God of Elementals

    ตอนที่ 53 ท้าวทศกัณฐ์

    ตอนที่ 53

    หลักจากที่แรงสั่นสะเทือนสงบลง พวกยูกิ เสวียนซิน ริน และเมาชิง ยังคงเฝ้ามองการกลับมาของนิลกาฬและหลิน แต่ดูเหมือนว่าโนราและคิรินจะไม่ได้เป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องนี้สักเท่าไร


    หลังจากนั้นสักพักใหญ่ๆ พวกเขาก็เห็นเงาจางๆ 2 เงากำลังตาทางพวกนาง เมื่อสังเกตุดูดีๆ ก็พบว่าเป็นนิลกาฬและหลินกำลังเดินมาทางนี้ หลินค่อยพะยุงนิลกาฬตลอดการเดินทางกลับมา ทำให้พวกเขาเดินทางช้ากว่าปกติมาก กว่าพวกเขาจะเดิมมาถึงตรงที่พวกยูกิอยู่ก็เกือบจะเช้าแล้ว


    เมื่อพวกยูกิเห็นว่าอาการของนิลกาฬไม่ค่อยดีเท่าไร พวกนางจึงรีบวิ่งมาทางนิลกาฬทันที

    “ท่านนิลท่านเป็นเช่นไรบ้าง”

    “ข้าไม่เป็นอะไรมากแล้วตอนนี้ข้าต้องการพักสักเล็กน้อยก็น่าจะหายดีแล้ว โนรากลับไปนำเรือมา พวกเราจะกลับเมืองไม้ครามกันแล้ว”

    “รับทราบค่ะ เจ้านาย” โนราค่อยๆหายไปจากเงาของนิลกาฬ


    เมื่อพวกนางเห็นว่านิลกาฬไม่อยากเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พวกนางฟัง พวกนางก็ไม่ได้ถามอะไรนิลกาฬต่อ พวกนางเข้าใจดีว่าทุกคนล้วนมีความลับด้วยกันทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่พวกนางเอง

    “ท่านนิล ท่านจะไม่ไปพบพวกซายะโกะก่อนหรือ”

    “ไม่ต้องแล้วล่ะเหตุการณ์ในครั้งนี้คลีคลายลงแล้ว ธุระที่ข้าต้องการมายังที่แห่งนี้ก็จบลงแล้ว ข้าฝากเจ้าทักทายพวกซายะโกะแทนข้าด้วย ข้ารู้ว่าพวกเจ้าต้องการจะอยู่ที่นี้อีกสักพัก เช่นนั้นข้าจะให้เวลาพวกเจ้า 7 วัน หลังจาก 7 วันพวกเราจะต้องกลับเมืองไม้ครามทันทีเข้าใจไหม”

    ““อืม””


    หลังจากนั้นหลินค่อยๆพะยุงนิลกาฬมาที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เพื่อให้นิลกาฬได้พัก เป็นเวลานานมากแล้วที่หลินไม่ได้เข้าห้องครัวเลย ตั้งมาที่เมืองไม้ครามส่วนใหญ่จะเป็นนิลกาฬที่คอยทำอาหารให้พวกนาง เช้านี้หลินเลยต้องการทำอาหารให้นิลกาฬกินบ้าง หลินได้เมนูอาหารที่นิลกาฬชอบกินมาจากสุวรรณแล้ว แต่นางยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำอาหารเหล่านี้มาก่อน


    หลินเลือกทำอาหารที่ง่ายที่สุดก่อนเช่นต้มจืดหมูใส่ใบตำลึง และผัดไก่ใส่ขิง ที่หลินเลือกทำเมนูง่ายๆนั้น เนื่องจากนางมีวัตถุดิบไม่เพียงพอในการทำอาหารอย่างอื่นนั้นเอง


    นิลกาฬยังคงนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้เพื่อรวบรวมพลังจักรวาลในบริเวณรอบๆเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของเขา

    ‘ไอ้หนู ทำไมเจ้าถึงไม่ใช้พลังยักษ์เต็มที่ล่ะ ถ้าเจ้าใช้พลังเต็มที่ป่านนี้ไอ้สหัสเดชะนั้นได้แพ้เจ้าไปนานแล้ว’

    ‘ถึงพลังที่ข้าใช้ไปเพียงแค่ 50% เท่านั้น ถ้าข้าใช้พลังมากกว่านี้ข้ากล้าว่าจะเป็นอันตรายกับสหัสเดชะ’

    ‘หึ~ ถ้าเจ้าใช้พลังเต็มที่ตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้แล้ว’ ราหูพูดจบแล้วหันหน้าหนีทันที

    ‘เจ้าหนูข้าขอถามอะไรเจ้าหน่อย’

    ‘เจ้าจะถามอะไรข้าหรือนนทก’

    ‘ข้าแค่อยากรู้ว่าทำไมเจ้าถึงได้รู้จักกับพญายักษาเหล่านั้นได้ แถมเจ้าเองก็ยังมีพลังยักษาของราหูอีก ตอนแรกข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเรื่องราวทั้งหมด แต่เมื่อข้าเห็นราหูสามารถใช้สสารมืดได้ มันทำให้ข้านึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่’


    ราหูที่กำลังเดินหนีนั้นเมื่อได้ยินที่นนทกพูดทำให้นางหันกลับมาทันที

    ‘เจ้ารู้เรื่องพญายักษามากน้อยแค่ไหนกัน’ ราหูหันมาคุยกัยนนทกทันที

    ‘ถ้าข้าบอกเจ้าไปว่าข้าก็คือ 1 ในพญายักษาเจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่’

    ‘จงเอ่ยนามของเจ้ามา’

    ‘ท้าวทศกัณฐ์’

    “ห่ะ!!” ทั้งราหูและนิลกาฬตกใจเป็นอย่างมากเมื่อนนทกบอกว่านางคือทศกัณฐ์

    ‘เจ้าโกหกตามตำนานยักษาแล้วท้าวทศกัณฐ์จะต้องเป็นบุรุษเพศถึงจะถูก แต่เจ้ากับเป็นสตรีไหนเจ้าถึงกล้าอ้างตัวว่าเป็นท่านท้าวทศกัณฐ์ไปได้ ข้าไม่เชื่อเจ้าเด็ดขาด’

    ‘ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้าก็แล้วแต่เจ้า ข้าได้บอกความจริงแก่พวกเจ้าแล้ว’

    นิลกาฬกำลังครุนคิดเรื่องที่นนทกพูด และเขาก็นึกถึงฉากการต่อสู้ของนนทกที่ก็อตโทเปียเขต 5 ในตอนที่เข้าเจอนนทกครั้งแรก

    ‘เช่นนั้นกองทัพที่ส่งมาสังหารเจ้าเมื่อตอนนั้นก็เป็นกองทัพของเหล่ามหาเทพที่นำโดยพระศิวะ พระพรหม และพระวิษณุอย่างงั้นสินะ’

    ‘ใช้แล้วละเจ้าหนู ข้ายังมีแค้นที่ต้องไปชำระแก่พวกมันอยู่’ นนทกพูดด้วยเสียงแห่งความเกลียดชัง


    เมื่อราหูได้ฟังที่นิลกาฬพูดทำให้นางนึกถึงอะไรบ้างอย่างขึ้นมาก่อนที่จะถามนนทก

    ‘เช่นนั้นแล้วเจ้ารอดจะสงครามมหาเทพได้อย่างไร เท่าที่ข้าจำได้กองทัพของเจ้าแตกพ่ายไม่เป็นท่าก่อนที่จะโดนพวกมหาเทพจัดการ’

    ‘เจ้าคงไปฟังมาจากพวกมหาเทพสินะ พวกมันเจ้าเล่ห์เพทุบาย ถ้าเกิดว่าพวกมันไม่ได้ปลอมตัวมาเป็นเหล่ายักษาและแอบใส่ยานอนหลับในเหล้าของพวกข้าล่ะก็ ป่านนี้บนสวรรค์คงจะปั้นป่วนเพราะฝีมือของข้าไปนานแล้ว’ นนทกพูดด้วยความโกรธแค้น ราหูเองก็ไม่พูดอะไรต่อเช่นกัน

