เสียงร้องแหลมสูงของราชาหมาป่ามารป่าลึกดังขึ้นและยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ
ในน้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่งแม้ว่าจะอยู่ห่างกันอีกไกล หลันเฟิงก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นของราชาหมาป่ามารป่าลึก
หลันเฟิงหยุดนิ่งค้อมตัวลง มือกุมกระบี่ ตั้งท่ารอคอย ดวงตาทั้งสองข้างหรี่ลง แววตาสีดำสนิทฉายแววฉงนแวบผ่าน“ตาแก่นั่นทำอะไรราชาหมาป่ากันแน่ คิดไม่ถึงว่าจะล่อมันมาได้ไกลกว่าร้อยลี้เช่นนี้...”
“ดูสิ่งที่ตาแก่นั่นถืออยู่สิ”ชายชราเอ่ยตอบ
หลันเฟิงพลันมองไปที่ของที่อยู่ในมือของจ้าวหยวนซานรอจนเห็นชัดเจน ดวงตาก็เบิกกว้าง “ลูกหมาป่า? คิดไม่ถึงว่าตาแก่นั่นจะชิงลูกของมันมา”
ครู่ต่อมาเสียงของชายชราก็ดังขึ้น“ระวัง ราชาหมาป่ามารป่าลึกใกล้เข้ามาแล้ว!”
มือขวาที่กุมด้ามกระบี่อยู่พลันกุมแน่นขึ้นหลายส่วนสีหน้ายิ่งจริงจัง
หนึ่งร้อยจั้งห้าสิบจั้ง สามสิบจั้ง...
เงาร่างสวมหน้ากากสีดำสนิทและราชาหมาป่ามารป่าลึกปรากฎเด่นชัดในครรลองสายตา
รอจนจ้าวหยวนซานอยู่ห่างจากชายหนุ่มไปแค่สิบจั้งแววตาที่เจือไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มองมายังหลันเฟิงก่อนโยนลูกหมาป่ามาให้เขา
ก้อนเนื้อปุกปุยตัวน้อยๆลอยเป็นเส้นโค้งกลางอากาศแล้วตกลงสู่ตำแหน่งของหลันเฟิง
หลังจากที่ลูกหมาป่าหลุดมือแล้วจ้าวหยวนซานก็ไม่สนใจราชาหมาป่ามารป่าลึกที่ไล่ตามมาอย่างไม่ลดละและหลันเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเลยสักนิดเขารีบกระโจนขึ้นลงไปมา ไม่นานก็หายวับไปในรัศมียี่สิบสามสิบจั้ง
หลันเฟิงมองการกระทำของจ้าวหยวนซานรูม่านตาหดลงเล็กน้อย
แต่ทว่าเขากลับทำอันใดไม่ได้ทำได้เพียงต้องทนรับ
จ้าวหยวนซานเจ้าเล่ห์นักเป็นแผนการร้ายที่เปิดเผยมาก!
เมื่อราชาหมาป่ามารป่าลึกเข้ามาใกล้หลันเฟิงก็สัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่อยู่ในดวงตาสีเขียวเข้มคู่นั้นอย่างชัดเจน
มือของหลันเฟิงกำแน่นและคลายออกก่อนพลันกำแน่นอีกครั้ง แล้วเอ่ยด้วยเสียงหัวเราะขมขื่นว่า “ดูท่าคงไม่อาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้นี้ได้แล้ว”
บางทีในใจของราชาหมาป่ามารป่าลึกคงคิดว่าเขาเป็นพวกเดียวกับจ้าวหยวนซานไปแล้ว
“ปัก”
ในที่สุดลูกหมาป่าน้อยก็ตกอยู่ข้างกายหลันเฟิงเกิดเป็นเสียงกระแทกหนักอึ้งออกมา
เมื่อเสียงกระแทกดังขึ้นปากของลูกหมาป่าก็ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา“หงิงๆ ...”
นี่ยิ่งทำให้ความโกรธและความเกลียดของราชาหมาป่าเพิ่มมากขึ้น
“บรู๊ว...”
เสียงหอนแหลมเสียดแก้วหูด้วยความโมโหดังออกมาจากปากของราชาหมาป่ามารป่าลึกสั่นสะเทือนต้นหญ้าในบริเวณรอบๆดูเหมือนว่าแม้แต่พระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นก็ยังตกใจจนเข้าไปแอบในม่านหมอก
ราชาหมาป่ามารป่าลึกมาอยู่ตรงหน้าหลันเฟิงอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบระหว่างทั้งสองมีระยะห่างกันประมาณหนึ่งจั้ง
เมื่อได้สัมผัสกับร่างกายอันใหญ่โตของราชาหมาป่ามารป่าลึกกับความแข็งแกร่งของปีศาจอสูรระดับดาราขั้นปลายอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ก็ทำให้ความรู้สึกหายใจไม่ออกรุนแรงขึ้น!
หลันเฟิงนิ่งงันเหมือนกับรูปปั้นหินอย่างไรอย่างนั้นดวงตาราวกับผลึกศิลาสีดำจ้องเขม็งไปยังราชาหมาป่ามารป่าลึก
ความทุกข์ทรมานสามปีที่ผ่านมามีประโยชน์ไม่ธรรมดาในครานี้ใบหน้าอ่อนเยาว์ไม่มีความรู้สึกใดๆ มีเพียงความสงบนิ่งและความเงียบอย่างน่าประหลาด
ทันใดนั้นเวลาดูเหมือนจะหยุดลงทุกสรรพสิ่งเงียบสงัด
การรับรู้ทางจิตวิญญาณแผ่ออกไปด้านหน้าปกคลุมเรือนร่างของราชาหมาป่ามารป่าลึกเอาไว้
ในแววตาสีดำสนิทของชายหนุ่มสะท้อนเส้นไร้รูปร่างออกมาเป็นสายๆเทียบกับลวดลายของการตีเหล็กแล้ว ลวดลายเหล่านี้ดูสมจริงกว่ามากราวกับทุกสายมีชีวิตก็ไม่ปาน ลวดลายสิบหกสายตัดสลับกันไปมากลายเป็นหมาป่าที่งดงามตัวหนึ่ง
นี่คือลวดลายบนเรือนร่างของราชาหมาป่ามารป่าลึก!
ขอแค่แทงถูกลวดลายใดลวดลายหนึ่งก็จะสร้างความเสียหายที่ถึงแก่ชีวิตให้แก่ราชาหมาป่ามารป่าลึกได้!
และในพริบตานั้นความหวาดกลัวทะลักออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เงาร่างมหึมาสั่นสะท้านอย่างมิอาจควบคุมเมื่อเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่อยู่ใกล้แค่คืบ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ไหวติงแต่ใจของมันกลับเย็นเยียบเล็กน้อย ในแววตาสีเขียวเข้มมีความตกตะลึงวาบผ่าน
ไม่นานเวลาก็เดินต่อ
เสียงหอนด้วยความโกรธเกรี้ยวยังคงดังขึ้นที่ข้างหูของหลันเฟิงแต่แค่ความเร็วของราชาหมาป่ามารป่าลึกราวกับลดลงหลายส่วน
สูดลมหายใจเข้าลึกๆเฮือกหนึ่ง ไอปราณในจุดตันเถียนราวกับน้ำเดือดพล่าน สองเท้าระเบิดพลังออกมาเงาร่างของชายหนุ่มกลายเป็นสายฟ้าพุ่งแฉลบร่างของหมาป่ามารป่าลึกไปใบหน้าอ่อนเยาว์เงียบสงบดุจสายธาร
ในป่าลึกที่มีแสงสลัวๆมือขวาชายหนุ่มที่กุมด้ามกระบี่แน่นพลันคลายออกเล็กน้อย แล้วชักออกมา
“ชิ้ง!”
