก เขาจึงลงไปนั่งยองยองดึงมันขึ้นมาจากพื้นดิน จากนั้นก็เสียบมันลงไปในรูเดิมแล้วใช้เวทย์น้ำพื้นฐานรดจนชุ่ม การลงมือของแอนเดอร์สันไม่มีใครสนใจเพราะสมุนไพรต้นที่แอนเดอร์สันดึงออกมาจากดินเป็นต้นที่ไม่สามารถนำไปทำอะไรได้แล้ว ซึ่งการลงมือของแอนเดอร์สัน เขาทำไปเพราะต้องการยืนยันความสามารถของฉายาเจ้าแห่งพืชพรรณที่ระบุว่าเขาสามารถปลูกต้นไม้ทุกอย่างได้ เขาอยากจะทดสอบว่าสมุนไพรต้นเมื่อครู่มันจะกลับมาสดชื่นเหมือนเดิมได้ไหม


    “แล้วลุงจะแก้ปัญหาอย่างไรเหรอครับ”


    “ล่า เรากำลังล่าลีลีวี่ แต่การล่าครั้งนี้กลับอันตรายพอสมควรเพราะมีหลายตระกูลพบเจอมันพร้อมกับเรา อาการบาดเจ็บของคนในตระกูลที่หลานเห็นก็มาจากการต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่ล่าที่เจอลีลีวี่นี่แหละ”


    “ถ้าอย่างนั้นผมขอดูรายละเอียดวงเวทย์สวนพฤกษาได้หรือเปล่าครับ”


    “มันยากที่จะทำความเข้าใจเพราะมีเวทย์หลายธาตุประกอบกัน มีเพียงแค่แม่ของหลานเท่านั้นแหละที่เข้าใจมัน แต่หากว่าหลานต้องการจะเรียนรู้ลุงก็เตรียมของเอาไว้แล้ว”


    “งั้นผมขอดูเลยครับ ช่วงนี้ผมพึ่งเลือกสาขาน่าจะโดดเรียนได้สักอาทิตย์”


    “ฮ่าๆๆ ถึงขั้นโดดเรียนเลยเหรอ มาสิ ลุงจะพาไปดูเวทย์”


    แอนเดอร์สันเกิดความสนใจในเวทย์สวนพฤกษา เขามีความรู้สึกว่าตัวเองจะต้องช่วยตระกูลทำอะไรสักอย่างเพราะถ้าตระกูลเฟียร์ล่มสลาย กองกำลังของเขาจะหายไป ดังนั้นเขาจึงอยากหาวิธีใหม่ในการปรับปรุงวงเวทย์โดยไม่จำเป็นต้องใช้หัวใจลีลีวี่ที่นับว่าเป็นของหายาก 


    “ลุงครับ หัวใจลีลีวี่ชิ้นที่ถูกทำลายได้มายังไงเหรอครับ” แอนเดอร์สันสนใจเรื่องหัวใจลีลีวี่ เขาอยากรู้ว่าหัวใจก้อนที่ถูกทำลายได้มาอย่างไรเพราะมันเป็นสิ่งหายาก


    “มันเป็นหนึ่งในของหมั้นจากตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ส่งมาให้แม่ของหลานน่ะ”


    แอนเดอร์สันเข้าใจได้ในทันที ดูเหมือนว่าหัวใจลีลีวี่จะยังคงเป็นสิ่งที่ทรงพลังและหาได้ยากด้วยอำนาจของตระกูลเฟียร์


    “ถึงแล้ว ภายในนี้เป็นหนังสือเวทย์ธาตุไม้และธาตุลม ใจกลางห้องจะเป็นหนังสือเวทย์สวนพฤกษา”


    “ตระกูลเฟียร์ศึกษาเวทย์ธาตุไม้ด้วยเหรอครับ”


    “มันเป็นธาตุรองของเรา ตระกูลเฟียร์ศึกษาเรื่องยาเลยต้องศึกษาเวทย์ธาตุไม้เอาไว้ด้วย เอาล่ะถ้าอยากได้อะไรบอกพ่อบ้านได้เลยนะ”


    “ครับ”


    แอนเดอร์สันเดินสำรวจห้องสมุดของตระกูล แม้มันจะไม่ได้ทันสมัยแต่ก็เต็มไปด้วยเวทมนตร์ธาตุไม้และธาตุลม จากสิ่งที่เขาสังเกตดูเหมือนว่าหนังสือธาตุลมของที่นี่จะเทียบเท่าหนังสือของวิทยาลัย ยกเว้นเวทย์ประจำตระกูลเฟียร์ที่วิทยาลัยไม่มีสอน แอนเดอร์สันจึงเดินไปยังฝั่งเวทย์ธาตุไม้ ปรากฎว่ามันน่าสนใจนอกจากจะใช้โจมตีได้แล้วยังใช้เร่งการเติบโตของต้นไม้ได้ด้วย


    “ส่วนใจกลางนี่ก็เป็นวงเวทย์สวนพฤกษาสินะ”


    แอนเดอร์สันมองไปยังหนังสือหนึ่งเล่มที่วางเอาไว้ใจกลางห้อง ด้านข้างของมันมีหนังสืออีกหนึ่งเล่มวางเอาไว้ แอนเดอร์สันจึงหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าหนังสือเวทย์นอกเหนือจากเวทย์สวนพฤกษาจะเป็นเวทย์ประจำตระกูลเฟียร์อีกหนึ่งเล่ม ซึ่งมันเป็นอีกครึ่งของเวทย์ภูติสายลมจำแลงร่าง แอนเดอร์สันนึกว่าเวทย์ที่แม่มอบให้เป็นฉบับสมบูรณ์แล้วมันกลับมีอีกส่วนที่ทำให้สมบูรณ์ขึ้นไปอีก


    “ระบบ ฉันขอซื้อการ์ดเร่งการเรียนรู้ 1 ใบ”


    แอนเดอร์สันใช้ตั๋วจำนวน 10 ใบไปกับการ์ดเร่งการเรียนรู้ มันเป็นการ์ดที่ถูกมากแต่ก็สามารถซื้อได้เพียง 10 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น หลังจากที่เขาซื้อการ์ดเสร็จแอนเดอร์สันไม่รอช้าใช้การ์ดทันที โดยสิ่งแรกที่เขาจำเป็นต้องทำนี้คือการทำความเข้าใจกับเวทย์ธาตุไม้


    เวทย์ธาตุไม้ในความรู้ของแอนเดอร์สัน มันเป็นเวทย์ที่ประกอบไปด้วยธาตุดิน น้ำ ลมและแสง เขาจำเป็นต้องเรียนเวทย์ทั้ง 4 ธาตุนี้ให้ได้ก่อน อย่างน้อยขอให้รู้พื้นฐานก็เพียงพอต่อการเรียนเวทย์ธาตุไม้ที่จะใช้องค์ประกอบของภาษาและสัญลักษณ์ของทั้ง 4 ธาตุนี้ร่วมกัน 


    อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะมายังตระกูลเฟียร์แอนเดอร์สันได้ทำความเข้าใจกับธาตุไป 6 แล้วไม่ว่าจะเป็นธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า น้ำแข็ง ขาดเพียงแค่ธาตุแสงที่เขายังไม่ศึกษาเพราะระยะเวลาการใช้การ์ดหมดลงไปก่อน


    แต่ทว่าเมื่อเขาได้เปิดอ่านหนังสือภายในห้องสมุดของตระกูลเฟียร์ แอนเดอร์สันกลับไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ธาตุใดก่อนเลย เนื่องจากที่นี่เต็มไปด้วยหนังสือที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้เรียนธาตุไม้ได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียนธาตุอื่น แอนเดอร์สันจึงไม่รอช้าทำความเข้าใจกับธาตุไม้ในทันทีเพราะเขายังมีหนังสือเวทย์สวนพฤกษาและหนังสือเวทย์ประจำตระกูลเฟียร์ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งให้ศึกษา


    —-----------


    “หลานฉันเป็นยังไงบ้าง”


    ผู้นำตระกูลเฟียร์ถามกับพ่อบ้านหน้าห้องสมุดที่รอรับใช้แอนเดอร์สัน


    “คุณท่าน นายน้อยแอนเดอร์สันไม่กินไม่ดื่ม และไม่เคลื่อนไหวออกจากเก้าอี้เลย ตอนนี้เป็นเวลา 12 ชั่วโมงแล้วที่อยู่ในห้องสมุด”


    “หืม  งั้นฉันขอเข้าไปดูหน่อยก็แล้วกัน”


    ผู้นำตระกูลเฟียร์เดินเข้าไปในห้องสมุดพลางมองไปยังหลานของตนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือโดยไม่สนใจรอบข้าง อย่างไรก็ตามเขากลับเห็นบางอย่างแปลกไป แม้ภายนอกจะมองเหมือนแอนเดอร์สันไม่ได้เคลื่อนไหว ความเป็นจริงเขากลับเคลื่อนไหวเร็วมาก เร็วจนเกิดเป็นภาพซ้อนทับเหมือนกับเขานั่งนิ่งอยู่ตำแหน่งเดิม ยิ่งมองหนังสือที่เปิดไปมาอย่างรวดเร็วจนเหมือนคนกำลังสับไพ่ ทำให้ผู้นำตระกูลเฟียร์ต้องก้าวถอยหลังออกไปเพราะกลัวจะไปรบกวนเวทย์บางอย่างที่หลานของเขาใช้งาน


    “อย่าให้ใครเข้าไปในห้องสมุด ส่วนอาหารและน้ำถ้าเขาไม่ขอไม่ต้องนำมาให้อีก”


    “ทราบแล้วครับ”


    พ่อบ้านทำความเคารพผู้นำตระกูลเฟียร์แล้วยืนเฝ้าห้องสมุดต่อไป ปล่อยให้แอนเดอร์สันได้ทำความเข้าใจกับหนังสือภายในห้อง


    “เตรียมคนให้พร้อม พรุ่งนี้เราจะเดินทางไปสมทบกับแนวหน้า”


    คำสั่งกระจายไปทั่วตระกูล ส่งผลให้ผู้อาวุโสทุกคนเตรียมที่จะออกไปต่อสู้ แม้ร่างกายหลายคนจะบาดเจ็บแต่หลังจากได้นอนพักและรับยารักษา พวกเขาก็เริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน