เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 58: ความสูญเสียในอดีต (The Loss in Past)

    “คนเขาอุตส่าห์ทักทาย ไหงทำไมทำหน้ากันแบบนี้หล่ะ”“เจ้าอย่ามาทำเป็นตีสนิทกันไปหน่อยเลยน่า”โทโมเอะนั้นไม่รอช้า รีบยิงธนูเวทย์พายุสายฟ้าโจมตีใส่ฮาชิฮิเมะในแนวตรงทันที แต่นางก็รีบควงทวนยาวคู่กายป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน แต่ในทันใดนั้นเอง คิทสึเนะที่อยู่ในร่างภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบก็รีบฉวยโอกาสทีเผลอในการพุ่งเข้าไปฟันฮาชิฮิเมะ แต่นางไหวตัวทันจึงรีบใช้อาวุธทวนสั้นคู่กายในการป้องกันคมดาบนั่นไว้ “โห่ นี่พวกเจ้าตอบกลับข้ากันแบบนี้เลยหรือ”“นี่หล่ะคือคำตอบจากพวกข้า เจ้านังปีศาจชั่ว”คิทสึเนะฟันใส่ฮาชิฮิเมะอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะกระโดดถอยหลังออกมา แต่นางก็รับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมดด้วยอาวุธทวนยาว-ทวนสั้นคู่กายของนาง ทางด้านโทโมเอะก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่ฮาชิฮิเมะด้วยกระบี่คันศร แต่นางป้องกันการโจมตีจากอีกฝ่ายไว้ได้ทัน จากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็เข้าปะทะกันอย่างดุเดือด“พวกเจ้านี่ช่างไม่รู้เรื่องอะไรเอาเสียเลย”“ใช่ พวกข้าหน่ะไม่รู้อะไรเลย และก็ไม่อยากจะรับรู้มันด้วย”โทโมเอะฟันใส่ฮาชิฮิเมะอย่างต่อเนื่อง แต่นางก็รับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมดด้วยอาวุธทวนยาว-ทวนสั้นคู่กายของนาง สักพัก โทโมเอะก็รีบกระโดดถอยหลังออกมาก่อนที่เธอจะยิงธนูเวทย์ธาตุแสงชนิดติดตามออกมา 5 ดอกพร้อมกันจากกลางอากาศโจมตีใส่ฮาชิฮิเมะ จากนั้นเธอก็ยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นคลื่นดาบธาตุไฟออกมาโจมตีใส่อีกฝ่ายทางด้านคิทสึเนะก็รีบปล่อยคลื่นดาบกงจักรวารีโจมตีใส่ฮาชิฮิเมะ จากนั้นโทโมเอะก็รีบยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นกระบี่แสง 10 นัดโจมตีใส่อีดฝ่ายในรวดเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ฮาชิฮิเมะก็สามารถหลบหลีกและป้องกันการโจมตีของพวกเธอทั้งสองไปได้ทั้งหมด“ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะให้พวกเจ้ารู้เรื่องของตัวข้าด้วยเช่นกัน แต่ก็เอาเถอะ ข้าเองก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน...”