    ‘ที่เจ้าถามข้าว่าข้ารู้จักพญายักษาได้ยังไงสินะ จริงๆแล้วข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพญายักษาเลย แต่ที่โลกเดิมของข้ามีนักวิจัยของหลายๆประเทศได้ค้นพบซากอารยธรรมโบราณขนาดใหญ่เป็นเมืองเก่าแกที่มีบ้านพักและที่อยู่อาศัยขนาดมหึมา พวกเขาเข้าไปสำรวจภายในเมืองและพบว่าเมืองนั้นมีชื่อว่ากรุงลงกา เมื่อสำรวจไปได้สักพักพวกเขาก็พบผนึกปิดกลั่นเขตแดนขนาดใหญ่ที่มีพลังมหาศาลคอยปกป้องอยู่ พวกเขาคิดว่าภายในนั้นจะต้องมีของมีค่าและสมบัติอยู่ภายใน พวกเข้าจึงทำทุกวิธีทางเพื่อนที่จะเข้าไปภายในผนึก แต่แล้วจู่ๆผลึกปิดกลั่นก็ได้เปิดออกแล้วมีลูกแก้วหลากสีพุ่งออกมาจากผนึก ขนาดของลูกนั้นไม่ใหญ่มากมันมีขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือแต่ภายในลูกแก้วนั้นมีคนรูปร่างคล้ายมนุษย์นอนอยู่ภายในนั้น พวกนักวิจัยพบลูกแก้วทั้งหมด 10 ลูก เมื่อพวกเขานำมาวิจัยต่อก็พบว่าคนที่นอนอยู่ภายในลูกแก้วนั้นไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นเผ่ายักษาในยุคโบราณตระกาลที่ถูกเหล่ามหาเทพผลึกเอาไว้ ข้าเองก็ไม่รู้สาเหตุเช่นกันว่าเพราะเหตุใด แต่ข้าคือ 1 ในผู้เข้ารับการทดสอบปลุกฝังพลังยักษาภายในร่างของมนุษย์ และยังมีเด็กที่ถูกเลือกอีก 9 คน ส่วนข้าได้รับการปลุกฝังพลังของราหู และสหัสเดชะเองก็เป็น 1 ในเด็กที่ถูกเลือกเช่นกัน นี้คือทั้งหมดที่ข้ารู้ ราหูเจ้าจำได้หรือไม่ถึงตอนที่เจ้าโดนผนึก’

    ราหูเองก็กำลังใช้ความคิดเป็นอย่างมากแต่ยิ่งนางนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก

    ‘ข้าจำไม่ได้ ข้าจำได้เพียงชื่อ และความทรงจำสมัยเด็กๆเท่านั้น นอกนั้นข้าไม่สามารถจำอะไรได้เลย เมื่อข้าได้สติอีกทีก็ตอนที่กำลังจะครอบงำจิตใจของเจ้าเมื่อตอนที่เจ้าอาละวาดกับพวกรัสเซีย’


    หลังจากฟังที่ราหูพูดพวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย


    “นิล นิล เจ้าตื่นมาท่านอาหารเช้าก่อน นิล นิล”

    หลังจากที่นิลกาฬได้ยินเสียงหลินเรียกเขา เขาก็ออกจากจิตทันที

    “ข้าไม่ได้หลับ ข้าเพียงแค่กำลังใช้สมาธิอยู่ ว่าแต่กลิ่นหอมจังเลย เจ้าทำอะไรให้ข้ากินบ้างเนี่ย”

    ใบหน้าของหลินแดงทันทีเมื่อนิลกาฬพูดแซ่วนาง

    “ข้าลองทำต้มจืดหมูใส่ใบตำลึง และไก่ผัดขิงดู ไม่รู้ว่าเจ้าจะชอบหรือไม่”

    “ของโปรดของข้าเลย ทำไมข้าจะไม่ชอบล่ะ ว่าแต่คนอื่นๆไปไหนกันหมด”

    “ตอนนี้พวกนางกำลังไปที่เมืองอาทิตย์อุทัยเพื่อบอกแก่ซายะโกะว่าพวกเราทำธุระเสร็จหมดแล้ว และกำลังจะกลับเมืองไม้คราม”

    “เช่นนั้นก็เหลือเพียงแค่เจ้ากับข้ายังงั้นสินะ”

    หลินสายหัวและชี้ไปทางคิรินที่ค่อยยืนเฝ้ายามให้พวกเข้าอยู่

    “ฮ่าๆ นางนั้นไม่นับเนื่องจากนางเป็นคนรับใช้ของข้าอยู่แล้วนางก็ต้องอยู่ใกล้ๆตัวของข้าสิ มาๆ มากินข้าวกันเถอะ”

    นิลกาฬและหลินช่วยกันจัดโต๊ะกินข้าว


    หลังจากกินข้าวเสร็จ โนราก็ขับเรือเหอะมาถึงพวกนิลกาฬพอดี พวกนิลกาฬก็เดินทางกลับไปที่เมืองอาทิตย์อุทัยต่อทันที


    ณ ปราสาทอาทิตย์อุทัย

    “ยินดีที่ได้พบ ฝ่าบาทโนบุนางะ”

    “ไม่ต้องมากพิธีหรอกยูกิ ปู่ทวดของเจ้าเป็นอาจารย์ของข้า เจ้าก็อย่าได้เห็นข้าเป็นคนอื่นคนไกลเลย”

    “ข้ามาเพียงเพื่อบอกแก่ท่านว่าตอนนี้กลุ่มทศกัณฐ์ได้แตกพ่ายแก่พวกเราแล้ว และพวกข้าเองก็จะกลับเมืองไม้ครามในเร็วๆนี้”

    “ทำไมเจ้าถึงต้องรีบกลับนักล่ะ ข้ายังไม่ได้เลี้ยงฉลองที่พวกเจ้าสามารถปราบกลุ่มทศกัณฐ์ได้เลย”

    “พอดีมีเพื่อนของข้าคนนึงบาดเจ็บหนัก เนื่องจากเขาเป็นคนที่เข้าไปปะทะกับหัวหน้ากลุ่มทศกัณฐ์ด้วยตัวคนเดียว”

    “งั้นแรงสั่นทะเทือนนั้น…”

    “ใช่แล้วท่านลุง เป็นเพื่อนของข้าเอง เขาพยายามล่อให้หัวหน้ากลุ่มทศกัณฐ์ตามไปยังที่ปลอดคนและได้ทำการต่อสู้กันอย่างดุเดือดก่อนที่หัวหน้ากลุ่มทศกัณฐ์จะพ่ายแพ้ไป”

    “ดีมาก ดีมาก เช่นนั้นยูกิเจ้าไปเชิญเพื่อนของมางานเลี้ยงฉลองด้วยได้หรือไม่”

    “ถ้าท่านลุงต้องการเช่นนั้นข้าจะลองชวนเขาดูแต่ข้าไม่รับรองว่าเขาจะมางานเลี้ยงฉลองหรือไม่ เพราะเขาไม่ค่อยชื่นชอบที่ที่มีคนเยอะๆ เขาชอบอะไรที่สงบๆ”

    “ถ้าเช่นนั้นเดียวข้าจะจัดงานเลี้ยงลับภายในปราสาทให้แก่เขาโดยเฉพาะ”

    “เช่นนั้นข้าขอตัวลาก่อนท่านลุง”

    “อืม”


    หลังจากที่ยูกิออกไปแล้วนั้น

    “ท่านพ่อท่านต้องการสิ่งใดกัน ปกติท่านไม่เคยเลี้ยงฉลองให้แก่ใครมาก่อน

    “ซายะโกะเจ้าอย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยนักเลย ข้าเพียงแค่อยากเห็นชายที่สามารถล้มปีศาจยักษ์ตนนั้นได้ขนาดข้าเองที่เป็นระดับราชันย์ยังไม่สามารถต่อกรกับปีศาจตนนั้นได้เลย แต่พลังของเขาอยู่เพียงแค่ระดับผู้วิวัฒนาการแต่สามารถสู้กับปีศาจยักษ์จนชนะมาได้ ถึงตัวของเขาจะบาดเจ็บมาไม่น้อยก็เถอะ เจ้าไม่เข้าใจความข่มขืนของลูกผู้ชายหรอกซายะโกะ”

    “หึ~”


    หลังจากที่ซายะโกะเดินจากไป โนบุนางะได้นะ ลูกแก้วโปล่งใสขนาดเล็กออกมา และได้มีร่างเงาคนปรากฏขึ้น

    “สวัสดีขอรับท่านอาจารย์”

    “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เด็กที่ข้าให้เจ้าจับตาดูเป็นเช่นไรบ้าง”

    “ข้าต้องขอโทษด้วยขอรับ ข้าไม่ได้ไปดูการต่อสู้ของเขาแต่ข้าให้สายลับของข้าไปถ่ายภาพการต่อสู้มาให้ท่านอาจารย์แล้วขอรับ”

    “ทำได้ดีมาก เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าต้องทำเช่นไรต่อ”

    “ข้าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ขอรับ”

    “ดีมากยังไงเจ้าก็ดูแลเขาให้ดีๆด้วยล่ะ”

    “ขอรับท่านอาจารย์”

    เมื่อเงาจากลูกแก้วจางหายไป ก็มีเงาหนึ่งเงาปรากฏตัวข้างๆโนบุนางะ

    “คาเงะ เป็นยังไงบ้าง”

    “นี้ขอรับฝ่าบาท ภาพการต่อสู้ทั้งหมด”

    “เจ้าทำได้ดีมาก ไปได้แล้ว”

    “ขอรับ”

    โนบุนางะนำลูกแก้วโปล่งใสขนาดเล็กที่ได้มาจากคาเงะแตะตรงหน้าผาก และจู่ภาพตรงหน้าของโนบุนางะก็เปลี่ยนเป็นภาพบุคคลที่ 3 เฝ้าดูการต่อสู้ของนิลกาฬและสหัสเดชะ ด้วยตวามตกตะลึง

    -จบภาคสหัสเดชะ-


    ปล.ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ลงนิยายเลย งานเยอะมากแค่งานผมก็ล้มมือแล้ว  ผมก็อยากแต่งนิยายต่อแต่คิดนิยายตอนต่อไม่ออกเลยตัดจบภาคไปก่อนเพื่อจะมีโปรเจคได้ทำต่อ ยังไงก็ขอขอบคุณที่ติดตามผลงานกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับบบบ