เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 99 ทดสอบขีดจำกัด

    เมื่อหลงเฉินตกปากรับคำ  เถ้าแก่เจาก็หัวเราะร่า


    “จะผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีตรงนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่  หลงเฉิน ข้าจะพาเจ้าไปที่เงียบ ๆ หน่อยก็แล้วกัน!”


    หลงเฉินพยักหน้า  จากนั้นก็ออกไปทางประตูหลังของสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งและพบกับสนามกว้าง  เถ้าแก่เจาหาห้องขนาดใหญ่และเงียบสงบอย่างน่าเหลือเชื่อให้เขาห้องหนึ่ง


    ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลยแม้แต่คนเดียว  และหลงเฉินก็ไม่ได้วิตกกังวลว่าเถ้าแก่เจาจะพยายามทำร้ายเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นอกจากนี้ เขายังเป็นเพียงคนจน ๆ ที่ไม่มีใครอยากจะยุ่งด้วย และหลิงซีก็ดูดกลืนผลฟื้นฟูวิญญาณไปแล้วถึงสองผล และยังมีอีกสองผลที่กำลังจะได้มา  เมื่อหลิงซีสามารถใช้พลังของนางได้เต็มที่ก็คงมีโอกาสเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะเกิดอันตรายถึงชีวิต


    “ข้าจะนำผลึกแก้วเพลิงอัสนี 5 ชิ้นมาไว้ที่นี่  หวังว่าเจ้าจะรู้ได้ด้วยตนเองว่าเจ้าสามารถผสานกับมันได้กี่ชิ้น  และหากเจ้าทนต่อไปไม่ไหวก็อย่าฝืนตัวเองล่ะ เข้าใจไหม?”


    เถ้าแก่เจาเอ่ยขึ้นและนำผลึกแก้วเพลิงอัสนี 5 ชิ้นออกมาจากถุงมิติ  จากนั้นก็วางมันไว้บนพื้นห้อง


    เมื่อเห็นผลึกแก้วที่สวยงามทั้งห้าชิ้นซึ่งมีสายฟ้าและเปลวไฟปะทุออกมา  หลงเฉินก็พยักหน้า


    “เถ้าแก่เจาไม่ต้องวิตก  ข้าไม่ใช่คนโง่เง่าเบาปัญญาที่โลภมากเสียจนเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงโดยไม่มีเหตุผลหรอก”


    เถ้าแก่เจามองหลงเฉินด้วยความชื่นชม


    “เช่นนั้นข้าก็ไม่กวนเจ้าตอนกำลังผสานกับผลึกแก้วก็แล้วกัน ข้าจะรออยู่ในสนามข้างนอก หากเกิดอะไรขึ้น ก็ตะโกนเรียกข้าได้เลย!”


    เมื่อเถ้าแก่เจาจากไป  หลงเฉินก็อดรนทนไม่ไหวและรีบถามหลิงซี


    “เสี่ยวซี ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าผสานกับผลึกแก้วเพลิงอัสนีพวกนี้  แสดงว่ามันต้องเป็นของที่วิเศษมากสินะ?”


    หลิงซีจำต้องนิ่งเงียบมานาน  และตอนนี้นางก็สามารถพูดได้แล้ว  นางเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์อันท่วมท้น


    “ก็ต้องวิเศษมากอยู่แล้วสิ!  ยิ่งกว่ามหัศจรรย์เสียอีก!  หลงเฉิน  เจ้าเป็นนักรบมังกรและร่างกายของเจ้าก็ทนทานกว่าคนทั่วไป  ข้าคิดว่าเจ้าต้องแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว  และหลังจากที่เจ้าผสานกับผลึกแก้วเพลิงอัสนีพวกนี้  เจ้าก็จะได้รู้ขีดจำกัดของตัวเองด้วย”


    หลงไม่ได้พยายามผสานผลึกแก้วเหล่านั้นในทันที  หากแต่หยิบมันขึ้นมาถือไว้ในมือ  ลำแสงของสายฟ้าขนาดเล็กและเปลวไฟทำให้เขารู้สึกชาเมื่อมันสัมผัสโดนผิวของเขา


    “ข้อดีของผลึกแก้วเพลิงอัสนีก็คือยิ่งเจ้ามีพลังมากเท่าใด  ร่างกายของเจ้าก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น และผสานผลึกแก้วได้มากขึ้น  ไม่มีการจำกัดจำนวนผลึกแก้วที่เจ้าสามารถผสานไว้ในร่างกาย  และมันทำให้ร่างกายแข็งแกร่งยิ่งกว่าการใช้ทักษะบ่มเพาะร่างกายทั่วไปเสียอีก!”


    ทุกสิ่งทุกอย่างที่หลิงซีพูดทำให้หลงเฉินรู้สึกสนอกสนใจอย่างมาก  หากแต่เขาไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น  เขาคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดและเอ่ยถาม


    “เสี่ยวซี  ข้าไม่ได้มีพันธะผูกพันใด ๆ กับเถ้าแก่เจา  แต่เขากลับให้ผลึกแก้วเพลิงอัสนีพวกนี้มาก  เจ้าคิดว่าเขาพยายามจะทดสอบความสามารถของข้าจริง ๆ หรือไม่?  หากข้าผสานผลึกแก้วได้มาก  เขาจะต้องพยายามโน้มน้าวให้ข้าเข้าร่วมกับสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งแน่ ๆ และบางทีเขาอาจจะถึงกับใช้อิทธิพลที่มีมาชักนำข้า  หากข้าปฏิเสธไปอาจจะถูกพวกนั้นฆ่าก็เป็นได้...”


    “เช่นนั้นหรอกหรือ?”


    หลิงซีผงะไปและเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย  ก่อนที่นางจะตบเบา ๆ ที่อกของนางและเอ่ยขึ้น


    “เจ้าเป็นนักรบมังกร ธรรมชาติของร่างกายเจ้าสามารถกำราบผลึกแก้วเพลิงอัสนีได้อยู่แล้ว  จำนวนผลึกแก้วที่เจ้าผสานได้อย่างปลอดภัยจะต้องมากกว่าคนทั่วไป  ดังนั้นสิ่งที่เจ้าพูดก็อาจจะเกิดขึ้นได้”


    สิ่งของเบื้องหน้าเขาล้วนแล้วแต่เป็นของมีค่า  แต่หลงเฉินไม่กล้าที่จะผสานพวกมันทั้งหมด  ความคิดที่เย้ายวนแต่ทว่าน่าสะพรึงกลัวในคราเดียวกันนี้ทำให้หลงเฉินอยากจะกระอักเลือดออกมา


    “แต่ว่านะ!”  จู่ ๆ หลิงซีก็มีอาการตื่นเต้น


    “เจ้าเห็นหรือเปล่า?  เขาหยิบผลึกแก้วเพลิงอัสนีออกมาจากถุงมิติห้าชิ้นโดยที่ไม่ชำเลืองมองพวกมันด้วยซ้ำ และมอบให้เพียงเพื่อต้องการทดสอบเจ้า  นั่นก็หมายความว่ามีของพวกนี้อยู่มากมายในสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง  และพวกเขาอาจมีแหล่งที่ใช้ขุดหาผลึกพวกนี้ด้วย! เจ้าผสานไปแค่ชิ้นสองชิ้นก็พอ  และหลังจากที่เจ้ากลับไปแล้ว  ข้าค่อยกลับมาและขโมยถุงมิติของเขาก็ได้!”


    หลงเฉินตกใจกับความคิดที่บ้าระห่ำของหลิงซี  เขารีบตอบอย่างรวดเร็ว


    “อย่าทำอย่างนั้นเชียวนะ  ข้าอุตส่าห์หาผลฟื้นฟูวิญญาณมาได้ตั้งสี่ผลและดูแลเจ้าอย่างดี  หากเจ้าร่อแร่กลับมาละก็  ข้าจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร?”


    หลิงซีโวยวาย


    “เจ้าบ้า ในใจของเจ้าคิดว่าข้าไร้ประโยชน์มากสินะ? ข้าได้พลังจากผลฟื้นฟูวิญญาณพวกนั้นแล้ว  แค่ขโมยถุงมิติของคนที่บรรลุระดับแก่นปฐพีขั้นต้น  สำหรับข้าแล้วง่ายเหมือนปอกกล้วยด้วยซ้ำ”


    หลิงซีที่มักจะขี้กลัวอยู่เสมอ  หากแต่ตอนนี้เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ  เมื่อคิดว่าผลึกแก้วเพลิงอัสนีจะสามารถทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างมาก  หลงเฉินก็เริ่มลังเลและถามอย่างสงสัยใคร่รู้


    “เสี่ยวซี เจ้าสามารถขโมยถุงมิติโดยที่ไม่มีใครสังเกตได้จริง ๆ หรือ?”


    หลิงซีมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง


    “ก็ใช่นะสิ!  ถึงข้าจะไม่เคยฝึกฝนจริงจังมาก่อน แต่ถ้าเป็นเรื่องเช่นนี้ละก็ ข้าไม่แพ้ใครหรอกจะบอกให้!  ขนาดท่านพ่อยังชมข้าไม่หยุดปาก  แล้วคนปัญญาอ่อนอย่างเจ้ากล้าดีอย่างไรมาดูถูกข้า!”


    จากคำพูดของหลิงซี  หลงเฉินรู้สึกเบาใจขึ้นมาก เมื่อไม่มีอุปสรรคใด ๆ แล้ว เขาก็ก้มลงมองผลึกแก้วเพลิงอัสนีที่วางอยู่บนพื้นและเอ่ยขึ้น


    “เวลาเหลือไม่มากแล้ว  ข้าจะลองพยายามผสานผลึกแก้วพวกนี้ก่อนและดูว่ามันมีอะไรพิเศษนัก!”


    ผลึกแก้วทั้งห้าชิ้นกระจายอยู่บนพื้น  หลงเฉินหยิบขึ้นมาชิ้นหนึ่งและวางมันลงบนฝ่ามือ  จากนั้นเขาก็นั่งขัดสมาธิ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ  และจ้องมองไปที่ผลึกแก้ว


    “เถ้าแก่เจาบอกว่าตราบใดที่ข้าโคจรพลังปราณแท้จริงและนำพาผลึกแก้วเพลิงอัสนีเข้าสู่ร่างกาย  ข้าก็จะสามารถผสานมันได้”


    เมื่อคิดได้เช่นนี้  แสงสีแดงจาง ๆ ของปราณแท้จริงก็แผ่ออกมาจากฝ่ามือของหลงเฉินและโอบล้อมผลึกแก้วเพลิงอัสนีเอาไว้  ผลึกแก้วซึ่งวางอยู่นิ่ง ๆ ในเวลานี้ดูราวกับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นและแปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟสายฟ้า  มันเริ่มแทรกซึมเข้าไปในร่างกายผ่านฝ่ามือของหลงเฉิน


    ‘ผลึกแก้วเพลิงอัสนีนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ!’


    เปลวไฟสายฟ้าซึมซาบเข้าไปในร่างกายของหลงเฉินและแผ่กระจายไปทั่วทุกส่วนของร่างกายอย่างรวดเร็ว  ร่างกายของหลงเฉินถูกชโลมไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่ลุกเป็นไฟ   ขณะที่กระแสพลังสีฟ้าไหลเวียนไปทั่วร่าง  หลงเฉินก็เริ่มรู้สึกชาไปทุกส่วนของร่างกาย


    ความรู้สึกชาจู่โจมหลงเฉินเป็นระลอก  ต่อมาก็คือความเจ็บปวดที่รัวเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ พลันปรากฏเป็นความเจ็บปวดเฉียบพลันในทุกส่วนของร่างกาย   ไม่ว่าจะเป็นเลือด อวัยวะภายใน กล้ามเนื้อ กระดูก หรือแม้แต่ผิวหนังของเขาก็รู้สึกราวกับถูกไฟคลอกและถูกฉีกทึ้งจากด้านในด้วยสายฟ้าและเปลวเพลิง


    ความรู้สึกเช่นนี้จะไม่ทำให้คนรู้สึกเหมือนชีวิตแหลกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ได้อย่างไร?


    กระแสพลังสายฟ้าและเปลวไฟสีฟ้านั้นปกคลุมไปทั่วร่างกายของหลงเฉินอย่างรวดเร็ว  ในดวงตาสีแดงของเขามีเปลวไฟและสายฟ้าฉายวาบอยู่ และทันใดนั้นเอง กระแสไฟฟ้าก็ปะทุออกมา!


    ‘ภายใต้การบ่มเพาะสายฟ้าและเปลวไฟที่แผดเผา  ร่างกายของข้าก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นแม้จะรู้สึกเจ็บปวดจนเกินทน  นี่มันน่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่าตอนที่ข้าพยายามฝึกวิชาเกราะดาราจรัสแสงเสียอีก!’


    ‘ไม่แปลกใจเลยที่เสี่ยวซีบอกให้ข้าผสานมันให้ได้  ดูเหมือนว่าผลึกแก้วเพลิงอัสนีจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ!’


    เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ผลกระทบจากผลึกแก้วเพลิงอัสนีก็ผ่านไปในที่สุด  หลงเฉินถอนหายใจพลางยืดเหยียดร่างกายก่อนจะพบว่าความแข็งแกร่งทนทานของร่างกายนั้นเพิ่มขึ้นแล้ว  ภายในปราณแท้จริงของเขามีพลังสีฟ้าแฝงเร้นอยู่  ด้วยสายฟ้าและเปลวไฟ  พลังสีฟ้านี้จึงมีพลังแข็งแกร่งอย่างมาก!


    “เถ้าแก่เจาบอกว่าหลังจากที่ข้าผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีเข้าไปแล้ว  พลังเปลวไฟและสายฟ้าในปราณแท้จริงของข้าจะมีความแตกต่างไปตามธรรมชาติของมัน  เขาไม่ได้โกหกจริง ๆ ด้วย!”


    อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปราณแท้จริงสีแดง  พลังสีฟ้านี้ยังมีน้อยเกินไปและยังไม่บรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ มันจึงสามารถอยู่ในกลุ่มหมอกสีโลหิตของระดับแก่นมนุษย์ได้เท่านั้น


    ‘อย่างที่หลิงซีบอก ผลึกแก้วเพลิงอัสนีเพียงชิ้นเดียวยังไม่ใช่ขีดจำกัดของข้า!’


    แม้ว่าความรู้สึกเมื่อครู่ช่างน่าสะพรึงกลัว เขายังต้องพบเจอกับความเจ็บปวดอีกมากมายและต้องยอมทนกับมันหากเขาต้องการจะแข็งแกร่งขึ้น  หลงเฉินเข้าใจในความจริงข้อนี้มานานแล้ว


    “เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?”


    หลังจากที่หลงเฉินผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีชิ้นแรกเข้าไป  หลิงซีก็ถามด้วยความกังวล  หลงเฉินยิ้มกริ่ม


    “เยี่ยม! เยี่ยมไปเลย เสี่ยวซี  เมื่อข้ากลับไป ข้าจะให้รางวัลเจ้าอย่างงามเลย  เจ้านี่น่าทึ่งจริง ๆ!”


    เขาหันไปมองผลึกแก้วที่เหลือและหัวเราะ


    “ข้าจะทิ้งผลึกแก้วสี่ชิ้นไว้ที่นี่แหละ เสี่ยวซี ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าก็แล้วกัน  จำไว้ล่ะ  ผลึกแก้วพวกนี้ไม่ได้สำคัญไปกว่าความปลอดภัยของเจ้า  อย่าฝืนตัวเองมากเกินไป!”