ตามมาด้วยเสียงก้องกังวานในที่สุดกระบี่จุยเฟิงที่นอนนิ่งสงบอยู่นานก็ออกจากฝักเป็นครั้งแรก
ท่ามกลางม่านแสงยามเช้าตรู่ลำแสงกระบี่เจิดจ้าตวัดผ่านร่างของราชาหมาป่ามารป่าลึกไปราวกับสายฟ้า ร่างของมันสั่นเทาอย่างรุนแรง
เมื่อแสงกระบี่หายไปกระบี่จุยเฟิงก็กลับเข้าฝักอีกครั้ง ป่าลึกเองก็กลับสู่ความเงียบสงบ
ในเวลาเดียวกันการไหลของกาลเวลาก็ดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ
เนื่องจากแรงเฉื่อยเงาร่างของชายหนุ่มจึงไถลห่างออกไปสามจั้งถึงหยุดลงชั่วพริบตานั้นก็แทบจะสูญเสียจิตวิญญาณไปจนหมด
ใบหน้าหมดจดของชายหนุ่มซีดเผือดหน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ลมหายใจหนักอึ้งและไม่เป็นจังหวะ
กระบี่เล่มนี้สูบแก่นแท้พลังและจิตวิญญาณไปจนเกลี้ยง แม้แต่ไอปราณในจุดตันเถียนก็เหลือเพียงหนึ่งในสิบส่วน
หลังจากผ่านไปสองสามชั่วลมหายใจหลันเฟิงถึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่งอย่างละโมบ แล้วหันไปมองข้างกายอย่างแช่มช้าใบหน้าซีดขาวเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา “เหมือนจะแทงถูกสินะ...”
"ตึง“
เงาร่างมหึมาข้างกายชายหนุ่มล้มลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
ราศีในแววตาสีเขียวมรกตของราชาหมาป่ามารป่าลึกค่อยๆหายวับไป แววตามืดมนเต็มไปด้วยความไม่พอใจและสิ้นหวัง
“บรู๋ว...”
ราชาหมาป่ามารป่าลึกร้องคร่ำครวญอย่างไร้เรี่ยวแรงและยากลำบากมันหันหน้าไปมองสิ่งมีชีวิตเล็กๆ นั่นในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต จ้องมองลูกหมาป่าด้วยแววตาอ่อนโยนราวกับจะเก็บรูปร่างของมันไว้ในจิตวิญญาณตลอดไป
ไม่นาน รูม่านตาของราชาหมาป่ามารป่าลึกก็ขยายออกในที่สุดกลิ่นอายชีวิตก็หายไป ลมหายใจและหัวใจแทบจะหยุดลงพร้อมกัน
“หงิง...”
ดวงตาสีเขียวเข้มใสแจ๋วจ้องมองศพของราชาหมาป่ามารป่าลึกหลังจากผ่านไปชั่วครู่เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดก็ดังมาจากปากของลูกหมาป่าทำลายความเงียบสงบ
มันเดินไปอยู่ข้างศพของราชาหมาป่ามารป่าลึกอย่างช้าๆเสียงคร่ำครวญด้วยความโศกเศร้าเสียใจดังขึ้น “หงิง...หงิงงง...”
หลันเฟิงมองสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่อ่อนแอตรงหน้า จิตใจหนักอึ้ง
ระหว่างเขากับราชาหมาป่ามารป่าลึกมีเพียงหนึ่งเดียวที่รอดชีวิตไปได้ แน่นอนเขาย่อมเลือกให้ตนเองรอดชีวิตแต่ทว่าเมื่อเห็นสายตาเศร้าสร้อยของลูกหมาป่าน้อย ในใจกลับละอายใจอย่างบอกไม่ถูกชีวิตของเจ้าตัวน้อยนี่ดูเหมือนจะต้องเจ็บปวดเหมือนตนแล้วและนี่กลับเป็นสิ่งที่ตนสร้างขึ้น
“เจ้าเห็นอกเห็นใจมันได้แต่ไม่จำเป็นต้องละอายใจ”
ชายชรารับรู้ถึงความรู้สึกของชายหนุ่มจึงเอ่ยอย่างแช่มช้า“ในโลกใบนี้ มนุษย์และปีศาจอสูรเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกันมีปีศาจอสูรที่ตายด้วยน้ำมือของมนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนทุกวันเช่นเดียวกันก็มีมนุษย์ที่ตายด้วยน้ำมือของปีศาจอสูรเป็นจำนวนที่น่าตกตะลึงมากเช่นกันมนุษย์กินปีศาจอสูรเป็นอาหาร ปีศาจอสูรก็มีเป้าหมายการล่าเป็รมนุษย์เช่นนกันมนุษย์ไม่ผิด ปีศาจไม่ผิด ผิดก็แต่จุดยืน...”
เมื่อได้ยินหลันเฟิงก็เก็บสีหน้าแล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ“ข้าเข้าใจแล้ว”
ทว่าเข้าใจก็ส่วนเข้าใจอย่างไรก็ยังละอายใจอยู่ดี
หลันเฟิงเหลือบมองลูกหมาป่าตัวน้อยแวบหนึ่งแล้วไม่ไปสนใจมันอีกเขานั่งยองพลางหยิบเข็มรวบรวมกลิ่นอายออกมาแทงเข้าไปที่ลวดลายสีเขียวตรงหว่างคิ้วของหมาป่ามารป่าลึก
คะแนนประสบการณ์ของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสามพันสามร้อยสิบคะแนนแล้ว
และจากคะแนนในการล่าประสบการณ์ครั้งที่ผ่านมาสามพันสามร้อยสิบคะแนนก็จัดอยู่ในอันดับหนึ่งแล้ว!
“กรรร์...”
แขนเสื้อพลันถูกอันใดสักอย่างดึงไว้หลันเฟิงก้มหน้าลงเหลือบมอง เห็นลูกหมาป่าแยกเขี้ยวยิงฟังใส่ตน มันใช้ฟันที่ยังไม่งอกดีกัดแขนเสื้อของเขาดวงตาสีเขียวเข้มมีความโกรธแค้น ทำให้อารมณ์ที่สงบของหลันเฟิงปั่นป่วนอีกครั้ง
หลันเฟิงจ้องมองลูกหมาป่าน้อยเนิ่นนานก่อนยิ้มขื่น“มนุษย์และปีศาจอสูร...ข้านับเป็นอะไรกัน”
ใต้ผิวหนังของมนุษย์กลับมีโลหิตของปีศาจอสูรไหลเวียนอยู่เขาที่เป็นเช่นนี้ยังนับว่าเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่
ปัญหานี้ไม่มีคำตอบแม้แต่ชายชราที่ฉลาดและมีวิสัยทัศน์ก็ให้คำตอบไม่ได้ ทำได้เพียงเงียบขรึม
ทว่าในยามที่หลันเฟิงกำลังหงุดหงิดใจชายชรากลับขมวดคิ้วมุ่น แล้วหันหน้ามองไปยังจุดที่ไกลออกไปหลังจากผ่านไปชั่วครู่ก็หน้าเปลี่ยนสี แล้วร้องตะโกนว่า “รีบหนีเร็วเข้า!”
ไม่ต้องให้ชายชราอธิบายแค่ข้างหูพลันมีเสียงฝีเท้ารวมทั้งแผ่นดินสั่นสะเทือนก็บอกหลันเฟิงว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว
เขาพลันเด้งตัวขึ้นแม้แต่เข็มรวบรวมกลิ่นอายที่ทิ่มอยู่ตรงลวดลายตรงหว่างคิ้วของราชาหมาป่ามารป่าลึกก็ยังไม่ทันได้ดึงกลับมามองไปยังจุดที่ไกลออกไปแวบหนึ่ง
“ฝูงหมาป่า!”
ฝูงหมาป่าที่เดิมสลัดออกได้แล้วก็ตามรอยเท้าของราชาหมาป่ามาจนถึงนี่และยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ใกล้ๆ แล้ว
หมาป่ามารป่าลึกสิบกว่าตัว...
ใบหน้าอ่อนเยาว์ของชายหนุ่มแข็งทื่อมุมปากกระตุกเกร็งเล็กน้อย