ข้ามีระบบในโลกอมตะ

    บทที่ 35 : หมีร่างเพลิง

    หมีร่างเพลิง

     

    ช่วงบ่ายของวัน กู้เฉินในตอนนี้กำลังเดินเข้าไปภายในส่วนลึกของป่าร้อยอสูร

     

    ป่าร้อยอสูรในเขตศิษย์หลักนั้นโล่งเป็นอย่างมาก ไม่มีผู้คนเลยสักนิด

     

    ระหว่างทางที่เดินมา เขาไม่พบเห็นศิษย์หลักคนอื่นเลย แต่กู้เฉินก็หาคิดว่าเรื่องนี้แปลกไม่

     

    ด้วยความที่ศิษย์หลักมีเพียงแค่สิบห้าคนรวมตัวเขา การที่ป่าร้อยอสูรโล่ง ไม่สามารถเห็นศิษย์หลักคนอื่นได้ จะเป็นเรื่องแปลกได้อย่างไร มันย่อมเป็นเรื่องที่ปกติอยู่แล้ว

     

    เหตุผลที่กู้เฉินเดินเข้าไปภายในส่วนลึกของป่าร้อยอสูรไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากเขาอยากที่จะต่อสู้กับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งระดับเดียวกันกับเขา หรือสูงกว่าขั้นสองขั้น

     

    ซึ่งก็คือสัตว์อสูรระดับสามขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นปลายนั่นเอง

     

    ก่อนมาที่ป่าร้อยอสูร เขาได้ไปที่หอภารกิจมาแล้ว เพื่อรับภารกิจล่าสัตว์อสูรกับภารกิจเก็บสมุนไพรมาอย่างละหนึ่งภารกิจ รวมเป็นสองภารกิจพอดี

     

    เป้าหมายของกู้เฉินคือสัตว์อสูรวานรขนทอง ซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับสามขั้นกลางกับสมุนไพรระดับสามที่มีชื่อว่าดอกเพลิงแดง

     

    ในส่วนของวานรขนทอง เขาจำเป็นที่จะต้องจัดการมันห้าตัว เพื่อนำขนสีทองของมันกลับไปส่ง เพื่อให้ภารกิจเสร็จสิ้น

     

    ส่วนสมุนไพรระดับสามดอกเพลิงแดงนั้น เขาต้องเก็บมันกลับไปสามดอก

     

    ทั้งสองภารกิจนี้ ล้วนตอบแทนด้วยหินลมปราณอย่างละหนึ่งพันก้อน!

     

    เห็นได้ชัดเลยว่ามันตอบแทนมากกว่าภารกิจของศิษย์นอกและศิษย์ในมาก

     

    แน่นอนว่าการที่ตอบแทนมากกว่า มันก็อันตรายมากกว่าด้วยเช่นกัน รวมไปถึงสมุนไพรเองก็หายากกว่าด้วย

     

    สมุนไพรระดับสาม ใช่ว่าจะหาเจอได้ง่ายๆ เพราะไม่รู้ว่ามันเกิดอยู่ตรงส่วนไหน ภายในป่าร้อยอสูรบ้าง

     

    แต่ทั้งสองภารกิจนี้ กู้เฉินไม่ได้คิดว่าอันตรายมากนัก สมุนไพรดอกเพลิงแดงก็ไม่ได้หายากอะไรเลย

     

    ย่อมเป็นเช่นนี้ เขามีระบบแลกเปลี่ยนเท่าเทียมสวรรค์ การค้นหาสมุนไพรดอกเพลิงแดงนั้น ง่ายมาก แค่เพียงแลกเปลี่ยนกับระบบเท่านั้น

     

    “หืม?” กู้เฉินที่เดินเข้ามาภายในป่าร้อยอสูรลึกมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น พลันหยุดเท้าลงอย่างกะทันหัน สายตากวาดมองไปยังทิศทางหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้

     

    ตั้งแต่เดินเข้ามาภายในป่าร้อยอสูร จิตสัมผัสของเขาก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา

     

    การที่เขาหยุดเท้าลงอย่างกะทันหันเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะว่าจิตสัมผัสของเขา สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง

     

    ไม่สิ ไม่ใช่อะไรบางอย่าง หากแต่เป็นสัตว์อสูรต่างหาก!

     

    เขามองไปยังทิศทางที่สัมผัสได้ มือข้างหนึ่งกุมกระบี่ที่ห้อยอยู่ที่เอวแน่น ก่อนสืบเท้า ก้าวออกไป

     

    เมื่อเดินผ่านต้นไม้สองสามต้น และพ่มไม้หนาทึบ เขาก็พลันได้พบเห็นสัตว์อสูรตัวหนึ่ง มันกำลังนอนอยู่

     

    สัตว์อสูรตัวนี้มีรูปร่างเหมือนกับหมี แต่มีขนาดสูงใหญ่กว่าหมีมาก นอกจากนี้ทั่วร่างของมันยังถูกปกคลุมด้วยเพลิงสีแดงร้อนระอุ

     

    ดวงตาของกู้เฉินพลันหดแคบลงเป็นเส้นตรง เขารู้จักสัตว์อสูรตัวนี้ ตำราข้อมูลที่เขาได้อ่าน บันทึกเรื่องของมันไว้เช่นเดียวกัน

     

    มันก็คือหมีร่างเพลิง เป็นสัตว์อสูรระดับสามขั้นปลาย!

     

    มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับระดับปราณปฐพีขั้นปลาย!

     

    แต่ถ้าหากไม่ใช่ผู้ฝึกตนระดับปราณปฐพีขั้นปลายที่แข็งแกร่งมากๆ ก็ยากที่จะจัดการหมีร่างเพลิงได้ ดีไม่ดีอาจจะถูกมันฆ่าด้วยซ้ำ!

     

    เมื่อมองไปที่หมีร่างเพลิง ดวงตาของกู้เฉินก็เป็นประกายขึ้น ดึงกระบี่ออกมาจากฝักในทันที

     

    ต่อสู้กับหมีร่างเพลิง นี่ก็คือสิ่งที่เขาต้องการในเวลานี้!

     

    พลังปราณสีดำประกายกระเพื่อมไหว ไหลออกมาจากร่างกายของเขาจำนวนหนึ่ง กู้เฉินพลันตั้งท่ารับการโจมตี

     

    เขารู้ดีว่าในวินาทีต่อไป หมีร่างเพลิงจะพุ่งเข้ามาโจมตีเขาอย่างแน่นอน

     

    อย่าได้เห็นว่ามันหลับอยู่ ความจริงมันเพียงแกล้งหลับเท่านั้น คาดว่าตั้งแต่เขาเห็นมัน มันก็คงจะเห็นเขาเช่นเดียวกัน

     

    สติปัญญาของสัตว์อสูรในระดับสามนั้นสูงมาก ยิ่งเป็นระดับสามขั้นปลายด้วยแล้ว มันแทบจะสามารถพูดได้แล้ว

     

    สัตว์อสูรส่วนมากตั้งแต่ระดับสี่ขึ้นไป จะเบิกสติปัญญาขั้นสูงขึ้น ส่งผลให้มันสามารถพูดได้

     

    และมันก็เป็นอย่างที่กู้เฉินรู้ วินาทีต่อมา หมีร่างเพลิงก็ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สีแดงฉานของมันจับจ้องมองที่กู้เฉิน ก่อนที่จะกระโดดพุ่งเข้าหาเขา

     

    อุ้งมือโบกสะบัด กรงเล็บอันแหลมคมที่ปกคลุมด้วยเพลิงสีแดงอันร้อนระอุ พุ่งเข้าหากู้เฉิน หวังตบเขาให้ตายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!

     

    ไม่พูดไม่ได้ว่าหมีร่างเพลิงนั้นโหดเหี้ยมมาก!

     

    “ดาราจุติ!”

     

    กู้เฉินใช้ทักษะเก้าดารา กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาราจุติ ออกมาอย่างรวดเร็ว

     

    การเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองสองขั้นเช่นนี้ เขาจะไม่ใช้ดาราจุติออกมาได้อย่างไร?

     

    ทันใดนั้น ดวงดาราบนท้องฟ้าก็เปล่งประกายแสงดาราสีทองขึ้นอย่างพร่างพราว แสงดาราพุ่งลงมาหาร่างกายของกู้เฉินในทันใด

     

    เทียบกับครั้งก่อน ที่เป็นเพียงเส้นเล็กๆ ครั้งนี้เส้นแสงดาราใหญ่กว่าเดิมมาก

     

    พริบตาที่ประกายแสงดาราสีทองพุ่งเข้าสู่ภายในร่างกายของกู้เฉิน เขาก็รู้สึกรับรู้ได้ถึงพลังความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้น ชนิดที่ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่อยู่ภายในระดับปราณปฐพี อาจจะไม่มีใครสามารถต่อกรกับเขาได้

     

    เคร้ง!

     

    เสียงเหล็กปะทะเหล็กดังก้องขึ้น พร้อมกับประกายสะเก็ตไฟวิบวับขึ้น นี่มันเกิดจากการที่กู้เฉินยกกระบี่ขึ้นทานรับกรงเล็บของหมีร่างเพลิง

     

    เขาสามารถรับการโจมตีของมันได้อย่างมั่นคง โดยที่ไม่ได้ก้าวถอยหลังแม้เพียงแต่ก้าวเดียว จะมีก็เพียงแต่สองเท้าของเขาจมลงไปในพื้นดินเล็กน้อยเท่านั้น

     

    “การโจมตีของเจ้า ไม่เลวเลย เจ้าหมี!” กู้เฉินพูดออกมาเล็กน้อย ดวงตาคมขึ้น เขาพลันกุมด้ามกระบี่แน่นขึ้น จากนั้นก็ใช้พละกำลังลงไปที่กระบี่ ผลักจนหมีร่างเพลิงก้าวถอยหลังออกไปหลายก้าว

     

    กู้เฉินอาศัยจังหวะนี้ กระโดดพุ่งเข้าหาหมีร่างเพลิง จากนั้นกระบี่ก็ถูกเล็งไปที่คอของหมีร่างเพลิง

     

    ชัดเจนว่ากู้เฉินต้องการที่จะตัดศีรษะของมัน สาเหตุที่เขาอยากที่จะจัดการหมีร่างเพลิงอย่างรวดเร็ว ล้วนเป็นเพราะเขาสามารถคงสภาพนี้ได้เพียงแค่สิบห้านาทีเท่านั้น

     

    ทักษะเก้าดารา กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาราจุตินั้น สามารถหยิบยืมพลังจากดวงดารามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเองในระยะเวลาสั้นๆ ได้ ซึ่งขีดจำกัดของเขาตอนนี้อยู่ที่สิบห้านาที

     

    เพื่อไม่ให้การต่อสู้กับหมีร่างเพลิงยืดเยื้อเกินไปมากกว่าสิบห้านาที เขาจึงจำเป็นที่จะต้องจัดการมันโดยเร็ว อย่างที่เห็นอยู่ในตอนนี้!

     

    จบบทที่ 35

    คล้ายกับเรื่องข้ามีระบบในโลกอมตะ ที่คุณอ่าน