    เมื่อได้ยินว่าหลงเฉินเป็นห่วงเป็นใยนางมากถึงเพียงนี้  หลิงซีรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ  แต่แล้วคำพูดต่อมาของเขาก็ทำให้นางมีสีหน้าขุ่นเคือง


    “เพราะหากเจ้าทำไม่สำเร็จ  ข้าคงต้องรับมือกับเรื่องวุ่น ๆ และคงเหนื่อยน่าดู  เจ้าอย่าปล่อยให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นเชียว”


    “เจ้าคนบ้า!  บ้าที่สุดเลย!”


    เมื่อนึกถึงสีหน้าน่ารังเกียจของหลงเฉิน  หลิวซีก็กัดฟันแน่น  ขณะที่หลงเฉินตัดสินใจที่จะออกจากห้องเพื่อไปหาเถ้าแก่เจา


    เมื่อเปิดประตูออกมาเขาก็เห็นเถ้าแก่เจาอยู่ในศาลาที่ห่างออกไป  หลงเฉินรีบเดินไปหา  พอดีกับที่เถ้าแก่เจาเห็นเขาเข้าพอดี  เมื่อเห็นว่าเขาออกมาโดยใช้เวลาไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม  เถ้าแก่เจาจึงรู้สึกไม่ดีนัก


    “เป็นอย่างไรบ้าง หลงเฉิน?  เจ้าผสานไปได้กี่ชิ้น?”


    หลงเฉินตอบกลับด้วยสีหน้าอับจนหนทาง


    “ต้องขอโทษด้วยที่ข้านั้นไร้ประโยชน์  ข้าผสานมันไปได้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น” 


    “ชิ้นเดียวเองรึ?”


    เถ้าแก่เจาแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง  เขารู้ว่าร่างกายของหลงเฉินนั้นแข็งแกร่งมาก และจากการคาดการณ์ของเขา เป็นไปได้ว่าหลงเฉินจะสามารถผสานได้ถึงสองหรือสามชิ้น  แต่แล้วหลงเฉินกลับผสานไปได้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น  ทำให้เถ้าแก่เจารู้สึกผิดหวัง


    ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าหลงเฉินเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง  และหากเขาขโมยตัวหลงเฉินมาจากตระกูลหลิงอู่ได้และให้เขาพัฒนาตัวเองต่อไปในอนาคต  เขาก็จะได้ผลประโยชน์ไปด้วย  ทว่าดูเหมือนว่าเขาทุ่มลงแรงไปโดยไม่ได้อะไรกลับมาสักอย่าง  เถ้าแก่เจารู้สึกหมดหวังขณะที่โบกมือและพูดกับหลงเฉินอย่างหมดความอดทน


    “ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ไปได้แล้ว”


    จากความกระตือรือร้นในตอนต้น จนถึงความเย็นชาหลังจากที่เขาต้องพบกับความผิดหวัง  หลงเฉินรู้สึกชื่นชมในความสามารถของเถ้าแก่เจาที่สามารถเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วเหลือเกิน


    นี่เป็นปฏิกิริยาที่ไม่เลวร้ายเท่าไรนัก  ในใจเขารู้สึกผิดอยู่บ้างเรื่องการขโมยผลึกแก้วเพลิงอัสนีจากเถ้าแก่เจา  นั่นก็เพราะคนผู้นี้ปฏิบัติต่อเขาอย่างดีและมีความชื่นชมในตัวเขาอย่างมาก  อย่างไรก็ตาม   ในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดเหนี่ยวรั้งเขาไว้ได้อีกแล้ว


    “ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัว!”


    หลงเฉินยิ้มอย่างพออกพอใจและจากไปเงียบ ๆ


    ‘ในสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งน่าจะมีผลึกแก้วเพลิงอัสนีอยู่มากโข  ข้าคงไม่ใจร้ายเกินไปหรอกหากจะให้หลิงซีขโมยมาสักชิ้นสองชิ้น...’


    *********************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134