ห้องนอนเมญ่าคฤหาสน์ซานเดียร์
ก๊อก...ก๊อก...
เสียงเคาะประตูปลุกเมญ่าให้ลืมตาขึ้นด้วยความเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุดตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเธอไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเลยสักนาทีเดียวภาวะหวาดระแวงกัดกินใจจนเธอต้องคอยเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าหน้าห้องตลอดเวลากลัวว่าอเล็กซ์จะใช้สิทธิ์สามีบุกเข้ามาทำเื่บนเตียงในยามที่เธอไร้ทางสู้แต่จนแล้วจนรอด ความเงียบงันกลับเป็สิ่งเดียวที่อยู่เป็เพื่อนเธอทั้งคืนเขาไม่แม้แต่จะเฉียดกรายเข้ามาใกล้ห้องนี้เลยแม้แต่ก้าวเดียว
เมญ่าถลาลงจากเตียงก่อนที่เสียงเคาะครั้งที่สองจะดังซ้ำ
“คะ...”
เธอเปิดประตูโผล่หน้าออกไปปะทะกับป้านาที่ยืนนิ่งเป็หุ่นยนต์มือที่กำลังจะยกขึ้นเคาะอีกรอบค้างกลางอากาศ “มาดามคะอีกครึ่งชั่วโมงจะออกเดินทางแล้วค่ะ”ป้านารายงานเสียงเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ห๊ะ!!... อะ-อีกครึ่งชั่วโมง! ทำไมป้าไม่มาปลุกให้เร็วกว่านี้อีกล่ะคะ!”เมญ่าอุทานอย่างตื่นตระหนกเธอรีบปิดประตูแล้วหันกลับมาจะคว้ากระเป๋าเดินทางที่มุมห้องแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัว...
กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่เคยวางเด่นหราอยู่ตรงมุมห้อง...มันหายไปแล้ว!
เมญ่าใจหายวาบเธอจำได้แม่นว่าตัวเองไม่ได้หลับลึกขนาดไม่รู้เื่รู้ราวเธอคอยระวังตัวอยู่ทั้งคืน แต่กระเป๋าเ้ากรรมกลับอันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอยหรือว่ามีใครบางคนลอบเข้ามาในห้องตอนเธอเผลอวูบไปเพียงเสี้ยววินาที? ความคิดนี้ทำเอาเธอขนลุกเกรียว แต่เมื่อนึกได้ว่าเวลาเหลือน้อยเต็มทีเธอจึงจำต้องสลัดความสงสัยทิ้งแล้วใส่เกียร์หมาวิ่งเข้าห้องน้ำจัดการตัวเองให้เสร็จภายในเวลาที่จำกัด
เมญ่าหยิบเสื้อผ้าในตู้มาสวมแบบมั่วๆอย่างเร่งรีบ มือหนึ่งหิ้วรองเท้าส้นสูงอีกมือกำสมาร์ทโฟนอวัยวะชิ้นที่สามสิบสามไว้แน่นเธอวิ่งถลาออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังห้องโถงหลัก ทว่าพอเท้าแตะลงบนพื้นโถงทางเดินความทรงจำอันอัปยศเมื่อวานที่ถูกเขาบดขยี้ริมฝีปากต่อหน้าสายตาคนทั้งบ้านก็ย้อนกลับมาหลอนจนฝีเท้าชะงัก
ใบหน้าสวยร้อนผ่าวด้วยความอับอายจนอยากจะหันหลังกลับไปขังตัวเองไว้ในห้องและยกเลิกการเดินทางบ้าๆนี่เสีย ทว่าสุดท้าย... เมญ่าก็รู้ดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์เลือกเธอต้องกัดฟันพาสังขารและหัวใจที่บอบช้ำลงไปเผชิญหน้ากับปีศาจในคราบสามีอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้
ห้องโถงกลางคฤหาสน์ซานเดียร์
อเล็กซ์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวสายตาจดจ่ออยู่ที่แท็บเล็ตในมือด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยทว่าแฝงไปด้วยความกดดันเขาเป็คนสั่งให้แม่บ้านขึ้นไปปลุกเธอถึงสองรอบเพราะรู้ดีว่าแม่กวางน้อยตัวนี้คงขวัญผวาจนไม่ได้นอนทั้งคืน และเขาก็เดาไม่ผิด