ทันใดนั้น ช่องว่างแห่งมิติก็ได้ปรากฏขึ้น ฮาชิฮิเมะรีบหันหลังเดินไปที่ใกล้ๆ ช่องว่าง“เจ้าหญิงฮิเมรากิ ที่ข้ามาหาเจ้าในครั้งนี้ก็เพื่อจะมาบอกให้เจ้าได้เตรียมเอาไว้ เมื่อวันใดที่ความทรงจำทั้งหมดในอดีตของเจ้าได้ฟื้นกลับมา เมื่อวันใดที่เจ้าได้รู้แล้วว่าเจ้าคือใครในอดีต เมื่อถึงวันนั้น พวกข้าจะหวนกลับมาเอาคืนเจ้าอย่างสาสม อย่างที่เจ้าเคยทำเอาไว้กับพวกข้า”ฮาชิฮิเมะหันหน้ากลับไปมองพลางกล่าวทิ้งท้ายกับเจ้าหญิงฮิเมรากิก่อนที่นางจะหนีหายไปในช่องว่างแห่งมิติ หลังจากที่ออกมาจากถ้ำแล้ว ทางด้านยูกินะและพวกพ้องก็ได้เดินทางมาถึงที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากถ้ำที่พวกเธอจากมาไม่ไกลเท่าไหร่นัก พวกเธอทั้งสี่รีบขึ้นไปบนเรือสำเภาและมุ่งหน้าไปยังเกาะโอมิชิมะทันที ในระหว่างที่กำลังเดินทางบนผืนน้ำไปยังจุดหมายปลายทางอยู่นั้น โทโมเอะกับคิทสึเนะก็เล่าเรื่องราวในอดีตของพวกเธอทั้งสองออกมาในช่วงปลายยุคสมัยเฮย์อัน โทโมเอะ โกเซ็น ในอดีตเคยเป็นนักรบสาวคนแรกแห่งตระกูลมินาโมโตะ หลังจากที่พ่อแม่ของเธอได้เสียไป เธอก็ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากคนในตระกูลมินาโมโตะมาตั้งแต่วัยทารก เมื่อเข้าสู่วัยสาว โทโมเอะก็ได้หมั้นหมายกับมินาโมโตะ โยชินากะ ซึ่งเป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกับมินาโมโตะ โยริโตโมะ แม้ว่าจะถูกบังคับให้หมั้นหมายกัน แต่ทั้งสองนั้นต่างก็มีใจรักให้แก่กัน ในช่วงศึกสงครามเก็นเปย์นั้น ตัวเธอเองก็เคยร่วมสู้รบอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับโยชินากะ ผู้เป็นคู่หมั้นของเธอมาแล้วโยชินากะกับโทโมเอะนั้นสามารถเข้ายึดเฮย์อันเกียวมาได้สำเร็จ ส่งผลทำให้ไทระ โนะ มุเนะโมริจำต้องพาเหล่าสมาชิกในตระกูลอพยพหนีตายไปอยู่ที่เมืองยาชิมะบนเกาะชิโกคุทั้งหมด ทั้งสองนั้นเคยร่วมสู้รบในศึกยุทธการอิชิโนะทานิ และยุทธนาวีดังโนะอุระ ร่วมกับมินาโมโตะ โยชิสึเนะ ผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของโยริโตโมะ, มุซาชิโบะ เบงเคย์ อดีตพระนักรบผู้เป็นมิตรสหายร่วมสาบานของเขาทั้งสองได้ร่วมกันสร้างผลงานมานับครั้งไม่ถ้วนจากการสู้รบกับฝ่ายตระกูลไทระในหลายสมรภูมิมานักต่อนัก หลังจากศึกยุทธนาวีดังโนะอุระ ทางด้านตระกูลไทระก็ได้พ่ายแพ้ให้กับฝ่ายตระกูลมินาโมโตะ และถึงคราวล่มสลายไปในที่สุดจนกระทั่งวันหนึ่ง ตระกูลมินาโมโตะก็ได้ถึงคราวแตกหัก เพราะผู้คนในตระกูลนั้นต่างก็หลงไหลในอำนาจโชกุนด้วยกันทั้งสิ้น การที่โยชินากะได้สร้างผลงานตั้งมากมายมานับครั้งไม่ถ้วนเช่นนั้น ส่งผลทำให้โยริโตโมะเริ่มรู้สึกหวั่นเกรงขึ้นมาว่า ตัวโยชินากะนั้นกำลังจะขึ้นมาเป็นโชกุน และตนก็กำลังจะถูกเข้ามาแทนที่แต่หากรู้ไม่ว่า โยชินากะนั้นเป็นเพียงคนเดียวในตระกูลที่ไม่ได้มีความต้องการที่จะขึ้นมาเป็นโชกุนมินาโมโตะเลยแม้แต่น้อย เขาหวังเพียงแค่ว่า…เมื่อใดก็ตามที่ศึกสงครามนั้นจบลง เมื่อนั้นเขากับโทโมเอะก็จะแต่งงานและไปอยู่ด้วยกันที่หมู่บ้านชนบทในภูเขาสุซุกะด้วยความระแวงนั้น โยริโตโมะจึงคิดที่จะใช้โยชิสึเนะกับเบงเคย์ และผู้เป็นน้องชายอีกคนของเขาที่มีนามว่ามินาโมโตะ โนะ โนริโยริ เป็นเครื่องมือในการกำจัดเสี้ยนหนามอย่างโยชินากะให้พ้นทาง โยชิสึเนะกับเบงเคย์นั้นรู้ทันจึงเสแสร้งทำเป็นรับคำสั่งและคอยให้การช่วยเหลือโทโมเอะกับโยชินากะอย่างลับๆศึกสายเลือดภายในตระกูลมินาโมโตะนั้นก็ได้นำไปสู่สมรภูมิอาวาซุ โนริโยรินำกองทัพบุกเข้าโจมตีโยชินากะกับโทโมเอะแบบเต็มกำลัง โดยที่ทั้งสองนั้นยังไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งสองนั้นค่อนข้างจะเสียเปรียบในด้านกำลังพลอย่างมาก แต่คราวโชคดีที่ได้โยชิสึเนะกับเบงเคย์มาช่วยเสริมกำลังด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถต้านทานกองทัพของอีกฝ่ายที่มีมากกว่าได้โยชิสึเนะกับเบงเคย์จึงต้องหาทางตีฝ่ากองกำลัง เพื่อพาโทโมเอะกับโยชินากะหนีไปยังภูเขาสุซุกะ ทางด้านโทโมเอะกับโยชินากะนั้นต่างก็พยายามที่จะพากำลังคนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดตีฝ่าวงล้อมออกมา แต่เธอก็ยังมิวายใช้ง้าวสังหารอุชิดะ อิเอโยชิ แม่ทัพของโนริโยริจนตัวขาดสองท่อนก่อนเธอที่จะหนีไปยังภูเขาสุซุกะไปพร้อมกับโยชิสึเนะกับเบงเคย์ และโยชินากะ ซึ่งมีบาดแผลจากคมหอกและคมดาบไปทั่วทั้งตัวเมื่อได้มาถึงที่ภูเขาสุซุกะ โยชิสึเนะกับเบงเคย์ก็ได้แยกทางไปจากโทโมเอะกับโยชิทากะ ทั้งสองจึงหลบหนีเข้าไปในภูเขาแห่งนั้นในท่ามกลางสายฝนที่สาดลงมาอย่างโหมกระหน่ำ“โยชินากะ!!”ในระหว่างทางที่หลบหนีไปยังหมู่บ้านชนบทที่อยู่ในภูเขานั้น ร่างของโยชินากะนั้นก็ได้ทรุดลงกับพื้น“ทำใจดีๆ ไว้นะ โยชินากะ”“ข้าขอโทษ...โทโมเอะ...ที่ข้าไม่สามารถ...จะมีชีวิตอยู่ด้วยกันกับเจ้าได้อีกแล้ว...บุญวาสนาที่ข้าจะได้อยู่ด้วยกันกับเจ้า...คงมีอยู่เพียงแค่นี้”โทโมเอะเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า มือเรียวงามนั้นพลางกุมที่มือหนาของโยชินากะ“เจ้าอย่ามาพูดบ้าๆ นะ อีกเดี๋ยวก็ใกล้จะถึงหมู่บ้านแล้ว เจ้าต้องแข็งใจไว้สิ”“ข้าหน่ะ...อยู่มานานมากแล้ว...แต่เจ้า...ยังเยาว์วัยนัก...ยังคงไปได้อีกไกล...”โทโมเอะเริ่มมีน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาคู่งาม“ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นใด...เจ้าก็ต้อง...เดินหน้าต่อไป...โทโมเอะ...”หลังจากที่สิ้นคำสั่งเสีย โยชินากะก็ได้สิ้นใจลงในอ้อมกอดของหญิงอันเป็นที่รัก สักพัก โทโมเอะก็เริ่มหลั่งน้ำตาออกมา เธอร้องไห้สะอื้นด้วยความเศร้าโศกเสียใจ พลางกอดร่างหนาที่ไร้ลมหายใจของชายคู่หมั้นเป็นครั้งสุดท้ายในท่ามกลางสายฝนที่เทสาดลงมาอย่างไม่ขาดสาย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน