ภาค 2 บทที่ 16 : ลมปราณ
บทที่ 16 กระบี่ลมปราณสีทองที่กำลังลอยเด่นอยู่กลางฟากฟ้าที่มีก้อนเมฆสีทองได้ปกคลุมสถานที่แห่งนี้อยู่ เมื่อสิ้นเสียงตะโกนของบุรุษผู้นั้นกระบี่ลมปราณสีทองที่มีจำนวนราวๆสองร้อยเล่มได้พุ่งตรงลงมาใส่ร่างของผู้เข้ารับการทดสอบ ในโลกภายนอกหยางหลงที่กำลังรับการโจมตีของผู้อาวุโสหนึ่งอยู่ ดวงตาทั้งสองของหยางหลงที่หลับลง มิมีผู้ใดรับรู้ว่าบุรุษผู้นี้กำลังทำอันใดอยู่ เขานั้นดูถูกผู้อาวุโสหนึ่งของสำนักนภาหยินหยางขนาดนี้เลยหรือ... นัันอาจจะเป็นคำถามภายในใจของเหล่าผู้ที่ได้เห็นแต่ก็มิมีผู้ใดรับรู้ว่าที่หยางหลงกระทำเช่นนั้นเพราะว่าเขานั้นจนมุมแล้วต่างหาก การกระทำเช่นนี้นั้นมันเป็นสิ่งที่มิมีผู้ใดคิดจะทำการกระทำบ้าบอเช่นนี้ ความตายและชัยชนะนั้นอยู่ตรงกลางของกระทำเช่นนี้ เพียงพลาดนิดเดียวชีวิตก็จะดับสูญ และแล้วหลังจากร่างของหยางหลงก็ได้เริ่มถูกลมปราณของผู้อาวุโสหนึ่งดันถอยหลัง นั้นเป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่ร่างของหยางหลงในเขตแดนประตูสวรรค์ถูกกระบี่ลมปราณแทงเข้าที่ร่างกาย “ อ๊าก!!! ” หยางหลงกระอักเลือดออกมาจากปากของเขา ผู้ที่ได้เห็นก็ต้องต่างคิดว่าหยางหลงนั้นบาดเจ็บจากการประมือกับผู้อาวุโสหนึ่ง ผู้คนนั้นต่างคิดว่าลมปราณของผู้อาวุโสหนึ่งนั้นชั่งล้ำเลิศ แต่ไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่าการที่หยางหลงนั้นบาดเจ็บเพราะเขานั้นกำลังเลื่อนขั้นลมปราณอยู่ ผ่านไปเพียงครู่ขาทั้งสองข้างหยางหลงนั้นได้ปักหลักลงที่พื้นอีกครั้ง ร่างของหยางหลงก็ได้หยุดลง ดวงตาทั้งสองของบุรุษชุดขาวได้ค่อยๆลืมขึ้นอย่างช้าๆ ผู้อาวุโสหนึ่งที่สัมผัสถึงอะไรบางอย่างได้เขานั้นมองดวงตาของหยางหลงที่ลืมขึ้น ดวงตาของบุรุษตรงหน้าของเขาภายในดวงตาคู่นั้นมีมังกรสีทองกำลังเคลื่อนที่ไปมาอยู่ภายในดวงตานั้น หลังจากได้เห็นเช่นนั้นผู้อาวุโสหนึ่งนั่นก็ได้ชะงักไป ร่างของผู้อาวุโสหนึ่งถึงกับชะงักไปเมื่อเห็นมังกรสีทองที่ปรากฏขึ้นภายในดวงตาของหยางหลง ในชั่วพริบตานั้นเองพลังยุทธ์เพิ่มพูนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หยางหลงนั้นได้กลับมาสู่โลกแห่งความจริงพลังลมปราณของหยางหลงเพิ่มขึ้นหลายเท่าในเวลาเพียงครู่เดียว ผู้อาวุโสหนึ่งที่ชะงักไปหลังจากสัมผัสถึงบางอย่างได้ช่วงเวลานั้นเป็นโอกาสของหยางหลง บุรุษชุดขาวที่กำลังเสียท่าเขานั้นรวบรวมลมปราณในร่างกายก่อนจะโต้กลับอีกฝ่ายไป ร่างของผู้อาวุโสหนึ่งถึงกับหงายหลังในช่วงเวลาที่เขานั้นชะงักไปเพียงครู่ ร่างของชายชราชุดขาวได้เอนหงายหลังไปท่าทางการโจมตีอันทรงพลังของผู้อาวุโสผู้นั้นถูกทำลายในช่วงพริบตา บัดนี้ศัตรูตรงหน้าของเขานั้นการป้องกันไม่เหลือแม้เพียงนิด หยางหลงจ้องร่างของผู้อาวุโสที่กำลังหงายหลังไปอย่างไม่กระพริบตา การป้องกันของอีกฝ่ายนั้นแทบจะไม่หลงเหลือ โอกาสที่เขานั้นรอคอยได้มาถึง ฝ่ามือซ้ายที่ไม่ได้ถืออันใดเอาไว้เริ่มร่ายรำตามกระบวนท่าของตนเอง ลมปราณสีทองได้แผ่ออกมาจากฝ่ามือนั้น หยางหลงได้ซัดฝ่ามือมังกรแปดเซียนออกจากฝ่ามือซ้ายของตนเอง ลมปราณที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นมังกรสีทองได้พุ่งออกจากฝ่ามือทะลวงเข้าสู่กลางลำตัวของผู้อาวุโสแห่งสำนักนภาหยินหยาง “ อ๊ากกก ” เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากปากของผู้อาวุโสหนึ่งของสำนักนภาหยินหยาง ชายชราผู้นี้เป็นยอดฝีมือแห่งยุทธภพไม่มีผู้ใดคิดว่าเขานั้นจะหลั่งเลือดให้แก่องค์ชายผู้แสนไร้ค่าผู้นี้ ร่างของผู้อาวุโสหนึ่งนั้นได้กระเด็นถอยหลังไปจากแรงฝ่ามือของหยางหลง ร่างของชายชราผู้นั้นได้ลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น เลือดสีแดงที่ไหลรินออกมาจากมุมปากจริงอยู่ที่ผู้อาวุโสหนึ่งนั้นได้รับบาดเจ็บแต่ว่าฝ่ามือนี้นั้นทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสมิได้ แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากที่ผู้อาวุโสหนึ่งได้รับฝ่ามือของหยางหลงนั้นไม่ใช่ความเจ็บปวดที่รุนแรงที่สุดแต่เป็นความอัปยศเสียมากกว่า เขานั้นดูถูกองค์ชายผู้นี้ว่าเป็นองค์ชายผู้แสนไร้ค่า แต่บัดนี้เขาผู้มีชื่อเสียงในยุทธภพกลับถูกองค์ชายผู้ที่เขานั้นประณามว่าไร้ค่าเล่นงานจนเสียเลือด ใบหน้าของผู้อาวุโสหนึ่งเริ่มแดงก่ำขึ้นเขานั้นกัดฟันของตนเองด้วยความอับอาย ความโกรธที่เริ่มพุ่งขึ้นภายในใจ ร่างของชายชราที่กำลังคุกเข่าอยู่กลับพื้นได้ลุกขึ้นด้วยความโกรธ มือของเขานั้นยกขึ้นมาเช็ดเลือดที่มุมปากของตนเอง ดวงตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธนั้นกำลังลุกโชน ผู้อาวุโสหนึ่งจ้องมาที่หยางหลงอย่างตาไม่กระพริบ ท่ามกลางสายตาแห่งความตกตะลึงของเหล่าแขก บรรยากาศรอบกายของหยางหลงก็เริ่มเต็มไปด้วยความกดดันมากขึ้น ดวงตาของผู้อาวุโสหนึ่งนั้นเริ่มหรี่ลงเขานั้นจ้องมองร่างของหยางหลงราวกับจำขูดเลือดขูดเนื้อกัน บุรุษชุดขาวนั้นได้แสดงรอยยิ้มของตนออกมา “ อย่าจ้องข้าแบบนั้นสิท่านผู้อาวุโส ” หยางหลงกล่าวด้วยรอยยิ้มแห่งความสะใจ “ เจ้าทำได้เช่นไรกัน... ” ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง เมื่อคำถามนั้นเข้ามาภายในหูของเขาหยางหลงก็เริ่มคิดถึงสิ่งต่างๆ บางทีเริ่มลมปราณมังกรสวรรค์อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักแก่ผู้คน เพราะว่าจำนวนคนจะได้รับลมปราณนี้นั้นมีน้อยอยู่แล้ว แล้วยิ่งวิธีการฝึกฝนลมปราณที่เดิมพันด้วยชีวิตอีก ในยามนี้ลมปราณมังกรสวรรค์นั้นคงจะมีคนที่รู้ความลับของมันไม่มากนักหรอก หยางหลงเริ่มสงบใจของตนเขานั้นจะพยายามปิดบังความลับของลมปราณมังกรสวรรค์ให้ได้มากที่สุด “ อะไรกันท่านผู้อาวุโสท่านทำเหมือนกับข้านั้นเป็นปีศาจอย่างไงอย่างนั้นแหละ ” หยางหลงกล่างเย้าออกไปด้วยใบหน้าทะเล้น ท่าทางของหยางหลงนั้นยิ่งทำให้ผู้อาวุโสผู้นี้รู้สึกไม่พอใจ ใบหน้าที่ทำเป็นทีเล่นทีจริงนั้นไม่ว่าผู้ใดเห็นก็ต้องรู้สึกหงุดหงิดเป็นธรรมดา “ เห้อ!!! ข้าจะไม่ถือโทษโกรธเด็กอย่างเจ้าแล้วกันแต่เจ้าต้องตอบคำถามของเขาสักคำถาม... ” ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวด้วยท่าทางสงบใจ บุรุษชุดขาวนั้นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะดึงสติของตนเองกลับมาแล้วสงบใจ หยางหลงนั้นเปลี่ยนใบหน้าของตนกลายเป็นใบหน้าที่จริงจัง ภายในหัวของเขานั้นคิดถึงคำถามของชายชราผู้นี้ที่กำลังจะยิงคำถาม หยางหลงนั้นเงียบแล้วไม่ตอบกลับไปแต่เขานั้นรอฟังคำถามนั้นอยู่ “ เจ้าได้กระบี่เล่มนั้นไม่ได้เช่นไรกัน... ” ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวออกมาพลางกับใช้มือของตนลูบเคราสีขาว ดวงตาของผู้อาวุโสนั้นได้พยายามจ้องที่บุรุษตรงหน้าเพื่อถามหาความจริง หยางหลงนั้นคิดก่อนจะตอบเมื่อได้ยินคำถามนั้นภายในสมองก็คิดถึงหลายร้อยหลายพันเหตุผลที่จะผู้อาวุโสหนึ่งสนใจกระบี่ในมือของเขา “ ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสจะอยากรู้ไปด้วยเหตุใดกัน ” หยางหลงเอ่ยถาม “ กระบี่เล่มนั้นมันเคยเป็นสมบัติของสำนึกนภาหยินหยางแต่มันก็สูญหายไปนานแล้ว บัดนี้สมบัติของสำนักข้ากลับอยู่ในมือของเจ้า!!! ” เมื่อได้ฟังความหยางหลงได้เริ่มรู้สึกประหลาดใจ เพราะว่าในความทรงจำของเขานั้น‘กระบี่หยดน้ำค้างแข็ง’เป็นของบุรุษปริศนาผู้เป็นเจ้าของความทรงจำที่เขานั้นได้รับมา แต่เหตุใดทำไมผู้อาวุโสหนึ่งผู้นี้ถึงกล่าวว่ากระบี่เล่มนี้เป็นของสำนักนภาหยินหยาง มีหลายส่วนที่หยางหลงนั้นยังเชื่อมต่อความทรงจำของเขาไม่ได้ สรุปแล้วเรื่องราวทั้งหมดมันคืออย่างไรกันแน่ หยางหลงครุ่นคิดอยู่ภายในใจของตน ผ่านไปเพียงครู่หยางหลงได้ยกกระบี่ในมือของตนขึ้นด้านบน ดวงตาของหยางหลงนั้นมองใบกระบี่สีฟ้าโปร่งใส่อยู่นั้น ดวงไฟด้านบนที่ส่องให้ท้องพระโรงแห่งนี้สว่างสไวได้ส่องผ่านใบกระบี่ทะลุลงมาถึงดวงตาของหยางหลง “ คำกล่าวปากเปล่าเช่นนั้นจะให้ข้าเชื่อท่านได้เยี่ยงไรว่ามันเป็นของสำนักท่านจริงๆ ” หยางหลงเอ่ยในขนาดที่ดวงตาของเขานั้นกำลังมองคมกระบี่โปร่งใสอยู่ “ แล้วแต่เจ้าแต่ข้าจะบอกว่าให้เจ้ามอบกระบี่เล่มนั้นให้แก่สำนักนภาหยินหยางแล้วเรื่องทุกอย่างจะจบ ” ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวอย่างใจเย็น “ ฮ่าๆๆๆ ” บุรุษชุดขาวที่กำลังชื่นชมกระบี่ภายในมือของตนเองอยู่นั้นเขาได้ส่งเสียงหัวเราะออกมา “ ไม่!!! ” หยางหลงกล่าวออกมาอย่างเสียงแข็ง เขานั้นลดกระบี่ของตนเองที่กำลังยกอยู่ลงแล้วใช้ปลายกระบี่นั้นชี้ตรงไปทางผู้อาวุโสหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า “ ถ้าท่านอยากได้มากนักก็เข้ามาแย่งเอาไป ” บุรุษชุดขาวผู้นั้นกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ผู้อาวุโสหนึ่งที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้นเขาก็ถึงกับกัดฟันแน่น เขาไม่เคยถูกผู้ใดปฏิเสธเช่นนี้มาก่อน “ เจ้า... ” ผู้อาวุโสหนึ่งพูดกัดฟันด้วยความโกรธ จบบท