ทันทีที่เสียงฝีเท้าสับรัวดังมาจากบันไดอเล็กซ์ก็ละสายตาขึ้นมองภาพตรงหน้า... เมญ่าวิ่งถลาลงมาในสภาพที่ดูไม่จืดมือหนึ่งหิ้วรองเท้าส้นสูงอีกมือกำสมาร์ทโฟนไว้แน่นประหนึ่งเป็เครื่องรางชิ้นสุดท้ายผมเผ้ายุ่งเหยิงกระเสอะกระเชิงจากการที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะหวีให้เรียบร้อย
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาที่สุดกลับเป็รอยประทับสีเข้มที่ตัดกับผิวขาวเนียนตรงซอกคอรอยขบเม้มที่เป็ตราประทับจากความป่าเถื่อนของเขาเมื่อวานบัดนี้มันเด่นหราฟ้องสายตาทุกคนในโถงบ้านเพราะเ้าตัวไม่มีเวลาแม้แต่จะหยิบคอนซีลเลอร์มาแต้มปิด
“ฉะ... ฉัน...” เมญ่าหยุดยืนหอบหายใจถี่ ใบหน้าแตกตื่นและซีดเผือดเธอมีเวลาเพียงแค่โบกครีมกันแดดลวกๆอย่าถามถึงเซรั่มบำรุงผิวหรือการแต่งหน้าสวยงามเลยแค่ไม่ล้มกลิ้งลงมาตามขั้นบันไดก็นับว่าบุญแล้ว
อเล็กซ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงมุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นรอยตีตราของตนเองยังคงชัดเจนบนตัวเธอเขารู้สึกสะใจที่ความรีบร้อนทำให้เธอไม่เหลือเกราะป้องกันใดๆไว้ปกปิดร่องรอยของเขา
“ไปกันเถอะ” เขาออกคำสั่งสั้นๆ ก่อนจะก้าวนำออกไปทางประตูหน้าอย่างรวดเร็ว
เมญ่าก้มลงยัดเท้าใส่รองเท้าส้นสูงอย่างลนลานจนเกือบเสียหลักเธอต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินเพื่อก้าวตามแผ่นหลังกว้างนั่นไปให้ทัน ‘นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย!’ เธอสบถในใจอย่างคับแค้นเพราะขาสั้นๆ ของเธอต้องก้าวรัวๆ ถึงสองสามก้าวเพื่อให้ทันกับหนึ่งก้าวสั้นๆของเขาความรู้สึกเหมือนลูกเป็ดที่เดินตามจ่าฝูงจอมเผด็จการทำเอาเธอทั้งเหนื่อยและอับอายจนบอกไม่ถูก
สนามบินนานาชาติปลายทาง
ตลอดระยะเวลาบนน่านฟ้าเมญ่านั่งตัวเกร็งจนตะคริวแทบกินขาเธอจำได้ติดตาถึงตอนที่เห็นอเล็กซ์เดินเข้าห้องนักบินด้วยท่าทางมั่นใจเกินเหตุเพียงเพราะเขาระบุตารางบินกะทันหันจนนักบินส่วนตัวมาไม่ทันและเขาก็ี้เีเกินกว่าจะรอใคร
‘ผู้ชายกามกามที่วันๆจ้องแต่จะบีบคอคนอื่นเนี่ยนะจะขับเครื่องบินได้จริงๆ!’ นั่นคือความคิดเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวตอนที่เครื่องเทกออฟ
แต่ในที่สุดล้อเครื่องบินก็แตะรันเวย์สนามบินปลายทางอย่างนุ่มนวลจนน่าเหลือเชื่อเมญ่าก้าวเท้าสั่นๆ ลงจากเครื่องด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดราวกับกระดาษขาวทันทีที่เท้าััพื้นปูนแข็งๆ ของสนามบิน เธอก็ลอบยกมือขึ้นลูบอกเบาๆพลางนึกกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกทิศทั่วดินแดนที่เธอไม่เคยคิดจะเคารพเลยสักครั้งในชีวิต
“ขอบคุณเทวดาฟ้าดิน...ที่ไม่ปล่อยให้ฉันร่วงลงไปตายกลางอากาศกับตาบ้านี่” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความโล่งอกสุดขีด
บริษัทบดีกรุ๊ปแห่งใหม่ (ต่างเมือง)
เมญ่านั่งตัวแข็งทื่ออยู่ภายในรถยนต์กันะุตลอดทางเธอเข้าไม่ถึงวิถีชีวิตของอเล็กซ์เลยแม้แต่นิดเดียวทั้งการใช้เครื่องบินส่วนตัวและการเคลียร์เส้นทางสนามบินจนเธอไม่มีโอกาสเห็นคนอื่นแอบถ่ายรูปไปประจานลงอินเทอร์เน็ตว่านี่คือมาดามซานเดียร์ที่ชาวเน็ตตามหาแล้วสภาพยับเยินแค่ไหน แถมขบวนรถกันะุพร้อมการป้องกันแ่านี่อีก... ‘นี่าากำลังเดินทางอยู่หรือยังไงกัน?’
ที่สำคัญคือชายที่นั่งข้างๆเขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอเลยสักนิดเอาแต่นั่งจ้องแท็บเล็ตทำงานราวกับเธอเป็เพียงธาตุอากาศจนเมญ่าเริ่มสงสัยว่าเธอแต่งงานกับสิ่งมีชีวิตชนิดใดกันแน่
เมื่อรถจอดสนิทหน้าตึกสำนักงานที่กำลังชุลมุนวุ่นวายจากการรีโนเวทใหม่เมญ่าเปิดประตูลงจากรถด้วยความมึนงง ทันใดนั้น ยาญ่า ที่ยืนอยู่ข้างๆ บรรหาร (พ่อของเธอ)ในสภาพที่สวมหมวกนิรภัยทรงประหลาดๆ ในสายตาเมญ่า ก็วิ่งถลาเข้ามาหาเธอทันที
“เมญ่าลูก!!!” ยาญ่ากอดแขนลูกสาวด้วยความเป็ห่วง“ลูกมาที่นี่ได้ยังไง!”
ในขณะที่เมญ่ากำลังจะอ้าปากตอบอเล็กซ์ที่สวมหมวกนิรภัยของตัวเองเสร็จแล้วก็เดินอ้อมรถมาหาเธอเขาหยิบหมวกนิรภัยอีกใบขึ้นมาแล้วค่อยๆ บรรจงสวมให้เมญ่าอย่างแ่เบากิริยานั้นดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยความห่วงใยในฐานะสามีที่รักภรรยาอย่างท่วมท้นต่อหน้าสายตาผู้คนและครอบครัวของเธอ
เมญ่าสติแทบหลุดออกจากร่างเธอตัวแข็งทื่อมองการกระทำของอเล็กซ์ด้วยความไม่เข้าใจอย่างถึงที่สุด ‘ผู้ชายคนนี้กำลังทำอะไรอยู่?’ เมื่อกี้บนรถเขายังเ็าเหมือนคนไม่รู้จักกันแต่พอต่อหน้าพ่อแม่เธอกลับกลายเป็สามีแสนดีขึ้นมาเสียดื้อๆ
“เข้าไปคุยกันข้างในเถอะครับ ข้างนอกนี่มันร้อนและอันตราย...”อเล็กซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มโยนที่ฟังดูรื่นหูอย่างประหลาดเขาปรายสายตามองเมญ่าด้วยความนุ่มนวลก่อนจะหันไปยิ้มให้แม่ยาย“ผมเพิ่งจดทะเบียนสมรสกับภรรยา... ผมยังไม่อยากมีปัญหาว่าดูแลภรรยาไม่ดี”
คำว่าภรรยาที่หลุดออกมาจากปากของอเล็กซ์ทำเอาเมญ่าขนลุกซู่เธอผงกหัวตอบรับแบบอึ้งๆ ในใจอยากจะเอื้อมมือไปหยิกแขนตัวเองแรงๆหรือไม่ก็อยากจะคว้าคอเสื้อเขามาเขย่าแล้วถามว่า ‘นายคือใคร! นายเป็ใครกันแน่! อเล็กซ์ ซานเดียร์ตัวจริงโดนผีเข้าหรือถูกยึดร่างเหมือนในนิยายย้อนยุคที่ฉันเคยอ่านใช่ไหม!’
เพราะอเล็กซ์ที่เธอรู้จักเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนคือคนใจร้ายที่บีบบีบกรามและจูบเธออย่างป่าเถื่อนกลางโถงบ้านแต่คนตรงหน้านี้กลับดูเหมือนเ้าชายที่หลุดออกมาจากนิยายรักหวานชื่น
“นั่นสิเมญ่า... เข้ามาข้างในกันเถอะลูกถ้าพ่อรู้ว่าลูกมาเขาต้องดีใจมากแน่ๆ”ยาญ่าที่เห็นท่าทางทะนุถนอมของลูกเขยก็ยิ้มออกความกังวลที่เคยสุมอยู่ในอกเื่ที่ลูกสาวต้องแต่งงานกับมาเฟียจอมโหดดูจะเบาบางลงไปทันที
สำนักงานชั่วคราวบริษัทบดีกรุ๊ป (ใหม่)
ภายในออฟฟิศชั่วคราวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟและพิมพ์เขียวเมญ่าเดินเข้ามาพร้อมกับหัวใจที่เต้นไม่เป็จังหวะปู่ฟรอสนั่งจิบกาแฟอย่างสุนทรีย์อยู่ก่อนแล้วส่วนบรรหารพ่อของเธอที่กำลังจะทรุดตัวลงนั่งพร้อมแก้วกาแฟในมือถึงกับชะงักค้างจนเกือบทำแก้วร่วงเมื่อเห็นลูกสาวปรากฏตัวพร้อมกับอเล็กซ์
“เมญ่าลูก...” บรรหารพึมพำเสียงแ่ เขาหลบสายตาเธอทันทีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันฉายชัดอยู่บนใบหน้าของคนเป็พ่อที่รู้ดีว่าตัวเองส่งต่อลูกสาวให้ใคร
“อ้าว... หนูเมญ่า ปู่นึกว่าหนูจะมาพร้อมตาแก่ปินตอนบ่ายเสียอีก”ปู่ฟรอสทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนคุณปู่ใจดีที่ไม่ได้รู้เห็นเป็ใจกับแผนการร้ายใดๆ
“ตอนบ่ายผมมีประชุมที่ต่างประเทศ... เลยต้องมาั้แ่เช้า”อเล็กซ์ตอบเสียงเรียบ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ทว่ามือหนากลับคว้าหมับเข้าที่เอวบางของเมญ่าแล้วดึงรั้งให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆเขาอย่างถือดีในสิทธิ์ความเป็เ้าของ
การกระทำนั้นดูเหมือนการใส่ใจของสามีที่อยากให้ภรรยานั่งข้างกายแต่สำหรับเมญ่า...ััจากฝ่ามือร้อนผ่าวที่โอบเอวเธอไว้นั้นมันเหมือนโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
‘นี่มันยังใช่คนเดิมอยู่ไหม!’ เมญ่ากรีดร้องอยู่ในใจจนแทบจะบ้าตายเธอเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของอเล็กซ์ที่วางท่าเป็นักธุรกิจผู้สุขุมและสามีผู้แสนดีสลับกับภาพจำเมื่อวานที่เขาบีบกรามเธออย่างรุนแรงจนเป็รอย
ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงเปลี่ยนหน้ากากได้รวดเร็วปานกิ้งก่าเปลี่ยนสีแบบนี้? เขาทำราวกับรอยจ้ำที่คอเธอไม่มีอยู่จริง ทำเหมือนเขาไม่เคยข่มขู่เธอและทำเหมือนการที่พ่อต้องหลบตาเธออยู่นี้ไม่ใช่ผลมาจากอำนาจของเขา
บรรยากาศในห้องทำงานที่ดูเหมือนจะชื่นมื่นสำหรับคนนอกกลับทำให้เมญ่ารู้สึกเหมือนเธอกำลังถูกล้อมด้วยกำแพงกระจกที่มองไม่เห็นทุกคนพูดคุยกันเื่ทิศทางบริษัทเื่การร่วมทุนอย่างออกรสโดยมีเธอนั่งนิ่งเป็ตุ๊กตาหน้ารถที่อเล็กซ์คอยโอบเอวไว้ไม่ยอมปล่อย
เมญ่าต้องฝืนทนร่วมนั่งฟังศัพท์แสงทางธุรกิจที่ชวนเวียนหัวทั้งเื่งบประมาณ การร่วมทุน และโครงสร้างใหม่ของบดีกรุ๊ปโดยมีมือหนาของอเล็กซ์ที่ยังคงโอบวนอยู่ที่เอวของเธอไม่ยอมห่างเขาใช้นิ้วบีบเค้นสลับผ่อนปรนราวกับกำลังลูบคลำสัตว์เลี้ยงตัวโปรดเพื่อความเพลิดเพลินระหว่างการประชุม
ความอึดอัดที่พุ่งสูงขึ้นทำให้เมญ่าตัดสินใจรวบรวมความกล้า“คุณคะ... ฉันขอไปห้องน้ำได้ไหม...” เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาเพื่อขออนุญาต
อเล็กซ์ที่กำลังฟังแผนงานจากวิศวกรนิ่งงันไปชั่วอึดใจทันทีเขาค่อยๆ ก้มลงมองคนข้างกายั์ตาสีเขียวน้ำทะเลวาววับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลทองของเธอเหมือนกำลังประเมินราคาสิ่งของ“เอาสิ... แล้วรีบกลับมา”
“งั้นไปกับแม่นะลูก”ยาญ่าที่รอจังหวะจะได้คุยกับลูกสาวอยู่แล้วรีบเสนอตัวขึ้นมาทันที
เมญ่าเม้มปากแน่นพลางผงกหัวรับคำเธอเหลือบมองใบหน้าของบรรหารที่ยังคงดูเคร่งเครียดก่อนจะพยายามแกะมือหนาที่พันธนาการเอวเธอไว้ออกทว่าก่อนที่ร่างบางจะทันได้หยัดกายลุกขึ้นอเล็กซ์กลับโน้มกายลงมาจนมวลอากาศอุ่นจัดจากลมหายใจรินรดอยู่ข้างใบหูเขาขยับริมฝีปากกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ได้ยินกันเพียงสองคนท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุม
“อย่าทำตัวให้ดูเหมือนคนสติฟั่นเฟือน...เข้าใจไหม”
สิ้นคำขู่ฝ่ามือหนาก็บีบเค้นลงบนเอวบางเน้นย้ำลงบนรอยเดิมจนความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เมญ่าถึงกับสะอึกก้อนความหวาดกลัวกลั่นตัวแข็งขวางกั้นอยู่ในลำคอจนแทบสำลักเธอจำต้องสะกดกลั้นอารมณ์สั่นเทาพยายามฝืนเดินไปหาผู้เป็มารดาด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นพันธนาการไว้
ห้องน้ำหลังอ๊อฟฟิต
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลนักสิ่งที่ทำให้เมญ่าต้องชาวาไปทั้งตัวคือร่างสูงใหญ่ของบาร์โชว์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างเขาทำหน้าที่เป็ "เงา" ที่คอยประกาศว่าเธอไม่มีวันหนีไปไหนพ้นเมญ่ารีบดึงมือแม่หลบเข้าไปในห้องน้ำหญิงทันทีเพื่อคาดคั้นความจริง
“แม่... บอกหนูมาตรงๆ ทำไมต้องย้ายบริษัทมาที่นี่ในเมื่อส่งหนูไปเป็เครื่องสังเวยให้เขาแล้วไม่ใช่เหรอ?” เมญ่ากระซิบถามเสียงสั่นแววตาเต็มไปด้วยความตัดพ้อ
ยาญ่าลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอสีหน้าซีดเผือดขณะมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง เธอรีบลากลูกสาวเข้าไปในห้องสุขาแคบๆแล้วล็อกประตู ก่อนจะโน้มตัวมากระซิบให้เบาที่สุด
“เมญ่า...สิ่งที่แม่กับลูกไม่มีวันเข้าใจคือเกมของอำนาจพ่อกับปู่ปินพูดแบบนี้...”ยาญ่ากุมมือน้อยๆ ของลูกสาวไว้แน่น “เราเป็หนี้เยอะมาก... เยอะจนน่ากลัวพ่อกับปู่พยายามยื้อบริษัทมานานแล้วถ้าลูกไม่ตกลงแต่งงานกับอเล็กซ์ภายในวันจันทร์ที่ผ่านมา บ้านของเราก็จะโดนยึดทันทีพ่อไม่มีเงินจะไปจ่ายเขาแล้วลูก!”
คำเฉลยนั้นเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้าเมญ่ารู้สึกแข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงกับพื้นห้องสุขาที่ส่งกลิ่นอับชื้น“มะ-แม่... แม่พูดเื่อะไรคะ”
“แม่เองก็ไม่เข้าใจหรอก...รู้แค่ว่าการแต่งงานของลูกเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ถูกส่งลงมาในนาทีวิกฤต”ยาญ่าพูดพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ความสับสนของเธอมีมากพอๆ กับลูกสาวก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับรอยขบเม้มสีแดงจัดที่ซอกคอเมญ่ามือที่เริ่มเหี่ยวย่นตามวัยเอื้อมไปััมันอย่างแ่เบา “เจ็บไหมลูก...”
เพียงแค่เห็นรอยตีตราที่สื่อถึงการถูกตีตรวนเป็สมบัติของคนอื่นหยาดน้ำตารื้นขึ้นมาบดบังั์ตาเมญ่าเห็นดังนั้นก็รีบฝืนกลั้นความอ่อนแอของตัวเองไว้เธอเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้แม่เบาๆ
“อย่าร้องไห้เลยค่ะแม่... เดี๋ยวคนข้างนอกสงสัยเราแค่มาเข้าห้องน้ำกันเฉยๆ” เมญ่ารีบตัดบททั้งที่ในใจเ็ปจนพูดไม่ออก
ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอไม่ได้แต่งงานเพื่อช่วยบริษัทเพียงอย่างเดียวแต่เธอกำลังซื้อลมหายใจให้กับทุกคนในบ้านโดยมีอเล็กซ์เป็เ้าหนี้ชีวิตที่พร้อมจะทวงถามดอกเบี้ยจากร่างกายเธอทุกเมื่อที่เขา้า
เมญ่าเดินกลับมาจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงความจริงเื่หนี้สินและบ้านที่กำลังจะถูกยึดมันหนักอึ้งจนเธอแทบก้าวขาไม่ออกแต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของอเล็กซ์ยืนรออยู่หน้าออฟฟิศชั่วคราว
เขาไม่ได้นั่งรออยู่ข้างในเหมือนเมื่อครู่แต่กลับออกมายืนวางมาดสงบนิ่ง มือหนึ่งซุกกระเป๋ากางเกงสายตาคมกริบจดจ้องมาที่เธอทันทีที่ปรากฏตัวเมญ่าไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องออกมายืนรอประหนึ่งกลัวเธอจะหายตัวไปแต่ในสถานการณ์นี้ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือการฝืนเดินกลับไปหาเขา
อเล็กซ์ปรายตามองเมญ่าเพียงครู่ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบตามสไตล์นักธุรกิจผู้เคร่งครัด
“เราต้องรีบกลับโรงแรม... เพราะอีกหนึ่งชั่วโมงฉันมีประชุมทางไกล (VideoConference)” เขาบอกเมญ่าทันทีที่เธอเดินมาถึงระยะใกล้จากนั้นเขาก็หันไปหาแม่ยายด้วยสีหน้าที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างสุภาพ“ผมต้องขอโทษด้วยครับคุณแม่ พอดีผมมีงานรัดตัวจริงๆ”
เขายิ้มให้ยาญ่าอย่างมีมารยาทก่อนจะวาดวงแขนหนาวาดวงแขนเข้าโอบรัดเข้าที่เอวบางของเมญ่าอย่างรวดเร็วแรงบีบที่เอวเป็สัญญาณเงียบๆที่สั่งให้เธอเดินตามเขาไปที่ขบวนรถยนต์กันะุซึ่งจอดติดเครื่องรออยู่
เมญ่าทำได้เพียงหันไปมองหน้าแม่เป็ครั้งสุดท้ายสายตาของเธอยังเต็มไปด้วยคำถามและร่องรอยของความหวาดกลัวแต่เธอก็ต้องยอมให้เขาลากตัวไปประหนึ่งสิ่งของล้ำค่าที่เ้าของต้องพกติดตัวไว้ตลอดเวลา
‘ประชุมทางไกลงั้นเหรอ...หรือนั่นจะเป็ข้ออ้างเพื่อลากฉันกลับไปอยู่ในกรงขังส่วนตัวของนายกันแน่’ เมญ่าคิดอย่างพรั่นพรึงขณะที่ตัวรถเริ่มเคลื่อนที่ออกสู่ถนนมุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่พัก